เวลาผ่านมาทั้งหมด 11 ปีกว่าแล้วตั้งแต่ฟางเฉินมาอยู่กับพวกปู่โจวและหลินตอนนี้หลินไม่ได้เป็นเด็กสาวอีกต่อไปแต่กลายเป็นหญิงสาวที่มีความงดงามคนหนึ่งอย่างน้อยในหมู่บ้านก็ไม่มีใครงดงามเท่ากับนางแม้แต่องค์หญิงในจักรวรรดิก็ตามแต่นั่นเป็นเพราะฟางเฉินได้ปรุงเม็ดยาจำนวนมากที่ช่วยเสริมสร้างผิวพรรณและยังมีเม็ดยาช่วยยืดดอายุขัยของปู่โจวอีกด้วย แต่วันนี้ หลิงและปู่โจวได้มาหาฟางเฉินที่นั่งอยู่ริมรำธารอักครั้ง ร่างของฟางเฉินในตอนนี้ผอมแห้งอย่างมากทั้งเส้นผมและหนวดเคราต่างยาวจนรกหน้า“ท่านปู่พี่ชายจะเป็นอะไรหรือไม่” หลินมองไปทางฟางเฉินด้วยความห่วงใย“ไม่ต้องห่วงเด็กคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาตลอดหลายปีมานี้ที่หมู่บ้านเรามีชีวิตที่ดีขึ้นบวกกับทางจักรวรรดิไม่กล้ามายุ่งกก็เพราะเด็กคนนี้เพราะงั้นเขาจะต้องไม่เป็นอะไรแน่” ปู่โจวกล่าวและในทันใดนั้นเองเสียงที่ดังและสั่นสะเทือนวิญญาณก็ดังสะนั่นท้องฟ้าที่สว่างใสเริ่มปรากฏเมฆมงคลสีทองปกคลุมทั้งภูเขา เสียงนี้ดังสนั่นไปทั่วทั้งจักรวรรดิเหล่าผู้คนต่างก็สั่นสะท้านเมื่อเมฆมงคลปรากฎชาวบ้านธรรมดาต่างคุกเข่าลงและก้มกราบด้วยความศรัทธา“ท่านปู่นี่มัน!!!!!!!!” หลินกล่าวด้วยสีหน้าแตกตื่นและมองขึ้นไปบนท้อฟ้า“จะต้องเป็นเฉินแน่เฉินกำลังจะทำบางสิ่งบางอย่างสำเร็จ” ปู่โจวกล่าวด้วยรอยยิ้มร่างที่นิ่งสงบของฟางเฉินอยู่ ๆก็สั่นใหวพร้อมกับดวงตาสีทองส่องประกายออกมา“การเวียนว่ายตายเกิดของทุกสรรพสิ่งล้วนเป็นสิ่งที่สวรรค์กำหนด แต่การฝึกตนนั้นเป็นสิ่งที่ต้องท้าทายกฎเกณฑ์ของสวรรค์ แบบนี้นี่เอง ข้าจมปลักอยู่กับความเสียหายของเส้นลมปราณมาตลอดคิดเพียงแต่จะทำยังไงจะรักษาให้เส้นลมปราณกลับมาเหมือนเดิม แต่ทั้งที่ตัวข้าในตอนนี้ไม่มีสมุนไพรหรือเม็ดยาที่จะช่วยรักษาได้ข้าก็ไม่เคยมองวิธีอื่นเลยแต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วในเมื่อตัวข้าไม่สามารถรักษาเส้นลมปราณของข้าได้ถ้างั้นข้าก็ขอทำลายมันทิ้งเลยแล้วกัน แล้วข้าจะสร้างเส้นลมปราณขึ้นมาใหม่” ฟางเฉินบ่มพึมพำด้วยใบหน้าที่สงบพริบตาที่ฟางเฉินกล่าวเสร็จแสงสว่างสีทองก่อตัวเป็นมีดเล่มหนึ่ง มีดเล่มนี้ปลดปล่อยออร่าที่น่าเกรงกลัวออกมา“มาเถอะ” ฟางเฉินยกหัวขึ้นไปบนท้องฟ้าและมองมีดสีทองที่ก่อตัวจากก้อนเมฆ“วิ้ง!!!!”ใบมีดเริ่มขยับและตกลงมาอย่างรวดเร็ว หลินและปู่โจวที่อยู่ใกล้ๆถูกแรงลมพัดกระเด็นออกไปแต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้รับอันตรายอะไร ใบมีดค่อยๆผ่าลงมาบนร่างของฟางเฉินอย่างช้า ๆฟางเฉินแสดงสีหน้าสงบตลอดเวลาแม้ใบมีดจะผ่าลงมาแต่ความจริงแล้วทันทีที่ใบมีดสัมผัสที่ศีรษะของฟางเฉินความเจ็บปวดที่มากมายก็แพร่กระจายไปทั่วร่างของฟางเฉินแม้แต่ดวงวิญญาณของฟางเฉินก็แทบจะแตกสลาย แต่ฟางเฉินที่ทำสมาธิมาเป็นปีนั้นได้รู้แจ้งกฎเกณฑ์แห่งชีวิตและความตาย และยังได้รับรู้การใช้จิตใจมองทะลุทุกสรรพิสิ่งอีกด้วยใบมีดนั้นค่อยๆเจาะมาที่หน้าผากของฟางเฉินอย่างช้าๆทันทีโลหิตของฟางเฉินก็ใหลออกมาจากหน้าผากเป็นจำนวนมาก ฟางเฉินกัดฟันและยังคงรักษาสีหน้าวงบเอาไว้ปล่อยให้ใยมีดนั้นทำสิ่งที่มันต้องการทันทีใบมีดก็เริ่มจมลงไปในร่างกายของฟางเฉินอย่างช้า ๆเส้นลมปราณที่เสียหายถูกพลังของใบมีดทำลายจนหมดสิ้นในพริบตา แต่ในขณะเดียวกันเมื่อเส้นลมปราณถูกทำลายพลังศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฎเป็นเส้นสายและเริ่มก่อตัวเป็นเส้นลมปราณเส้นใหม่ เส้นลมปราณเส้นนี้ทันทีที่ก่อรูปร่างก็ปลดปล่อยพลังที่มากกว่าแต่ก่อนจะบอกว่าเส้นลมปราณของฟางเฉินนั้นทรงพลังกว่าคนทั่วไปหลายเท่าถึงจะถูกและในตอนนั้นเองหมอกสีทองก็ตกลงมายังพื้นทำให้ทั่วทั้งภูเขาถูกปกคลุมด้วยหมอกสีทองนี้ หมอกสีทองนี้เกิดจากเมฆมงคลถ้าคนธรรมดาได้สูดหมอกนี้เข้าไปก็จะสามารถกลายเป็นผู้ฝึกตนทันทีทั้งโรคภัยที่เคยเป็นก็จะหายขาดได้ทันทีแม้แต่อายุขัยก็ยังยืนยาวกว่าเก่าสองเท่า“นี่มันสวรรค์กำลังประทานพรให้กับเฉินอย่างงั้นเหรอ” ปู่โจวแสดงสีหน้าตื่นเต้นอย่างมาก“พี่ชายกำลังสร้างปาฏิหาริย์!!!!!” หลินกุมมือแน่นและเฝ้ารอคอยในขณะที่เส้นลมปราณของฟางเฉินถูกสร้างใหม่ตรงหน้าผากของฟางเฉินที่ถูกใบมัดแทงก็ปรากฏดวงตาสีทองดวงหนึ่ง ดวงตานี้คือดวงทตาที่สามารถมองทะลุได้ทุกสรรพสิ่งเป็นดวงตาที่สามารถมองเห็นตัวตนของผู้คนได้“แบบนี้นี่เองนี่คือสิ่งที่เรียกว่าสวรรค์ยอมรับงั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับสัมผัสได้ว่าแผ่นป้ายที่ตนเองได้รับมาในชั้นที่ 5 ของเส้นตำหนักวิญญาณกำลังตอบสนองต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้“ท่านปู่ หลิน พวกท่านไปรอข้าที่หมู่บ้านก่อนเดี๋ยวข้ากลับไป” ฟางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ท่านพี่จะไปใหน” หลินกล่าวด้วยสีหน้าแตกตื่น“ไม่ต้องห่วงข้าไปไม่นานหรอก” ฟางเฉินกล่าวและพริบตานั้นเองลำแสงสีทองที่เป็นทางเข้าของเส้นทางวิญญาณก็ปรากฎและปกคลุมร่างของฟางเฉินเอาไว้ ร่างของฟางเฉินถูกแสงสีทองนำไปฟางเฉินถูกพามายังชั้นที่ 6 ของเส้นทางวิญญาณทันที ป้ายหินในชั้นที่ 5 นั้นเป็นกฎแจสู่ชั้นที่ 6 แต่ว่ามันมีเงื่อนไขว่าคนๆนั้นจะต้องได้รับการยอมรับจากสวรรค์อย่างน้อย 1 ครั้งและฟางเฉินก็ได้ทำตามเงื่อนไขสำเร็จแล้ว“นี่คือชั้นที่ 6 งั้นหรือ” ฟางเฉินมองไปยังห้องขนาดใหญ่ห้องหนึ่งภายในห้องแห่งนี้แบ่งออกมาเป็นชั้นทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นชั้นของอาวุธต่าง ๆ ชั้นที่ 2 เป็นชั้นของเม็ดยาที่ถูกเก็บเอาไว้และชั้นสุดท้ายเป็นชั้นที่เก็บรักษาหนังสือทักษะของตำหนักวิญญาณ“แล้วชั้นที่เจ็ดมีอะไรอยู่” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับคิดและทันทีที่ฟางเฉินคิดร่างของฟางเฉินก็ปรากฏอยู่ชั้นที่ 7 ทันที ชั้นที่ 4 นั้นเป็นมิติขนาดเล็กแห่งหนึ่งซึ่งในมิตินี้มีการสร้างสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและสวยงาม และกลิ่นอายปราณสวรรค์ในที่แห่งนี้ยังหน้าแน่นและบริสุทธิ์อย่างมากซึ่งเหมาะแก่การบ่มเพาะอย่างถึงที่สุด“แบบนี้นี่เองชั้นที่ 7 คือห้องบ่มเพาะสินะ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับมองไปรอบ ๆก็พบกับภาพวาดที่ถูกสลักอยู่บนผนังไม้ ซึ่งเมื่อมองดีภาพเหล่านี้ถูกสร้างโดยปรมาจารย์ในสมัยโบราณและในภาพวาดเหล่านี้ยังเต็มไปด้วยกฎสายเซียนซึ่งมีไว้ให้เหล่าศิษย์ได้เรียนรู้กฎสายเซียน“ถึงแม้ข้าจะต้องเริ่มใหม่แต่ด้วยสิ่งที่อยุ่ในนี้ข้าก็จะต้องไปถึงเป้าหมายในสักวัน” ฟางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มจากนั้นฟางเฉินก็กลับไปหาโจวและหลิน ฟางเฉินได้บอกเรื่องราวของตัวเองให้กับอู่โจวและหลินฟังรวมถึงวันที่ตนเองต้องจากไปนั้นใกล้จะมาถึง หลินเมื่อรู้ว่าฟางเฉินอาจจะจากไปก็ร้องให้ออกมาอย่างหนัก ตลอดมานางมองฟางเฉินเป็นพี่ชายของนางเสมอซึ่งฟางเฉินเองก็มองหลินเป็นน้องสาวเช่นกันดังนั้นเขาจึงหนักใจอย่างมากที่ต้องบอกเรื่องนี้กับหลิน