บทที่ 17 แผนร้าย
หลังจากที่ไปเยี่ยมบ้านสวี่แล้ว อันซูหยวนก็กลับมาพักผ่อน วันรุ่งขึ้นจึงเตรียมตัวที่จะเข้าพื้นที่ล่าเขต A อีกครั้ง สำหรับวันนี้พ่อกับแม่ของเธอยังพักอยู่ที่บ้านเหมือนกับวันอื่นๆ ทั้งสองคนยังไม่ได้รับงานอื่น แม้ว่าบิดาของซูหยวนจะมองหาสถานที่ทำงานรับจ้างเผื่อว่าจะมีคนเปิดรับสมัคร แต่แค่ผู้คนเห็นเขาสองสามีภรรยาก็แทบจะไล่ตะเพิดออกมาแล้ว
สถานะของผู้เก็บขยะไม่ต่างอะไรกับขอทาน เพียงแค่สองคนเดินออกไปนอกบ้านก็ถูกมองออกทันทีว่าไม่ใช่พวกมีฐานะดีอะไร ไม่น่าแปลกที่พวกเขาจะถูกสาดน้ำสาดโคลนไล่เหมือนกับพวกเหลือบแมลง ดังนั้นเมื่อเดินไปไม่ถึงไหน ทั้งสองจึงต้องพากันกลับมาที่บ้านพักของตนเองอีกครั้ง
หญิงวัยกลางคนนึกอยากจะเข้าไปในพื้นที่ล่าคืนนี้เพื่อเก็บรวบรวมขยะ พวกเขาไม่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตอยู่โดยไม่ทำงานทำการใดๆ ทว่าคนเป็สามีกลับบอกว่าถ้าอีกฝ่ายจะเข้าไปในพื้นที่เก็บขยะ เขาเองก็จะไปด้วย สุดท้ายโต้แย้งกันไปมา พวกเขาก็ทำได้แค่ถอนหายใจแล้วก็นั่งอยู่ที่บ้านรอลูกสาวกลับมาเท่านั้น
จากสองคนที่เป็เรี่ยวเป็แรงให้กับครอบครัว ใช้แรงงานของตนเองเป็หลักพึ่งพาให้ลูกสาว เวลานี้กลับเป็พวกเขาสองคนที่ต้องเอาชีวิตไปฝากกับลูกสาวแล้ว....ขนาดพวกเขาสองคนทำเพื่อลูกสาวคนเดียวก็ยังว่าเหนื่อย แต่ลูกสาวของพวกเขาเพียงคนเดียวนี้กลับกำลังทำเพื่อเขาทั้งสองอยู่
ไม่น่าแปลกใจที่ในฐานะพ่อแม่แล้ว ทั้งสองจะรู้สึกหดหู่ใจมาก....
ในขณะที่สองสามีภรรยากำลังมองหน้ากันด้วยความเศร้า อันซูหยวนก็มาถึงเขต A แล้ว เธอเปลี่ยนชุดของตนเอง เตรียมความพร้อมที่จะเข้าไปในพื้นที่ล่า ด้านหลังยังคงมีพลั่วขนาดใหญ่จนดูเหมือนว่าแขนเล็กๆนั่นจะไม่สามารถยกมันขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตาม...ผู้คนที่นี่เคยชินกับการปรากฏตัวของเด็กสาวเสียแล้ว
“อุปกรณ์ในการต่อสู้ของเด็กหญิงคนนั้นค่อนข้างดี แม้ว่าจะรูปทรงประหลาดไปหน่อย แต่เธอใช้มันมานานแล้วก็ยังไม่มีร่องรอยขีดข่วนเลย เห็นได้ชัดว่าเป็อาวุธที่ดี” คนหนึ่งกล่าวขึ้น
ปกติแล้วอุปกรณ์ของพวกเขา ผ่านไปไม่กี่วันก็เริ่มมีรอยบิ่น บางคนต่อสู้กับพวกกลายพันธุ์ได้ไม่กี่ตัวก็ต้องไปซื้อใหม่แล้ว อาวุธที่พวกเขาเคยเห็นว่าพังยากเย็นนั้น ส่วนใหญ่จะเป็อาวุธที่มีราคาแพง และมีแค่พวกระดับสูงจากเขตชั้นในเท่านั้นแหละที่จะซื้อมาใช้ได้
หลังจากที่ซูหยวนได้เข้าร่วมช่วยเหลือกลุ่มนักเรียน 4 คนครั้งก่อน เธอก็กลายเป็ที่รู้จักว่าไม่ใช่เด็กสาวธรรมดา ผู้คนพูดเื่ทักษะในการต่อสู้ของเธอ กล่าวว่าเด็กสาวคนนี้ไม่ได้แค่ “โชคดี” เท่านั้น แต่เธอยังมีฝีมือในการเคลื่อนไหวและมีสายตาที่ดีด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกวันจะออกมาพร้อมกับรายได้ที่มากพอกับผู้ใหญ่ตัวโตเช่นพวกเขา
ในเขต A นี้ นอกจากพวกนักเรียนแล้วก็มีแต่ผู้ล่าระดับต่ำอย่างพวกเขาเท่านั้น หลายคนต่างก็พึ่งพากันเอง บางคนรู้จักกันนานเข้าก็ยังรวมตัวเป็กลุ่มเพื่อเข้าพื้นที่ล่าด้วยกันอีก เวลาที่พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก บางครั้งแทบไม่ต้องใช้ลูกแก้วขอความช่วยเหลือเลย ผู้ที่ล่าอยู่รอบๆนั้นเห็นเข้าก็จะมาช่วยเหลือกันเอง
ด้วยการอยู่เช่นนี้ พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับพวกพ้องและเพื่อนกัน เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับซูหยวน นักล่าที่มีประสบการณ์จึงรู้จักเด็กสาวคนนี้ไปด้วย
หลังจากนี้ พวกเขาคงจะไม่มองเด็กสาวตัวน้อยว่าเป็เพียงผู้ผ่านมาแล้วก็จากไปอีก แต่จะมองว่าเป็ส่วนหนึ่งของสมาชิกนักล่าในเขต A แทน
“สาวน้อย เมื่อวานไปพักมาใช่ไหม คนทำงานหนักก็ต้องพักร่างกายบ้างถูกต้องแล้ว ไม่อย่างนั้นจะเป็ปัญหาภายหลังได้” ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งสวมชุดป้องกันที่ค่อนข้างเก่า แต่ท่าทางที่มีความรู้ของเขาบ่งบอกว่าเป็ผู้คร่ำหวอดที่เขต A ไม่น้อย
อันซูหยวนมองหน้าที่มีรอยยิ้มของอีกฝ่าย เธอพยักหน้ารับและกล่าวตอบตามมารยาทเท่านั้น
“เมื่อวานมีธุระค่ะ” คำตอบสั้นๆที่สงวนคำพูดนี้ไม่ได้ทำให้คนอื่นไม่พอใจ เด็กสาวผู้นี้เป็เช่นนี้มาตลอดั้แ่มาที่เขต A แล้ว เดิมทีคิดว่าอีกฝ่ายเย่อหยิ่งและอวดดี แต่เมื่อเห็นเป็เช่นนี้ทุกวันเข้า ก็เริ่มคุ้นชินกับนิสัยของเ้าตัวไปแล้ว
“อ้อ แต่ก็อย่าลืมพักผ่อนบ้างก็แล้วกัน อายุยังน้อย ค่อยพัฒนาไปได้”
“ขอบคุณค่ะ” ซูหยวนยังสามารถตัดจบบทสนทนาได้เก่งเหมือนกับทุกครั้ง เธอแลกเครดิตกับลูกแก้วขอความช่วยเหลือจากนั้นก็เดินผ่านทุกคนที่กำลังเตรียมตัวเข้าไปในเขต A ตามลำพังท่ามกลางสายตาของคนมากมาย
หญิงสาวยังคงเลือกพื้นที่ล่าที่มีจุดสีแดงไม่มากนัก วันนี้เธอตั้งใจที่จะล่าสัตว์กลายพันธุ์ตัวอื่นๆ ให้มากขึ้น หรืออาจจะลองต่อสู้กับโคเขาแหลมกลายพันธุ์มากกว่าสองตัวขึ้นไป อย่างไรก็ตาม....เป้าหมายของซูหยวนต้องเปลี่ยนไปในวันนี้ เนื่องจากเธอมองเห็นจุดสีดำที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังของเธอ ท่าทางเชื่องช้าและมักจะหยุดเมื่อเธอหยุด มองเช่นนี้ก็รู้แล้วว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อเธอ
ซูหยวนไม่ได้คิดในแง่ดีนัก ทั้ง 4 คนไม่ใช่คนดีั้แ่ที่พบเจอกันครั้งแรก ยังขโมยแกนพลังงานที่เธอได้มาจากโคเขาแหลมไป 2 อันด้วย ดังนั้นแทนที่จะสนใจการล่าสัตว์กลายพันธุ์....ซูหยวนกลับสนใจการเคลื่อนไหวของพวกเขามากกว่า
ในครึ่งวันแรก หญิงสาวเคลื่อนไหวอยู่รอบๆพื้นที่ล่าใกล้เขตปลอดภัย เธอ้ารู้ว่าพวกเขาจะทำอะไรกันแน่ แต่เมื่อเห็นว่าพวกเขายังไม่เคลื่อนไหวอะไร เธอจึงค่อยๆเข้าไปในพื้นที่ที่ลึกขึ้น แต่แน่นอนว่าซูหยวนตรวจสอบเส้นทางหนีเอาไว้หมดแล้ว เธอรู้ว่าตนเองสามารถหนีไปที่ไหนแล้วจะปลอดภัย โดยที่พวกคนทั้ง 4 จะได้รับความเดือดร้อนไปด้วย
หากเป็สถานการณ์ที่ลำบาก ซูหยวนจะออกคำสั่งให้กับฟาร์มของเธอเพื่อเข้าไปจัดการฟาร์มแทน ที่นั่นเธอจะปลอดภัยจากการโจมตีทั้งหมด ถึงจะเป็การเปิดเผยเื่ที่เธอมีพลังแปลกๆ แต่ตราบเท่าที่พวกเขาไม่มีหลักฐาน ซูหยวนก็ยังสามารถทำเป็ไม่รู้เื่รู้ราวได้
ถ้าเธอไม่พูดไม่เปิดเผย การที่จู่ๆเธอหายตัวไป ใครจะบังคับให้เธอพูดเกี่ยวกับฟาร์มของตัวเองขึ้นมาได้กันล่ะ! ถ้ามันลำบากมากนัก เธอก็แค่ไม่ต้องออกจากฟาร์มอีกเลย ใช้ชีวิตอยู่ในนั้น มีอาการกินและใช้ไปตลอด นั่นไม่เรียกว่าเป็ชีวิตที่สุขสบายหรอกหรอ?
เป็อย่างที่ซูหยวนคิดจริงๆ เมื่อเธอเข้าไปในพื้นที่ล่าที่ลึกมากขึ้น ทั้ง 4 คนก็มีการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไปจากเดิม พวกเขาไม่ได้หยุดอยู่ด้านหลังเธอเหมือนเดิมอีก เปลี่ยนการเคลื่อนไหวเป็ 3 ทาง ให้ 2 คนแยกออกไปทางซ้ายและขวา ในขณะที่สองคนยังซ่อนอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน
หญิงสาวตรวจสอบแผนที่ เธอมองเห็นว่าสองคนที่แยกตัวออกไปนั้นวิ่งเข้าใส่จุดสีแดงในแผนที่ จากนั้นก็วิ่งหนีกันกลับมา ดวงตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อย พวกเขากำลังล่าพวกกลายพันธุ์มาที่เธอ! เจตนาของพวกเขาก็คือการทำร้ายเธอนั่นเอง!
เท้าเล็กๆของอันซูหยวนเคลื่อนไหวเร็วมากขึ้น เธอไม่ได้โง่ที่จะหยุดรอให้พวกเขามาโจมตี ทว่าเลือกที่จะพุ่งตัวออกไปข้างหน้า อันที่จริง....ทางซ้ายมีกลุ่มคน 3 คนอยู่ที่นั่น ซูหยวนสามารถไปขอความช่วยเหลือจากพวกเขาได้ แต่...จุดเล็กๆที่ตามสมาชิกของเด็กเลวมานี้ไม่ได้มีเพียง 2-3 จุดเท่านั้น แต่พวกมันถูกกระตุ้นเป็จำนวนมาก อีกทั้งยังมาที่นี่ทั้งสองฝั่งข้าง ซูหยวนไม่อาจลากศัตรูไปฆ่าพวกนักล่าที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ข้างนอกได้
มุมปากของเธอกระตุกอย่างแ่เบา ซูหยวนไม่รู้ว่าการที่เธอเข้ามาในโลกนี้แล้วต้องเก็บซากกลายพันธุ์ทุกวันนั้นเปลี่ยนแปลงความคิดของเธอไปั้แ่เมื่อไร ทว่า...ที่ผ่านมา มันทำให้เธอเคยชินกับชีวิตและความตายเสียแล้ว
ซูหยวนจัดการฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ไปจำนวนมาก ทั้งยังได้ยินข่าวเกี่ยวกับการจากไปของพวกนักล่าั้แ่นักล่าทั่วไปจนถึงนักล่ามืออาชีพผ่านข่าวคราวในสายรัดข้อมือ ชีวิตที่นี่ก็เท่านั้นเอง....ไม่มีอะไรแน่นอน แต่เธอเพียง้าลองดูมันให้ถึงที่สุดก่อนที่จะหนี
ในฐานะผู้มีจิติญญาเป็พนักงานดีเด่น เวลานี้ซูหยวนคิดว่าตนเองกำลังทำงานในฐานะนักล่า เธอ้าทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดและพัฒนาไปข้างหน้าอย่างมั่นคงปลอดภัยและมีแบบแผน พอตกเย็นก็กลับไปจัดการฟาร์มเหมือนกับชีวิตตอนที่ทำงานเป็พนักงาน ทุกอย่างในชีวิตก็เหมือนกับปกติ ต่างแค่งานที่เธอต้องทำก็เท่านั้น
เธอรู้สึกว่าเป็เช่นนี้ก็มีความสุขดี ดังนั้นซูหยวนจึงตั้งใจพัฒนาตนเอง ไม่ได้คิดว่าจะไปแข่งขันหรือขัดแย้งกับใคร
ถึงอย่างนั้น...กลับมีใครบางคนที่ไม่สามารถมองผ่านชีวิตของเธอได้ ชีวิตก่อนหน้านี้เป็เพราะเธอไม่ได้คิดว่าจะมีการลงมือทำร้ายถึงขั้นเอาชีวิตมาเล่นสนุก ดังนั้นจึงไม่ทันได้ระวังตัว แต่ในชีวิตนี้ไม่เหมือนกัน...
ั้แ่ที่ชีวิตของเธอและครอบครัวเป็เพียงชนชั้นขอทานของที่โลกนี้ จะมีอยู่หรือไม่มีก็ไม่สำคัญ ซูหยวนก็รู้แล้วว่าเธอจำเป็ต้องปกป้องตัวเอง ไม่อาจพึ่งพากฎหมายได้ และแน่นอน....ถ้าเธอไม่ทำอะไรสักอย่างเพื่อจบปัญหา “งาน” ของเธอก็จะไม่ราบรื่นเช่นนี้ตลอดไป
ตอนนี้ “อุปสรรค” ของงานเธอที่ต้องจัดการก็คือ “จุดสีดำ” ทั้งสี่นี้
ซูหยวนไม่ได้บอกว่าจะลงมือจัดการพวกเขาด้วยตนเอง ในเมื่อพวกเขาก็คือพนักงานผู้หนึ่งเหมือนกัน ดังนั้นพวกเขาก็ต้องยอมรับภาระงานที่้าโยนมาให้ตนเอง แต่ถูกตีกลับให้ได้!
คนตัวเล็กเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทั้งสองคนที่ซ่อนตัวอยู่ต้องรีบออกมาจากที่ซ่อน พวกเขารีบวิ่งตามซูหยวนไปเพื่อที่จะระบุตำแหน่งให้ทั้งสองคนที่ไปลากสัตว์อสูรมาตามเธอได้ทัน ไม่อย่างนั้นที่พวกเขาเฝ้ารอมาสองวันจะไม่เป็ประโยชน์ ทั้งยังอาจจะทำให้ตนเองเดือดร้อนด้วย
“บัดซบ! มันรู้หรอว่าพวกเรามาที่นี่น่ะ”
“นังผู้หญิงคนนั้นไม่น่าจะรู้นะครับลูกพี่ ไม่อย่างนั้นมันก็น่าจะใช้ลูกแก้วขอความช่วยเหลือไปแล้ว”
“แล้วมันวิ่งหนีไปทำไมวะถ้าไม่รู้ เร็วเข้า! ทิ้งสัญลักษณ์ให้สองคนนั้นตามมาให้ทัน เดี๋ยวถ้าโยนสัตว์กลายพันธุ์ให้นังเด็กนั่นไม่ได้ ฉันจะให้พวกแกจัดการสัตว์กลายพันธุ์พวกนั้นเอง”
“ครับลูกพี่ ผมกำลังทิ้งร่องรอยเอาไว้ครับ” ลูกน้องที่ติดตามมาด้วยกันเหงื่อตก ถ้าลูกพี่ทิ้งพวกเขาไว้กับสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมาก ก็เท่ากับการที่สั่งให้พวกเขาไปตายแล้ว
เด็กหนุ่มวิ่งไปด้วยแล้วก็เปิดแผนที่ระบุตำแหน่งใหม่ของตนเองไปด้วย หวังว่าทั้งสองคนจะเห็นแล้วรีบตามมา ส่วนเด็กผู้หญิงคนนั้น...ลูกพี่กำลังจะวิ่งไปขวางหน้าของมันอยู่ ถึงอย่างนั้น...มันก็วิ่งเร็วยิ่งกว่าพวกหนูขาวกลายพันธุ์เสียอีก!!
เมื่อพวกเขาเห็นการเคลื่อนไหวของอันซูหยวน เดิมทีคิดว่าเด็กผู้หญิงนั้นเป็พวกอ่อนแอไร้พลัง ทว่าด้วยความเร็วระดับนี้...พวกเขาก็ต้องเปลี่ยนความคิดแล้ว อย่างน้อยๆ...อีกฝ่ายก็ควรจะเป็ผู้ใช้พลังงานเหมือนกัน และอาจจะเป็ผู้ใช้พลังงานในด้านความเร็วด้วย
“หนูขาวกลายพันธุ์” ที่พวกเขาคิดถึงก่อนหน้านี้ มันเป็สัตว์กลายพันธุ์ที่อยู่ในเขต C เสียส่วนใหญ่ อาจารย์ที่สถาบันบอกว่าความเร็วของพวกมันสูงมาก หากต้องเผชิญหน้ากับพวกมันไม่ต้องคิดวิ่งหนีเลย เพราะอย่างไรก็ไม่สามารถหนีความเร็วนั้นได้ โอกาสที่พวกเขาจะรอดก็คือการต่อสู้กลับ
พวกมันมีความเร็วมากก็จริง ทว่าร่างกายอ่อนแอ ไม่ได้มีพลังป้องกันเหมือนกับสัตว์กลายพันธุ์ตนอื่นๆ ขอเพียงโจมตีได้ ชีวิตของพวกเขาก็จะปลอดภัย ถึงอย่างนั้น...การได้เจอหนูขาวกลายพันธุ์ก็คือฝันร้ายที่แท้จริง ดังนั้นสาเหตุที่ห้ามไม่ให้นักเรียนเข้าไปล่าในเขต C ก็เป็เพราะไม่้าให้นักเรียนได้เผชิญหน้ากับพวกหนูขาวกลายพันธุ์นี้
เพราะแบบนั้น เวลาที่เห็นใครเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว นักเรียนจะมอบฉายา “หนูขาวกลายพันธุ์” ให้กับพวกเขาไปด้วย ที่สถาบันก็มีอยู่ 2 คนที่ใช้ความเร็วในระดับนั้นได้ แต่เมื่อเทียบกับเด็กสาวคนนี้ที่อายุน้อยกว่า ทั้งยังไร้การศึกษา พวกเขากลับดูเหมือนกับแค่นักวิ่งธรรมดาๆไปเลย
คนเป็หัวหน้ากลุ่มที่ตั้งใจจะหยุดซูหยวนเอาไว้ให้ได้ เวลานี้รู้สึกว่าระยะห่างระหว่างพวกเขากำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงจะยังเห็นแผ่นหลังของอีกฝ่ายไกลๆ แต่ก็ไม่สามารถเข้าใกล้ได้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจลองเสี่ยงโชคดู
“นังคนชั้นต่ำ! หยุดเดี๋ยวนี้!” แผนการเดิมของพวกเขาก็คือการซ่อนตัวไม่ให้ใครเห็น ลงมือเล่นงานเงียบๆอยู่ด้านหลัง แล้วมองดูการตายของเด็กสาวที่อวดดีใส่พวกเขาด้วยความสุข
อย่างไรก็ตาม ถ้าปล่อยให้เด็กคนนั้นวิ่งต่อไปเช่นนี้ แผนการของพวกเขาก็คงจะพังหมด ดังนั้น...เขาจึงหยุดอีกฝ่ายเอาไว้ด้วยเสียงของเขาเอง
และซูหยวนก็หลงกลเสียด้วย
“?” หญิงสาวนิ่วหน้าในขณะที่เธอชะลอเท้าของตนเองลง
ไม่ใช่เพราะว่าซูหยวน้าสนทนากับเขา แต่เธอเพียงได้ยินว่าเสียงของเขาค่อนข้างอยู่ไกลก็เท่านั้น เดิมทีคิดว่าจะใช้ความเร็วเพื่อลากอีกฝ่ายไปยังจุดหมาย ทว่า...ดูเหมือนระยะห่างของเธอและพวกเขาจะมากเกินไป ถ้าเป็แบบนี้...เธออาจจะ “สั่งสอนอุปสรรค” ที่เข้ามาพัวพันในหน้าที่การงานของตนเองไม่ได้
ซูหยวนตัดสินใจชะลอฝีเท้า แต่เธอก็ยังคงลากเขาไปในตำแหน่งเป้าหมายเงียบๆโดยที่ทางนั้นไม่ได้รู้เลยว่าตนเองต่างหากที่กำลังตกอยู่ในหลุมพรางของเด็กสาวผู้นี้.....
……………………………………………