Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 118

    “พ่อว่าใจเย็นๆลงก่อนนะทั้งสองคน ลูกเองก็ยังเรียนอยู่เลยอย่าคิดไปไกลขนาดนั้น และอย่าได้เข้าใจผิดๆว่าพ่ออนุญาตให้ทั้งสองคนคบกันได้แล้วนะ เรื่องความรักมันต้องค่อยเรียนรู้กันไป ตอนนี้คบกันอยู่ในขอบเขตที่พ่อยังยอมรับได้อยู่ จะปล่อยๆไปก่อนก็แล้วกัน แต่ถ้ามีอะไรมากกว่านี้ล่ะก็ พ่อคงจะอยู่เฉยๆไม่ได้แล้ว ลูกเข้าใจแล้วนะ..” ทรงพลผู้เป็นพ่อกล่าวกับลูกสาวของตน ไม่ใช่ว่าเขาไม่ทราบรายละเอียดข้อมูลในตัวของผู้ชายคนนี้ เขาสามารถเลี้ยงดูลูกสาวของเขาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถปกป้องได้หากดูจากที่เจอกันเมื่อครั้งก่อน แต่มันก็เร็วเกินไป มันควรที่จะเรียนรู้กันให้มากกว่านี้ อย่างน้อยๆก็ควรเรียนจบปริญญาตรีพอให้ทำมาหากินกันได้ก่อน ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกครั้งมันก็ยังไม่สายเกินไป “..ก็ได้ค่ะ แค่ไม่จับหนูไปแต่งงานกับคนที่หนูไม่ได้เลือกก็พอแล้ว ที่เหลือคุณพ่อจะตัดสินใจยังไงก็สุดแล้วแต่เลยค่ะ..” พิมพ์กล่าวออกมาหลังจากคิดทบทวนดีๆแล้ว เธอเองก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรมากที่จะแต่งงาน เธอเข้าใจในจุดประสงค์ที่พ่อเธอพูดมาอย่างนั้น จึงตอบตกลงไปอย่างมีเงื่อนไข“..เหอะ ไอ้เด็กเหลือขอนี่มันมีอะไรดีอย่างนั้นเหรอ ถึงได้ให้ทางเดินมันขนาดนี้..” ผู้เป็นแม่ก็ได้แต่ถอนหายใจแบบงอนๆที่สามีของตนไม่ได้กีดกันผู้ชายบ้านนอกคนนี้เลย แถมยังเปิดทางให้เขาคนนั้นเดินเข้ามาสู่ครอบครัวของเธออีก คิดแล้วมันก็ยิ่งโมโห“คุณก็พอได้แล้วน่า ตอนนี้ครอบครัวเราก็ไม่ได้ขาดเหลืออะไร อะไรที่ทำให้ลูกมีความสุขมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือยังไง คุณจะไปบังคับให้ลูกอยู่กับคนที่ไม่ได้รัก มันก็ไม่ต่างอะไรกับตกนรกทั้งเป็นหรอกนะ.. ปล่อยให้ลูกเลือกคนของลูกไปเถอะ ถึงเขาจะมาเกาะแข้งเกาะขาเรากิน แต่มันจะใช้เงินของเราเท่าไรกันเชียว...” ทรงผลกล่าวกับภรรยาของตัวเองพร้อมกับให้เหตุผลไป ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ขาดทั้งเงิน และอำนาจ มันเป็นเรื่องยากมากที่ชายคนหนึ่งเข้ามาในครอบครัวเขาแล้วจะมาดูดเงินจากลูกสาวของเขาอย่างเดียว กว่าจะผ่านมาจนถึงจุดนี้ได้ เขาก็ไม่ได้โง่พอที่จะให้เงินใครจนหมดตัวหรอก  นทีที่นั่งฟังเองก็เข้าใจว่าเขาคนนี้กำลังพยายามจะสื่ออะไร ถึงจะยอมรับว่าชายคนนี้เป็นเสือที่กินยากคนหนึ่งแล้ว ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาภายในหัวเขาทันที ‘คนรวยนี่ดีจังเลยนะ ...นี่สินะที่เรียกว่าซื้อความสุขด้วยเงิน ..’ นทีคิด ส่วนผู้เป็นแม่ คุณหญิงศรีสมรก็ได้แต่สะบัดหน้าไม่พอใจ เหมือนกับว่ายังไงๆเธอก็ไม่ทางยอมรับชายคนนี้เด็ดขาด นทีที่อยากให้เรื่องราวอย่างนี้บรรยากาศอย่างนี้มันผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เขาจึงเอ่ยขึ้นมาขัดกับบรรยากาศที่ตึงเครียดนี้ “คุณหญิงครับ ผมก็ไม่ได้อยากแสดงความเห็นใดๆ แต่อย่างน้อยผมก็ควรที่จะมีโอกาสได้แนะนำตัวสักเล็กน้อย ผมชื่อนที ตอนนี้ก็กำลังศึกษาสาขา และชั้นปีเดียวกันกับลูกสาวของคุณหญิง ผมหาเงินจากการเทรดหุ้นกระแสรายวัน กินเงินเป็นไตรมาสบ้างบางส่วน ทองคำ สกุลเงิน และในพอร์ตก็สักเกือบๆร้อยล้านบาทแล้วเห็นจะได้.. แน่นอนว่าผมเองก็ไม่ได้มีทุนที่มากพอตั้งแต่แรก เงินทุกบาททุกสตางค์ผมเป็นคนหามาด้วยตัวของผมเอง ..นี่คือหลักฐานว่าผมมีเงิน และหุ้นตามจำนวนที่ผมกล่าวอ้างมา... คุณผู้หญิงสามารถนำเลขประจำตัวของผมที่ลงทะเบียนไว้กับตลาดหลักทรัพย์ไปเช็กดูอีกครั้งหนึ่งก็ได้ครับ..” นทีร่ายยาวออกมาให้กับแม่ของแฟนเขาฟัง ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาแสดงผลประกอบการทางออนไลน์ให้กับคุณหญิงศรีสมรได้ดู แน่นอนว่าเมื่อคุณหญิงเห็นก็ตกใจ เพราะข้อมูลนั้นมันบอกว่าชายคนนี้มีทรัพย์สินอยู่มากเท่าไรกัน  ศรีสมรขยี้ตาเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปทางสามีเธอ และเขาก็พยักหน้าตอบกลับมาว่ามันเป็นเรื่องจริงทำนองนั้น เธอเชื่อว่าสามีของเธอตรวจเช็กชายที่เข้าใกล้ลูกสาวเขาอย่างละเอียดแล้ว เมื่อได้รับคำยืนยัน เธอต้องหันกลับมามองที่นทีใหม่ก่อนจะไอออกมา  “..อื้ม.. ก็อีแค่เงินร้อยล้าน ลูกคุณหนูที่ไหนก็มีกันทั้งนั้น ก็ไม่ได้พิเศษอะไรมากกว่าคนอื่นหรอกนะ..” ศรีสมรกล่าว ที่เธอกล่าวมาอย่างนั้นก็เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียหน้าเฉยๆ ซึ่งนทีเองก็ทราบดีว่าเธอทำอย่างนั้นเพราะอะไร แต่ถ้าจะให้บรรยากาศมันดีขึ้นกว่านี้แล้วล่ะก็เขาจะต้องทำมากกว่านี้อีกหน่อย“ผมเข้าใจครับคุณหญิง.. จริงซิครับ ผมลืมไปเลย จริงๆผมมีของฝากมาให้กับท่านทั้งสองคนด้วยนะครับ ตอนแรกเข้ามาก็เกร็งเลยลืมไปครับ... นี่ครับ..” นทีหยิบกล่องอะไรบางอย่างออกมา เมื่อเขาคิดว่ายังไงครอบครัวนี้ก็เป็นครอบครัวของแฟนเขา ดังนั้นมันจึงไม่จำเป็นที่จะต้องห่วงอะไรให้มากมายนัก เขาจึงให้ยาที่รักษาได้ทุกโรคไป นอกจากนี้มันยังมีคุณสมบัติในการชะลอความชราภาพอีกด้วย เขาคิดว่ามันคงจะเป็นของขวัญที่วิเศษที่สุดที่เขามีแล้วในตอนนี้“..หือ อะไรกัน กล่องเล็กนิดเดียว แต่ก็ช่างเถอะ ฉันก็จะรับเอาไว้ก็แล้วกัน..” คุณหญิงหยิบรับมันไปอย่างสนใจ แต่เธอต้องเล่นตัวเล็กน้อย เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอก็แอบยอมรับในตัวของเขาแล้ว ทรงพลเองก็รับไว้อย่างงงๆ ก่อนจะกล่าวขอบใจไปตามมารยาท นทีที่เห็นอย่างนั้นก็พูดขึ้นต่อทันที“ที่ผมให้ไปนั้นเป็นของที่หายากมากๆ ตัวของผมเองยังมีมันเพียงแค่สิบชิ้นเท่านั้น มันเป็นยาที่ว่ากันว่าเป็นยาครอบจักรวาลเลยทีเดียว สามารถรักษาอาการบาดเจ็บหรือเจ็บไขได้ป่วยที่สะสมมานานนับปีให้หายขาดได้ในเวลาชั่วลมหายใจเดียว ยานี้ได้รับการพิสูจน์มาแล้วกับหลายคน และได้ผลกับทุกคนที่ลองมัน ผู้หญิงที่ได้ทานมันเข้าไปว่ากันว่าใบหน้าของเธอคนนั้นจะดูเด็กลงนับสิบๆปีเลยทีเดียว มูลค่าของมันไม่อาจหาสิ่งใดจะเปรียบเทียบได้ ผมให้กับท่านทั้งสองถือเป็นของขวัญเล็กน้อยๆที่เราได้พบกันครั้งแรกครับ..”นทีกล่าวถึงคุณสมบัติของยานั้นทันที และมันทำให้ทั้งสามคนรวมถึงพิมพ์เองก็ด้วยที่ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ทรงพลที่มีวุฒิ และความลุ่มหลงน้อยกว่าคนอื่นๆในครอบครัวก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นมาทันที ถ้ายาตัวนี้มีอยู่จริงๆบนโลกบนใบนี้ ทำไมแม้แต่สักครั้งเดียวเขาถึงไม่เคยที่จะได้ยินเรื่องราวของมันเลย เขาจึงกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย“ไม่ใช่ว่ามันเป็นยาปลอมหรอกหรือไง ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องอย่างนี้เลยสักครั้งเดียว ถ้ามันมีจริงๆผู้คนจะไม่แย่งกันซื้อไปหมดก่อนหรือไง..” ทรงพลจ้องมายังนทีด้วยความสงสัย เขาไม่เชื่อหรอกว่าชายคนนี้ต้องการที่จะหลอกครอบครัวของเขา แต่ถ้าชายคนนี้ถูกหลอกขายยามาอีกต่อหนึ่งมันก็อาจจะเป็นไปได้ แล้วยานี้จะอันตรายหรือเปล่าก็ไม่มีใครทราบได้ นทีได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาให้กับความฉลาด และขี้ระแวงของชายคนนี้ทันทีก่อนจะกล่าวขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจอีกครั้ง“มันเป็นของจริงแน่นอนครับ ไม่ต้องห่วงว่าผมจะถูกหลอกขายมา แต่มันเป็นที่รู้จักกันในวงการวงการหนึ่งแคบๆเท่านั้น ไม่แปลกที่ท่านสส.จะไม่สามารถรับรู้การมีอยู่ของมัน แน่นอนว่ามันไม่มีส่วนผสมของสารเสพติดแต่อย่างใด ..อื้ม.. ถ้าเป็นอย่างนั้น เพื่อความสบายใจ ผมจะลองทานให้ดูคนละครึ่งเม็ดกับท่านเป็นยังไงครับ ผมคิดว่าเพียงแค่ครึ่งเม็ดมันก็น่าจะเพียงพอทำให้อาการบาดเจ็บภายในของคุณหายไปในพริบตาเดียว..” นทีกล่าว ทรงพลที่ได้ยินอย่างนั้นก็เหวอเลยทีเดียว เรื่องอาการบาดเจ็บนั้นเขารู้ดีว่าเขาบาดเจ็บมันจริงๆ แต่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย แม้แต่ภรรยาของเขาเองก็ตาม“เธอรู้ได้อย่างไรว่าฉันบาดเจ็บ..” เขากล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย“นี่มันเรื่องอะไรกันคะคุณ คุณบาดเจ็บอย่างนั้นเหรอคะ ทำไมคุณไม่เคยบอกเรื่องนี้กับฉันเลยสักครั้งเดียว..” คุณหญิงกล่าวออกมาถามด้วยความเป็นห่วง เธอไม่เคยทราบเรื่องนี้เลย พิมพ์เองก็เป็นห่วงพ่อของเธอเช่นเดียวกัน จึงเข้าไปสอบถามเป็นการใหญ่