คุณชายมากรัก

    #46 แผนการขององค์หญิงใหญ่


            หลังจากที่ทุดคนแจกอาหารเสร็จเรียบร้อยได้แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ต่างๆ ภายในห้องส่วนตัวชั้นที่ 5 ของหอไชน่าทาวน์ มีเพียงสามคนที่อยู่ภายในห้องคือ องค์หญิงใหญ่ ผู้ติดตามของนางและหลิวจ้าน ทุกคนกำลังร่วมกันกินหม้อไฟ องค์หญิงคิดถึงรสชาติของหม้อไฟเป็นอย่างมาก ในตอนแรกนางคิดที่จะถามสูตรจากหลิวจ้านเพื่อที่จะไปทำกินในวังหลวง แต่ก็เก็บความคิดนั้นเอาไว้ เพราะนางคิดว่า บางครั้งการได้มากินหม้อไฟที่นี่อาจจะอร่อยกว่าการกินที่วังหลวงก็ได้ หลังจากที่ทุกคนกินเสร็จเรียบร้อย องค์หญิงเริ่มที่จะเปิดประเด็นก่อน


            “ท่านถึงกับไปแย่งนางคณิกาอันดับ1 ของหอเดียวดายของข้าที่เมืองหลวง ท่านช่างกล้ายิ่งนัก”


            “พี่สาว ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย นางมาเอง ข้าเปล่านะ”


            “แล้วไปเถอะ เจ้าเคยพบนางบ้างหรือยัง นางเป็นยังไง สวยหรือไม่”


            “ไอ้ย่า พี่สาวนี่ท่านพูดสิ่งใดออกมา ข้ามีภรรยาแล้วและข้ายังรักภรรยาข้ามากข้าจะกล้าไปมองหญิงอื่นได้ยังไงละท่านก็รู้นิสัยของข้าดี”


            “นี่เจ้า ช่างกล้าพูดนะ คราวที่แล้วเจ้ายังต้องการให้ข้ามาเป็นเมียเจ้าอีกคน เจ้านี้มันจริงๆ”


            “นี่พี่สาวท่านก็รู้ว่าข้าแค่พูดเล่นๆ ท่านอย่าคิดเป็นจริงเป็นจังไปได้ใครจะกล้าแต่งกับพี่สาวละ ท่านเป็นถึงองค์หญิงและข้าเป็นเพียงคนธรรมดา”


            “ที่เจ้าพูดมาก็เป็นความจริง แต่เพียงแค่ข้าเอ่ยปากกับเสด็จพ่อของข้า เจ้าก็สามารถแต่งกับข้าได้เจ้าก็จะได้เป็นราชบุตรเขย เจ้าอยากจะลองหรือไม่”


            “ถ้าพี่สาวไม่รังเกียจข้าผู้น้อยข้าก็ยินดีจะแต่งกับท่าน”หลิวจ้านทั้งพูดและหัวเราะออกมา


            “เจ้ายังไม่รู้ธรรมเนียมการเป็นราชบุตรเขยต้องปฎิบัติตัวยังไง เจ้าก็ยอมแต่งกับข้าง่ายๆเลยรึ”


            ได้ฟังที่องค์หญิงพูดหลิวจ้านได้ลองนึกคิดถึงหนังที่เขาเคยดูในยุคปัจจุบัน หากใครได้เป็นราชบุตรเขยจะต้องมีเพียงองค์หญิงคนเดียว แย่แล้ว ข้าหลงกลนางแล้ว


            “พี่สาวข้าก็แค่พูดหยอกล้อท่านท่านอย่าคิดจริงจังให้มากนัก”


            “ข้าไม่ได้พูดเล่นกับเจ้านะ ข้ามาคิดดูแล้วการได้ท่านเป็นราชบุตรเขยก้ไม่ได้เสียหายอีกทั้งท่านยังฉลาด และเก่งกาจ หากว่าข้าได้ท่านเป็นสามีจะช่วยให้งานของข้าสำเร็จไปด้วยดีก็ได้ แต่ว่าท่านอาจจะต้องระวังตัวเอาไว้บ้างเพราะภายในวังหลวงอันตรายรอบด้าน ข้าคงไม่สามารถปกป้องท่านได้ตลอด”


            หลิวจ้านไม่รู้ว่านางจริงจังหรือพูดเล่นๆแต่ถ้านางทำจริงขึ้นมาคนที่จะซวยคือตัวเขาต้องรีบหาทางแก้ไข


            “ท่านต้องการอะไรท่านพูดมาข้าจะทำให้ท่าน แต่ท่านอย่านำข้าไปเป็นราชบุตรเขยก็พอ”


            องค์หญิงเห็นเขาพูดแบบนี้ถึงกับยิ้มออกมา การที่นางจะได้เอาคืนเขาและทำให้เขากลัวช่างยากเย็นเสียจริง


            “เอาเป็นว่าข้ามีคำขอเพียงเล็กน้อยจะพูดกับท่านหากว่าท่านรับปากข้าก็จะลืมเรื่องแต่งงานของพวกเราทั้งสองคน”


            “ได้ข้าล้วนรับปากท่านทุกเรื่อง”


            “ตั้งใจฟังสิ่งที่ข้าจะพูดให้ดี ข้าอยากให้ท่านพิชิตใจของมู่หว่านชิงและนำนางมาเป็นเมียท่านให้ได้ นี้ไม่ใช่คำขอแต่เป็นคำสั่ง”


            หลิวจ้านได้ยินสิ่งที่นางกล่าวออกมาเขาก็โลงอกทันที


            “พี่สาวท่านก็รู้ว่าข้ารักภรรยาของข้าเรื่องแบบนี้มันคงจะไม่ง่าย แต่ก็เอาเถอะข้าจะยอมฝืนใจทำตามที่ท่านบอกก็แล้วกัน แต่การที่ข้าจะได้พบนางมันช่างยากเย็นยิ่งนัก”


            “นี่คือเรื่องของเจ้าไม่เกี่ยวกับข้า”


            “พี่สาวข้าไม่รู้หรอกนะว่าทำไมท่านถึงอยากจะให้ข้าเอานางมาเป็นเมียของข้า แต่หากว่าท่านอยากจะให้ข้าพิชิตนางโดยเร็วท่านก็ต้องช่วยเหลือข้าเล็กน้อย”


            “เจ้าจะให้ข้าช่วยยังไง”


            “ท่านก็รู้ว่าตอนนี้แม่นางมู่ได้จัดงานชุมนุมบทกวีขึ้นมา”


            “เรื่องนี้ข้าพอได้ยินมาบ้าง แต่ข้าคงไม่สามารถช่วยเจ้าแต่งบทกวีพิชิตใจนางได้”


            “เรื่องนั้นเดียวข้าจัดการเอง ข้าเคยได้ยินมาว่า หากว่าบทกวีของใครสามารถเอาชนะหรือว่าแต่งได้ดีกว่าบทกวีที่เป็นอันดับที่หนึ่งในครั้งที่ผ่านมาจะได้รับรางวัลพระราชทานจากฝ่าบาท”


            “เรื่องนี้เป็นจริงอย่างที่เจ้าพูด แล้วเจ้าต้องการอะไร”


            “พี่สาวที่ฉลาดในตอนแรกๆตอนนี้หายไปไหน ท่านก็ขอให้ฝ่าบาทพระราชทานนางให้เป็นเมียของข้าก็สิ้นเรื่อง นางจะต้องยอมรับแน่นอน นางคงไม่กล้าที่จะขัดราชโองการจากฝ่าบาท”


            องค์หญิงได้ยินสิ่งที่หลิวจ้านพูดนางก็นึกขึ้นมาได้ เรื่องง่ายๆทำไมนางถึงคิดไม่ได้


            “เจ้านี้ช่างฉลาดเสียจริง เอาเป็นว่าข้ารับปากเจ้า แต่เรื่องอื่นๆเจ้าต้องพยายามด้วยตัวเองข้าช่วยเจ้าไม่ได้”


            “ขอบคุณพี่สาวที่ชมว่าข้าฉลาดและช่วยส่งเสริมให้ข้าได้แต่งกับแม่นางมู่ ถึงแม้ว่าข้าจะไม่อยากแต่งก็ตาม พี่สาวข้ายังมีเรื่องอยากจะได้ท่านช่วยเหลืออีกหนึ่งเรื่อง”


            “การค้ายอมมีสิ่งแลกเปลี่ยนและจะต้องสมน้ำสมเนื้อ ข้าจะไม่ช่วยเจ้าฟรีๆ”


            หลิวจ้านได้ยินสิ่งที่นางพูดเขาก็เข้าใจ และพยายามนึกว่าจะให้อะไรเป็นของเเรกเปลี่ยนกับนาง


            “ข้ากำลังจะสร้างหออีกหนึ่งหอที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่นี่ และข้าจะย้ายหม้อไฟไปไว้ที่นั้น จะมีเมนูใหม่มาเพิ่มอีก สองสามอย่าง ท่านสามารถร่วมลงทุนกับข้าได้ กำไรเราจะแบ่งกันคนละครึ่ง”


            องค์หญิงได้ยินแบบนั้นก็ถือว่านางได้กำไรมาก


            “ได้ถือว่าข้าพอยอมรับได้ แล้วเจ้าต้องการรจะให้ข้าช่วยอะไร”


            “ข้าอยากจะสร้างที่ต่อเรือขึ้นมา ข้าอยากจะให้พี่สาวขอหนังสืออนุญาติจากท่างการให้ข้า”


            “ได้ไม่มีปัญหา”

            

            ที่องค์หญิงรับปากหลิวจ้านไปง่ายๆเพราะว่านางเคยได้ฟังเรื่องของอีกฝั่งของทะเล และการที่หลิวจ้านอยากจะต่อเรือคงจะคิดรับมือกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า นางคิดว่าเขายังคงห่วงบ้านเมือง แต่ใครจะรู้ความคิดของหลิวจ้านที่เขาคิดจะต่อเรือก็เพื่อท่องเทียวกับสาวงามแค่นั้นส่วนเรื่องบ้านเมืองเขาจะสนใจทำไม


            “พี่สาววันนี้ท่านคิดว่าการแจกท่านเป็นยังไงบ้าง”


            “ถือว่าเจ้าทำได้ดี”


            “พี่สาวอยากจะร่วมกับข้าแจกท่านแบบนี้ทุกเดือนหรือไม่ นี้ขนาดครั้งแรกคนยังมาเยอะแบบนี้ครั้งต่อไปข้าเชื่อว่าจะมาเยอะกว่านี้อีก ในครั้งต่อไปข้าจะประกาสว่าท่านคือคนที่คิดริเริ่มแจกทาน ชาวบ้านก็จะขอบคุณและเคารพท่านมากยิ่งขึ้น หากในภายภาคหน้าท่านจะทำอะไร มีประชาชนอยู่ข้างท่านท่านจะทำอะไรก็ง่าย”


            “ได้ข้าจะช่วยออกเงินและจะมาด้วยตัวเอง”


            นางตอบโดยไม่ต้องคิดเหมือนที่หลิวจ้านพูดมีประชาชนอยู่ข้างนางจะทำอะไรก็ง่ายดาย

    คล้ายกับเรื่องคุณชายมากรัก ที่คุณอ่าน