ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่45 กลุ่มที่แข็งแกร่ง!


            “ที่นี่มันที่ใดกันถึงได้มีกลิ่นไอสัตว์อสูรเยอะถึงเพียงนี้”ซ่งจิ่นติ้งพอมาถึงก็เกิดอาการมึนงงชั่วขณะสิ่งที่รับรู้ได้คือกลิ่นไอสัตว์อสูรที่เข้มข้นที่สำคัญคือที่พวกมันอยู่ตอนนี้คล้ายว่าจะไม่ใช่ที่สมควรอยู่ที่สมควรอยู่คือเขตสัตว์อสูรระดับสองแต่นี่มันเขตอสูรระดับสี่! ซึ่งมากกว่าที่กำหนดเสียอีก!

     

              ในคราแรกหนิงเฟยหลงกะที่จะอำพรางฝีมือแต่หากว่าอำพรางฝีมือคงได้ตายกันหมดนี้แน่อย่างน้อยก็สมควรแกล้งทะลวงขอบเขตเข้าสู่เขตแดนพลังเพื่อไม่ให้ซ่งจิ่นติ้งและสหายที่ร่วมเดินทางอีกคนมาด้วยเกิดความสงสัย

     

              สำหรับสหายใหม่ที่ร่วมเดินทางมาด้วยนั้นได้เสนอตัวเองเข้าร่วมกลุ่มเอง มันมีนามว่า ‘จูเหยียน’ เป็นหลานชายของเสนาบดีกลาโหม‘จูจวง’บิดาของมันตายในสนามรบไปเมื่อครั้งออกศึกป้องกันต่างทวีปรุกรานเมื่อห้าปีก่อนตอนนี้ได้รับการอบรมโดยตรงจากปู่ของมันโดยครั้งนี้ปู่ของมันได้กำชับให้เป็นพันธมิตรกับตระกูลหนิงเข้าไว้มันจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะเข้าร่วมกลุ่มนี้

     

              “เจ้าจะพาพวกเราไปไหนหรือ?”จูเหยียนเอ่ยถาม

     

              หนิงเฟยหลงหันมองไปทางขวาสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนตัวของสัตว์อสูรจากการตรวจสอบด้วยลมปราณ สัตว์ที่มาในครั้งนี้ไม่ได้เคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วแต่ดูมีความแข็งแกร่งมาก!อาจกล่าวได้ว่าพลังที่ตรวจสอบได้ใกล้เคียงกับเจ้ากระทิงโลหิต! เพียงแต่ยังห่างกันอยู่มากด้วยระดับของมันทั้งสองไม่เท่ากัน

     

              “ทางขวานั้นอันตรายเราคงต้องไปทางซ้ายกัน ต้องรีบการบ่มเพาะพลังแล้วระหว่างนี้พวกเจ้าก็พยายามฝึกฝนกันไปด้วยเพื่อที่จะสามารถรับมือกับสัตว์อสูรระดับสูงได้บ้าง”

     

              ทั้งสามพยักหน้าแล้วเดินตามหนิงเฟยหลงไปพวกมันไม่ได้สนใจเรื่องที่หนิงเฟยหลงรับรู้ได้ถึงสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งทางขวาพวกมันเชื่อมั่นว่าหนิงเฟยหลงนั้นมีความสามารถมากกว่าที่เห็นการรับรู้นั้นก็คงไม่ธรรมดา

     

              ..........

     

              “ที่นี่มัน....ที่บ้าอะไรกันเนี่ย! ทำไมสัตว์อสูรเยอะแยะไปหมดแล้วข้าจะผ่านด่านนี้ได้อย่างไรกัน!”ชายหนุ่มท่าทางสำอางผู้หนึ่งร้องโวยวายขึ้นมาหลังจากวิ่งหนีสัตว์อสูรระดับสองมาหมาดๆ

     

              “นายน้อยท่านเป็นอะไรหรือไม่”ผู้ร่วมทีมของมันเอ่ยถาม

     

              ชายหนุ่มเจ้าสำอางผู้นี้ยังคงหอบหายใจอยู่ไม่ได้ตอบไปเพียงโบกมือส่งสัญญาณว่าไม่เป็นไรก็เท่านั้น

     

              ในกลุ่มของชายสำอางนี้เป็นชายทั้งหมดมีชายสำอางและผู้ติดตามหนึ่งคน และคุณชายท่านหนึ่งกับผู้ติดตามอีกท่านหนึ่ง

     

              “น้องเหรินท่านอย่าเอะอะไปเดี๋ยวสัตว์อสูรพวกนั้นจะตามมา พวกเราคงต้องพักฟื้นสักหน่อย”คุณชายที่ร่วมกลุ่มด้วยกล่าวขึ้นพลางนำพัดประจำตัวขึ้นมาพัดวีตนเองลักษณะของคุณชายท่านนี้นั้นค่อนข้างจะคล้ายคลึงกับคุณชายเจ้าสำอางแต่ที่แตกต่างคือมันนั้นมีความสุขุมมากกว่า การลงมือก็โหดเหี้ยมกว่าและสวมอาภรณ์สีม่วงเป็นนิจที่สำคัญคือดูลึกลับมากกว่าคุณชายเจ้าสำอางเป็นไหนๆ

     

     

              ชายหนุ่มเจ้าสำอางหันมาพยักหน้าให้แล้วจึงว่า“พี่หนิงข้าจะระวัง ว่าแต่ภารกิจนี้ค่อนข้างยาก ท่านมีแผนการใดบ้าง?”ระหว่างที่กล่าวแววตาของมันก็เกิดความวิตก สีหน้าเริ่มเคร่งเครียดขึ้น

     

              “การต่อสู้กับสัตว์อสูรนั้นยากลำบากไม่น้อยเช่นนั้นพวกเราก็แย่งชิงเอาเสียจากผู้เข้าร่วมการทดสอบเสีย!” ชายหนุ่มอาภรณ์ม่วงแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย

     

              “แต่ว่านั่นคงยังไม่พอกระมังพวกมันก็คงลำบากไม่น้อยเช่นกัน หากเป็นเช่นนี้คงได้รับแก่นอสูรมาน้อยไม่เพียงพอพวกเราคงต้องหาวิธีอื่นด้วย” คุณชายตระกูลเหรินออกความคิดเห็นถึงแม้สีหน้ายังคงเคร่งเครียดอยู่ แต่ก็ได้คลายความเคร่งเครียดลงบางส่วนแล้ว

     

              คุณชายแซ่หนิงไม่ได้มีสีหน้าที่กังวลเฉกเช่นเดียวกับคุณชายแซ่เหรินมันโบกพัดไปมาอย่างสบายอารมณ์ พร้อมเอ่ย “ท่านอย่าได้กังวลไปทางสำนักได้กำหนดเวลามาเสียเมื่อไหร่ มีเวลาเหลือเฟือเช่นนี้ไยต้องกังวลทั้งกลุ่มของพวกเราก็นับว่าแข็งแกร่งหามีกลุ่มใดเทียบเคียงได้ ไยต้องกังวลอีกแต่หากท่านกังวลนักงั้นเราก็ลงแรงฆ่าสัตว์อสูรระดับสองสักหนึ่งตัวเป็นอย่างไร?”

     

              เมื่อคุณชายหนิงกล่าวจบคุณชายสำอางผู้นั้นก็รู้สึกสบายอารมณ์ขึ้น ความกังวลหายไปสิ้นทั้งคู่เผยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายอย่างไม่ได้นัดหมาย

     

              คุณชายเหรินพึ่งนึกออกว่ากลุ่มของตนนั้นแข็งแกร่งที่สุดในบรรดากลุ่มต่างๆแล้วหากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้พวกมันถูกส่งไปยังกลางฝูงหมาป่าสีเทา ที่มีมากกว่าสิบตัวคงไม่วิ่งแจ้นออกมาเช่นนี้หากอยู่เพียงสองสามตัวคงจะเสร็จพวกมันไปแล้ว “นั่นสินะ ข้านี่กังวลเกินจริงๆท่านนี่ช่างชาญฉลาดเสียจริงอีกไม่นานท่านก็สมควรได้เป็นคุณชายอันดับหนึ่งของตระกูลหนิงแล้วกระมัง” คุณชายเหรินอดไม่ได้ที่จะกล่าวเยินยอ

     

              คุณชายหนิงได้ฟังก็รู้สึกยินดีใบหน้าปรากฏรอยยิ้มไม่ขาด จากคำพูดที่เยินยอของสหาย “ฮ่าฮ่า มิอาจรับๆคำว่าชาญฉลาดนี่ข้าจะขอรับไว้ แต่ตำแหน่งคุณชายอันดับหนึ่งของตระกูลนี่สิ ยังคงต้องพึ่งการสนับสนุนของตระกูลเหรินท่านแล้ว”ถึงแม้มันจะฮึกเหิมขึ้นแต่ก็ไม่ลืมที่จะเก็บอาการ และทำตามมารยาท

     

              “ท่านอย่าได้ถ่อมตัวเลยพรสวรรค์เช่นท่านมีหรือจะขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ไม่ได้อย่างไรข้าเองก็จะสนับสนุนท่านเต็มที่” และตามระเบียบคุณชายเหรินยังไม่ลืมที่จะสร้างพันธมิตรไว้ให้ตนเอง

     

              ในขณะนี้ถ้ามองแค่ขั้นพลังที่เห็นได้ในปัจจุบันกลุ่มของคุณชายหนิงและคุณชายเหรินนั้นแข็งแกร่งที่สุด มีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสิบสองคนขั้นเก้าสองคน นับเป็นที่น่าเกรงขามที่สุด จึงไม่แปลกที่พวกมันจะพกความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมมา

     

            รองลงมาเป็นกลุ่มของชายอาภรณ์ฟ้าที่ถล่มผู้ฝึกยุทธ์รุ่นเยาว์ของตระกูลถูเสียยับเยินกลุ่มนี้มีขั้นสิบหนึ่งคน ขั้นเก้าสองคน ขั้นแปดหนึ่งคน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ดูลึกลับที่สุดแต่ละคนนั้นมีฝีมือไม่ธรรมดา อันดับสามคือกลุ่มของหนิงเฟยหลง มีขั้นสิบหนึ่งคนขั้นแปดสามคน และอีกสองกลุ่มสุดท้ายนั้นขั้นพลังเท่าเทียมกันหมดมีเพียงขั้นแปดเท่านั้น

             

            ..........

             

            หลังเวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามกลุ่มของหนิงเฟยหลงก็ได้ออกจากพื้นที่สัตว์อสูรระดับสี่เข้าสู่เขตสัตว์อสูรระดับสามแล้วมันไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อยในการนำทางปลดปล่อยสัมผัสไปตลอดทางจนพ้นเขตระดับสี่มาได้ แต่กว่าจะออกมาได้ก็ยากเย็นนักสัตว์อสูรในครานี้มีมากกว่าที่มันเจอในคราที่บิดามันมาเสียอีก และขอบเขตพื้นที่ก็เล็กกว่ามากทำให้ออกจากพื้นที่ได้เร็วกว่าที่คาดคิด

             

              พอเข้ามาถึงสัมผัสรับรู้ของหนิงเฟยหลงก็จับได้ถึงสัตว์อสูรระดับสามหนึ่งตัวที่กำลังนอนหลับอยู่

     

              “คงถึงเวลาที่พวกเราจะต้องลงมือกันแล้วด้านหน้ามีสัตว์อสูรระดับสามหนึ่งตัวนอนอยู่ พวกเจ้าคิดว่ายังไงบ้าง” ถึงแม้ทุกคนจะยกให้หนิงเฟยหลงเป็นหัวหน้ากลุ่มแต่มันก็ไม่ได้ถืออำนาจเป็นใหญ่แต่ผู้เดียวยังคงรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น

     

              “ข้าเห็นด้วย!”

     

              “ข้าเองก็เห็นด้วย!”

     

              “ส่วนข้านั้นแล้วแต่ท่านพี่”

     

              ทั้งสามคนในกลุ่มต่างเห็นด้วยกับการลงมือโจมตีสัตว์อสูรในครานี้หนิงเฟยหลงไม่รอช้ารีบนำกลุ่มไปใกล้สถานที่นั้นเว้นระยะห่างไว้หนึ่งลี้เพราะเกรงว่าสัตว์อสูรตัวนี้จะมีสัมผัสที่ว่องไวการลอบโจมตีในครั้งนี้จะไม่เป็นผลสำเร็จพวกมันจำเป็นต้องเผด็จศึกอย่างรวดเร็วมากกว่าการต่อสู้อย่างยืดเยื้อ

     

              หนิงเฟยหลงวางแผนการลงมือเสร็จสรรพก็เริ่มปฏิบัติการลอบจู่โจม!ชายหนุ่มไม่ได้ชักกระบี่ออกแต่อย่างใดกลับนำกระบี่เข้าไปไว้ในแหวนมิติ ก็ได้สร้างความแปลกใจไม่น้อยให้กับคนในกลุ่มแล้วมันก็ใช้ร่างลมหวนเคลื่อนที่ไปทางสัตว์อสูรอย่างรวดเร็วดุจดั่งสายลม!

     

              เมื่อมาใกล้ก็กระโจนขึ้นฟ้าปล่อยหมัดออกจู่โจม! คลื่นพลังหยวนขนาดขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเกิดความแปรปรวนของอากาศพลันถูกฉีกขาด! และควบแน่นพลังหยวนถูกบีบอัดเข้าเป็นรูปหมัดอย่างสมบูรณ์แผ่กลิ่นไอแห่งความร้อนและความหนักแน่นของหมัดนี้!จนสัตว์อสูรที่นอนอยู่รู้สึกว่าตัวของมันเองหนักอึ้งถึงขนาดไม่สารถจะลุกขึ้นมาได้!

     

              แววตาของสัตว์อสูรฉายแววตื่นตระหนก!  กลุ่มของหนิงเฟยหลงที่อยู่ห่างออกไปนั้นก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้แต่พลังกดดันนี้ก็แผ่ไปถึง! “นี่มันคลื่นพลังอะไร ถึงได้ทรงพลังเช่นนี้หัวหน้าเข้าสู่ขอบเขตพลังแล้วหรือ!!” จูเหยียบกล่าวขึ้นพร้อมมองไปที่ชายหนุ่มที่ออกหมัดด้วยสายตาที่เหลือเชื่อ!

     

            “และหากว่านี่เป็นความจริงละก็นะกลุ่มของพวกเราตอนนี้ก็นับว่าแข็งแกร่งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย!” ซ่งจิ่นติ้งกล่าวเสริมแววตาของมันนอกจากจะมีความไม่อยากจะเชื่อแล้วยังมีความฮึกเหิมขึ้นมาอีกหนิงเฟยหลงได้จุดประกายไฟให้กับทั้งสามคนในกลุ่มแล้วดวงตาของพวกมันปรากฏประกายไฟแห่งความมุ่งมั่น!พวกมันอยากที่จะแข็งแกร่งเช่นเดียวกับหัวหน้า!พวกมันเข้าใจแล้วว่าที่แท้จริงสิ่งที่น่ากลัวของหนิงเฟยหลงไม่ใช่วิชากระบี่ แต่เป็นวิชาหมัดที่ทรงพลัง!!!

             

            “หมัดพิฆาต!!”

             

            หนิงเฟยหลงคำราม ‘หมัดพิฆาต!’ ออกมาด้วยเสียงดังลั่น! พร้อมปล่อยหมัดออกไป คล้ายว่าจะทุ่มเทพลังสุดตัวหมัดนั้นเคลื่อนที่ด้วยความรวดเร็วแหวกผ่านอากาศเสียงดังระคายหูไหนเลยที่สัตว์อสูรระดับสามจะนอนรอความตายง่ายๆ มันฝืนระเบิดพลังออกมาอย่างเต็มกำลังพยายามทะลวงขีดจำกัดของตนด้วยสัญชาตญาณเมื่อมีคนคิดจะสังหารมัน มันก็สมควรต้องดิ้นรนให้สุดชีวิต!

             

            โฮก!!

             

            สัตว์อสูรแผดเสียงดังก้องไปทั่วสี่ทิศทำให้ในป่าเกิดการเคลื่อนตัวของสัตว์อสูรเข้ามายังสถานที่นี้

             

            “แย่ล่ะเจ้าสัตว์อสูรนี่ แม้มันจะตาย แต่ก็จะไม่ยอมปล่อยข้าอย่างนั้นหรือ! บัดซบสิ้นดี!”หนิงเฟยหลงแผดเสียงขึ้นด้วยความโกรธ เดิมตีตั้งใจจะแค่โจมตีให้มันใกล้หมดสภาพแล้วให้ทุกคนในกลุ่มช่วยกันสังหารแต่ด้วยความดื้อรั้นของสัตว์อสูรตนนี้ คงไม่อาจให้มันได้อยู่ต่อได้แม้เพียงชั่วครู่แล้ว!

             

            หนิงเฟยหลงปะทุพลังหมัด ทำทีอ้าแขนกว้างเหวี่ยงแขนสุดแรง! หมัดหยวนพุ่งตกลงพื้นร่วงหล่นเข้าใส่สัตว์อสูรตนนี้อย่างรุนแรงคล้ายกับอุกกาบาตที่พุ่งเข้าใส่!

             

            ตู้ม!!!!

             

            เสียงดังสนั่น! ผืนป่าสั่นสะเทือน! “.....ไหนว่าจะให้พวกข้าร่วมโจมตีไง?ไหงเป็นงี้ไปได้...เก็บเรียบคนเดียวเลย”เป็นอีกครั้งที่หนิงเฟยหลงทำให้ผู้อื่นอยู่ในอาการอึ้งทึ้งไปเลยซ่งจิ่นติ้งยังอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา พร้อมกับยิ้มแห้งๆออกมา

             

            แต่มีอยู่ผู้หนึ่งที่แม้จะมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่กลับไม่ได้รู้สึกผู้อื่นกลับรู้สึกสะอิดสะเอียนจากสภาพสัตว์อสูรที่เละเทะจนไม่น่าดูชิ้นส่วนร่างกายถูกบี้เละไปหมดมันนั่งชันเข่าอาเจียนอยู่ใต้ต้นไม้ข้างๆที่ซ่งจิ่นติ้งยืนอยู่คนผู้นั้นไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากจูเหยียนคุณชายจูนั่นเอง!

             

            ไม่ทันที่พวกมันจะหายตกตะลึงและหนิงเฟยหลงก็ดูท่าจะยังไม่หายเหนื่อยสีหน้ายังคงซีดขาวจากการใช้พลังไปมากสัตว์อสูรระดับสามจำนวนห้าตัวก็ได้ปรากฏกายห้อมล้อมกลุ่มของชายหนุ่มไว้หนิงเฟยหลงคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว แต่ไม่คาดคิดว่ามันจะมาไวเพียงนี้

             

            หากสัตว์อสูรระดับมาเพียงหนึ่งถึงสองตัวมันที่พึ่งทะลวงขอบเขตมาอยู่ระดับกำเนิดพลังขั้นหนึ่ง(หนิงเฟยหลงแสร้งทะลวงระดับขึ้นมาอันที่จริงมันอยู่ระดับนี้นานแล้ว) คงจะต้านทานได้แต่นี่มันมีสัตว์อสูรมากเกินไปยากจะต้านทาน หนิงเฟยหลงเผยสีหน้าวิตกกังวลออกมาแววตาเคร่งเครียด “หรือว่าข้าควรจะเปิดเผยระดับพลังที่แท้จริงเพื่อต่อกรกับสัตว์อสูรพวกนี้กัน” หนิงเฟยหลงครุ่นคิดอย่างหนักหากมันเปิดเผยระดับที่แท้จริงเช่นนั้นก็จะยิ่งอันตราย!

             

             

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810