สาบคน

    บทที่ 30 ไฟฟ้า

          บทที่ 30 ไฟฟ้า

            อาวุธปืนทั้งสั้นและยาว ถูกแจกจ่ายให้ชาวบ้านทั้ง 32 คนอย่างทั่วถึง เหล่าแกนนำได้รับความเลื่อมใสศรัทธามากขึ้น ชาวบ้านพวกนี้ต่างมองว่าแกนนำยอมเสียสละ มอบ M16  ให้ตกมาอยู่ในมือชาวบ้านเกือบทั้งหมด เพราะในสายตาของพวกเขา ปืน M16 มีชื่อเสียงฟังคุ้นหู เป็นที่นิยมแพร่หลายมากกว่าปืน HK 33 หรือที่เขาเรียกกันสั้นๆ ว่าเอชเค บ้างก็เรียกเฮชเค

            หลายคนได้รับอาวุธต่อสู้ระยะประชิดชิ้นใหม่ มีดทำครัว มีดผ่าฟืน ถูกปลดระวางเป็นจำนวนมากเนื่องจากถูกทดแทนด้วยของใหม่ที่คุณภาพดีกว่า 

            นุชรับหอกประดิษฐ์ที่ปลายเป็นใบมีดพกของหนึ่งไปแทนท่อเหล็กปลายแหลมของเธอ

            ทุกคนได้รับรางวัลจากความสำเร็จครั้งนี้อย่างถ้วนหน้า เพียงแต่รางวัลของเจ้าเหนือ พังไปเสียแล้ว


            แสงสลัวยามเช้าส่องผ่านละอองหมอกของโลกสีเทาอันหนาวเหน็บเข้ามายังลานหน้าบ้านใต้ต้นมะขามใบโกร๋นของออด 

            “หมาที่ไหนมาเยี่ยวแถวนี้วะ!” ออดคำรามลั่น จมูกของเขาดีกว่าคนทั่วไป มันถูกรบกวนด้วยกลิ่นฉี่ บริเวณโคนต้นมะขามหน้าบ้านเขา ก่อนถึงเวลาที่ไนซ์นัดหมายให้ผู้ที่ได้รับปืน M16A1 และ HK33 มาศึกษาวิธีล้างทำความสะอาด

            “อาตหมา! เอ่อ อาตมานี่แหละโยมน้า! อาตมารู้สึกได้ว่า ถึงเวลาต้องส่ง แรงใจ! ให้ต้นมะขามใหญ่เมื่อตะกี้น่ะ!” สองเอ่ยด้วยน้ำเสียงยังกระโชกโฮกฮาก หน้าบึ้งตาขวางเหมือนเดิม เขาเพิ่งบวชใหม่ด้วยตัวเองเมื่อสักครู่

            “ห๊ะ!..นี่ก็หมายความว่า มะขามต้นนี้มันยังไม่ตายรึวะทิดสอง” ออดถามอย่างตื่นเต้นยินดี มะขามต้นนี้อยู่หน้าบ้านเขามาตั้งแต่รุ่นพ่อ หากมันฟื้นคืนชีพกลับมาได้ เขาก็ย่อมยินดีเป็นที่สุด

            “แรงใจของอาตมา! ต้องส่งให้ในเวลา สถานที่  และปริมาณ  ที่เหมาะสม เมื่อมันรอดมา มันจึงจะอยู่ในโลกที่ขาดแคลนแสงแดดได้!  หาไม่ใช่นั้น มันก็จะต้องตายจริงๆ! ” ยิ่งพูด เสียงของสองก็ยิ่งดังขึ้น

            “บ๊ะ! เทคนิคมันเยอะแยะรุงรังมากมายจริงๆ” ออดที่มีท่าทางตื่นเต้นยินดี เข้ามานวดหลังนวดไหล่ให้สอง ปากหัวเราะฮาๆไม่หยุด 

            วันนี้ฟ้าโปร่ง เป็นสัญญาณว่าจะไม่มีฝนตก นอกจากหนึ่งและสองแล้ว ทุกคนในหมู่บ้าน จะสามารถรับรู้สภาพดินฟ้าอากาศล่วงหน้าได้ เหมือนสัญชาตญาณของปลวกและแมลงที่พวกเขาได้รับตอนกลายพันธุ์ โอกาสที่พวกเขาจะเปียกฝนโดยไม่ตั้งใจ จึงแทบจะไม่มี มันเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้พวกเขาปรับตัวกลมกลืนในโลกพังๆใบนี้ บางสถานการณ์ก็สามารถอาศัยสัญชาตญาณนี้เป็นข้อได้เปรียบ เช่นการบุกศูนย์ราชการเมื่อวาน ฝนที่ตกช่วยรบกวนการได้ยินของตัวสั่นในระยะไกลออกไป ทำให้เขาไม่ต้องรับมือพวกมันจำนวนมากๆในครั้งเดียว

             กลิ่นฉุนของน้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซลที่เสื่อมคุณภาพ และน้ำมันชโลมปืน ลอยอบอวลจนแสบจมูก บนโต๊ะไม้ตัวยาวมีปืน HK33 และ M16A1 สภาพเกรอะกรังวางเรียงกันอยู่กว่ายี่สิบกระบอก รอบโต๊ะรายล้อมไปด้วยชาวบ้านหนองนกเอี้ยงเท่ากับจำนวนปืนที่ได้รับแจก ทุกคนจ้องมองกองเหล็กตรงหน้าด้วยสายตาประหม่าและตื่นเต้น

            ไนซ์ยืนอยู่หัวโต๊ะ ในมือของเขากำลังถือ M16A1 กระบอกหนึ่งที่ผิวอลูมิเนียมซีดจนกลายเป็นคราบขี้กลากสีเทาขุ่น ลำกล้องเหล็กมีสนิมแดงเกาะหนาเป็นหย่อมๆ

            “เอาล่ะครับ ทุกๆคน” ไนซ์เอ่ยเสียงดังฟังชัด ท่าทางกระฉับกระเฉง 

            “ปืนพวกนี้ขาดการดูแลรักษามาหลายปี น้ำมันเก่ามันแห้งกรังจนกลไกติดตาย ถ้าทุกคนใส่กระสุนแล้วเหนี่ยวไกตอนนี้เลย หากไม่กระสุนขัดลำกล้อง ปืนก็อาจจะระเบิดใส่ตัวเองหน้าตาแหก”

            ชาวบ้านบางคนลอบกลืนน้ำลาย ชายคนหนึ่งยกมือขึ้นเกาหัว 

            “ไอ้หนูไนซ์ แล้วผิวเทาๆ ขาวๆ นี่มันล้างออกไหมล่ะ เหมือนโครงมันขึ้นสนิมจนผุแล้ว”

            “อันนี้ไม่ใช่สนิมเหล็กครับน้า โครงปืน M16 มันสร้างจากอลูมิเนียมเกรดทำเครื่องบิน มันไม่ผุเหมือนเหล็กทั่วไป” ไนซ์อธิบายพลางใช้นิ้วโป้งกดสลักยึดโครงปืนอย่างคล่องแคล่ว 

            “หักลำกล้องลงแบบนี้... แล้วดึงคันรั้งถอยหลัง ดึงชุดลูกเลื่อนออกมา”

    เสียงเหล็กฝืดๆ เสียดสีกันดังครืด เมื่อไนซ์ดึงแท่งชุดลูกเลื่อนสนิมจับออกมาวางบนผ้าดิบ

            “เห็นไหมครับ เขม่าปืนเก่าผสมฝุ่นจนกลายเป็นดินเหนียวแห้งๆ พวกนี้แหละ ที่จะทำให้เข็มแทงชนวนมันไม่วิ่ง” ไนซ์หยิบแปรงสีฟันเก่าจุ่มน้ำมันก๊าดผสมน้ำมันดีเซลบูด ขูดๆ ขัดๆ ลงไปบนชุดลูกเลื่อนอย่างเบามือ  คราบเหนียวสีดำเริ่มละลายเยิ้มออกมา 

            “พวกเศษขี้กลากสีเทาบนโครงปืน ใช้น้ำมันชโลมปืนทาทิ้งไว้ แล้วใช้ผ้าสากๆ เช็ดก็เงาแล้วครับ แต่จุดสำคัญคือ ลำกล้อง ”

            ไนซ์หยิบ Boresnake สายแยงล้างลำกล้อง ที่ปลายผูกแปรงทองเหลืองชุ่มน้ำมัน สอดเข้าไปทางท้ายรังเพลิงแล้วออกแรงดึงพรวดออกมาทางปากลำกล้อง 

            “ตรงนี้ต้องขัดจนเห็นเกลียวข้างในใสเป็นกระจก ถ้ายังมีสนิมค้างอยู่ กระสุนวิ่งผ่าน แรงดันมันจะสูงเกินไป” 

            ไนซ์หันไปหาชาวบ้านอีก 

            “ส่วนคนที่ได้ HK33 ไป โครงมันเป็นเหล็กปั๊ม รักษาง่าย แต่น้ำหนักกดนิ้วปลดสลักท้าย จะตึงมือนิดหน่อยสำหรับคนปกติ แต่ไม่มีปัญหากับพวกเราหรอกครับ”

            ไนซ์เดินไปหยิบ HK33 ของชาวบ้านคนหนึ่งขึ้นมา ดึงสลักพานท้ายสองตัวออก พลาสติกสีเขียวขี้ม้าหลุดออกมาพร้อมสปริงส่งลูกเลื่อนยาวเหยียด

            “ปืนเยอรมันรุ่นนี้ใช้ระบบลูกกลิ้งหน่วงเวลา ” ไนซ์ถอดชุดลูกเลื่อนที่มีลูกปืนกลมๆ สองข้างออกมา

            “ถ้าชุดลูกปืนนี้สกปรก มันจะไม่ขัดกลอน ทุกคนขัดตรงนี้ให้สะอาดที่สุด แล้วชโลมน้ำมันบางๆ ก็พอ”

            ชาวบ้านเริ่มขยับตัวตาม ทุกคนหยิบแปรงสีฟันเก่า แผ่นขัดที่เคยใช้ล้างจาน และผ้าดิบชุบน้ำมันก๊าดเก่าหลายปี ลงมือขัดปืนของตัวเองอย่างตั้งใจ เสียงแปรงขัดเหล็กดังคลอไปกับเสียงพูดคุยแนะนำกันอย่างสนิทสนม

            ชายชราที่กำลังใช้ผ้าชุบน้ำมันเช็ดลำกล้อง M16 จนคราบแดงหลุดออก เผยให้เห็นผิวเหล็กรมดำ ก็เริ่มยิ้มออก 

            “เออเฮ้ย! ขัดไปขัดมา มันก็สวยเหมือนปืนในหนังสงครามเวียดนามเลยเว้ย ไอ้หนูไนซ์! เท่เลยเชียว!”

            “นั่นแหละครับตา เปลี่ยนผ้าบ่อยๆ นะครับ” ไนซ์ยิ้มพลางเดินตรวจดูทีละคน 

            “ตรงไหนกลไกฝืดจัดๆ แช่น้ำมันทิ้งไว้ก่อน ค่อยๆทำครับ วันนี้เรามีเวลาชุบชีวิตพวกมันทั้งวัน ชุมชนเราจะมีปืนยาวไว้เฝ้าระวังเพิ่มอีกยี่สิบกว่ากระบอกแล้ว”

            บรรดาแกนนำที่ได้รับไรเฟิลจู่โจม รวมทั้ง ปืนกลเบา UZI ในมือของฝน ทุกคนได้ทำความสะอาดและเรียนรู้เกี่ยวกับอาวุธที่ตัวเองครอบครองไปก่อนหน้านี้แล้ว

            “หนูอายุนิดเดียว ไม่ใช่ตำรวจทหาร ทำไมรู้เรื่องปืนเยอะนักล่ะลูก” หญิงชาวบ้านคนหนึ่งถามไนซ์

            “ผมเป็นเกมเมอร์ เอ่อ… เด็กติดเกมเกี่ยวกับปืน แล้วผมก็เป็นนักอ่านด้วยครับ”

            “ลูกของป้าก็ติดเกม เกมในโทรศัพท์มือถือน่ะ หมู่บ้านเราไม่มีสายอินเตอร์เน็ตให้เล่นเกมคอมพิวเตอร์หรอก จนหลังวันฟ้ามืด มันก็ป่วยตายไป” เธอพูดอย่างเศร้าหมอง 

            แม้คนในหมู่บ้านจะมีอารมณ์เย็นชาเกี่ยวกับความเป็นความตายมากขึ้น จากการกลายพันธุ์และความเคยชินกับความสูญเสีย แต่ความรู้สึก ดีใจ เสียใจ อาลัย โศกเศร้า ก็ยังเป็นเครื่องยืนยันว่า พวกเขายังเป็นมนุษย์


            ไดนาโมปั่นไฟสีเขียวขี้ม้าตัวเขื่องเต็มไปด้วยสนิมถูกวางลงบนคานไม้ประดู่เนื้อแข็งหนา ข้างๆ กันนั้นคือเครื่องยนต์ดีเซลที่ถอดออกมาจากซากรถกระบะเก่าท้ายหมู่บ้าน

            กานต์เช็ดเหงื่อพลางมองผลงาน รอบข้างเขาและไนซ์รายล้อมไปด้วยชาวบ้านที่มาช่วยงานและเฝ้ามองด้วยความสนใจ

            "น้องไนซ์ เราจะเอาเครื่องรถกระบะตัวนี้มาฉุดไดปั่นไฟจริงเหรอ รูปร่างมันคนละไซส์กันเลยนะ" เด่นถามด้วยความสงสัย

            ไนซ์ยิ้ม ท่าทางของเขาดูเหน็ดเหนื่อย จากการใช้สว่านมือหมุน เจาะรูแผ่นเหล็กหนาเพื่อทำเป็นตัวประกบยึดพูลเลย์สายพาน ถึงร่างกายจะแข็งแรงจากการกลายพันธุ์ แต่การออกแรงทำงานเต็มกำลังในระยะเวลานานก็เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน การใช้สว่านมือเจาะเหล็กหนาได้แบบนี้ ความสามารถของเขาเทียบได้กับแท่นเจาะเลยทีเดียว เขาละมือมาขันน็อตตัวเขื่องด้วยประแจปากตาย

            "ได้ครับอาเด่น เครื่องรถกระบะมันรอบจัดกว่าเครื่องปั่นไฟเดิมด้วยซ้ำ แต่อัตราทดสายพานต้องเป๊ะ" ไนซ์ปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตา 

            "ถ้าเราตั้งศูนย์พูลเลย์ระหว่างเครื่องยนต์กับไดปั่นไฟไม่ตรง น็อตที่เราขันไว้จะขาด และสายพานจะสะบัดฟาดเราตายก่อนได้ใช้ไฟ" สายพานนี้ไนซ์ก็หามาจากโกดังสารพัดนึกของออด

            ไนซ์เดินไปที่ถังน้ำมันที่เตรียมไว้ มันคือน้ำมันไบโอดีเซลจากสบู่ดำที่ผ่านการกรองอย่างละเอียดผ่านผ้าหนาหลายชั้น ความจริงก่อนหน้านี้พวกเขาไม่แน่ใจแล้วว่ามันเป็นสีอะไรกันแน่ จนกระทั่ง สองซึ่งเป็นคนเดียวที่ตาไม่บอดสี มาช่วยยืนยันว่าไบโอดีเซลที่ไนซ์ทำจากสบู่ดำมีสีเหลืองใสสะอาด จึงช่วยแก้ปัญหาที่เกิดจากอาการตาบอดสีของทั้งหมู่บ้านลงได้

            ไบโอดีเซลถูกเทลงสู่ถังพักของเครื่องยนต์กระบะ

            "ปั๊มหัวฉีดดีเซลรุ่นเก่าแบบนี้แหละ ทนน้ำมันสบู่ดำดีที่สุด พี่กานต์ช่วยไปสตาร์ทเครื่องยนต์ดูสิ ล็อกคันเร่งไว้ที่พันห้าร้อยรอบนะ!"

            กานต์เดินไปที่หน้ารถกระบะ บนพื้นข้างล้อมีแบตเตอรี่รถยนต์เก่าสภาพเกรอะกรังวางเรียงกันอยู่สามลูก สายไฟเส้นหนาถูกโยงพ่วงขั้วบวกเข้าหาขั้วบวก ขั้วลบเข้าหาขั้วลบตามที่ไนซ์สั่งอย่างเคร่งครัด

            “น้องไนซ์ แบตพวกนี้มันเสื่อมจนแทบไม่มีไฟแล้วนะ ไฟหน้าปัดยังแทบไม่สว่างเลย” กานต์ตะโกนบอกพลางจับไขควงด้ามหนาในมือแน่น

            “ขนานกันสามลูก กระแสมันน่าจะพอฉุดไดสตาร์ทได้รอบสองรอบน่ะพี่กานต์!” ไนซ์ตะโกนกลับมาจากข้างแท่นเครื่อง “เล็งด้ามไขควงดีๆ สับลัดวงจรตรงขั้วมอเตอร์เลย... เอ้า สตาร์ท!”

            กานต์สูดหายใจลึก ยื่นแกนเหล็กของไขควงด้ามหนา เข้าจี้กึ่งกลางระหว่างขั้วไฟเลี้ยงกับขั้วสตาร์ทของโซลินอยด์

            เปรี้ยะ! 

            ประกายไฟส้มวาบกระเด็นใส่ถุงมือ

            เสียงมอเตอร์สตาร์ทคราง แบตเตอรี่ทั้งสามลูกพยายามเค้นกระแสไฟเฮือกสุดท้ายที่มันมีส่งผ่านสายพ่วงที่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ลูกสูบเครื่องยนต์ดีเซลขยับตัวอย่างเชื่องช้า

            ฉึก... ฉึก... บรึมมมม!

            ปั๊มหัวฉีด พ่นน้ำมันไบโอดีเซลสบู่ดำสีเหลืองอำพันเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้สำเร็จ เสียงเครื่องยนต์รถกระบะระเบิดครางกระหึ่มขึ้นมาทันที ควันไอเสียพวยพุ่งส่งกลิ่นไหม้จางๆ ไปทั่วโรงซ่อม แท่นไม้เนื้อแข็งสั่นสะท้าน สายพานเส้นหนาสามเส้นหมุนขวับ ดึงให้ทุ่นทองแดงยักษ์ของไดปั่นไฟหมุนตามจนเกิดเสียงหวีดแหลมในอากาศ

            ไนซ์รีบหยิบสายไฟจากแบตเตอรี่พ่วงเข้าไปเขี่ยกระตุ้นที่ขดลวดท้ายไดปั่นไฟ…

            แปลบ!

            เสียงเครื่องยนต์เปลี่ยนเป็นเสียงทุ้มต่ำดึงลงทันที เมื่อเกิดโหลดไฟฟ้า พร้อมๆ กับที่หลอดไฟไส้ทังสเตนดวงเก่าที่ห้อยอยู่บนขื่อโรงซ่อมค่อยๆ เปล่งแสงสีส้มสว่างวาบขึ้นมา ทอแสงสว่างขับไล่ความมืดมนของหมู่บ้านไปได้ในที่สุด 


            “ทีนี้เครื่องมือที่ใช้ไฟฟ้าในการก่อสร้าง เครื่องเชื่อมเหล็กก็ใช้งานได้แล้ว นี่คือจุดเริ่มต้นของอารยธรรมของเรา!” ไนซ์หัวเราะเสียงดังอย่างที่เห็นได้ยาก ท่ามกลางเสียงชาวบ้านที่โห่ร้องกึกก้อง