บทที่2
ภายในโลงศพ
ความรู้สึกเย็นเยือกแทรกซึมเข้าร่างกายดวงตาทั้งสองข้างที่พับปิดอยู่เปิดขึ้นลู่หยางมองเห็นว่ารอบกายของเขานั้นเต็มไปด้วยความมืดมิดเป็ที่ทั้งมืดและทั้งแคบไม่เพียงเท่านั้นยังมีอากาศหายใจที่น้อยความเย็นภายในสถานที่แห่งนี้แทรกซึมเข้ามาจนถึงกระดูก
ลู่หยางยังคงจำเื่ทุกอย่างได้เป็อย่างดีก่อนหน้านี้เขาเป็เพียงแค่ร่างิญญาที่ไร้เนื้อหนังและไร้แก่นสาร
แต่ในตอนนี้เขาััได้ว่าตนเองนั้นมีชีวิตร่างกายของเขาอุ่นมีเืสดๆไหลเวียนอยู่ภายในแถมยังสามารถหายใจได้
เื่ราวที่ได้สนทนากับเทพแห่งความตายมันกลายเป็เหมือนกับฉากตาตึงอยู่ภายในความทรงจำของเขา
เขายังจำถ้อยคำที่เทพแห่งความตายได้อธิบายกับเขาได้เป็อย่างดีนี่คือชีวิตใหม่ของเขาจริงๆงั้นรึ?
นั่นคือคำถามแรกที่ปรากฏขึ้นภายในหัวของลู่หยางแต่เมื่อลองคิดดูแล้วมันก็น่าจะเป็เช่นนั้นแม้ว่าภาพเหตุการณ์ทุกอย่างมันจะดูน่าเหลือเชื่อแต่ว่าเขาก็เป็คนที่ได้ผ่านเื่ราวนั้นมาจริงๆ
ภายในสถานที่แห่งนี้ทั้งมืดและทั้งเงียบเขาลองพยายามขยับร่างกายของตนเองไปมา ร่างกายที่เคยตายไปแล้วหนึ่งครั้งในครั้งนี้เมื่อลองพยายามจะขยับร่างกายก็แทบจะไร้เรี่ยวแรง
ลู่หยางไม่เคยเป็เช่นนี้มาก่อนในชีวิตเขาเป็หน่วยรบพิเศษร่างกายของเขานั้นทั้งแข็งแรงแล้วก็ทำมีพลังแต่ในตอนนี้ภายในร่างกายนี้มันกลับไร้เรี่ยวแรงจนแทบจะไม่สามารถขยับร่างกายของตนเองได้
แถมภายในสถานที่แห่งนี้มันยังมืดมิดคนมองไม่เห็นอันใดเลยเขาไม่สามารถรู้ได้ว่าสถานที่เขาก็นอนอยู่มันคือที่ใดกันแน่
ลู่หยางลองใช้แรงของตัวเองเลื่อนมือของตนเองไปทางด้านซ้ายและขวาสำรวจพื้นที่บริเวณรอบๆยื่นมือออกไปเล็กน้อยมันก็ติดเข้ากับบางอย่างทำให้เขารู้ว่าที่ที่เขากำลังนอนอยู่มันแค่เพียงใด
ทันใดนั้นภายในหัวก็นึกย้อนถึงคำพูดของเทพแห่งความตายที่ได้พูดกับเขาร่างกายของเขาที่มาอยู่ในตอนนี้เป็ร่างกายของคนที่เพิ่งตายไป
ก็คิดเช่นนั้นภายในใจของเขาก็สุดแสนจะตื่นตระหนกแสดงว่าสถานที่เขาอยู่ในตอนนี้คือโลงศพ
ถ้ายังคงอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ต่อไปไม่เท่ากับว่าตัวของเขาจะโดนฝังลงดินทั้งเป็เช่นนี้งั้นรึ?
ลู่หยางกำลังเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกใเขาเพิ่งได้รับชีวิตใหม่มาตอนนี้จะจบชีวิตลงในสถานที่แห่งนี้ไม่ได้
ร่างกายพยายามกระเสือกกระสนแต่เมื่อลองพยายามขยับร่างกายไปมามันก็สามารถทำได้ยากเย็น
เพียงแค่ยกมือขึ้นมายังทำได้ยากเลยแต่ในขณะที่กำลังจะหาทางออกจากสถานที่แห่งนี้
เสียงฝีเท้ามากมายวิ่งกรูเข้ามาอย่างรวดเร็วแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าด้านนอกนั้นเป็อย่างไรแต่ด้วยประสบการณ์ที่เป็หน่วยรบพิเศษมาตลอดหลายปีของเขาทำให้เขาพอจะแยกแยะเสียงได้
ฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาใกล้ๆมันมีมากกว่า10 ชีวิต
…
โลงศพขนาดใหญ่สีดําสองโลงศพตั้งเคียงคู่แท่นบูชามากมายตั้งอยู่เบื้องหน้าภายในสถานที่แห่งนี้คือโถงขนาดใหญ่มีผู้คนมากมายที่มาร่วมอะไรกับสองสามีภรรยาที่เพิ่งจากไปและทิ้งลูกน้อยของตนเองเอาไว้อยู่บนโลกใบนี้คนเดียว
แขกมากมายที่มาร่วมงานในครั้งนี้สวมใส่ชุดไว้ทุกข์คาดหน้าผากด้วยผ้าสีขาวคนพวกนี้มีทั้งผู้าุโชายหญิงและก็มีญาติที่รุ่นราวคราวเดียวกันกับผู้ตายมาร่วมงาน
ผู้คนภายในงานที่กำลังไว้ทุกข์ให้แก่สองสามีภรรยาที่จากไปต่างพากันใช้ดวงตาของตนมองตรงไปยังบริเวณมุมห้องโถงอย่างหดหู่
บริเวณมุมโถงขนาดใหญ่แห่งนี้มีร่างของเด็กน้อยเพศหญิงวัยหกปีกำลังนั่งกอดเข่าพร้อมกับร่ำไห้ยังโศกเศร้านางเป็เด็กที่มีรูปลักษณะน่ารักน่าเอ็นดูไว้ผมยาวถึงประมาณกลางหลังรวบมัดถักเป็เปียเอาไว้สวมใส่ชุดผ้าไหมธรรมดาธรรมดาสีเขียวอ่อนมีดวงตากลมโตงดงามราวกับไข่มุก เพียงแค่่วัยหกปียังมีความงดงามมากขนาดนี้วันข้างหน้าผู้คนต่างมองการณ์ไกลว่านางคงจะกลายเป็สาวงามที่หาได้ยากยิ่งอย่างแน่นอน
แต่กระนั้นผู้คนก็ไม่ได้แปลกใจเลยที่เด็กผู้นี้จะมีความงดงามเพียงนี้นางคงจะได้รับการสืบทอดความงามมาจากผู้เป็มารดาอย่างเต็มที่
มารดาของนางเป็หญิงสาวที่ทั้งเก่งและงดงามผู้คนภายในเมืองแห่งนี้ต่างรู้ดี
มารดาของนางเป็คนที่มีความสามารถเป็อย่างมากหญิงงามของเมืองแถมยังมีความคิดและความอ่านที่แตกต่างจากธรรมดาทั่วไปนางเป็สตรีเพียงแค่ไม่กี่คนที่ได้รับตำแหน่งขุนนาง
แต่กระนั้นช่างน่าเศร้าครอบครัวที่มีความสุขอยู่ๆมาเมื่อประมาณ2 วันก่อน สองสามีภรรยาโดนกลุ่มโจรลอบสังหารเหลือแต่เพียงแค่บุตรสาวรอดมาเพียงแค่คนเดียว
เื่นี้กลายเป็เื่โจษจันของทั่วทั้งเมืองผู้คนภายในเมืองแห่งนี้ต่างพูดกันปากต่อปากพวกเขานั้นต่างพากันตื่นตระหนกใฮูหยินลู่นางเป็คนที่มีจิตใจงดงาม เป็คนชอบช่วยเหลือผู้อื่นไม่มีผู้ใดคาดคิดว่านางจะมีคนมุ่งร้าย
เื่ราวเกิดขึ้นใน่ประมาณ2 วันก่อนผู้คนภายในเมืองได้รับแจ้งว่ามีคนโดนทำร้ายาเ็
มือปราบประจำเมืองทำการลุกหน้ามุ่งตรงเพื่อไปหาแต่เมื่อไปถึงก็พบเห็นว่าสองสามีภรรยาแซ่ลู่ได้สิ้นใจตายไปแล้วภรรยาโดนแทงทะลุหัวใจ ส่วนสามีโดนฟันที่แผ่นหลังทนพิษาแไม่ไหวตายลงไป
แต่ในขณะเดียวกันในขณะที่ทั้งสองฝ่ายไปพวกเขาก็ใช้อ้อมแขนของตนเองก่อนบุตรสาวของตนเองเอาไว้แน่นไม่ให้แม้แต่คมดาบใดมาทำอันตรายนางแม้แต่เส้นผม
มันช่างเป็ภาพที่น่าหดหู่ไม่ว่าผู้ใดที่มองเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนั้นพวกเขาก็ต่างะเืใจมือปราบที่เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุมาเล่าต่อให้เาาวเมืองได้ฟัง
ภายใต้สายฝนที่โปรยปรายลงมาจากท้องนภาพื้นดินเปียกแฉะถูกชโลมไปด้วยโลหิตสีแดงร่างของสองสามีภรรยาแซ่ลู่โอบกอดบุตรสาวของตนเองเอาไว้อ้อมแขนขณะที่ร่างกายของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยาแและสิ้นใจตายไปยังไม่คลายอ้อมกอดจากบุตรสาวของตนเองเลยแม้แต่น้อยบุตรสาวที่อยู่ภายในอ้อมแขนก็ร่ำไห้อย่างโศกเศร้าภายในอ้อมกอดของบิดาและมารดาพี่ปกป้องตนเองด้วยชีวิต
กลายเป็เื่ที่เล่าต่อกันฟังไม่ได้เพียงแค่ภายในเมืองเท่านั้นเื่ราวนี้ถูกเล่าต่อไปยังเมืองข้างๆผู้ใดก็ต่างพากันชื่นชมสองสามีภรรยาคู่นี้ที่ยอมใช้ชีวิตของตนเองเข้าแลกเพื่อปกป้องบุตรสาว
แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็มองว่า์ช่างไม่เป็ธรรมสองสามีภรรยาแซ่ลู่แม้ว่าผู้เป็สามีจะไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นแต่ว่าภรรยานั้นเป็คนจิตใจดีฉลาดเฉลียวงดงามและช่วยเหลือผู้อื่น
คนดีๆ์พลัดพรากจากไปเื่นี้เป็เื่ที่น่าเศร้า เหล่าผู้คนที่เข้ามาร่วมงานในครั้งนี้ต่างพากันจ้องมองไปที่เด็กน้อยผู้นั้นด้วยความเวทนา
นางมีนามว่าลู่หนิงหนิงั้แ่บิดาและมารดาได้ตายไปนางนั่งอยู่เช่นนั้นมาตลอดเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ยังเป็เสื้อผ้าเมื่อ 2 วันก่อนมีคราบเืของบิดาและมารดาติดอยู่ทั่วทั้งตัว
มองเห็นภาพเช่นนั้นจึงทำให้ผู้คนยิ่งะเืใจมากขึ้นไปอีกแต่จะทำอย่างไรได้ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่กล้าทำอันใดเลย
มีคนที่ลองเข้าไปเกลี้ยกล่อมนางแล้วแต่ว่านางไม่พูดจาตอบกลับมาสักคำได้แต่นั่งนิ่งราวกับคนไร้ชีวิตชีวา
“ ไม่น่าเลยไม่น่าเลย เป็เช่นนี้ไปได้คนดีๆต้องตายลงทิ้งไว้แต่บุตรสาวเพียงผู้เดียวนางโศกเศร้าอยู่เช่นนี้” าุโท่านหนึ่งที่มาร่วมงานพูดขึ้นพร้อมกับส่ายหน้าไปมาด้วยความหนักใจ
“ นั่นสินะขอรับ แล้วเช่นนี้เด็กน้อยผู้นี้จะอยู่อย่างไรต่อ ”
“ รู้สึกว่าภายในเมืองแห่งนี้นางจะมีญาติอยู่ เป็ญาติฝ่ายพ่อนางลู่ที่อยู่บริเวณท้ายเมืองอย่างไรเสียเราก็เป็คนนอกคงจะไม่สามารถทำอันใดได้ต้องให้นางจัดการ ”
ผู้เยาว์ท่านหนึ่งที่เข้ามาร่วมงานและกำลังยืนสนทนากับาุโท่านนั้นอยู่พูดขึ้นมาด้วยความหนักใจ“ เอาจริงอย่างนั้นหรือขอรับผู้าุโท่านป้าลู่ที่อยู่ท้ายเมือง ท่านก็รู้ไม่ใช่หรือขอรับบุตรชายของนางติดการพนันสามีก็เอาแต่ดื่มเหล้านางเองก็เป็คนนิสัยไม่ดีถ้ารับตัวเสี่ยวหนิงไปนางคงจะได้แต่อยากจะเก็บสมบัติของมารดาเสี่ยวหนิงเอาไว้หลังจากนั้นก็ทำการทิ้งขว้างเด็กน้อยผู้นี้อย่างแน่นอน ”
าุโผู้นั้นทำการแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจนใจก่อนจะกล่าว “ ถึงเป็อย่างนั้นพวกเราก็ทำอันใดไม่ได้หลังจากที่บิดาและมารดาของนางเสียไปนางลู่ที่อยู่ท้ายเมืองน่าจะเป็ท่านป้าเพียงคนเดียวของนางเป็ญาติภายในเมืองนี้เด็กในการเลี้ยงดูก็คงต้องตกเป็ของนาง ”
ตอนนี้คนภายในงานกำลังหนักใจเกี่ยวกับเื่การเลี้ยงดูเด็กสาวผู้อาภัพผู้นี้หลังจากที่บิดาและมารดาของนางจากไปสิทธิ์การเลี้ยงดูทั้งหมดน่าจะตกเป็ของญาติสนิท
แต่ผู้คนนั้นก็รู้อยู่แล้วนางลู่ที่อยู่ท้ายเมืองแม้ว่าจะเป็ญาติผู้พี่เป็ลูกพี่ลูกน้องกับลู่หยางแต่ชีวิตครอบครัวของนางนั้นช่างแตกต่างด้าวมีสามีที่ติดสุรามีบุตรชายที่ติดการพนันตัวนางเองก็เป็คนที่ไม่เอาไหน
เห็นที่ครั้งนี้การที่นางจะทำการรับติดผู้นี้ไปดูแลคงหวังทรัพย์สมบัติที่เป็ของมารดาลู่หนิงหนิงเอาไปไว้ใน
นี่เป็สิ่งที่ผู้คนภายในเมืองกำลังหนักใจฮูหยินลู่เป็คนที่มีจิตใจดีช่วยเหลือพวกเขาเอาไว้ก็มากเมื่อรู้ว่าบุตรสาวของนางต้องตกระกำลำบากเพียงนี้หลังจากที่จากไปนางคงจะนอนตายตาไม่หลับ
แต่ผู้คนภายในเมืองนั้นก็จำใจไม่สามารถทำการแทรกแซงเื่นี้ได้
“ เสี่ยวหนิง!!!! ”เสียงเล็กแหลมดังขึ้นมาก่อนที่จะมีร่างเงาสามคนวิ่งตรงเข้ามาอย่างรวดเร็ว
พวกมันเป็หญิงวัยกลางคนหนึ่งคนชายวัยกลางคนหนึ่งคน และก็บุรุษวัยฉกรรจ์อีกหนึ่งคนวิ่งตรงเข้ามาพวกมันสวมใส่ชุดไว้ทุกข์สีขาวแล้วก็วิ่งตรงไปยังเด็กน้อยที่นั่งอยู่มุมห้องโถงแล้วร้องห่มร้องไห้อย่างเสแสร้งราวกับกำลังเสียใจในการจากไปของสองสามีภรรยาแซ่ลู่
ผู้คนมองเห็นภาพเช่นนั้นถึงกับเบะปากแล้วก็มองบนให้กับการแสดงเสแสร้งของพวกครอบครัวนี้
จบบท