ตอนที่ 7 ก่อเื่ขนาดนี้…แต่ไม่บอกฉันสักคำ
หลังจากตกลงราคาวัตถุดิบกับร้านค้าในตลาดเป็ที่เรียบร้อบ พีทก็กลับมายังหอพักของเขาพร้อมกับวัตถุดิบในการทอดไก่อย่างละเล็กละน้อย โดยมือของพีทหอบถุงพลาสติกมาเต็มสองมือ
สร้างความแปลกใจให้กับนักศึกษาและชาวบ้านในละแวกหอพักอยู่พอสมควร เพราะปกติแล้วนักศึกษาทั่วๆ ไป มักจะไม่ค่อยทำอาหารกินเองกันสักเท่าไร อีกทั้งหอที่พีทพักก็ไม่อนุญาตให้ผู้เช่าทำอาหารแบบจริงจัง ดังนั้นพอเห็นวัตถุดิบในมือของพีทที่กำลังหอบพะรุงพะรัง จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยทัก
“พีทไม่ใช่เหรอ…นึกคึกอะไรของแก ถึงได้ซื้อของมาเยอะแยะ?” นักศึกษาปี 4 รุ่นเดียวกับพีทเอ่ยทัก หลังจากเห็นพีทเดินผ่านโต๊ะหินอ่อนข้างหน้าหอพัก
“ความลับโว้ย” พีทยิ้มทักทาย พลางตอบกลับไปแบบกวนๆ ด้วยความสนิทสนมกันพอสมควร พีทเดินกลับเข้าหอไป หากแต่ก็ถูกหยุดไว้อีกครั้ง ด้วยป้าวัยกลางคนที่เป็เ้าของหอของพีทนั่นเอง
“พีท ขนอะไรมาเยอะแยะเลยลูก?” ป้าเ้าของเปิดกระจกบานเล็ก ที่เชื่อมอยู่กับห้องเล็กๆ ที่อยู่ชั้นแรก เพื่อหยุดพีทที่กำลังจะเดินขึ้นห้อง
ลมเย็นๆ จากแอร์ภายในห้อง ได้สาดเข้ากระทบกับร่างของพีทที่กล่าวสวัสดีเ้าของพักที่ร้องทักเขา
“พอดีผมกับแชมป์ มีบางอย่างอยากจะทำด้วยกัน…ยังไงผมขออนุญาตป้าทำอาหารที่ห้องวันหนึ่งนะครับ” ป้าเ้าของหอนั้นใจดีกับพีทและแชมป์มาก เพราะพวกเขาทั้งสองคนไม่เคยสร้างความเดือดร้อนหรือปัญหาให้กับป้าเ้าของหอเลยสักครั้งเดียว รวมถึงตัวพีทเองก็จ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟตรงเวลาเสมอ โดยที่ป้าเ้าของไม่ต้องทวงให้ผิดใจกัน
ดังนั้นด้วยความเป็คนที่ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้กับป้าเ้าของหอเลยสักครั้ง จึงไม่แปลกที่พีทจะได้รับความเอ็นดูจากเธอมากกว่าผู้เช่าคนอื่นๆ ในหอพัก “แชมป์เองก็มาขออนุญาตป้าไว้แล้ว แต่ป้าอนุญาตให้พวกเราแค่วันเดียวนะ ถ้าแค่ทอดไข่เจียว ต้มบะหมี่กึ่ง ป้ายังพออนุโลมให้ได้แต่ถึงกับตั้งเตาทอดไก่กันจริงจังแบบนี้ ป้าคงลำบากใจกับผู้เช่าคนอื่นๆ ยังไงพีทเข้าใจป้าด้วยนะ” ป้าเ้าของหอเองก็ลำบากใจ กับคำขอของพีทอยู่ไม่น้อย เพราะนอกจากกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการทำอาหารแล้ว คราบสกปรกจากการทำอาหารอาจทำให้ห้องของเธอและอาคารเสียหายได้อีกด้วยนั่นเอง
“ขอบคุณครับป้า ผมจะไม่ทำให้ห้องของป้าเสียหายแน่นอน” พีทตอบกลับไปด้วยความสัตย์จริง เพราะถึงอย่างไรพีทก็หวังที่จะได้รับเงินมัดจำจากการเช่าหอของเขาคืนหลังจากครบสัญญาอยู่แล้ว
พีทได้กลับเข้าห้องของเขาที่มีแชมป์รออยู่ ซึ่งเมื่อเปิดเข้าไปก็พบว่าแชมป์นั้นช่วยจัดเรียงอุปกรณ์ครัวเอาไว้ริมระเบียงทั้งหมดแล้ว
ส่วนพวกอุปกรณ์กระทะ ตะหลิว หม้อ ต่างๆ ก็ล้างทำความสะอาดเสร็จสรรพ โดยที่พีทไม่ต้องบอก
“ไปไหนมาว่ะเพื่อน ปล่อยให้ฉันทำความสะอาดอยู่คนเดียวเลย” แชมป์แอบบ่น ที่จู่ๆ พีทก็ทิ้งตัวเอง ยกอุปกรณ์และทำความสะอาดเครื่องครัวอยู่คนเดียว
“ก่อนจะเปิดร้านขายไก่ทอด มันก็ต้องทดลองชิมกันหน่อยว่าสูตรไก่ของเรา มันจะถูกปากหรือเปล่า” พีทหยิบเอาวัตถุดิบสำหรับทำไก่ทอดออกมา ซึ่งแชมป์ก็ผุดลุกขึ้นมาช่วยพีทจัดแจงวัตถุดิบเพื่อเรียนรู้สูตรการทำไก่ทอดของพวกเขา ด้วยความกระตือรือร้น
พีทและแชมป์ ทั้งสองต่างก็มีประสบการณ์ในการทำไก่ทอดกันมามากพอสมควรจากการที่พวกเขาเคยเป็พนักงานร้าน QFC
ทั้งสองช่วยกันทำความสะอาดปีก น่องและสะโพก ที่ได้ซื้อมาจากตลาด ด้วยการล้างมันด้วยน้ำเกลือและส่วนผสมที่เป็ความลับอีกเล็กน้อย ตามสูตรของเชฟมินแจกยู ซึ่งขนาดขั้นตอนการล้างไก่ก็ยังต้องมีวิธีการล้างอันหลากหลายขั้นตอน จนแชมป์ถึงกับงุนงงไปหมดเมื่อเห็นพีท ถ่ายทอดการล้างไก่ให้กับตัวเองได้รับรู้
“หลายขั้นตอนจัง” แชมป์แอบบ่น “ล้างไปเถอะน่า นี้คือสูตรล้างไก่ที่พ่อ ฉันเคยสอนมาเลยนะ” พีทไม่กล้าบอกความจริงว่าสูตรการล้างไก่นี้ได้มาจากเชฟมินแจกยู จึงแสร้งทำเป็บอกว่า พ่อกับแม่ของเขาที่เคยเปิดร้านขายข้าวมันไก่ทอดเป็คนสอนแทน
แชมป์เองก็ไม่ได้สงสัยอะไร ยังคงทำตามขั้นตอนที่พีทสอนด้วยความตั้งใจ จวบจนกระทั่งมาถึงขั้นตอนการหมัก อันที่จริงการหมักไก่ของเชฟมินแจกยู มีด้วยกันหลายเทคนิค ไม่ว่าจะเป็การหมักไก่แบบเร่งด่วน ที่ไม่ต้องเสียเวลาหมักไก่นานหลายชั่วโมง
หรือจะเป็การหมักแบบเข้าเนื้อ ที่ต้องใช้เวลาการหมักอย่างน้อย 6 ชั่วโมงขึ้นไปก็ล้วนแล้วแต่ถ่ายทอดให้กับพีทอย่างไม่มีกัก
พีททำตามขั้นตอนที่เชฟมินแจกยูสอน พร้อมกับถ่ายทอดให้กับแชมป์อย่างครบถ้วน ก่อนที่พวกเขาจะได้ไก่ที่หมักเรียบร้อยแล้ว จำนวน 3 กะละมัง แบ่งเป็ น่อง ปีกและสะโพกอย่างละ 3 กิโล พอดิบพอดี
อย่างไรก็ตามหลังจากหมักไก่เสร็จเป็ที่เรียบร้อย ในที่สุดมันก็พลันเกิดปัญหาขึ้นกับพวกเขาทั้งสองคน
“ฉิบหาย! ลืมไปเลยว่าตู้เย็นเรามันเล็ก” พีทเอามือตบหน้าผากตัวเอง หลังจากที่เขาลืมไปเสียสนิทว่าตู้เย็นในหอพักของเขามันมีขนาดปานกลางเท่านั้น
อันที่จริงตู้เย็นในห้องพักของพวกเขาทั้งสอง มันถือว่าใหญ่มากแล้วสำหรับชายหนุ่มสองคนที่ไม่ได้ทำอาหารกินเอง ซึ่งในตู้เย็นของพวกเขามีขวดน้ำ เบียร์ นมและอาหารแช่แข็ง หรือแม้กระทั่งขวดน้ำดื่มของแชมป์ที่ดื่มจวนจะหมดแล้วเหลืออีกประมาณสองสามอึกที่ค้างอยู่ในตู้ราวๆ 2 เดือนเห็นจะได้ วางแช่ไว้อยู่
และถึงจะมีขวดน้ำดื่มที่แชมป์ดื่มแล้วไม่ยอมทิ้งวางเรียงอยู่ ตู้เย็นของพวกเขาก็ยังมีพื้นที่อีกเหลือเฟือ
แต่ทว่าพื้นที่เ่าั้หลังจากเคลียร์ทุกอย่างออกไปจนเกือบหมดแล้ว ก็ยังไม่พอที่จะยัดไก่หมักของพวกเขา ทั้งสามกะละมังอยู่ดี
“เอาไงดีพีท เอิ่ก~!” แชมป์เองก็จนปัญญาแล้ว เพราะแชมป์เองก็ได้เสียสละตัวเอง ด้วยการดื่มเบียร์ไปแล้วกว่า 3 ขวด รวมถึงยังเคลียร์น้ำดื่มที่กินทิ้งไว้ให้หมดแล้ว แต่มันก็ยังไม่พออยู่ดี และเบียร์ที่แชมป์เสียสละดื่มไปเพื่อเคลียร์ตู้ มันก็เริ่มออกฤทธิ์แล้ว
“ไปฝากฝ้ายไว้ก่อนดีไหม?” พีทเสนอ แต่แล้วในขณะที่พีทกำลังคิดถึงฝ้าย เพื่อนสนิทอีกคนของเขานั่นเอง จู่ๆ ประตูห้องของเขาก็พลันเปิดออก
ไม่มีการเคาะ ไม่มีการแจ้งเตือนถึงการมาเรียกใดๆ มีเพียงหญิงสาวที่หน้าตาสละสลวยคนหนึ่ง ยืนเท้าเอวอยู่ที่หน้าประตูห้องของพวกเขา พลางมองเข้ามาหาชายหนุ่มทั้งสองคนที่อยู่ในห้อง
“ฝ้าย ฝ้าย…พีทเคลียร์เอาเองนะ ครอกฟี้ zZz!!” พีทและแชมป์ถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นถึงหญิงสาวเปิดประตูห้องเข้ามา ก่อนที่แชมป์จะชิ่งหนีด้วยการแกล้งทำเป็เมาหลับ นอนกอดขวดเบียร์ที่ได้กินเข้าไป หลับปุ้ย
“ไอ้เวร!” พีทเตะแชมป์ด้วยความหมั่นไส้ ใครจะคิดว่าเพื่อนสนิทของตัวเองที่พึ่งได้ทุกเื่ จะหนีหายและเอาตัวรอดด้วยการแกล้งหลับแบบนี้
“พวกนายสองคนนี้ช่างดีจังเลยนะ ก่อเื่ขนาดนี้แล้ว แต่ไม่คิดบอกฉันสักคำ แถมยังมานั่งกินเบียร์กันสบายใจเฉิบ” หญิงสาวที่ชื่อว่าฝ้ายเดินเข้ามา ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือของพีท ด้วยความคุ้นชินกับห้องนี้เป็อย่างดี
“ขอโทษนะ พอดีฉันมัวแต่ยุ่งจนลืมบอกกับเธอ” พีทเสียงอ่อน พลางยกมือขึ้นมาไหว้ขอโทษเพื่อนสาวคนสนิท ที่ให้พูดตามตรงพีทก็ค่อนข้างกลัวและเกรงใจเธออยู่ไม่น้อย
ฝ้ายคือเพื่อนสนิทอีกคน ที่เติบโตมาพร้อมกับพีทและแชมป์ เธอเป็หญิงสาวที่มีหน้าตาน่ารักมาั้แ่เด็ก เป็สาวน้อยที่ค่อนข้างเป็ที่ชื่นชอบของครูและเพื่อนนักเรียนจนกระทั่งถึงตอนนี้
ด้วยแก้มที่มีลักยิ้มที่ไม่เหมือนใคร เวลาเธอยิ้มจึงทำให้ฝ้ายดูน่ารักเป็อย่างมาก ฝ้ายแต่งกายด้วยชุดสบายๆ เสื้อยืดหลวมๆ กับกางเกงยีนขาสั้น ที่ไม่ถึงกับสั้นจนเกินไป เธอยืนเท้าเอวมองพีทด้วยสีหน้าที่ดูไม่พอใจชายหนุ่มเท่าไรนัก
แต่กระนั้นไม่รู้อะไรดลใจ เธอมักจะโอนอ่อนให้กับพีทอยู่เสมอๆ ยามพีท พยายามง้อหรือขอโทษเพื่อขอคืนดี ผิดกันกับแชมป์ที่ต่อให้มีของมาเซ่นไหว้ ฝ้ายก็ยังไม่เคยคิดที่จะเหลียวแล จนแชมป์มักจะล้อเลียนเธอกับพีทอยู่ประจำว่า เมื่อไรพวกเขาทั้งคู่จะคบเป็แฟนกันไปสักที จะได้หมดเื่หมดราวมันเสียเลย
อย่างไรก็ตาม นี้เป็เพียงคำพูดล้อเล่นจากแชมป์เท่านั้น เพราะรู้ว่าพีทกับฝ้าย นั้นสนิทกันมาก หากเลื่อนสถานะขึ้นเป็แฟนกันจริงๆ หากวันหนึ่งเลิกรากันไป พีทกับฝ้ายไม่รู้จะมองหน้ากันติดอีกหรือไม่
และเหนือสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากความสนิท ความรัก ความห่วงใยในฐานะที่ทั้งสองมีให้แก่กันในฐานะเพื่อนแล้ว ตัวของพีทสมัยมัธยมก็เคยไปแอบชอบเพื่อนสนิทของฝ้ายที่เป็ผู้หญิงจนได้เป็แฟนกันในระยะสั้นๆ อีกด้วย
หากแต่สุดท้ายด้วยความที่เพื่อนสนิทของฝ้ายสอบติดมหาลัยในกรุงเทพ ส่วนตัวพีทนั้นเลือกที่จะเรียนต่อที่มหาลัยในจังหวะธาราบุรี จึงทำให้ทั้งสองจึงต้องเลิกรากันไปในที่สุด
ส่วนตัวของฝ้ายเอง ก็รับรู้ถึงเื่ราวของพีทและเพื่อนสนิทของตัวเองดี แม้เธอนั้นจะยังติดต่ออยู่กับเพื่อนสนิทคนนี้อยู่บ้าง แต่กระนั้นฝ้ายเองก็ยังอยู่เคียงข้างพีทเสมอมา
“เฮ้อ! เอาล่ะ งั้นเล่ามา ว่าเื่มันเกิดขึ้นได้ยังไง” ฝ้ายใจเย็นลงแล้ว ก่อนจะเปิดโอกาสให้พีทได้เล่าถึงเื่ที่เกิดขึ้นผ่านมุมมองของพีท โดยไม่ได้รับฟังความข้างเดียวจากดิวตี้ รองผู้จัดการ
พีทใช้เวลาเล่าเื่ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดให้กับฝ้ายั้แ่ต้นจนจบ พร้อมทั้งเปิดขวดน้ำ (ที่ขนย้ายออกมาจากตู้เย็น เพื่อเคลียร์ตู้) ให้กับฝ้ายได้ดื่มดับกระหาย
ฝ้ายรับน้ำจากพีทมาดื่ม พลางฟังเื่ที่พีทเล่าอย่างหัวเสีย ก่อนจะสำลักออกมาคำโต จนเสื้อยืดที่หลวมโครกของเธอเปียกปอนไปเลยทีเดียว เมื่อได้ยินว่ารองดิวตี้ กลั่นแกล้งพีทและแชมป์ขนาดนี้ ซึ่งมันผิดกับเื่ที่เธอได้ยินมาราวกับคนละเื่เลยนั่นเอง
พรวด~!
พีทรีบส่งกระดาษทิชชูให้กับฝ้ายได้เช็ดทำความสะอาด แน่นอนด้วยน้ำที่เปียกปอนเต็มเสื้อมันทำให้ เสื้อยืดของฝ้ายแนบลงไปที่เนื้อ หากแต่พีทก็ไม่ได้คิดเกินเลยหรือฉวยโอกาสมองเรือนร่างที่กระชับแน่นที่แนบเนื้อของฝ้ายเลยสักนิด
เขารีบคว้าเสื้อแจ็กเกตที่เขามักจะสวมใส่เวลาออกไปเที่ยวขึ้นมาคลุมร่างกายของฝ้ายและได้จัดแจงเสื้อแจ็กเกตให้เขาที ไม่ให้ฝ้ายรู้สึกเอียงอายกับภาพที่ไม่สมควร
“แต๊งกิ้วนะ!” แก้มของฝ้ายมีเืฝาด แดงระเรื่อเล็กน้อย เผยให้เห็นถึงลักยิ้มของเธอที่กำลังหยุบลงไป “อันที่จริง ฉันก็ไม่ได้อยากจะมาหาเื่พวกนายสองคนหรอก พอดีฉันก็ได้ไปคุยกับพี่แตง (ผู้จัดการร้าน) มาบ้างแล้ว แล้วก็ขอเธอลาออกแล้วด้วย”
ฝ้ายได้ลาออกจากร้าน QFC ตามพีทและแชมป์เป็ที่เรียบร้อย แม้พี่แตงจะพยายามรั้งตัวฝ้ายไว้ แต่ก็รู้ว่าทั้งสามคนคือเพื่อนสนิทกัน การที่พีทและแชมป์ลาออก ย่อมมีความเป็ไปได้สูงว่าฝ้ายจะลาออกตามไปด้วยเช่นกัน
นี้คือการสูญเสียพนักงานดีเด่นประจำร้าน QFC สาขาแห่งนี้เลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็แค่การสูญเสียพนักงานไม่กี่คนเท่านั้น ไม่มีทางที่ร้าน QFC จะเดือดร้อนจากการขาดหายไปของพนักงานพาร์ทไทม์ทั้งสามคนอยู่แล้ว
ส่วนทางด้านของดิวตี้ที่เป็ตัวตนเื่ อาจจะเหนื่อยมากหน่อยใน่นี้ แต่ถ้าสามารถรับพนักงานเข้ามาแทนได้ สุดท้ายทุกอย่างก็กลับไปเป็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โดยที่ไม่รู้เลยว่า การสูญเสียพนักงานตัวเล็กๆ สามคนอย่าง พีท แชมป์และฝ้ายไป มันจะทำให้เกิดธุรกิจไก่ทอดที่สักวันหนึ่ง มันจะก้าวขึ้นมาเป็คู่แข่งกับ QFC ในอนาคต!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy