ผมกับองค์หญิงไอกะออกเดินทางต่อไป ระหว่างทางผมเห็นท่าทางขององค์หญิงไอกะ ไม่ค่อยดี เธอมีไข้ขึ้นตัวร้อนจี๋ อย่างมาก ผมประคองเธอนั่ง และเธอก็เอาหน้าลงมาซบไหล่ของผม
" ซาโต้ ข้าคิดว่าข้าเป็นไข้ " องค์หญิงไอกะ ไออย่างทรมาน
แอ๊ะ แอ๊ะ
ก็แน่ล่ะ ที่เธอป่วย ก็เพราะเสื้อผ้าเปียกจากฝน ประกอบกับ โดนพลังเปลี่ยนสภาพอากาศของลูกนกยูงหิมะขาว เดี๋ยวหนาว เดี๋ยวร้อน เธอเลยเป็นไข้ขึ้นมา
" ยังพอไหวไหม องค์หญิง " ผมถามเธอ ที่มีอาการหน้าแดง ตัวร้อน และไอ สลับกันไปมา
' นี่เป็นอาการของ ไข้ป่า โปซารอน ถ้าข้าจำไม่ผิด รีบเอาน้ำในซิลวาเทียให้เธอกินเถอะ จะได้หาย ' เทพธิดาฟาเรนเซียกล่าว
' อะไร อะไร ก็ต้องพึ่งแต่ อาติแฟกซ์ สายรักษาอย่างซิลวาเทียร์ อย่างนั้นเหรอ ถ้าข้าใช้ก็เท่ากับยอมรับเสด็จพ่อบัดซบนั่น '
' ถ้าไม่ใช้ องค์หญิงไอกะ อาจจะตายเลยนะ หรือเจ้าเป็นหมอกัน'
' ไม่ล่ะ ข้าจะไม่ใช้มัน '
'ยังจะดื้ออีก หรือเจ้ามีแผนการอย่างอื่น หืม ซาโต้ '
'....' ผมไม่อาจยอมรับได้ว่า ผมใช้ซิลวาเทีย มากกว่า 2 ครั้งแล้ว ซึ่งผมจะไม่พยายามใช้มันอีก ผมถอดซิลวาเทียร์ออก และพยายามจะเขวี้ยงมันไปให้พ้นๆ
แต่เหมือนมีพลังงานบางอย่างมาหยุดยั้งมือผมไว้
เอ๊ะ ผมแปลกใจมาก เหมือนกำลังมีใครจ้องมองดูผมอยู่ ผมจึงเก็บซิลวาเทียร์ ห้อยคอไว้แบบเดิม
ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ผมจะไม่ใช้มัน ผมสัญญากับตัวเอง
' นี่เจ้าบ้าหรือโง่ กันแน่นะ ข้าเบื่อที่จะพูดกับเจ้าแล้ว หาทางช่วยองค์หญิงไอกะ เอาเองก็แล้วกัน' เทพธิดา ฟาเรนเซียกล่าวก่อนจะหยุดพูดไป
" ขอโทษนะ องค์หญิงไอกะ ข้าน้อยเสียมารยาทแล้ว "
[เรม ไฟเยอร์] ผมจุดไฟใส่กองไม้ที่อยู่ในละแวกนั้น เพื่อเพิ่มความอบอุ่น
แล้ว ผมถอดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นขององค์หญิงไอกะ ออกมาผึ่งไฟ เผยให้เห็นรูปร่างอันสมส่วนขององค์หญิงไอกะ และร่างกายที่กำลังโตของสาววัยรุ่น แล้วเอาใบไม้ มาทำเป็นชุดให้เธอใส่แทน รอจนเสื้อผ้าแห้ง
แอ๊ะ แอ๊ะ แอ๊ะ
องค์หญิงไอกะ ไอไม่หยุด และดูเหมือนตัวจะร้อนขึ้นเรื่อยๆ เธอกอดผมอย่างแนบแน่น
" หนาว หนาวจังเลย " องค์หญิงไอกะ บ่นออกมาเพราะพิษไข้ โปซารอน ทั้งๆที่ตัวร้อนจี๋เลยทีเดียว
" น้ำ ขอน้ำ " องค์หญิงไอกะ บิดไปมาด้วยความทรมาน แล้วกล่าวด้วยความทรมาน
" เจ็บหน้าอก เจ็บจนจะทนไม่ไหวแล้ว " เมื่อผมได้ยินดังนั้น ก็รีบกุมมือน้อยๆขององค์หญิงไอกะไว้ ผมลังเลว่าจะใช้ซิลวาเทียร์ รักษาอาการดีหรือไม่ เพราะมันเป็นสมบัติของ เลาห์คอน เฮเซ็น เสด็จพ่อของผม ที่ผมไม่ชอบขี้หน้านัก
" เดี๋ยวผม จะรีบไปตักน้ำมาให้นะ " ผมสลัดความคิดที่จะใช้ซิลวาเทียร์ อีกครั้ง
ซิลวาเทียร์ อาติแฟกซ์ แรร์ ระดับเวิร์ลไอเทม ที่สามารถ รักษาได้ทุกโรคทุกอาการ แม้แต่คนตายไปแล้วถ้ากินเข้าไปก็สามารถชุบชีวิตได้ มันเป็นสมบัติประจำตระกูลของผม ที่ผมไม่คิดจะใช้มัน
ผมเดินไปตักน้ำที่ตรงน้ำตกอีกครั้ง และหยิบผ้า และหม้อน้ำร้อน ออกมาจากแหวนมิติ ที่ผมซื้อมาระหว่างการเดินทาง จากอาณาจักรโปปุรอน มายังอาณาจักรออโดนอสนี้
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
"นั่นเสียงอะไรนะ ?"
และในขณะนั้นเอง ผมก็แลเข้าไปเห็นถ้ำๆหนึ่งหลังน้ำตกซึ่งเป็นที่มาของเสียงประหลาด แต่ผมตัดใจยังไม่เข้าไป เพราะเป็นห่วง องค์หญิงไอกะ
ผมกลับมาเห็นองค์หญิงไอกะ ที่ท่าทางกระสับกระส่าย และอาการแย่ลงเรื่อยๆ มีตุ่มแดงๆ ผุดขึ้นมาจากผิวกายเธอ เธอเป็นผื่นกลางหลังด้วย ผมเริ่มวิตกกังวล กับอาการของเธอ ผมจับเธอนอนลง แล้วเริ่มต้มน้ำร้อน เอาผ้าชุบน้ำอุ่นสะอาดออกมา เช็ดตามร่างกายเธอ ด้วยการปิดตาคลำ
' ต้องรีบพาเธอไปหาหน่วยแพทย์ ฉุกเฉินในทันทีนะ ดูอาการแย่ลงเรื่อยๆแล้ว' เทพธิดาฟาเรนเซีย กล่าว
แต่ผมต้มน้ำ แล้วเช็ด ตัวให้เธอตลอดคืนนี้ และต้มข้าวต้มให้เธอกิน ป้อนเธอทีละคำ ทีละคำ อย่างยากลำบาก ซึ่งบางครั้งก็หกเลอะเทอะ
" ขอบใจมากนะ ซาโต้ที่ดูแลฉัน ฉันนี่มันเป็นตัวถ่วงเธอจริงๆ " องค์หญิงไอกะหายใจอย่างยากลำบาก แต่ก็ยังมีสติ พูดขอบคุณผม
" ถ้าเธอ หายเรามาเป็นแฟนกันนะ " ผมกล่าวทั้งน้ำตา เพราะรู้คำตอบดีว่าเธอต้องตอบ [ ไม่ ] แต่องค์หญิงไอกะ กลับตอบตรงกันข้ามกับที่ผมคิด
" อืม " องค์หญิงไอกะครางเบาๆ
องค์หญิงไอกะ รับปากผม? เธอรับปากผมง่ายๆอย่างนี้เชียวรึ ไชโย ผมได้แฟนแล้ว ผมดีใจอยู่ตลอดคืน ไม่รุ้ว่า องค์หญิงไอกะ หยอกผมเล่นหรือป่าว
8 ชั่วโมงต่อมา................
มันเป็นเวลาที่แสนทรมาน ที่ผมต้องดูแลเธออยู่ตลอดคืน เฝ้าไข้โดยไม่ยอมออกห่างจากเธอแม้แต่ก้าวเดียว
และในตอนเช้าวันนี้เอง ไข้ของเธอก็ลดลง ตุ่มแดงๆก็เริ่มจางหาย อาการเจ็บหน้าอกก็เริ่มทุเลา ผมโบกพัดที่เอาออกมาจากแหวนมิติ โบกใส่ข้าวต้มอุ่นๆให้เธอกิน ประสบการณ์เฉียดตาย จากไข้ป่า ทำให้เรารักกัน
" ซาโต้ เรื่องที่เราเป็นแฟนกัน อย่าพึ่งไปบอกใครล่ะ รอข้าไปบอกเสด็จพ่อก่อนแล้วจะมาจัดพิธีหมั้นหมายกันนะ "
" อืม " ผมป้อนข้าวต้มเข้าใส่ปาก องค์หญิงไอกะโดยไม่บ่นอะไร
องค์หญิง ไอกะ หน้าแดงเรื่อๆ เธอหน้าตาน่ารักอย่างมาก ถึงจะพึ่งหายไข้ นอนหนุนตักผม และกินข้าวต้มที่ผมป้อนให้ ด้วยความสุขใจ ทีละคำ ทีละคำ
" อย่าคิดว่าชั้นเป็น ผู้หญิงง่ายๆนะ ซาโต้ " องค์หญิง ไอกะ ทำเสียง แง่งอนกับผม
" อ่ะ ครับ "
ลูกนกยูงหิมะขาวที่เป็นตัวต้นเหตุของเรื่องยังคงวิ่งร่าเริง ไม่หยุด มันกำลังเต้นระบำ แห่งความดีใจอยู่
" ขอแสดงความยินดีกับพวกเจ้าด้วย ในที่สุดเรื่องก็ลงเอยไปด้วยดี ฮิ ฮิ "
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เสียงหนึ่งดังมาขัดจังหวะ การสนทนาของพวกเรา ซึ่งกำลังอินเลิฟกันอยู่
เสียงจากในถ้ำนั้นอีกแล้ว ดังแว่วมาแต่ไกล ซึ่งผมขอตัวจากพวกองค์หญิงไอกะ ไปดูหน่อย ผมอยากรู้ใจจะขาดว่าข้างในถ้ำนั้นจะมีตัวอะไรอยู่ ถ้ามันแข็งแกร่งผมจะจับมาทำเป็นอสูรพันธสัญญาของผม
" แล้วรีบกลับมานะ ซาโต้ อย่าทำให้ข้าเป็นห่วง " องค์หญิงไอกะ ลุกขึ้นมา จุมพิตไปที่แก้มผมทีนึง อย่างแผ่วเบา แล้วเธอก็หันหน้ากลับไปอย่างเขินอาย
****ผมเดินทางเข้าไปในถ้ำหลังน้ำตกนั่น โดยที่ไม่ได้ พาองค์หญิง ไอกะมาด้วย เพราะเกรงว่าเธอจะเป็นอันตราย แถมเธอยังเพิ่งหายไข้อีกด้วย
โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เสียงของสัตว์ประหลาดตนหนึ่ง ที่มีตาเดียว กำลังเฝ้าบ่อน้ำ ที่มีโลงศพน้ำแข็งอยู่ ดูเหมือนจะมีบางสิ่งบางอย่างอยู่ข้างในนั้น ผมมองมันด้วยความสงสัยใคร่รู้
" ไซคลอป นั่นเอง แถมตัวใหญ่มากเสียด้วย ประมาณขนาด 3เมตรเห็นจะได้ "
ผมพยายามเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้มันรู้ตัวว่าผมมาแล้ว
ฟุดฟิด ฟุดฟิด
เจ้าไซคลอป ดมอากาศที่หายใจเข้าไป แล้วพูดออกมาว่า
" เจ้ามนุษย์ มัวซุกหัวอยู่ที่ไหนออกมานะ ไม่งั้นข้าจะฆ่าหักคอเจ้า "
' ซาโต้ ข้าว่าเรารีบหนีออกไปจากที่นี่กันเถอะนะ ในขณะที่ไซคลอป ยังมองไม่เห็นเจ้า' เทพธิดาฟาเรนเซีย กล่าวด้วยความเป็นห่วงในนิสัยบ้าๆของผม
' ไม่ล่ะ ท่านเทพ ผมจะสู้กับมัน ผมอยากรู้ข้างในโลงศพน้ำแข็งนั้นมีอะไร' แล้วผมก็ร่ายคาถาเปลวเพลิงที่เป็นเวทย์ถนัดของผมออกไป
[ไฟเยอร์บอล]
ตูม ตูม ตูม
เสียงลูกบอลไฟปะทะเข้ากับลูกกระตาของไซคลอป อย่างแรงทำให้มันมองไม่เห็นไปชั่วขณะ แล้วเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผมกระโจนออกไป ฟาดมันด้วยดาบเวทย์มนต์ ที่ผมมีมันเป็นเวทย์๋ในคัมภีร์ภาษาเฮเซ็น บทที่3
เคร้ง
ดาบเวทย์มนต์ของผมปะทะกับ กระบวนท่า กายาเหล็กของไซคลอป มันบาดเนื้อไซคลอปได้เพียงนิดเดียวก่อนที่จะหยุดลง
ไซคลอป ต่อยมั่วๆออกมาตามสัญชาตญาณ 1 ในจำนวนหลายมัดได้ซัดมาถูกผม
อาคคคคคคคคคคคค
ผมตัวกระเด็นลอยออกไปประมาณ 10เมตรก่อนที่จะหยุดลง
ไซคลอปที่สูญเสียดวงตา โจมตีอย่างบ้าคลั่งจนไป ถูกโลงศพน้ำแข็งกระเด็นหล่นลงมากับพื้น
ผมถือโอกาส กระโดดถีบ ไซคลอปที่กำลังบ้าคลั่งให้ ตกบ่อน้ำไป บ่อน้ำนั้น ไอเย็นมาก จนแช่แข็ง ไซคลอปไว้ทั้งตัว จนไซคลอปแข็งเป็นปฏิมากรรมน้ำแข็งชิ้นหนึ่ง ก่อนจะแตกออกเป็นเสี่ยง เมื่อผมยิงเวทย์ไฟออกไป
ถ้าผมจำไม่ผิด ความเย็นจะทำให้สสารหดตัว ส่วนความร้อนนั้น จะทำให้สสารขยายตัวเมื่อไซคลอปตกลงไปในบ่อน้ำเย็นนี้ มันก็ได้ทิ้งชีวิตไปแล้ว เพราะเมื่อสสารหดตัวและขยายตัวอย่างรวดเร็วจะทำให้สิ่งของนั้นปริแตกออกเหมือนแก้วที่อยู่ในช่องแช่แข็ง และเมื่อเราเทน้ำร้อนราดมันลงไป แก้วนั้นก็จะแตกออก
หลังจากผมจัดการกับไซคลอป เรียบร้อยแล้ว ผมก็ตรงไปยังโลงศพน้ำแข็ง ข้างในมีสาวน้อยรูปงามน่ารักกำลังนอนหลับตาอยู่ เธอมีผมสีฟ้าสลับดำ ใบหน้ารูปไข่ได้รูป และหุ่นที่ดูสมส่วน สวมชุดบางๆสีเทาอ่อนๆ ทำให้เห็นร่องอกได้อย่างชัดเจน ข้างบนฝาโลงสลัก ชื่อ มิร่า
"มิร่า?" ผมอุทานออกมา เหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด
' มิร่ารึ ซาโต้ นางเป็นอสูรชั้น ราชันย์ เลยน่ะ ถ้าข้าจำไม่ผิด เธอเคยออกอาละวาดเมื่อ 300ปีก่อน ระวังตัวด้วยนะซาโต้ ที่นางถูกจับผนึกไว้ในที่แห่งนี้คงมีเงื่อนงำบางอย่าง'
อสูรมี 6 ระดับ 1.อสูรระดับทองแดง 2. อสูรระดับเงิน 3. อสูรระดับทอง 4. อสูรระดับเพชร 5. อสูรระดับราชันย์ 6. อสูรระดับตำนาน
" ผมจะปลดผนึก คำสาปที่ทำให้เธอหลับนะท่านเทพ "
' เจ้าจะบ้าหรือไรซาโต้ ถ้าจะแก้คำสาปจริง ก็ควรไปยืมกบนานันของ ผู้วิเศษ ริเอะมา เพราะ กบนานัน กินคำสาปได้ทุกชนิด ไม่งั้นตัวเจ้าจะได้รับผลกระทบจากการสลายคำสาป'
' ไม่เป็นไร ผมจะลองทำดู ' ราวกับถูกมนต์สะกดจากมิร่า ผมค่อยๆร่ายเวทย์ คลายผนึกคำสาป ทีละวงทีละวง โดยปรากฏ วงเวทย์คำสาป 12วงออกมา
ทั้งมือซ้ายและมือขวาของผมกำลังมอดไหม้ ไปด้วยเพลิงโทสะของคำสาป และดูเหมือนมันจะมีเลือดออกมากขึ้น และมากขึ้น เลือดไหลหยดลงบนตัวของเธอ
มิร่า ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น เธอลิ้มลองเลือดของผมเข้าไปแทบทุกหยดที่หยดลงไปบนตัวเธอ
" ขอบใจมากนะ คุณนักผจญภัย ไม่ใช่สิต้องเรียกว่า ที่รัก ต่างหาก คนที่ปลุกข้าจากคำสาปเป็นคนแรกข้าจะขอติดตามผู้นั้นไปจนตราบชีวิตจะหาไม่ "
แล้วมิร่า ก็ลุกขึ้นมากัดคอผม แล้วดูดเลือดของผมออกไป มันหวานอร่อยมากในปากของเธอ
ผมตกใจอย่างยิ่ง แต่พิธีกรรมที่ทำลงไปแล้วไม่อาจหยุดกลางคัน เธอทำพันธสัญญา เป็นอสูรพันธสัญญาของผม โดยที่ผมไม่ยินยอม และเมื่อวงเวทย์คำสาปวงสุดท้ายสลายไป ผมก็เป็นลมหมดสติไป
3 ชั่วโมงต่อมา.........
ผมฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง โดยมีร่างอันเปลือยเปล่าของหญิงสาวคนหนึ่ง กำลังกอดผมอยู่ อย่างแนบแน่น มือทั้งสองของผมชาด้าน มันไม่รู้สึกเลย ดูเหมือนมันจะถูกเผาไหม้เป็นตอตะโกไปเสียแล้ว *-* รู้งี้ไปยืมกบนานัน ของผู้วิเศษ ริเอะดีกว่า มันเจ็บมากเลย
" ที่รัก มือทั้งสองข้างของเธอนะ มันใช้ไม่ได้แล้วนะ ต้องตัดออก เพื่อรักษาชีวิต " มิร่ากล่าวอย่างเป็นกังวลเล็กน้อย
" แต่ไม่ต้องห่วงนะ ข้าจะเลี้ยงดูเจ้าไปทั้งชีวิตเอง ที่รัก " มิร่ายิ้มออกมาให้เห็นเขี้ยวขาวๆน้อยๆ
" เธอเป็นตัวอะไรกันแน่มิร่า "
" ข้าเป็นแวมไพร ไงล่ะ ข้าสามารถ แปลงเป็น มังกร โครงกระดูก หมาป่า และค้างคาวได้ " แล้วมิร่าก็กล่าวสืบต่อ
" เอาล่ะ เรารีบมาตัดมือกันเถอะ ก่อนที่คำสาปจะกัดกินเจ้าจนตาย " มิร่า เรียกดาบเวทย์น้ำแข็งอันคมกริบออกมา และกำลังจะตัดมือผม
" ดะ.......เดี๋ยวก่อน ผมยังมีซิลวาเทียที่คล้องคออยู่ เอาน้ำของมันมาให้ผมกินหน่อย "
" ซ...ซิลวาเทียร์? "
มิร่าขมวดคิ้วเป็นแวว สงสัย ก่อนที่จะหยิบซิลวาเทีย มาให้ผมดื่ม
ฤทธิ์ ของซิลวาเทียแผ่ซ่านทันที มือทั้งสองจากที่รู้สึกชาแบบตายด้าน ก็กลับมามีประสาทสัมผัสอีกครั้ง พร้อมมีเลือดฝาด และหายเป็นปลิดทิ้งในเวลาต่อมา
" โห ที่รักมีของดีขนาดนี้ด้วย ขอฉันได้ไหม " มิร่าออดอ้อน พร้อมเป่ามนสเน่ห์ ใส่ผม
แต่มนต์สเน่ห์ใช้กับผมไม่ได้ผล เพราะ ผมมีเทพธิดาฟาเรนเซีย ช่วยคลายเวทย์มนต์ให้
" คงไม่ได้หรอก มิร่า มันเป็นสมบัติของ อาณาจักรผม ผมคงให้ใครไม่ได้ " แล้วผมก็หยิบซิลวาเทียมาห้อยคอไว้ตามเดิม
มิร่า หน้ามุ่ยนิดหน่อย แต่หน้าตาเธอตอนกำลังโกรธนี่ก็ น่ารักไปอีกแบบ ผมรีบบอกให้เธอใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย เพราะจะพาเธอไปแนะนำให้ องค์หญิงไอกะได้รู้จัก
มิร่า สวมเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินตามผมมาอย่างว่าง่าย
" ว่าแต่ที่รัก เธอมีชื่อว่าอะไรเหรอ "
" ซาโตชิ หรือ ที่ใครๆ ก็เรียกว่า ซาโต้ ไงล่ะ " ผมกล่าวด้วยเสียงอันภาคภูมิใจ
****************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป