ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 66

    หลังจากที่เหล่าพนักงานคอนโดที่เหลืออดจากอำนาจของผู้จัดการอาทิตย์ประชาทัณฑ์ มันก็ยังถูกลากตัวมาคุกเข่าต่อหน้าของโอ๊ตโดยมีลูกน้องของเจ้าหมูตอนยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังของมัน หน้าตาของอาทิตย์ในตอนนี้คืออาจจะเรียกได้ว่าสะบักสะบอม ดูคล้ายกับเอเลียนที่มาจากต่างดาวเลยก็ว่าได้“เฮ้อออ ทำตัวเองแท้ๆ.. ช่างเถอะ! วันนี้ฉันเสียเวลามากพอแล้ว ก่อนอื่นเลยก็ต้องเริ่มที่มันก่อน คิงแดรี่ฟูดส์อะไรนั่นมันยิ่งใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอภาคภูมิ..”โอ๊ตกล่าวถามกับภาคภูมิอย่างสงสัย แน่นอนว่าภาคภูมิก็ทำท่าทางมึนงงเล็กน้อย ดูเหมือนว่าคุณชายจะจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานไม่ได้หรือยังไงกัน บางทีคุณชายอาจจะไม่ได้ใส่ใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนนี้มันมีหน้าที่ที่จะต้องตอบตามความจริงเท่านั้น“เรียนคุณชาย.. คิงแดรี่ฟูดส์ถือว่าเป็นบริษัทที่สร้างผลกำไรต่อปีได้เป็นอันดับที่สี่ของเมืองเชียงใหม่นี้ขอรับ..” ภาคภูมิกล่าวรายงาน ส่วนโอ๊ตที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วขึ้นมา เขาอดที่จะสงสัยออกมาทางสีหน้าไม่ได้“อันดับ 4.. ขนาดทายาทของบริษัทอันดับ 4 ยังอวดเก่งขนาดนี้ แล้วไอ้พวกอันดับ 1 2 หรือ 3 จะขนาดไหนกันนะ..” โอ๊ตอดที่จะคิดไม่ได้ ขนาดแค่คุณชายทายาทอันดับ 4 ยังกล่าวกับเขาราวกับเป็นหมูเป็นหมาเลย แล้วไอ้พวกที่เหนือกว่ามันจะกล่าวกับเขาว่าอย่างไรกัน เรื่องนี้เขาจะต้องระวังเป็นพิเศษเสียแล้ว“เออ.. กระผมคิดว่านิสัยของเหล่าวัยเยาว์นี้ จะมีแค่ส่วนน้อยขอรับ.. และถ้าหากท่านยังจำได้อยู่ เกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ของท่านที่ถูกขโมยไป นั่นก็เป็นฝีมือของน้องชายของมันขอรับ มันมีความเป็นไปได้ที่ว่าครอบครัวนี้จะแค้นที่ท่านกระทำกับลูกชายคนเล็กก็เป็นไปได้ขอรับ..” จู่ๆเจ้าหมูตอนภาคภูมิก็กล่าวถึงอดีต ตามความคิดของเขาแล้ว มันจะต้องเป็นความแค้นส่วนตัวของครอบครัวนี้แน่ๆ หลังจากเกิดเรื่องที่ภัตตาคารอาหารนั้นเขาก็เริ่มติดตามข่าวกับคุณชายบ้าง และได้ทราบมาว่าลูกชายคนเล็กของพวกเขากลายเป็นบ้า หลังจากที่ขโมยรถของคุณชายไป และถ้าเชื่อมโยงเรื่องทั้งหมด ก็คงคิดได้อย่างเดียวคืออดัมนั้นจงใจหาเรื่องคุณชาย เพราะต้องการแก้แค้นให้กับน้องชาย“..คุ..คุณคือ..คุณชายคนนั้น?...” อดัมที่ประติดประต่อเรื่องได้ทั้งหมด หลังจากที่ได้ยินภาคภูมิกล่าว เขาก็เริ่มตัวสั่นกลัวออกมาในทันที มันสมเหตุสมผลแล้วทำไมผู้จัดการธนาคารถึงได้เข้าข้างคุณชายเขาอย่างออกหน้าออกตา ประกอบกับคุณลุงภาคภูมิที่ไม่เคยก้มหัวให้ใครอย่างนี้ ตอนนี้ทำให้เขารู้แล้วว่าเขากำลังพูดอยู่กับใคร“อ่าว!.. ไม่ใช่ว่าแกรู้อยู่แล้วหรอกเหรอ ก็เห็นภาคภูมิบอกว่าพวกแกทั้งครอบครัวแค้นฉันนักนี่นา.. เดี๋ยวนะ แล้วฉันไปทำอะไรให้พวกเขาแค้นกันล่ะเนี่ย..”โอ๊ตกล่าวถามอย่างงงๆ ทำไมมันถึงทำท่าเหมือนเพิ่งจะรู้ว่าเขาเป็นใคร หรือว่ามันกำลังแสดงละครเพื่อเอาตัวรอดกัน เขาก็ได้แต่เก็บความสงสัยนั้นไว้ และเหมือนกับโอ๊ตจะเพิ่งนึกได้ว่าเขาไปทำอะไรให้กับพวกเขากัน ถ้าจำไม่ผิดเขาก็ปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปแล้วนี่ แล้วจะมาแค้นอะไรกันอีกทำไม ทั้งๆที่ทำให้ไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วด้วยแท้ๆ หรืออาจจะเป็นฝีมือไอ้เจ้ากิตติอีกแน่ๆ โอ๊ตคิดอย่างนั้นในตอนนี้..“เรียนคุณชาย.. หลังจากที่ทางตำรวจจับตัวของผู้ก่อเหตุที่ขโมยรถของคุณชายได้แล้ว หนึ่งในผู้ต้องหาคือลูกชายคนเล็กของครอบครัวสก็อต ชื่อว่ามิเชล.. ผมสืบทราบมาว่าหลังจากที่ผู้การสอบสวนด้วยตัวเอง มิเชลคนดังกล่าวกลับมีอาการทางจิต หรือสั้นๆก็คือกลายเป็นคนสติไม่ดีน่ะขอรับ..” ภาคภูมิกล่าว“อื้มม.. อย่างนี้นี่เอง แต่ว่าฉันก็สั่งให้ปล่อยเรื่องนี้ให้มันผ่านไป แถมยังไม่เอาเรื่องพวกเขาอีก.. แล้วมันเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นได้ยังไง” โอ๊ตกล่าวถาม“เรียนคุณชาย.. การสอบสวนของทางตำรวจนั้นเกิดขึ้นก่อนจะมีคำสั่งของคุณชายลงมาขอรับ.. แม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม แต่เขาก็คงคิดว่ามันมีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล ไม่เชื่อในสิ่งที่ตำรวจให้เหตุผลก็เป็นไปได้ขอรับ..” ภาคภูมิกล่าว“เป็นอย่างนั้นเองเหรอ.. อื้ม ก็สมควรอยู่หรอก เจ้าบ้ากิตติก็ชอบทำอะไรโดยที่ไม่ได้ถามไถ่เช่นกัน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นฝีมือของมันก็ได้.. คนในครอบครัวแกคงแค้นมากสินะ ถึงได้กลั่นแกล้งฉันมากมายขนาดนี้” โอ๊ตลูบคางพร้อมกับกล่าวถามกับอดัมไป“ปะ..เปล่า..ขอรับ คุณชาย พวกเราไม่ได้คิดอะไรเช่นนั้นเลย” อดัมพยายามจะกล่าว แต่ก็ถูกภาคภูมิกล่าวขัดออกเสียก่อน“แกก็พูดได้สิ! แหม! ตอนแรกยังดูถูกคุณชายท่านสารพัด แต่พอโดนจับได้ก็ทำซึม กล่าวปฏิเสธ แกนี่มัน! เป็นคนยังไงกันวะ..”    ภาคภูมิกล่าวกับอดัม โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นเขาก็ค่อนข้างจะคิดแบบเดียวกับภาคภูมิเหมือนกัน มันเป็นเรื่องปกติที่ครอบครัวจะแก้แค้นให้กับคนที่ทำลายครอบครัว เขาถึงกับต้องถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งๆที่คิดว่าเรื่องมันจบไปแล้วแท้ๆ แต่มันกลับยังมีผลถึงปัจจุบันให้ตามแก้ไขกันอีก“ช่างเถอะ! งั้นก็เชิญครอบครัวของมันมาพบกับฉันในตอนนี้เลยก็แล้วกับ จะได้คลายปมปัญหาไปทีเดียวเลย.. ย้ำนะ! เชิญตัวที่ไม่ได้แปลว่าลากตัว.. เชิญพวกเขามาอย่างสุภาพด้วย” โอ๊ตกล่าว ทำไมชีวิตที่แสนจะธรรมดาของเขาถึงต้องมายุ่งวุ่นวายกับเหตุการณ์พวกนี้ด้วยนะ คิดไปแล้วก็เหนื่อยใจไม่น้อย“ขอรับคุณชาย..” ภาคภูมิกล่าวก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาพี่ชายของเขาให้ช่วยเรื่องการเชิญตัวของครอบครัวสก็อตในทันที ด้วยตัวของเขาเองก็ไม่ได้มีความสนิทอะไรกับครอบครัวนี้ แต่ไม่ใช่กับพี่ชายของเขาที่มีความสัมพันธ์อันดีกับพวกเขา อดัมที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับตัวแข็งค้างไปเลยทีเดียว เขาไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อไป และต้องนั่งรอรับความผิดของตัวเองอยู่ที่นี่อย่างจนใจ“เอาล่ะ.. เรื่องต่อไป เกี่ยวกับคอนโดแห่งนี้ เริ่มจากคุณก่อนเลย ผู้จัดการกิ๊ก...” โอ๊ตกล่าวก่อนจะหันมาทางผู้จัดการกิ๊กเพื่อจะกดดันเธอด้วยสายตา และมันเล่นเอาผู้จัดการกิ๊กถึงกับสะดุ้งเลยทีเดียว เธอยังไม่รู้เลยว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับเธอยังไง“คะ?.. ค่ะท่านชาย..” เธออุทานตอบกลับอย่างตกใจ ก่อนจะตั้งสติ และรีบกลับกล่าวอย่างสุภาพทันที“คุณเองก็มีความผิด.. ตอนคุณนำเสนอคอนโดนี้ให้กับผม คุณเสนอขายว่ายังไง? คุณยังจำมันได้ไหม.. สะดวก สบาย ใกล้สถานที่สำคัญ ทำเลทอง และการบริการที่ดี.. สะดวกตอนนี้มันสะดวกไหม สบายเหรอ ก็ไม่มีเลย และที่มันเป็นปัญหามากที่สุดสำหรับผมก็คือการบริการที่แสนจะประทับใจนี้ คุณคิดว่ายังไงบ้างล่ะ..” โอ๊ตกล่าวถามจี้จุด และนั่นมันก็ทำให้กิ๊กถึงกับหน้าซีดไปเลยทีเดียว“เออ..คือ.. ขอประทานอภัยเจ้าค่ะ ท่านชาย ถ้าฉันทราบว่าผู้จัดการของที่นี่จะมีนิสัยเช่นนี้ ฉันก็คงจะแนะนำเป็นที่อื่นแทนเจ้าค่ะ” เธอกล่าวพร้อมกับมองจิกไปที่อาทิตย์ ผู้จัดการคอนโดเฮงซวยที่ทำให้เธอนั้นโดนหางเลขไปได้“ผมเคยบอกเหรอว่าผมต้องการคำขอโทษจากคุณ.. ผมต้องการสิ่งที่เรียกว่า ‘รับผิดชอบ’ มากกว่า คุณจะทำยังไงกับเรื่องนี้ผมไม่รู้ ผมรู้เพียงอย่างเดียวว่าถ้ามันทำให้ผมไม่พอใจ ผมก็แค่ต้องปิดบัญชีธนาคารของคุณ และไปใช้บริการที่อื่นที่เขาดูแลผมดีกว่านี้ก็เท่านั้น..”โอ๊ตกล่าวพร้อมกับกอดอก ในความคิดของเขา เงินในบัญชีนั้นที่มีมากกว่า 3 แสนล้านบาทน่าจะพอเป็นเครื่องต่อรองที่ดีได้ ถ้าเขาปิดบัญชีไปทางธนาคารคงจะหัวหมุนน่าดูเลยทีเดียว แต่นั่นมันก็ไม่ใช่เรื่องของเขา ถ้าในสายตาของเขามองว่าบริการมันห่วย ก็แค่ย้ายธนาคารก็จบเรื่องแล้ว และเขาจะไม่สนใจคำอ้อนวอนของใครทั้งนั้น“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านชาย.. ถ้าอย่างนั้นฉันก็โทรแจ้งเรื่องราวนี้กับทางผู้บริหารก่อนนะเจ้าคะ..”ผู้จัดการกิ๊กกล่าวพร้อมกับโอ๊ตที่พยักหน้าอย่างผ่านๆ เขาเข้าใจดีว่าด้วยตำแหน่งผู้จัดการธนาคาร ไม่มีอำนาจพอที่จะตัดสินใจอะไรได้ในทันที เรื่องบางเรื่องเธอก็ต้องแจ้งเรื่องผ่านองค์กร เพื่อให้พวกบนๆขององค์กรเป็นผู้ตัดสินใจต่ออีกที และมันก็คงจะใช้เวลาเป็นวันแน่นอน กิ๊กที่เห็นอย่างนั้นก็ลุกขึ้น และเดินออกไปโทรศัพท์ที่มุมห้องโถงทันที“ผมแจ้งเรื่องเชิญตัวของครอบครัวสก็อตมาแล้วขอรับคุณชาย..” และมันก็เป็นขณะเดียวกับที่โอ๊ตจะได้เคลียร์ด้วยเรื่องถัดไปทันที ภาคภูมิที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่อยากจะตบหัวตัวเองไปสักทีสองที ถ้ารู้อย่างนี้เขาน่าจะออกไปเชิญครอบครัวนั้นด้วยตัวเอง เพราะจะได้ไม่ต้องเจอเรื่องนี้ที่คุณชายกำลังจะพูด“ต่อไปก็แกพอดีเลย.. ฉันเข้าใจอยู่ว่ามันเป็นคนจ้างคนพวกนี้ให้มากระทืบฉัน แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ยังเป็นคนของลูกน้องของแก.. แกคิดว่ายังไง” ภาคภูมิที่ได้ยินก็ต้องคุกเข่าลงกับพื้นที่มีเศษกระจกแตกอย่างไม่กลัวเจ็บเลยทันที“ขออภัยขอรับคุณชาย.. เป็นกระผมเองที่ดูแลสั่งสอนลูกน้องได้ไม่ดี.. จะให้กระผมชดใช้ยังไงกระผมก็ยินดีขอรับ หรือถ้าคุณชายต้องการจะประทานความตายให้กระผมก็ยินยอมขอรับ” ภาคภูมิกล่าวพร้อมกับก้มหัวลงไปกระแทกกับเศษกระจกอย่างสยอง แต่ก็ยังโชคดีที่หัวของเขาไม่ถูกบาดเข้า ไม่อย่างนั้นมันคงจะสยองกว่านี้แน่นอน“เห่อ.. ใครอยากจะได้ชีวิตน้อยๆของแกกัน แกบอกว่าอะไรก็ได้อย่างนั้นสินะ.. โอ้ว! หลานสาวของแกเป็นไง..” โอ๊ตกล่าว และคิดจะแกล้งเจ้าหมูตอนนิดๆหน่อยๆ เขารู้ว่าจุดอ่อนของมันคืออะไร จริงๆมันก็ไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่เขาอยากจะเตือนให้มันดูแลลูกน้องให้ดีๆเท่านั้นเอง“ขอรับ.. กระผมยินดีมอบหลานสาวให้กับคุณชายขอรับ ได้โปรดดูแลเธอด้วย..” คำตอบที่ไม่คาดฝันของภาคภูมิก็ดังขึ้นมาท่ามกลางความตื่นตกใจของผู้คน โอ๊ตที่รู้คำตอบอยู่แล้วว่าเจ้าหมูตอนนี้จะตอบว่าอะไร มันคงไม่ผิดไปจากเมื่อวานที่ยื่นมีดมาให้แทงแน่ๆ เขาจึงยิ้ม และตอบกลับไปอย่างไม่ทันได้ทวนคำตอบของภาคภูมิให้ดีก่อน..“ได้ๆ ฉันจะดูแลเธอให้ดีที่สุดเอง.. ชะ เฮ้ยยยย.. แกพูดว่ายังไงนะ!!!!!!!!!”