จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 109 เพลิงมรณะ

            “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้แน่นอน ไฟที่เห็นนี่แม้จะไม่ใช่เพลิงแอ่งธรณีแต่ก็ไม่มีทางเป็นไฟนั่นอย่างแน่นอน!” ฉินอวี่พึมพำอยู่ในใจไม่รู้เป็นเพราะความตื่นเต้นหรือความอ่อนล้าที่ยังหลงเหลืออยู่ทำให้ฉินอวี่รู้สึกวิงเวียน ราวกับกำลังอยู่ในโลกของภาพมายา

            “แต่ถ้าไม่ใช่ ทำไมเมื่อเพลิงแอ่งธรณีแปรสภาพไปจึงรู้สึกถึง... พลังมรณะ?”ฉินอวี่จ้องตรงไปยังตันเถียน ที่มีเพียง “เพลิงแอ่งธรณี”ขนาดเท่านิ้วมือ ใบหน้าที่ดูซีดเซียวนั้นดูเหมือนจะเอาแน่นอนไม่ได้

            “หากเป็นไปอย่างที่ตนเองคิดเอาไว้ หรือว่า...ในตอนที่อยู่ในสภาวะปีศาจคลั่ง ตนเองตกอยู่บนหนทางของความเป็นความตาย?”

            “เดี๋ยว!”

            “ข้าฟื้นขึ้นมาครั้งนี้ การดื่มเลือดไม่ได้ช่วยเติมเต็มพลังปราณที่สูญเสียไปและยังไม่สามารถจะขจัดความอ่อนแอที่มีอยู่ได้และความชราของร่างกายคือสิ่งที่ปรากฏอย่างเด่นชัดที่สุด เป็นไปได้หรือไม่ว่า...เมื่อเข้าสู่สภาวะปีศาจคลั่งการเผาผลาญคงไม่ได้เกิดเพียงในพลังปราณเท่านั้น?แต่ยังมี... พลังชีวิตด้วย?”

            “แต่เมื่อพลังชีวิตถูกเผาผลาญไป จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังมรณะ...จึงทำให้เพลิงธรณีเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้?”

            ฉินอวี่สูดลมหายใจเข้าลึกๆสีหน้าดูเคร่งขรึมขึ้นกว่าเก่า แม้ว่าจะใช้วิชาปีศาจคลั่งมาแล้วหลายครั้งแต่ตอนนี้ฉินอวี่ก็รู้แล้วว่าตนเองยังรู้เรื่องเกี่ยวกับวิชาปีศาจคลั่งน้อยยิ่งนัก

            แม้ฉินอวี่จะอ่านตำราโบราณมาแล้วนับไม่ถ้วนแต่ก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีทักษะยุทธ์ชนิดใดที่สามารถเผาผลาญพลังชีวิตได้นี่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นพลังที่พลิกฟ้าได้เลยทีเดียว

            “ไม่รู้ว่าคนโหดเหี้ยมคนใดที่เป็นผู้สร้างทักษะยุทธ์ที่ทรงพลังเช่นนี้”ฉินอวี่ประหลาดใจ

            ไม่นานจากนั้นฉินอวี่ได้ระงับความคิดภายในใจไว้ และเริ่มการสำรวจ “เพลิงแอ่งธรณี” ทันทีเพลิงแอ่งธรณีในตอนนี้มีความเย็นเยือกมากขึ้นและพลังของมันที่มีอยู่เพิ่มสูงขึ้นกว่าร้อยเท่าสิ่งสำคัญที่สุดคือพลังมรณะที่แผ่ซ่านไปรอบเพลิงแอ่งธรณีนั้นดูแปลกมากแม้แต่ฉินอวี่ก็ยังคิดว่าอสูรร้ายระดับทั่วไปก็คงไม่สามารถจะแตะต้องเพลิงแอ่งธรณีในตอนนี้ได้เพราะลำพังพลังมรณะเพียงสิ่งเดียวก็นับว่ามากเพียงพอที่จะกลืนกินพลังชีวิตของอสูรร้ายได้

            “คราวหลังคงต้องลองดูอีกสักครั้ง หากสามารถกลืนกินได้จริง เช่นนั้นแล้ว...สิ่งที่หวังผิงมอบไว้ในตัวข้าตอนนั้น ก็นับว่าเป็นโชคอันใหญ่โตของข้าเสียแล้วแต่คิดว่าเขาคงไม่เคยคิดมาก่อนว่าเพลิงแอ่งธรณีที่เขามอบให้ตนเองไว้นั้นคือต้นแบบของเพลิงมรณะ!”

            ใช่!

            ฉินอวี่เชื่อมั่นว่านี่ไม่ใช่เพลิงแอ่งธรณีแต่เป็นเพลิงมรณะในตำนาน!

            เมื่อนึกถึงเรื่องที่ตนเองได้รับเพลิงมรณะมาโดยบังเอิญในใจของฉินอวี่ก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างช่วยไม่ได้

            นี่คือเพลิงมรณะในตำนานและเงื่อนไขในการถือกำเนิดของมันไม่ได้น้อยไปกว่าเพลิงอสุนีบาตเลย!

            ร่ำลือกันว่ามันจะเกิดขึ้นในเขตสนามรบโบราณและต้องการพลังของความตายและพลังของความแค้นที่หนาแน่นมากเท่านั้น หลังจากผ่านการบ่มเพาะมานานนับไม่ถ้วนจึงจะมีโอกาสได้เติบโตขึ้นมา และเป็นเพราะพลังความโหดร้ายของแหล่งกำเนิดจึงทำให้มีไอพิษอยู่เป็นจำนวนมากดังนั้นจึงทำให้เพลิงมรณะมีความคล้ายกับเพลิงแอ่งธรณีอยู่เช่นกัน

            “แต่ก็ไม่รู้ว่าหวังผิงผู้นี้ได้เพลิงมรณะเช่นนี้มาจากที่ใด ยิ่งไปกว่านั้นในตอนที่เขาได้รับมา เพลิงมรณะนี้คงยังไม่ก่อตัวขึ้นด้วยซ้ำไปเป็นเพราะมันยังปะปนไปด้วยพลังความชั่วร้ายจำนวนมากดังนั้นจึงเห็นว่ามันมีความคล้ายคลึงกับเพลิงแอ่งธรณียิ่งนักหากมีโอกาสในอนาคตคงต้องสืบเสาะดูแล้วว่าได้รับเพลิงมรณะเช่นนี้มาจากที่ใดกัน”

            “สามารถให้กำเนิดเพลิงมรณะขึ้นมาได้ย่อมแสดงให้เห็นแล้วว่าที่แห่งนั้นไม่ธรรมดาเพียงใด บางทีอาจมีของดีอยู่อีกมากก็เป็นได้”

            ในขณะที่ฉินอวี่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเสี่ยหยวนที่นั่งอยู่ด้านข้างก็นิ่งเงียบไม่พูดจา แต่ดวงตาทั้งสองของเขายังคงจ้องตรงไปทางฉินอวี่จนสามารถสังเกตเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของฉินอวี่

            แต่เสี่ยหยวนก็ไม่รู้เช่นกันว่าตอนนี้ฉินอวี่กำลังคิดอะไรเขาคิดเพียงว่าฉินอวี่คงจะยังรับไม่ได้ที่ต้องกลายเป็นคนแก่โดยกะทันหันเช่นนี้ดังนั้นจึงแสดงสีหน้าที่ไม่แจ่มใสออกมาเช่นนี้ซึ่งเสี่ยหยวนเข้าใจความรู้สึกของฉินอวี่ในตอนนี้เป็นอย่างดี

            ในอดีตเขาถูกโยนเข้ามายังหอคอยขัดเกลาผิวของเขาถูกลวกด้วยความร้อนอุณหภูมิสูง แม้แต่เส้นขนยังหลุดออกจนหมดในตอนนั้นเขาไม่สามารถยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้เลยและต้องใช้เวลานานจึงจะสามารถเดินออกมาจากจุดนั้นได้ ตั้งแต่นั้นมาเสี่ยหยวนก็ไม่เคยสนใจในรูปลักษณ์ของตนเองอีกเลยแม้ว่าเขาจะสามารถฟื้นคืนระดับการฝึกฝนของเขาขึ้นมาได้แต่เขาก็ไม่เคยทำให้รูปลักษณ์กลับมาเป็นดังเดิมแต่กลับรักษาสภาพที่เป็นอยู่เอาไว้เป็นอย่างดี

            ตราบใดที่ยังไม่มีการใช้เลือดชำระบัญชีแค้นเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนรูปลักษณ์กลับเป็นดังเดิม

            แต่ในการต่อสู้ระหว่างฉินอวี่และอันดับห้าได้เปลี่ยนมุมมองและความคิดที่เสี่ยหยวนมีต่อฉินอวี่ไปอย่างสิ้นเชิงเรื่องที่เสี่ยหยวนต้องการจะลงนามสัญญากับฉินอวี่ในตอนแรกนั้น เมื่อออกไปจากหอคอยขัดเกลาได้เสี่ยหยวนก็คิดหาทางจะต่อสัญญาที่มีต่อกันไปอีก

            ในตอนแรกเหตุที่เขาเต็มใจจะทำสัญญาเพียงเพราะต้องการสลัดสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ในตอนนี้ให้พ้นออกไปแต่ด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่งซึ่งฉายออกมาในการต่อสู้ระหว่างฉินอวี่และอันดับห้านั้นได้เปลี่ยนความคิดของเสี่ยหยวนไปแล้ว

            “บางที หากคอยติดตามคนผู้นี้ ข้าก็อาจจะมีความหวังที่จะกวาดล้างหยาจื้อสิบสามฝ่ายได้สำเร็จ!”เสี่ยหยวนพึมพำในใจ

            ในฐานะคนของหยาจื้อสิบสามฝ่ายเสี่ยหยวนรู้จักความแข็งแกร่งของหยาจื้อสิบสามฝ่ายเป็นอย่างดี แม้ว่าเขาจะมีความมุ่งมั่นล้างแค้นหยาจื้อสิบสามฝ่ายแต่เขาก็รู้ดีว่าหากอาศัยตัวเขาเพียงคนเดียวแม้ว่าจะให้เวลากับเขามากขึ้นก็ยังยากนักที่จะแก้แค้น แต่หากมีฉินอวี่เพิ่มเข้ามาเสี่ยหยวนก็เริ่มมีความหวังมากขึ้น

            ขณะที่เสี่ยหยวนกำลังครุ่นคิดเรื่องราวต่างๆมากมายอยู่นั้น ฉินอวี่ก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น และพูดขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เสี่ยหยวนช่วงนี้คงจะต้องรบกวนเจ้าแล้วล่ะ ตอนนี้ข้ายังไม่หายดี”

            “เลือดยังไม่พอหรือ?” เสี่ยหยวนถาม

            “ตอนนี้ไม่ต้องการเลือดสักระยะเจ้าพอจะมีโอสถหรือสมุนไพรอะไรติดตัวอยู่บ้างหรือไม่?” ฉินอวี่พูดอย่างขมขื่นนี่ไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับพลังปราณ แต่เป็นเรื่องของพลังชีวิตเสียแล้วนอกจากเม็ดยาและโอสถวิญญาณแล้ว คงจะต้องอาศัยการฟื้นฟูตนเองเท่านั้นแต่การฟื้นฟูตนเองนั้นก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานสักกี่เดือนกี่ปีแต่ร่างกายกำลังตกอยู่ในสภาวะอันตราย การฟื้นฟูอย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

            เสี่ยหยวนพูดขึ้น“นี่เป็นวงแหวนมิติที่ข้ารวบรวมมาเป็นเวลาหลายปีเจ้าลองดูก็แล้วกันว่ามีอะไรที่เจ้าพอจะใช้ได้บ้าง”เสี่ยหยวนหยิบเอาวงแหวนมิติทั้งหมดที่เขาใช้เวลารวบรวมมานานหลายปีออกมา ซึ่งรวมๆแล้วก็มีกว่าร้อยวง

            ฉินอวี่เหลือบมองเสี่ยหยวนอย่างลึกซึ้งแม้จะรู้ดีว่าเสี่ยหยวนมีความคิดจะใช้ประโยชน์จากตนเอง แต่ต้องบอกก่อนว่าหากไม่มีเสี่ยหยวนอยู่ด้วยในหอคอยขัดเกลาแห่งนี้ ครั้งนี้ตนเองคงต้องตายไปแล้วแน่นอน

            หนึ่งเดือนต่อมา

            ณหอคอยขัดเกลาชั้นที่ห้า

            ถังอีหมิงกลืนน้ำลายลงคอและมองไปยังชายหนุ่มสี่คนที่อยู่ไม่ไกลทางด้านหน้า สีหน้าของเขาซีดเผือดในใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ข้างกายของเขายังคงมีทุกคนอยู่พร้อมเพรียงไม่ว่าจะเป็น ฉู่เยว่ฉาน ฉู่สยง ฉือเซียว หยางเทียนหรือหยางเต้าทุกคนต่างเป็นเช่นเดียวกับถังอีหมิงสีหน้าของทุกคนต่างกวาดสายตามองกลุ่มชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความสงสัยจากนั้นจึงมองไปยังคนหนุ่มสาวนับหกสิบคนที่อยู่ข้างกาย

            สิ่งที่ทำให้จิตใจของพวกฉือเซียวกระสับกระส่ายเป็นเพราะกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ยืนอยู่โดยรอบนั้นต่างอยู่ในขั้นกุมารทิพย์อีกทั้งพลังปราณที่แผ่ออกมานั้นยังมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษและคนในจำนวนนั้นล้วนแต่ทำให้พวกเขารู้สึกกดดันเป็นอย่างยิ่ง

            แต่ละคนต่างตกตะลึงอยู่ในใจเหล่าคนหนุ่มสาวของเผ่าหยาจื้อล้วนแต่มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่งและสิ่งที่ทำให้พวกเขายิ่งว้าวุ่นใจคือจุดประสงค์ที่พวกเขาพาตนเองมาที่นี่

            เมื่อหนึ่งเดือนเศษก่อนหน้านี้พวกเขาล้วนแต่อยู่ในหอคอยขัดเกลาชั้นที่หนึ่งและถูกบีบให้ต้องออกจากชั้นที่หนึ่งมาจนถึงชั้นที่ห้า

            ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้คนเหล่านี้ไม่สนใจต่อคนทั้งเจ็ด แต่สิ่งที่ทำให้พวกฉือเซียวทั้งเจ็ดคนสงสัยคือคนเหล่านี้ได้มอบโอสถเลี่ยงอัคคีระดับสูงให้กับพวกเขาเพื่อต้านทานกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น และพวกเขาลองเชื่อมสัมพันธ์กับคนกลุ่มนี้มาแล้วแต่คนกลุ่มนี้กลับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นสิ่งนี้ทำให้ทั้งเจ็ดคนต่างรู้สึกเหมือนตนเองกำลังเป็นเหมือนปลาบนเขียงจิตใจของพวกเขาจึงว้าวุ่นเป็นกังวล เพราะไม่รู้เจตนาที่แท้จริงของพวกเขา

            แม้ว่าพวกเขาจะต้องระมัดระวังซึ่งกันและกันเมื่ออยู่ในแดนขัดเกลาแต่เมื่อพวกเขาต้องเข้ามาอยู่ในหอคอยขัดเกลาแห่งนี้ทั้งเจ็ดคนต่างเข้าใจกันโดยปริยายอย่างน่าประหลาดใจ และสื่อสารกันผ่านการส่งสัญญาณเสียง

            “ทำเช่นไรดี? คนพวกนี้มีพละกำลังที่แข็งแกร่งเลยทีเดียว!โดยเฉพาะห้าคนที่อยู่ตรงหน้าเพียงแค่พลังปราณที่แผ่ซ่านออกมายังทำให้ข้ากดดันขึ้นเป็นหลายเท่าเกรงว่าจะมีความแข็งแกร่งมากกว่าชายหนุ่มชุดคลุมสีแดง!” ฉู่สยงส่งสัญญาณเสียงออกมา

            “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเราไม่สามารถคุมอะไรได้อีกแล้วล่ะหวังเพียงว่าสามารถรอให้การทดสอบสิ้นสุดลง และสำนักสังเกตเห็นจนให้ความช่วยเหลือพวกเรา” หยางเทียนกล่าวด้วยเสียงต่ำ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วพวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น อย่าว่าแต่คนทั้งห้าที่อยู่ตรงหน้าเลยแม้จะเป็นเพียงคนหนุ่มสาวจำนวนหลายสิบคนก็ยังมีพลังมากเพียงพอที่จะสังหารเขาได้ถึงหลายร้อยครั้งติดต่อกันในตอนนี้พวกเขาจึงได้แต่เฝ้ารอ รอความช่วยเหลือจากสำนักยุทธ์ว่านจ้ง

            “ท่านปู่ของข้าจะต้องกลับมาแน่นอน พวกเราแค่ต้องผ่านมันให้ได้ แต่เพราะอะไรพวกเขาต้องพาพวกเรามาที่นี่?คงไม่ใช่เพราะจะจับพวกเราฆ่าทิ้งหรอกนะ?” ถังอีหมิงพูดเสียงสั่น

            “หากพวกเขาจะฆ่าพวกเรา จำเป็นต้องพามาถึงที่นี่เชียวหรือ? อีกอย่าง ดูเหมือนพวกเขากำลังรออะไรบางอย่าง...” หยางเต้าเอ่ยขึ้น

            ฉือเซียวไม่ได้พูดอะไรได้แต่กวาดสายตามองไปรอบด้าน สีหน้าอันซีดขาวของเขาแฝงไปด้วยความกังวลใจคนพวกนี้พาพวกเขามาที่นี่ แต่กลับไม่มีฉินอวี่เพียงคนเดียวสิ่งนี้ทำให้ฉือเซียวถึงกับนิ่งไปครู่ใหญ่ เกรงว่าตอนนี้ฉินอวี่เองก็คงไม่ต่างไปจากคนอื่นสักเท่าไร

            เมื่อเป็นเช่นนี้ทุกคนต่างรออยู่เช่นนี้มาเกือบครึ่งเดือนแล้ว

            “อันดับหนึ่ง นี่พวกเรากำลังรออะไรกันหรือ?” มีคนคนหนึ่งก้าวออกมาด้านหน้าและพูดกับหัวหน้าซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนห้าคนที่อยู่ด้านหน้า

            ผู้นำคืออันดับหนึ่งในรายนามระดับสามัญของหยาจื้อสิบสามฝ่ายอันดับหนึ่งหลับตาลง และทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

            ตอนนี้พวกเขารออยู่เช่นนี้มากว่ายี่สิบวันแล้ว

            ค่ายกลนำส่งที่อยู่ด้านหลังทุกคนส่องสว่างขึ้นในทันทีจากนั้นเงาร่างสองร่างก็ปรากฏขึ้น เป็นที่ดึงดูดความสนใจของทุกคนต่างคนต่างหันไปมองเป็นสายตาเดียว

            “เสี่ยหยวน! นั่นเสี่ยหยวน!” คนหนุ่มสาวต่างวุ่นวายขึ้นทันทีแต่ละคนเริ่มหยิบอาวุธของตนเองออกมา และระวังตัวจากเสี่ยหยวน

            แต่พวกฉือเซียวทั้งเจ็ดคนกลับมองไปยังเสี่ยหยวนด้วยความหวาดกลัวและเมื่อละสายตาไปมองชายหนุ่มผมขาวที่อยู่ข้างกายเสี่ยหยวนทุกคนต่างตกตะลึงในทันที

            “หวัง... หวังซิงเฉิน?”

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    หมื่นวิถีบรรลุเทพ【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 3422
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810