จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 93 จากขยะสู่สามัญ Re

            วันนี้ผม "จี๋หลินเฟิงเทียน" ไปเรียนตามปกติ  เส้าเทียนแกล้งผมที่โรงเรียนอีกแล้ว  แต่มันไม่ได้หนักหนาอะไรมาก


            หลังกลับมาผมพบว่าแม่ของผมดูแข็งแรงขึ้นมาก  อาจจะเพราะพิษถูกขับออกไปเยอะแล้ว  ในช่วงเย็นท่านพ่อมาร่วมโต๊ะกับพวกเรา  ผมจึงถือโอกาสบอกท่านว่าสาเหตุที่การฝึกของผมไม่ก้าวหน้าตลอดหลายปีเพราะมีคนวางยาพิษในอาหารที่ผมกินทุกวัน


            “ลูกว่ามีพิษในอาหารงั้นเหรอ” ท่านพ่อถาม  เขาดูเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่


            “ครับ ในกระดาษนี้มีวิธีทดสอบพิษอยู่  ผมกับแม่ไม่อยากปรักปรำใคร  ดังนั้นจึงยังไม่ได้บอกให้บ่าวยกสำรับมาให้  รอจนท่านพ่อมาก่อน” ผมพูดพร้อมกับสังเกตผู้เป็นพ่อ  เขาครุ่นคิดบางอย่าง


            “ไปยกเข้ามา  หากตรวจสอบว่ามีพิษเจือปน  พ่อจะสั่งลงโทษมัน” ท่านพ่อดูโมโหมาก


            “ลงโทษยังไงครับ  เท่าที่ผมรู้พ่อครัวที่ปรุงอาหารเป็นคนของแม่ใหญ่  ท่านพ่อจะยอมผิดใจกับแม่ใหญ่ที่เป็นแม่ของเส้าเทียนเหรอครับ  ตระกูลของแม่ใหญ่ก็เป็นตระกูลใหญ่อันดับต้น ๆ ในปกครองของตำหนักเทพกิเลนเลยนะครับ” ผมถาม


            “กฎของตระกูล  วางยาคนในตระกูลหรือทายาทเจ้าตำหนัก  โทษคือตายสถานเดียว” สีหน้าของท่านพ่อดูมืดครึ้ม  หากเป็นอย่างที่ผมพูดจริง ๆ งานนี้ไม่จบแค่คนครัวที่ปรุงอาหารแน่


            หลังจากอาหารถูกยกเข้ามา  ผมทำการใช้สมุนไพรตามที่ท่านอวี้กงเขียนไว้  มาบดเอาน้ำและทำการหยดทดสอบกับอาหารที่เพิ่งยกมา  หากในอาหารมีพิษชนิดนี้  สีของอาหารที่มีพิษชนิดนี้ปนเปื้อนอยู่จะกลายเป็นสีดำทันที  ซึ่งผลที่ได้เป็นไปตามที่ท่านอวี้กงบอก  ผมมองดูสีหน้าของท่านพ่อ  ไม่นานท่านก็ทุบโต๊ะอย่างแรง


            “บัดซบ  มันกล้าวางยาลูกชายของพ่อ  ทำให้ลูกต้องถูกตราหน้าว่าเป็นขยะของตระกูล  ไม่ได้  พ่อจะไปเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” ท่านพ่อเดินออกจากห้องไปทันที  ไม่นานเสียงระฆังที่ใช้เรียกรวมคนในตระกูลก็ดังขึ้นทั่วเขตของตำหนักเทพกิเลน


            ในห้องโถงของตำหนักเทพกิเลน

            ท่านพ่อนั่งบนบัลลังก์ของประมุข  ด้านซ้ายมือคือจี๋หลินเส้าเทียน  ด้านขวาคือแม่ใหญ่  ส่วนแม่รองนั่งอยู่ฝั่งซ้ายของเส้าเทียนอีกที  แม่สามนั่งอยู่ฝั่งขวาของแม่ใหญ่  ที่เหลือเหล่าอนุภรรยาทั้ง 4 คนซึ่งนับรวมแม่ของผมด้วย  ก็แบ่งไปอยู่ซ้ายกับขวาข้างละ 2 คน  โดยพวกลูก ๆ ของอนุภรรยาจะยืนอยู่ด้านหลังอีกที  ถัดไปก็เป็นเหล่าผู้อาวุโสตำหนักเทพกิเลน


            “ท่านประมุข  ไม่ทราบว่ามีอะไรเร่งด่วนถึงได้เรียกประชุมด่วนขนาดนี้” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ออกมายืนตรงหน้าเจ้าตำหนัก  ก่อนจะสอบถามสาเหตุ


            “วันนี้ตอนเย็น  หลังจากเราทานข้าวที่เรือนใหญ่แล้ว  เราไปยังเรือนของอนุ 4 ซึ่งเราตรวจพบว่ามีการวางยาพิษลงในอาหาร” ท่านพ่อเริ่มอธิบายถึงชื่อ  ลักษณะ และวิธีตรวจสอบพิษ  ทำให้ทุกคนถึงกับตื่นตระหนก  ทำไมน่ะเหรอ  ไม่ว่าใครก็ตามที่ต้องการสังหาร 1 ในภรรยาของประมุข  รวมถึงทายาทของประมุข  มันผู้นั้นมีโทษตายสถานเดียว  ผมเห็นสีหน้าของแม่ใหญ่เริ่มซีดลงอย่างเห็นได้ชัด


            “นั่นคือสาเหตุที่นายน้อยเฟิงเทียนไม่สามารถทะลวงสู่ปราณแท้จริงได้งั้นรึ” ผู้อาวุโสลำดับที่ 2 ถาม


            “ถูกแล้ว และเราได้ส่งคนไปตรวจสอบที่โรงครัว  เราพบขวดที่ใส่พิษชนิดนี้จำนวนมาก  เนื่องจากพิษไม่แรง  แต่จะค่อย ๆ ซึมเข้าสู่อวัยวะภายในไปเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้จึงต้องใส่ในอาหารทุก ๆ วัน  ที่พบเยอะเพราะคนที่นำยาพิษนี้ไปให้พ่อครัวหลักของเราก็คือเจ้า” ท่านพ่อชี้ไปที่แม่ใหญ่  ทำให้ทุกคนต่างตกอยู่ในความโกลาหลทันที


            “ท่านพ่อ  ไม่เห็นเป็นไรเลย  ต่อให้เจ้าขยะกับแม่ของมันตายไปก็ไม่ทำให้ตระกูลของเราตกต่ำลงหร.....” เส้าเทียนยังเปิดปากพูดไม่ทันจบ  ท่านพ่อก็ซัดมันกระเด็นปลิวจากเก้าอี้ไปติดกำแพงจนสำรอกเลือดคำโตออกมา


            “ท่านพี่จะมากไปแล้วนะ  ไปทำลูกทำไม” แม่ใหญ่ดุท่านพ่อ  แต่สิ่งที่ได้กลับไปคือสายตาเย็นชา


            “เจ้าจะต้องได้รับโทษ  แม้ตระกูลเจ้าจะเป็นตระกูลใหญ่ในปกครองของเรา  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะปล่อยเจ้าไป  หากปล่อยเจ้าไป  อีกหน่อยตระกูลอื่นจะเอาเป็นเยี่ยงอย่าง  ผู้อาวุโสลำดับที่ 1” ท่านพ่อเรียกหาผู้อาวุโสลำดับที่ 1


            “ครับ  ท่านประมุข” ผู้อาวุโสก้มตัวลงทำความเคารพเพื่อเตรียมรับคำสั่ง


            “สังหารนางจิ้งจอกเลี้ยงไม่เชื่องนี้ซะ  เราไม่อยากลงมือเอง” พูดจบท่านพ่อก็กลับมานั่งที่บัลลังก์


            “ทะ.....” ยังไม่ทันที่แม่ใหญ่จะกล่าวอะไร  เสียงเหมือนมีดตัดผ่านเนื้อก็ดังขึ้น  เพียงพริบตาหัวของแม่ใหญ่ก็ตกลงมาแล้วกลิ้งไปอยู่ที่เท้าของแม่รอง


            “กรี๊ด” แม่รองกรีดร้องขึ้น


            “เงียบ” ท่านพ่อใช้ปราณแฝงในเสียง  ทำให้เสียงมีอำนาจมาก  จนแม่รองได้สติและหยุดกรีดร้องทันที


            “ลากศพออกไป  นำกลับไปที่ตระกูลของนาง  พร้อมกับบอกถึงการกระทำผิดที่ไม่น่าให้อภัยของนางด้วย” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 สั่งบ่าวแถวนั้นให้มาจัดการกับศพ


            “ท่านฆ่าท่านแม่ทำไม” จี๋หลินเส้าเทียนแม้จะบาดเจ็บแต่ก็ร้องถามท่านพ่อ


            “แม่ของเจ้าวางยาพิษหมายสังหารคนในตระกูล  โทษคือตายสถานเดียว และเพราะเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง  พ่อถึงละเว้นชีวิตเจ้า” ท่านพ่อตอบกลับไปแบบนั้น


            “ฮูหยินใหญ่ตายแล้ว  เช่นนั้นฮูหยินรองก็ควรได้ขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่แทนสิ” ผู้อาวุโสลำดับ 3 พูดโดยไม่ดูบรรยากาศ


            “ตามนั้น  ให้เลื่อนฮูหยินรองขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่  ส่วนอนุคนแรกให้ขึ้นเป็นฮูหยิน 3” ท่านพ่อพูดแบบไม่ได้ใส่ใจอะไร


            “แล้วนายน้อยเส้าเทียนล่ะครับ” ผู้อาวุโสลำดับที่ 1 ถาม


            “เขายังเป็นลูกชายเรา และแข็งแกร่งกว่าเฟิงเทียน  เราจะยังคงตำแหน่งผู้สืบทอดไว้ให้เขา  แต่หากวันใดที่เฟิงเทียนแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถมากกว่า  เราจะตั้งเขาขึ้นมาแทน  ไม่ว่าจะลูกภรรยาหรืออนุภรรยา  หากสามารถทำให้ตำหนักเทพกิเลนเจริญรุ่งเรืองได้  ไม่ควรถือเรื่องศักดิ์ของคนเป็นแม่  แต่ควรดูที่ความฉลาดและความสามารถมากกว่า” ท่านพ่อกล่าว  ขณะที่มองมาที่ผม


            “ผมไม่ยอม  ท่านทำแบบนี้ไม่ได้  ผมไม่ย่อม” จี๋หลินเส้าเทียนพยายามจะวิ่งเข้ามาหาท่านพ่อ


            “ไม่ต้องมาร้องขอ  พ่อคนนี้ยอมเจ้ามามากพอแล้ว  หากไม่แข็งแกร่ง  ก็จงมองดูอำนาจตกไปอยู่ในมือผู้อื่นเถอะ  เลิกประชุมได้” ท่านพ่อตัดบทแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว  ท่านคิดว่าคงตามใจเส้าเทียนมามากเกินพอแล้ว


            “แก  เฟิงเทียน  ในศึกการประลองภายใน  ฉันจะฆ่าแกล้างแค้นให้แม่” เส้าเทียนชี้หน้าผมก่อนจะรีบเดินตามบ่าวที่นำศพแม่ของตนออกไปอย่างรวดเร็ว  


            หลังท่านพ่อจากไปทุกคนต่างพูดคุยกัน  พวกเขาได้เปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อผมใหม่  หากผมไม่ถูกวางยาพิษ  ไม่แน่ว่าผมที่ขยันมากกว่าเส้าเทียน  อาจจะได้กลายเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประมุขคนต่อไปก็ได้  ตอนนี้เริ่มมีบางคนเข้ามาพูดคุยกับผมและแสดงความเห็นใจ  แต่คุยกันได้ไม่นาน  ผมก็ขอตัวออกมา  โดยอ้างว่าร่างกายของท่านแม่ไม่ค่อยแข็งแรง  จึงจะพาท่านกลับไปพักผ่อน


            “กลับกันเถอะครับแม่” ผม (เฟิงเทียน) เดินพาแม่กลับมาที่ห้อง  ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลา 2 ทุ่มแล้ว


            “เรียบร้อยดีสินะ” ท่านอวี้กงเดินออกมาจากเงามืดข้างตู้เสื้อผ้า


            “ท่านอาจารย์  ผมทำตามที่ท่านบอก  แม่ใหญ่กับพ่อครัวถูกประหารไปแล้วครับ” ผมรายงานเหตุการณ์ให้อาจารย์ฟังทันที


            “ทั้ง 2 คนมานั่งก่อน  วันนี้เราจะช่วยขับพิษออกให้จนหมด  แล้วจะเริ่มสอนวิธีบ่มเพาะพลังปราณให้กับเจ้าสักที” ท่านอวี้กงกล่าว


            “ครับ” ผมรับคำแล้วพาแม่ไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมเหมือนเมื่อวาน  ท่านอาจารย์ยังคงลงมือฝังเข็มได้อย่างรวดเร็วเหมือนเคย


            ตัวผมกับแม่นำยาแก้พิษที่ท่านอาจารย์ให้มากินคนละเม็ด  จากนั้นก็เริ่มโคจรลมปราณเพื่อขับพิษ  ขณะเดียวกันท่านอาจารย์ก็ใช้พลังปราณช่วยเร่งการขับพิษด้วย  เพียงแค่ 2 ชั่วโมงก็ไม่มีพิษเหลืออยู่ในร่างกายอีกต่อไป


            “เสร็จเรียบร้อยแล้ว  ลองโคจรลมปราณอีกรอบดูสิ” ท่านอาจารย์อวี้ถอนเข็มออก  ก่อนจะบอกให้ผมกับแม่ลองโคจรลมปราณดู


            “นี่มันสุดยอดไปเลย  ผมไม่เคยโคจรลมปราณได้ราบรื่นแบบนี้มาก่อน” ผมหันไปหาท่านอาจารย์  แม้ท่านจะทำหน้านิ่งเฉยก็ตาม


            “เจ้ายังสามารถทำได้ดีกว่านี้อีก  เอาล่ะ  ถอดเสื้อออกแล้วหันมาทางนี้” ท่านอาจารย์กวักมือให้ผมหันไปหา  มันออกจะน่าอายที่ต้องให้ผู้ชายด้วยกันมาสัมผัสร่างกายของตัวเอง  แต่ดูแล้วท่านอาจารย์คงไม่ใช่พวกตัดแขนเสื้อหรอกใช่ไหม


            “เราไม่ใช่พวกนิยมตัดแขนเสื้อ  เจ้าควรระวังเหลาเหล่ามากกว่า” ท่านอาจารย์เป็นเทพเซียนหรือยังไงกัน  ทำไมถึงรู้ความคิดของเราได้เนี่ย


            ผมถอดเสื้อออก  จากนั้นท่านอาจารย์ก็ใช้นิ้วชี้ที่มีพลังปราณสถิตอยู่  ค่อย ๆ จี้ไปยังจุดชีพจรลมปราณของผมทีละจุด  ผมรู้สึกได้ว่าจุดชีพจรลมปราณที่เคยตีบตัน ตอนนี้กลับถูกกรุยจนโล่ง  นี่มันน่ามหัศจรรย์มาก  เท่าที่ผมเคยพูดคุยกับอาจารย์ที่ท่านพ่อส่งมาสอนผม  ท่านบอกว่าการจะทะลวงจุดชีพจรลมปราณได้จุดหนึ่งนั้นยากมาก  ขนาดท่านพ่อที่เป็นเจ้าตำหนักยังไม่สามารถเปิดจุดชีพจรได้ครบเลย  แต่นี่เพียงแค่ 2 ชั่วโมง  ท่านอาจารย์กลับสามารถช่วยผมทะลวงจุดชีพจรได้จนครบทั้งหมด


            “ที่ต้องทำแบบนี้เพราะตันเถียนที่มีถึง 2 ที่ในตัวของเจ้า  หากดูดซับพลังปราณได้ไม่สะดวก  อัตราการบ่มเพาะของเจ้าจะช้ามาก” ขณะที่อาจารย์พูดไป  เขาก็หยิบขวดหยกใบหนึ่งออกมา  เมื่อเปิดออก  กลิ่นหอมก็กระจายไปทั่วห้องทันที


            “ท่านอาจารย์  นี่คือ.....” ผมถาม


            “มันคือยาเสริมลมปราณ  ความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วน  เจ้าจำเป็นต้องใช้มัน  นี่เป็นเพียงยาระดับปราณขั้นต้นเท่านั้น” ท่านอาจารย์นำยาออกมา 1 เม็ด  ก่อนที่จะยื่นมาให้ผม


            “กินมันซะ  จากนี้จะเริ่มการทะลวงด่านลมปราณแบบเร็วด่วนนรกเลยล่ะ หึหึ” จากที่ผมฟังท่านอาจารย์กล่าว  ผมรู้สึกว่ากำลังจะเจอกับความยากลำบากในไม่ช้า  แต่คิดไปก็ปวดหัว  ผมทำการกลืนโอสถเสริมลมปราณเข้าไป


            “จงบ่มเพาะด้วยเคล็ดบ่มเพาะกิเลนสวรรค์  มันจะทำให้เจ้าสามารถใช้ปราณได้ถึง 2 ธาตุ” ท่านอาจารย์เอานิ้วชี้มาแตะที่หน้าผากผม  ก่อนที่ผมจะรับรู้ถึงวิธีการบ่มเพาะทั้งหมดผ่านนิ้วชี้ของท่านอาจารย์  เคล็ดวิชานี้ช่างเหมาะกับผมอย่างมาก  มันเป็นการบ่มเพาะที่เปิดการดูดซับปราณโดยรอบของตันเถียนทั้ง 2 ที่พร้อมกัน


            “ท่านทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ” ผมถาม


            “มากกว่านี้  เราก็ทำได้  เจ้ารีบโคจรลมปราณซะ  เราไม่ได้มีเวลามาอยู่กับเจ้าทั้งคืนนะ” ท่านอาจารย์สั่งผมทันที


            “ได้ครับ” ผมเริ่มการบ่มเพาะพลังทันที  วิธีการนี้ผมเพิ่งเคยเห็น  การดูดซับปราณโดยรอบพร้อมกันถึง 2 จุด เข้าไปยังตันเถียนทั้ง 2 ที่  เมื่อรู้สึกว่าโอสถเสริมปราณหมดผลแล้ว  ท่านอาจารย์ก็ป้อนโอสถเม็ดใหม่เข้าไปให้โดยที่ผมไม่ต้องบอกเลย


            ในตอนที่ผมกำลังจะถึงจุดสูงสุดของปราณขั้นต้น  ท่านอาจารย์ก็จี้สกัดจุดชีพจรลมปราณบางจุด  ทำให้ตอนนี้กระแสลมปราณเกิดการสะสมและรุนแรงมากขึ้น  เหงื่อของผมเริ่มไหลออกมาพร้อมกับขับเอาของเสียที่ตกค้างอีกเล็กน้อยออกมา  ก่อนที่ท่านอาจารย์จะคลายจุดและปล่อยให้ปราณที่รุนแรงวิ่งไปทั่วร่างของผม


            “อ๊า” ผมร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด  แต่หลังจากนั้นผมก็ดีใจอย่างมาก  ผมติดอยู่ที่ปราณขั้นต้นมาหลายปีจนคิดว่าตนเองจะไม่สามารถทะลวงมาถึงชั้นปราณแท้จริงได้แล้ว


            “ดีมาก” ท่านอาจารย์โบกมือเพียงครั้งเดียวสิ่งสกปรกตามร่างกายของผมก็ถูกทำความสะอาดจนหมด


            “ต่อไปเราจะพาเจ้าไปยังสถานที่ฝึกเฉพาะ  เจ้าต้องไปกับเรา  ให้แม่เจ้าตามไปด้วยได้  แต่นางก็ต้องฝึกเช่นกัน  เพียงแต่ต้องเป็นวันพรุ่งนี้  ให้เจ้าบอกพ่อของเจ้าก่อนว่าเจ้ากับแม่จะออกไปฝึกวิชาสักสัปดาห์หนึ่ง  ไม่ต้องให้ใครตามไป” ท่านอาจารย์กล่าวเสร็จก็สอนวิธีบ่มเพาะให้กับแม่ของผม  ก่อนที่ท่านเก็บของเตรียมตัวจะกลับ  ได้มอบโอสถเสริมลมปราณขั้นแท้จริงไว้จำนวนหนึ่ง


            “ท่านอาจารย์” ผมเรียกท่านอาจารย์  เพราะเห็นว่าท่านกำลังจะจากไป


            “เจ้ามีอะไรจะถาม” ท่านอาจารย์หันมาหาผม


            “บุญคุณที่ช่วยเหลือศิษย์  ศิษย์ไม่รู้จะตอบแทนยังไง  จากนี้หากศิษย์ได้เป็นใหญ่ในตำหนักเทพกิเลน  ท่านจะร้องขออะไรก็ได้  ขอเพียงไม่ทำให้ศิษย์เป็นคนอกตัญญูต่อตระกูลหรือต่อพ่อแม่ก็พอ” ผมกล่าว


            “เรามีเรื่องให้เจ้าช่วยแน่  ตอนนี้เราขอตัวก่อน” กล่าวจบร่างของท่านอาจารย์ก็เลือนหายไป  ส่วนผมกับแม่ก็ฝึกกันต่อเพราะติดลมกัน

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    จักรพรรดิข้ามกาลเวลา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    647K 2426
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312