เฉินซิ่วฮวากำลังจะพยักหน้าพลางตอบรับ“ก็ใช่น่ะสิ”
แต่แล้วก็มีเสียงหัวเราะคิกคักของป้าลู่ดังขึ้น“หวังเหวินเม่ย เธออย่าพูดอย่างนั้นสิเฉินซิ่วฮวาจะมาดูถูกค่าแรงแค่นิดหน่อยแบบนี้ได้ยังไงเธอไม่ได้ยินที่หล่อนเย้ยหยันเซียวหยวนหมิงเมื่อกี้เหรอ! หล่อนเป็นคนมีศักดิ์ศรีไม่เห็นค่าสิ่งเหล่านี้หรอก”
ป้าหวังถอนหายใจ“จริงด้วยสิ ฉันลืมไปเลย หล่อนมองไม่เห็นค่า หล่อนสูงส่งหล่อนมีเงิน”
เฉินซิ่วฮวาถึงกับ...
เมื่อเห็นทั้งสองคนประสานเสียงเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยขนาดนั้นเฉินซิ่วฮวาก็โกรธแทบตาย
เธอมองป้าหวังกับป้าลู่อย่างเจ็บแค้นก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ป้าหวังกับป้าลู่มองหน้ากันแล้วยิ้ม
ซูเจียวเจียวอดขำไม่ได้ป้าหวังกับป้าลู่ฝีปากกล้าไม่เบาเลย
นอกจากป้าหวังกับป้าลู่แล้วเซียวหยวนหมิงยังจ้างช่างก่ออิฐสองคน บวกกับตัวเขาเอง รวมเป็นห้าคน การเทพื้นปูนสร้างห้องอาบน้ำ และห้องส้วม ก็เพียงพอแล้ว
นอกจากนี้เซียวหยวนซินกับซูเจียวเจียวยังสามารถช่วยงานเล็กๆ น้อยๆและทำอาหารให้ทุกคนได้อีกด้วย
เป็นไปตามแผนทุกอย่าง
เมื่อเข้าไปในครัวซูเจียวเจียวก็พบว่ามีถุงกระสอบหนังงูวางอยู่บนพื้นครัว ภายในบรรจุผักเต็มถุงทั้งเนื้อวัว เนื้อหมู ไข่ไก่ ปลาตัวใหญ่สองตัว ที่เหลือก็เป็นผักสารพัดชนิด
ซูเจียวเจียวคิดว่าผักอาจจะไม่พอสำหรับเลี้ยงคนงานแต่ไม่คิดว่าอาหมิงจะซื้อกลับมาให้ครบถ้วน
“อาหมิง คุณนี่ละเอียดรอบคอบจริงๆ เรื่องที่ฉันไม่ทันคิด คุณก็คิดถึงแล้ว”
ซูเจียวเจียวหันกลับไปยิ้มหวานให้ชายหนุ่มด้านหลังและเอ่ยชมอย่างไม่ขาดปาก
เซียวหยวนหมิงหัวเราะพลางตอบ“ผมแค่นึกขึ้นได้ก็เลยถือโอกาสซื้อกลับมาสักหน่อย ถึงจะไม่เชิญคนงานพวกเราก็กินเองได้อยู่แล้ว”
เขาเดินเข้ามาโอบเอวซูเจียวเจียวพลางกล่าว“ภรรยาของผมคนนี้แหละฉลาด จะตัดเสื้อผ้าก็ทำได้ จะออกแบบบ้านก็ทำได้แถมยังเป็นครูได้อีก”
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นภายใต้การชี้แนะของเจียวเจียว ความรู้ของเขาก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
แต่ก็ยังไม่พอ
เจียวเจียวเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายส่วนเขาเรียนจบแค่ชั้นมัธยมต้น
หากต้องการไปถึงระดับความรู้ของเจียวเจียวละก็เขาต้องตั้งใจเรียนให้หนักขึ้น เพราะในขณะที่เขากำลังเรียนเจียวเจียวก็กำลังอ่านหนังสือและเรียนรู้ตลอดเวลาเขาจะต้องไม่ถูกเจียวเจียวทิ้งห่างมากเกินไป...
ซูเจียวเจียวหันกลับมาใช้สองมือประคองใบหน้าของเขาแล้วจุมพิตลงบนริมฝีปากเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม“อาหมิงของฉันก็ฉลาดเหมือนกัน จะประยุกต์ใช้สิ่งต่างๆ ก็ทำได้เรื่องหลายเรื่องก็เรียนรู้ได้เองโดยไม่มีครูแถมยังทำงานเก่งและยังรักภรรยาอีกด้วย”
“คุณเป็นภรรยาของผม ผมก็ต้องรักคุณเป็นธรรมดาผู้ชายที่ไม่รักภรรยาไม่ใช่ผู้ชายที่ดีหรอกนะ”
การที่ภรรยาของตนเองชื่นชมและยอมรับเป็นเรื่องที่ทำให้มีความสุขอย่างยิ่ง
ทั้งสองคนตัวติดกันอยู่ในครัวเซียวหยวนซินที่เพิ่งจะเดินเข้ามาเห็นเข้าก็นึกอยากจะถอยออกไป แต่ก็ถอยไม่ได้แล้วเพราะซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงเห็นเธอแล้ว
ซูเจียวเจียวรีบดิ้นออกจากอ้อมกอดของเซียวหยวนหมิง
เซียวหยวนซินหัวเราะ“พวกเธอสองคนอยู่ด้วยกันทุกวันยังไม่เบื่ออีกเหรอ”
เสียงเล็กๆใสซื่อของหลิวหยวนหยวนดังขึ้นทันที "แม่จ๋าน้าชายกับน้าสะใภ้เขารักกันไม่มีเบื่อหรอกหนูชอบมองเวลาน้าชายกับน้าสะใภ้อยู่ด้วยกันนะคะ"
ซูเจียวเจียวอดหัวเราะไม่ได้เธอยื่นมือไปลูบแก้มเล็กๆ ขาวเนียนนุ่มของหลิวหยวนหยวนเบาๆ“หยวนหยวนพูดถูกต้องแล้วล่ะ ถูกใจน้าสะใภ้สุดๆ เลย”
ดวงตาโตของหลิวหยวนหยวนเป็นประกาย“หนูโตขึ้นอยากจะเก่งเหมือนน้าสะใภ้ค่ะ”
“ดีเลย หยวนหยวนของน้าสะใภ้เก่งที่สุดเลยนะรู้ไหม” ซูเจียวเจียวรู้สึกชอบหยวนหยวนน้อยมากขึ้นทุกที
หลิวหยวนหยวนยังอวดของมีค่าเหมือนจะนำเสนอสมบัติชิ้นหนึ่ง“น้าสะใภ้คะ การบ้านที่น้าสะใภ้ให้หนู หนูเขียนเสร็จหมดแล้วค่ะเลขก็ทำเสร็จแล้วด้วย”
“ดีมากจ้ะ เดี๋ยวน้าไปตรวจให้นะ” ซูเจียวเจียวจูงหลิวหยวนหยวนออกจากครัวแล้วไปตรวจการบ้านให้หยวนหยวนบนโต๊ะแปดเซียนในห้องโถง
ปีนี้หยวนหยวนอายุสี่ขวบครึ่งแล้วหรือเรียกตามอายุตามปฏิทินจันทรคติก็ได้ห้าขวบแล้ว
ซูเจียวเจียวสอนเด็กน้อยแค่การเขียนตัวอักษรง่ายๆเช่น พยัญชนะจีน และคำง่ายๆ อย่างฟ้า ดิน คน เธอ ฉัน เขาส่วนเลขก็เป็นการบวกเลขและลบเลขไม่เกินสิบ
หยวนหยวนเขียนทุกตัวอย่างตั้งใจแม้ตัวหนังสือจะโย้เย้ไปบ้าง แต่สำหรับเด็กห้าขวบอย่างหยวนหยวนก็ถือว่าดีมากแล้วส่วนการบวกเลขและลบเลขไม่เกินสิบก็ถูกทุกข้อ
“หยวนหยวนเก่งมาก น้าจะให้ลูกอมนมกระต่ายขาวสองเม็ดเป็นรางวัลนะคะ” ซูเจียวเจียวหยิบลูกอมนมสองเม็ดให้เด็กน้อย
หลิวหยวนหยวนกอดซูเจียวเจียวแล้วใช้ศีรษะคลอเคลียอย่างน่ารัก “น้าสะใภ้ใจดีจังเลยค่ะหยวนหยวนรักน้าสะใภ้ที่สุดเลยค่ะ น้าสะใภ้คะ หนูอยากไปเล่นกับเสี่ยวหู่จื่อ ลู่ลู่และเมิ่งเมิ่งค่ะ”
“ได้สิ เล่นกันระวังด้วยนะ อย่าหกล้มล่ะแล้วก็จำไว้ว่าเวลาไปเล่นที่บ้านคนอื่นต้องมีมารยาทนะห้ามจับของของคนอื่นตามอำเภอใจนะคะ” ซูเจียวเจียวกำชับพร้อมรอยยิ้ม
หลิวหยวนหยวนพยักหน้าหงึกหงักตอบรับ“น้าสะใภ้สบายใจได้เลยค่ะ หนูจะไม่จับอะไรมั่วซั่วและจะเป็นเด็กดีค่ะ งั้นหนูไปแล้วนะคะ!”
ในครัวเซียวหยวนซินมองซูเจียวเจียวดูแลหลิวหยวนหยวนอย่างอ่อนโยนและใส่ใจเหมือนลูกในไส้เธออดถอนหายใจด้วยความรู้สึกหลากหลายไม่ได้ ระหว่างเด็ดผักเธอก็หันไปกล่าวกับเซียวหยวนหมิงว่า "คงเพราะพ่อแม่จากไปแล้วยังคุ้มครองถึงได้ส่งมอบภรรยาที่ดีให้นาย และน้องสะใภ้ที่น่าเอ็นดูให้ฉันละมั้ง"
ความรู้สึกในใจของเซียวหยวนหมิงก็ไม่น้อยไปกว่าเซียวหยวนซินเลยเมื่อปีที่แล้วตอนที่เจียวเจียวตกลงจะแต่งงานกับเขา เขารู้สึกเหมือนได้ยินผิดไปทั้งยังกลัวว่าเจียวเจียวจะหลอกลวงและหยอกล้อเขา
ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง!
เจียวเจียวไม่เพียงแต่เปลี่ยนท่าทีที่มีต่อเขาเท่านั้นแต่ยังเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมากด้วย!
หลังจากรับประทานอาหารเย็นแล้วเซียวหยวนหมิง ซูเจียวเจียว และเซียวหยวนซิน ก็ปรึกษาหารือกันอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจเริ่มลงมือก่อสร้างในวันพรุ่งนี้
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นลานบ้านตระกูลเซียวก็เริ่มวุ่นวาย ซูเจียวเจียวกำลังเตรียมอาหารเช้าส่วนเซียวหยวนซินและเซียวหยวนหมิงช่วยกันเก็บกวาดขยะในลานบ้านจากนั้นก็เริ่มสร้างห้องอิฐเล็กๆสองห้องที่เชื่อมต่อกันที่มุมตะวันออกเฉียงเหนือของลานบ้าน
หลังอาหารเช้าช่างก่ออิฐทั้งสองคนก็มาถึง ป้าหวังกับป้าลู่ก็มาช่วยด้วยเพราะต้องทำงานและกลัวว่าปูนซีเมนต์ ทราย หรืออื่นๆ จะเลอะเสื้อผ้าทุกคนจึงสวมเสื้อผ้าเก่าสำหรับทำงานโดยเฉพาะ
ในช่วงเช้าวันนั้นฐานรากของบ้านอิฐเล็กๆ สองหลังก็ถูกสร้างเสร็จเรียบร้อยสาเหตุที่ใช้เวลาทั้งช่วงเช้าก็เพราะเซียวหยวนหมิงต้องการให้มันแข็งแรงเป็นพิเศษ
ตอนเที่ยงซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนซินช่วยกันทำอาหารในครัวต้องทำกับข้าวอย่างน้อยแปดจานสำหรับทุกคนที่จะกิน แต่ละจานก็ต้องมีปริมาณมากด้วย
เนื้อนึ่งผงข้าวพูนจานใหญ่รองก้นจานด้วยพริกและมะเขือยาว
ซูเจียวเจียวเป็นคนใต้สมัยก่อนชอบกินเนื้อนึ่งผงข้าว หรือหมูสามชั้นตุ๋นบ๊วยเค็มที่แม่ทำครั้งนี้จึงทำเนื้อนึ่งผงข้าว โดยใช้หมูสามชั้นนึ่งกับผงข้าว
จากนั้นก็เป็นปลาทอดพริกแกงเต้าหู้พะโล้ ผัดพริกหมู ผัดแครอทหมู ผัดแตงกวา ถั่วแขกผัดและสุดท้ายเป็นแกงจืดไข่ใส่มะเขือเทศ
ถั่วแขกแครอท และมะเขือเทศ เป็นของที่ป้าหวังและป้าลู่นำมาจากบ้านของพวกเธอโดยบอกว่าผักที่ปลูกเองมีเยอะเลยเด็ดมาให้บ้าง
ผักของชาวบ้านในยุคนี้ก็มีแต่ปลูกกินกันแต่พอดีเพราะที่ดินส่วนตัวมีจำกัดแต่ซูเจียวเจียวรู้ดีว่านี่คือความปรารถนาดีของพวกเธอจึงไม่ได้ปฏิเสธ