“หยุดเดียวนี้น้าาาา! ”
เงาหนึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาแทรกลางระหว่างกลุ่มผู้กล้าเผ่ามนุษย์สัตว์ กับเมดสาวสีดำทั้งสามคน
“ฮืม? ”
ตุ๊กตาสังหารต่างหยุดนิ่ง แล้วจ้องไปที่สตรีตรงหน้าเป็นสายตาเดียวกัน
เธอคนนั้นเป็นสตรีเผ่ามนุษย์นก มีร่างกายผอมบางตัวเล็กชวนให้รู้สึกอยากปกป้อง ใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้เดียงสา ผมสั้นบานปลายสีแดง ดวงตาสีแดง และมีขนปีกตามตัวสีแดงสลับขาวที่เงางาม
เป็นสตรีที่น่ารักและดูซื่อบริสุทธิ์ดั่งเทพธิดาบนสรวงสวรรค์
เธอคนนี้มีนามว่า
“ (เปอร์ไซด์!?) ”
ผู้กล้าเผ่าแรคคูณ [ออโทเครส] เริ่มรู้สึกตื่นตระหนก
เพราะว่าเธอไม่อยากให้เพื่อนรักต้องมาตาย
ถ้าหากจะสืบสานหาสาเหตุต้นตอของสถานการณ์ในวันนี้ คงอาจจะกล่าวโทษได้ว่าเป็นฝีมือของเธอเสียครึ่งหนึ่ง
ผู้กล้าเผ่าแรคคูณ [ออโทเครส] คือสายลับของชนเผ่ามนุษย์สัตว์
ไม่มีใครรู้ว่าเธอคือสายข่าวของกองทัพชุดขาวที่กำลังก่อการร้ายในตอนนี้
ไม่มีใครรู้ แม้แต่กองทัพชุดขาว รวมไปถึงตัวหัวหน้าอย่างนิลหรือแบริลด้วย
เพราะเธอลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเองเพียงคนเดียวเท่านั้น
ทำภารกิจจากเบื้องหลังโดยไม่ให้ใครรู้ นั่นละคือหน้าที่ของผู้กล้าสายลับแห่งชนเผ่าแรคคูณ
มันคือหน้าที่ มันคือภารกิจ มันคือชะตากรรมของเธอตั้งแต่ที่ถูกรับคัดเลือกฝึกฝนให้มาเป็นตั้งแต่เด็กแล้ว
ใช้ความสวยงาม มารยาหญิง กับยาพิษที่เธอมี มอมเมาเหล่าชายผู้โง่เขลา แล้วล้วงความลับออกมาส่งต่อให้กับพวกนิลด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่อีกฝ่ายไม่อาจเข้าถึงตัวเธอได้
ทั้งรายชื่อของคนที่จะเข้ามาร่วมงานในวันนี้
ทั้งรายชื่อของผู้มีอำนาจที่น่าจะใช้งานได้
รายชื่อของตัวประกันที่พวกเขาควรลงมือ
โครงสร้างของอาคารกับเมือง
ทุกอย่างล้วนแต่เป็นผลมาจากการสืบข้อมูลของเธอทั้งสิ้น
มีเพียงแค่ผู้อาวุโสของชนเผ่าแรคคูณเท่านั้น ที่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอคือใคร
แต่ทว่าตัวผู้อาวุโสเอง ก็ไม่ทราบว่าออโทเครสลงมือทำอะไรไปบ้าง
เพราะผู้อาวุโสของเธอ หรือผู้กล้าสายลับรุ่นก่อนนั้น แก่เกินกว่าที่จะมาให้ความสนใจในการกระทำของคนรุ่นหลังไปแล้ว
ฉากหน้าของเธอคือคนที่เข้าหาผู้รุกรานอย่างเป็นมิตร
แต่ฉากหลังนั้น คือกุหลาบที่เต็มไปด้วยหนามอันตรายคอยจะทิ่มแทงเผ่าผู้รุกราน
ไม่มีใครรู้ตัวเลย เพราะเธอไม่ได้ผูกมิตรกับใครเป็นพิเศษ
ผู้กล้าสายลับคือตัวตนเช่นนั้น
แต่กับเปอร์ไซด์นั้นต่างออก
สำหรับเธอแล้ว เปอร์ไซด์คือคนที่มีนิสัยซื่อตรงและบริสุทธิ์ราวกับเด็กแรกเกิด
นิสัยของพวกเธอเข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด
ได้พูดคุยเรื่องดนตรีด้วยกัน
เล่นสนุกด้วยกัน
เต้นรำด้วยกัน
พอรู้ตัวอีกที เธอก็รู้สึกหลงไหลในนิสัยของเปอร์ไซด์ไปแล้ว
ดังนั้นเธอเลยไม่ให้ชื่อของเปอร์ไซด์กับพวกกลุ่มนักรบสีขาว ทั้งที่สืบมาได้ว่าเป็นคนสำคัญของเผ่าผู้รุกรานคนหนึ่งเช่นกัน
เธอไม่อยากจะให้เพื่อนรักของเธอต้องกลายเป็นเป้าหมายที่ถูกเพ็งเล็ง
แต่ทว่าเรื่องราวกลับไม่เป็นไปตามอย่างที่เธอคิดเอาไว้
ความเป็นจริงนั้น การลักพาตัวในครั้งนี้ เธอไม่ได้คิดว่าพวกกลุ่มผู้กอบกู้จะเพิ่มรายชื่อผู้กล้าอย่างพวกเธอเอง กับลักพาตัวประกันคนอื่นนอกจากเป้าหมายรวมเข้าไปด้วย
เพราะการทำแบบนั้นมันโง่เขล่าเกินไป รั้งแต่จะทำให้เกิดสงครามขึ้นมาอีกครั้ง
เธอประเมินสถานการณ์พลาดไป...
ไม่มีสิ่งใดเป็นไปตามที่เธอคิดเอาไว้เลยสักอย่าง
เกิดสายฟ้าฟาดลงมากลางสนามอย่างคาดไม่ถึง
เทพเจ้าที่คลุ้มคลั่ง
แล้วยังกลุ่มผู้กอบกู้ที่ลงมือก่อการเกินกว่าเหตุ
เลยกลายเป็นที่มาของสถานการณ์อันโกลาหล ณ ปัจจุบัน
เพราะแบบนั้นเธอจึงรู้สึกเสียใจ และพร้อมที่จะตายอันเนื่องจากข้อมูลที่เธอขายให้เพื่อนร่วมชาติ
แต่ไม่ใช่กับเพื่อนรักคนนี้
"อย่ามาแกล้งเพื่อนฉันนะ! "
เพื่อนรักของเธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ไร้เดียงสา
เธอเพียงตัวคนเดียว ไร้ซึ่งอาวุธกับชุดเกราะนักรบ เธอคนนั้นกำลังยืนขวางสาวกของเทพเจ้าอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว
ยืนขวางเอาไว้เพื่อปกป้องคนเลวอย่างเธอ
“ (หนีไป!) ”
เธอพยายามเปล่งเสียงออกมา
แต่เสียงนั้นไม่อาจลอดผ่านผ้าที่มัดอุดปากเอาไว้ได้
"... ฆ่าซะ"
โนอาร์กรีดเสียงเบา ๆ ลอดผ่านออกมาจากริมฝีปาก
ร่างของเมดสาวสีดำสามคนเลือนหายไปจากตรงหน้า
พื้นหินยุบตัวลงประดุจถูกหัตถ์แห่งเทพเจ้าลงประทับ
แล้วของเหลวสีแดงจำนวนมากก็ไหลทะลักออกมาจากเสื้อขนฟูของเปอร์ไซด์
" (ม่ายยยย!) "
เธอรีบปิดเปลือกตาคู่นั้นลง
เพื่อนรักของฉันตายแล้ว!
หัวใจของเธอแทบจะแตกสลาย ณ ตรงนั้น
ชีวิตที่เคยมืดมัวในฐานะผู้กล้าสายลับได้หวนกลับมาโจมตีจิตใจอีกครั้ง
เพราะแสงสว่างที่เคยส่องประกายให้กับเธอนั้น ได้ตายจากไปแล้ว…
"แง! น้ำมะเขือเทศแสนแพงแตกไปแล้ว! "
ใช่… น้ำมะเขือเทศแสนแพงได้ตายจากไปแล้ว---
"... "
เดียวก่อนนะ?
ผู้กล้าลืมตาตื่นอย่างรวดเร็วในทันที
" (... เหลือเชื่อ!) "
เธอแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่กำลังเห็นตรงหน้า
สิ่งที่เมดสังหารทั้งสามคนโจมตีโดนนั้น คือผิวนอกของเสื้อขนสัตว์ กับน้ำมะเขือเทศที่แม่นกน้อยซุกเอาไว้ เพียงสองอย่างนี้เท่านั้น
"เปอร์ไซด์~ คิก! "
แถมเธอยังสามารถกระโดดหมุนตัวแตะสามจังหวะ สวนกลับใส่พวกเมดสังหารไปพร้อมกันได้อีกด้วย
เธอกระโดด แล้วรัวขาใส่อากาศที่ว่างเปล่า ในตำแหน่งที่ดักเส้นทางการเคลื่อนไหวของทั้งสามคนล่วงหน้าอยู่หนึ่งก้าว
เป็นการแตะที่ราวกับว่าอ่านอนาคตได้
ผลลัพธ์จึงทำให้เมดสังหารทั้งสามคนหลบหลีกการโจมตีนี้ไม่ทัน
กรงเล็บแห่งพญาอินทรียื่นยาวประทับลงบนหน้าท้องของทั้งสามคนที่พุ่งเข้าใส่
พลังบาเรีย แกนโลหะที่แข็งแกร่ง รวมไปถึงผิวหนังที่สร้างมาอย่างยืดหยุ่นแข็งแรง
ทุกสิ่งล้วนไร้ค่าต่อหน้ากรงเล็บแห่งพญาอินทรีย์ของเธอ
ความรุนแรงจากการพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว รวมกับขาที่ทรงพลังผิดกับรูปร่างของเปอร์ไซด์ ได้ก่อเกิดเป็นพลังทำลายล้างอันน่ากลัว
ประหนึ่งดั่งคนที่วิ่งเข้าหารถสิบล้อด้วยตัวเองเช่นนั้น
*กร๊อบ! *
เสียงโลหะหักดังลั่นออกมาจากร่างกายของเมดสังหารทั้งสามคน
โครงสร้างภายในร่างหักครึ่งท่อน
ผิวหนังช่วงหน้าท้องหลุดลอกออก
สารเหลวสีขาวไหลทะลัก
กระแสประสาทถูกตัดขาด
เมดทั้งสามคนไม่สามารถสั่งการหรือเคลื่อนไหวร่างกายได้อีกต่อไป
พวกเธอ… พ่ายแพ้ในพริบตาเดียวเท่านั้น
“ฟูว~”
แม่สาวนกน้อยถอนหายใจยาว หันหน้ากลับไปหาเพื่อนรักต่างเผ่าของเธอ แล้วส่งรอยยิ้มที่เจิดจ้าให้
“บอกแล้วยังไงละคะ ว่าฉันนะแข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้ค่ะ”
พร้อมกับกล่าวคำปิดท้ายอย่างโอ้อวดภูมิใจราวกับเป็นเด็กน้อยที่อยากให้แม่กล่าวคำชมให้เช่นนั้น
***
“!?! ”
แต่ทว่าการต่อสู้ยังไม่จบ
ศัตรูยังเหลืออยู่อีกคนหนึ่ง
สตรีชนเผ่าแมวสีเงินผู้สวมชุดเมดสีดำ [โนอาร์]
หุ่นยนต์โบราณที่มีสองจิตใจคนนั้น กำลังหันหน้ามาทางเปอร์ไซด์ด้วยจิตสังหารที่รุนแรง
ในสายตาของเปอร์ไซด์ มันก็แค่หุ่นยนต์กระป๋องตัวหนึ่งเท่านั้น
แต่ในสายตาของออโทเครส มันคือภาพของเทพเจ้าที่กำลังแผ่ออร่าที่น่ากลัวจนแทบจะหมดสติได้
“!!! ”
เธอพยายามเค้นเสียงสุดชีวิต เพื่อเตือนให้เพื่อนของเธอระวังโนอาร์ที่กำลังง้างหมัดชกเข้ามาจากทางด้านหลัง
แต่เสียงของเธอก็ยังคงไม่อาจลอดผ่านผ้าปิดปากออกไปได้อยู่ดี...
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ~ บอกแล้วไงว่าฉันนะ แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้ค่ะ~”
เธอแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองอีกครั้ง
หลบได้ทั้งหมด
ใช่
เพื่อนผู้น่ารักและยังดูบอบบางราวกับเปลือกไข่คนนี้ สามารถหลบหมัดที่หวดเข้ามาจากข้างหลังได้ราวกับมีดวงติดเอาไว้ตรงใจกลางหลังเช่นนั้น
“หมัดช้าแบบนี้ ต่อยฉันไม่โดนหรอกค่ะ~”
“!?! ”
มันไม่ได้ช้าเลยสักนิดเดียว
ดวงตาของออโทเครสไม่สามารถจับภาพหมัดกับลูกแตะที่โนอาร์หวดใส่เปอร์ไซด์ได้
แต่เปอร์ไซด์กลับสามารถหลบการโจมตีทั้งหมดได้
แถมยังเป็นการเคลื่อนตัวหลบหลีกล่วงหน้าก่อนที่หมัดจะง้างขึ้นเสียอีก
อย่าว่าแต่หมัด ขนาดคมมีดพายุที่โนอาร์สร้างขึ้นมา เปอร์ไซด์ก็ยังหลบมันได้อยู่ดี
“ (หรือว่า… ที่เธอบอกว่าแข็งแกร่งที่สุดในโลก มันจะเป็นเรื่องจริง!?!) ”
ตอนนี้เธอเริ่มเชื่อแล้ว ว่าเพื่อนรักของเธอนั้นแข็งแกร่งที่สุดอย่างที่พูดออกมา
พวกเรารอดแล้ว!
เธอคิดเช่นนั้น
แต่เธอลืมไปอย่างหนึ่ง
“รบกวนฝากคุณหมาป่าตรงนั้นช่วยพาเพื่อนของฉันไปหลบในที่ปลอดภัยให้ทีค่ะ~”
“...อ๊ะ? เออ…? ได้สิ? ”
นั่นคือเปอร์ไซด์มีสมองเท่าเม็ดถั่ว…
เธอไม่สังเกตุเลยสักนิด ว่ากำลังมีการจับตัวประกันเกิดขึ้น
ไม่ได้สนใจสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ได้นึกสงสัยอะไรเลย นอกจากความคิดที่จะปกป้องเพื่อนจากโนอาร์ที่บ้าคลั่ง
เธอไม่ได้คิดหาเหตุผลเลย ว่าใครคือคนที่จับมัดเธอกับเพื่อนของเธอเอาไว้ในตอนที่สลบเพราะโดนไฟฟ้าช๊อตใส่เมื่อกี้นี้
ขนาด [นิล] หมาป่าดำที่ยืนเฝ้ารอดูสถานการณ์อย่างใจเย็น ยังถึงกับสงสัยว่านี่คือกับดักอะไรหรือเปล่า?
ทำไมคนที่ออกตัวมาเพื่อปกป้องเพื่อน ถึงได้ยอมฝากชีวิตให้กับเขาที่ดูยังไงก็คือศัตรูไม่ต่างกัน
“เร็วหน่อยจิ! ฉันรู้สึกว่าถ้ายังอยู่ตรงนี้ เดียวได้โดนลูกหลงกันพอดีนะ! ”
แต่ดูท่าว่าเปอร์ไซด์อยากจะฝาชีวิตของเพื่อนรักเอาไว้ที่เขาจริง ๆ
ดังนั้นนิลจึงรับหน้าที่นั้นเอาไว้ด้วยความปิติยินดี
“จะพาตัวออกไปเดียวนี้ครับ! ”
นิล บุรุษหมาป่าดำที่เตรียมใจตาย กำลังฮำเพลงเป็นจังหวะอย่างร่าเริง พร้อมกับเรียกลูกน้องของเขามาพาตัวประกันระดับ VIP ออกไปจากที่นี่
จะโชคดีเกินไปแล้วนะเรา~
เขาคิดเช่นนั้น
ในทางกลับกัน
“ (เดียวก่อนสิยะ! อีเปอร์ไซด์สมองถั่ว! มาช่วยฉันก่อน! เดียวก็กลายเป็นสงครามครั้งใหญ่หรอก! เดียวสิ ยัยเปอร์ไซด์! ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!) ”
ออโทเครสทำได้เพียงแต่กรีดร้องเท่านั้น…
***
“เอาละ ตอนนี้ไม่มีคนมาขวางแล้ว มาทุ่มพลังเต็มที่กันเลยดีกว่าค่ะ! ”
พริบตานั้นเองที่ร่างของเปอร์ไซด์หายไป
พื้นระเบิดแตกกระจายเป็นชิ้น ๆ ยิ่งกว่าเวลาที่โนอาร์หรือพรรคพวกของเธอกระทืบพื้นดินเพื่อใช้พุ่งตัวบุกโจมตี
“!! ”
ภาพตรงหน้าของโนอาร์กลายเป็นภาพของกรบเล็บพญาอินทรีย์ที่กำลังพุ่งตรงหน้าใส่ใบหน้า
โนอาร์รีบทิ้งพลังทุกส่วนของร่างกาย แล้วเร่งพลังบาเรียตรงบริเวณใบหน้าแทนในทันที
“อั๊ก!? ”
ร่างของโนอาร์กระเด็นออกไปไกลถึงหนึ่งร้อยเมตร
พุ่งทะลุบ้านเรือนและอาคารที่ขวางทางด้านหลัง ไถลไปตามพื้นถนนคอนกรีตจนแตกแยกออกเป็นสองส่วน
เกาะลอยฟ้า กระถางต้นไม้ลอยฟ้า เสาไฟลอยฟ้า สถาปัตยกรรมต่าง ๆ ถูกร่างของเธอกระแทกทำลายทิ้งไปเป็นจำนวนมาก
แขนกับขาของโนอาร์หักอย่างละข้าง อีกทั้งพลังงานที่สำรองในร่างยังถูกเอาไปใช้กับบาเรียจนแทบหมดสิ้น
โนอาร์หมดสภาพที่จะสู้ต่อไปได้ภายในการโจมตีเดียวของเปอร์ไซด์เท่านั้น
“ (มีสิ่งมีชีวิตแบบนี้อยู่บนโลกใบนี้ด้วยเช่นนั้นหรือ!?) ”
มันเป็นพลังที่ออกจะเหนือสามัญสำนึกเกินไปสำหรับเธอ
ตลอดระยะเวลาหลายร้อยปี หลายพันปี จากฐานข้อมูลทั้งหมดที่ได้บันทึกเอาไว้ของเธอนั้น ยังไม่เคยเจอสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเกินสามัญสำนึกแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง
เธอเริ่มรู้สึกสงสัย เลยเปลี่ยนดวงตาของตนเองเป็นระบบแสกน แล้วทำการตรวจสอบร่างกายของเปอร์ไซด์ที่กำลังบินเข้ามาใกล้
“ยังรอดได้อยู่อีกหรือคะ~”
“!! ”
โนอาร์รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในทันที
เพราะภาพที่เธอเห็นนั้น มันคือภาพของสัตว์ประหลาดดี ๆ นี่เอง
ภาพแสกนทำให้เธอรู้ว่าร่างกายของเปอร์ไซด์นั้นมีความผิดปกติ
มันมีอะไรบางอย่างในร่างกายของเธอกำลังทำงานอย่างหนัก วิ่งพล่านไปทั่วจนทำให้ [เซลล์] ภายในร่างกายเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่ากลัว
มันไม่ใช่ของกระจอกอย่างอะดรีนาลีนหรือสารเสพติดกระตุ้น
แต่เป็น [สิ่งมีชีวิต] …
เปอร์ไซด์… เผ่ามนุษย์นกที่อ้างตัวเองว่า [แข็งแกร่งที่สุดในโลก] มีร่างกายที่ซุกซ่อน [สิ่งมีชีวิต] ขนาดเล็กคล้ายเชื้อโรคนับล้าน ๆ ตัวอยู่ภายในร่างกาย
โนอาร์จำได้ว่าเคยเห็นลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับร่างกายของโฮปกับของบานาในเหตุการณ์ [สงครามกวาดล้างอะบอม] ที่ผ่านมา
แต่ตอนนั้นมันเป็นเพียงแค่สัญญาณเล็ก ๆ ที่ไม่ได้รู้สึกแตะตาอะไรเท่าไหรนัก เลยทำให้ไม่ได้คิดอะไรมาก แล้วมองข้ามว่าคงเป็นแค่ปฏิกิริยากระตุ้นร่างกายบางอย่างของเผ่าผู้รุกราน
แต่สิ่งที่เปอร์ไซด์กำลังแสดงให้เห็นนั้น มันยิ่งกว่าที่เธอเคยเห็นมาก่อน
เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวเล็กคล้ายเชื้อโรคนับล้านตัวพวกนั้น กำลังทำให้ [เซลล์] ร่างกายของเปอร์ไซด์ทำงานคล้ายกับหลักการของ [ชุดเกราะนาโน] ที่สามารถเพิ่มพลังของผู้สวมใส่ได้เช่นนั้น
หรือก็คือ ทั้งร่างกายของเธอกำลังกลายเป็น [เกราะนาโนแมชชีน] ไปแล้ว
ในตอนนั้นเองที่โนอาร์นึกถึงบันทึกของวัตถุลึกลับที่พบเจอเมื่อตอนปลายเดือนที่แล้วอยู่
ตอนต้นเดือนนั้น เธอจำได้ว่า ตัวเธอนั้นมีการโจมตีใส่วัตถุบินนอกทวีปอยู่ครั้งหนึ่ง
ตอนนั้นเธอไม่อาจยิงให้วัตถุบินลึกลับนั้นร่วงลงมหาสมุทรได้
และวัตถุบินนั้นดูเหมือนจะมีข้อมูลภาพที่ตรงกับเปอร์ไซด์เสียด้วย
ในความเป็นจริง มันคือช่วงเหตุการณ์ที่เปอร์ไซด์กำลังบินไปช่วยภูติน้อยลิลลี่ ที่กำลังจะถูกยิงทิ้งตอนมาเยือนทวีปนี้นั่นเอง
ว่าแล้วร่างกายของโนอาร์ก็สั่นเทิ้มไปด้วยความหวาดกลัวอีกครั้ง
นี่ไม่อาจกล่าวได้ว่าคือสิ่งมีชีวิต
แต่เป็น [จอมปีศาจ] ต่างหาก
ความหวาดกลัวทำให้โนอาร์กลับมาได้สติอีกครั้ง
เธอหายคลั่ง และรู้ตัวว่าไม่อาจจะเอาชนะคนตรงหน้าได้
ดังนั้น---
“หนีก่อนละ! ”
เธอจึงรีบบินหนีในทันที
“ไม่ให้หนีหรอก! ข้อหาที่บังอาจทำร้ายเพื่อนฉัน ฉันจะจับเธอแยกส่วน แล้วลงโปรแกรมให้เป็นคนดี--- เหวอ!? ”
เปอร์ไซด์พยายามที่จะบินไล่ตาม
แต่ตอนนั้นเองที่แสงสว่างสีแดงยิงพุ่งตรงมาจากใจกลางทวีป
หอคอยสีเทาสูงเสียดฟ้า หอคอย [โนอาร์] กำลังยิงกระหน่ำโจมตีใส่เธอเพื่อหยุดตัวเธอเอาไว้
หรือก็คือ… ยิงโจมตีใส่เขตเมืองของชนเผ่าผู้รุกรานโดยไม่สนใจอีกต่อไป ว่าจะเป็นการประกาศสงครามหรือไม่
โนอาร์ไม่สนใจเสียงหวูดเตือนภัยสงครามที่ดังขึ้นทั่วทั้งเมืองอันเนื่องจากการยิงโจมตีด้วยแสงเลเซอร์ของหอคอย
ไม่สนใจความเคลื่อนไหวของเรือรบนอกชายฝั่งที่กำลังหันปากกระบอกปืนอันน่ากลัวไปทางพื้นที่ใจกลางทวีป
ไม่สนใจว่ากำลังมีกองทัพขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนทัพอยู่รอบนอกของเมือง
ไฟสงคราม… กำลังเริ่มแผ่ขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น
***
คงต้องขอบคุณความสยดสยองราวปีศาจของเปอร์ไซด์ เลยทำให้โนอาร์ในตอนนี้หายคลั่งได้สำเร็จ
เธอที่กลับมาได้สติ กำลังรีบบินตรงกลับไปหาไพไรต์ที่กำลังนอนหมดแรงอยู่ใจกลางสนามต่อสู้
แล้วเธอก็พบว่าไพไรต์คนนั้นกำลังถูกรายล้อมด้วยกลุ่มเพื่อนรักของเขา
ซุนไกท์ วานาดิไนต์ ลิลลี่ แล้วก็ดิวซ์
เนื่องจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้น พวกเขาเลยต้องลงมือรักษาไพไรต์กันเอาเอง
คนอื่นในกลุ่มของลิลลี่ที่หายไป คือกำลังไปหยิบอุปกรณ์พยาบาลกันอยู่นี่ละ
แล้วก็ไปดูอาการของพรุนด้วย
แน่นอนว่าโนอาร์ไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านั้นแม้แต่น้อย
เธอสนแต่การพาตัวเจ้านายคนสำคัญหนีไปจากที่นี่เท่านั้น
“โนอาร์! ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ยดอง? ทำไมเธอถึงออกไปอาละวาดแบบนั้น!? เจ้าพวกที่เข้ามาพาตัวทุกคนออกไปคือใครกัน? ฉัน… ฉันสับสนไปหมดแล้วดอง! ”
"..."
โนอาร์ไม่สนใจคำถามของลิลลี่ แล้วบินลงมาอุ้มไพไรต์ด้วยแขนซ้าย
"ท่านโนอาร์ครับ? "
"..."
ไพไรต์ในตอนนี้เองก็หายเหน็บชาแล้วเช่นกัน
ในตอนนั้นเองที่โนอาร์คิดบางอย่างขึ้นมาได้
ไพไรต์ยังคงบาดเจ็บหนักอยู่
ส่วนข้างหลังก็มีศัตรูอันร้ายกาจกำลังบินไล่ตามมา
แถมพวกกลัทโทนีย์เองก็พังจนใช้งานไม่ได้อีก
ถ้าอย่างงั้นพาพวกนี้ไปด้วยจะดีกว่าหรือเปล่า?
อย่างน้อยก็จะได้มีโล่เนื้อคอยคุ้มครองเธอกับไพไรต์ ในระหว่างที่บินหนีออกไป
"ศัตรูกำลังตามหลังมา ต้องรีบหนีค่ะ"
"ศัตรู!? พวกชุดสีขาวพวกนั้นนะหรือดอง? "
เป็นโชคดีของโนอาร์ ที่พวกลิลลี่ยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันดีเท่าไหรนัก
โนอาร์ที่เข้าใจผิดว่าไพไรต์ถูกกลุ่มชุดสีขาวทำร้าย
กับพวกลิลลี่ที่กำลังสงสัยในตัวของกลุ่มคนในชุดขาวพอดี
ส่วนไพไรต์นั้น เขากำลังสับสนอยู่…
หุ่นยนต์… ศัตรูชุดขาว… กองทัพปลดปล่อย… แสงเลเซอร์ที่วิ่งตัดผ่านท้องฟ้า… โทแพซที่โดนจับตัวไป…
เรื่องราวมันเริ่มชักจะเยอะจนเขาอยากจะหยุดคิดเต็มทนแล้ว
ด้วยความเข้าใจผิดและเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้ทุกคนไม่ตั้งคำถามใส่กันมากไปกว่านี้
เลยทำให้งานของโนอาร์ง่ายขึ้นไปอีกขั้น
"งั้นรีบหนีกันเลยค่ะ"
โนอาร์กางม่านสนามพลังงานหุ้มบริเวณ แล้วพาทุกคนบินขึ้นฟ้าในทันที
"เดียวสิ พวกโฮปยังไม่--"
"ไม่มีเวลาแล้วค่ะ"
โนอาร์ตอบลิลลี่อย่างเยือกเย็น
ถ้ามัวแต่รอกัน อาจจะถูกจอมปีศาจเปอร์ไซด์ไล่ตามทันเอาได้
แต่ว่าในหัวของเธอตอนนี้ ยังไม่รู้ว่าควรจะหนีไปที่ไหน
จะใช้เครื่องเคลื่อนย้ายที่น่าจะตกอยู่ใต้การดูแลของศัตรูตอนนี้ก็คงไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดนัก
หนีไปหอคอยโนอาร์ หรือเตาสุริยะที่เคยเปิดใช้งาน? ก็ไม่ได้เช่นกัน…
เพราะศัตรูเองก็อาจจะคิดเหมือนกับเธอ
มันจะต้องเป็นสถานที่ศัตรูคาดไม่ถึง และไม่รู้จักเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายหลบหนีของเธอจึงเป็น---
" จะบินด้วยความเร็วสูงสุด กัดฟันให้แน่นด้วยค่ะ"
"จะ---จะพาพวกเราไปที่ไหนกันนะดอง! "
"ไปทิศใต้ สู่ดินแดนที่ถูกเรียกว่า [ป่าคลั่ง] กันเถอะ"
--- [ป่าคลั่ง] สถานที่ตั้งของเตาสุริยะเบอร์ 2 ที่ยังไม่ถูกใครค้นพบนั่นเอง