ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 4 บทที่ 118 เก็บกวาดหลังงาน (4)

            ตอนนี้ภายในห้วงสมองของเจิ้งซ่งยุ่งเหยิงไปหมดภาพที่เขาเห็นเมื่อครู่คือร่างสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์...บนร่างสัตว์ประหลาดตัวนั้นมีคนๆ หนึ่งกำลังยืนถือวัตถุทรงกลมเรืองแสงสีฟ้าอยู่...อย่าบอกนะ! คนๆ นั้นคือสวีหยางอี้ที่นั่งอยู่ตรงนี้? เรื่องนี้คือเรื่องจริงเหรอ?ดังนั้นจึงให้พวกเขามาช่วยจัดฉากยืนยันเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องนี้สินะ

            ครั้งนี้คุณจ้าวหยวนจิ้งถึงขั้นออกโรงปกป้องเรื่องแบบนี้ด้วยตัวเอง...ไม่นะ ต้องไม่ใช่แน่ๆ เรื่องโกหกทั้งเพ ฮ่าๆ มันจะเป็นเรื่องจริงได้อย่างไรนี่มันไม่ใช่นิยายแฟนตาซีนะ...

            แกล้งหัวเราะไปก็เท่านั้น!

            ขณะภายในใจเขากำลังรู้สึกวูบวาบอยู่เสียงเรียกของหลินอวี้เหราก็ดังขึ้นมาทันที

            “คุณเจิ้งคิดอย่างไรกับเรื่องนี้คะ?”

            เจิ้งซ่งที่กำลังรู้สึกปั่นป่วน เขาตอบขึ้นด้วยน้ำเสียงสลด“คิดไม่ถึงจริงว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น...”

            “หมายความว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่สเปเชียลเอฟเฟคของกองละครเหรอคะ?” หลิวอวี้เหราขยี้ถามอย่างลุ้นระทึก

            “เปรี้ยง!!” ยังไม่ได้สิ้นสุดเสียงพูด กล้องถ่ายวิดีโอ กล้องถ่ายภาพทุกตัวต่างมีควันลอยขึ้นมา

            “เกิดอะไรขึ้น?” “มีเรื่องอะไร?” เสียงตกใจแตกตื่นดังขึ้นสายตาทุกคนมองไปยังมู่ตันที่กำลังยืนขึ้นในท่าทางชูมือขึ้นดีดนิ้วกลางอากาศทำเอาทุกคนปิดปากเงียบสนิทไปตามๆ กัน

            “ออกไป” มู่ตันตวาดเสียงลั่นใส่ทีมงานในกองถ่ายทุกคน จากนั้นทุกคนก็รีบออกไปทันที

            แม้ไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น... แต่รู้สึกว่าท่าทางของเธอในตอนนี้...โคตรเท่เลย

            ภายในห้องส่ง เสียงส้นสูงของมู่ตันกระทบพื้นดัง “ตึกๆ”ราวกับเสียงโน้ตเปียโนอันละนุ่มละมุน แต่ตอนนี้ไม่มีใครคิดว่าเธอนุ่มละมุ่นเลยสักคน

            หลิวอวี้เหรา เจิ้งซ่ง ผู้จัดการจาง นั่งปิดปากเงียบทันทีหลังจากที่ได้เห็นมู่ตันในร่างมาร

            วันนี้... ผู้หญิงคนนี้นี่แหละ คือเจ๊ตัวแม่ผู้คุมอยู่เบื้องหลังของจริง

            ส่วนเจ้าสวีหยางอี้นั่นก็ไม่รู้อะไร เขาแค่เล่นไปตามบทที่ยายนี่วางไว้เฉยๆ

            เมื่อครู่นี้ ตอนที่ยายนั่นดีดนิ้ว คนอื่นทันสังเกตไหมไม่ทราบ แต่หลิวอวี้เหราเห็นเต็มสองตาหลังจากดีดนิ้วเสร็จ ควันก็ปะทุขึ้นจากกล้องทันที ราวกับร่ายเวทก็ไม่ปาน

            ประสบการณ์การเป็นผู้ดำเนินรายการไขปริศนาลี้ลับของเธอตลอดสองปีเต็มทั้งเดินทางไปถ่ายทำในสถานที่ลึกลับมานักต่อนัก เธอเคยพบเจอกับพลังเหนือธรรมชาติแค่สองครั้งและครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น

            “บอกไปแล้วไม่รู้กี่ครั้ง”ใบหน้าของมู่ตันปราศจากรอยยิ้มแม้เพียงเศษเสี้ยว “เมื่อวานก็บอก วันนี้ก็กำชับพวกเธอไม่จำใส่กะโหลกกันบ้างรึไง?”

            “ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอคิดอะไรกันอยู่ แต่ฉันขอเตือนอีกครั้ง”มู่ตันวางมือลงบนโต๊ะสัมภาษณ์อย่างเบามือและใช้นิ้วเคาะโต๊ะช้าไม่ช้าไม่เร็วราวกับเป็นนาฬิกาความอดทนที่กำลังนับถอยหลัง“เนื้อหาไหนควรพูด เนื้อหาไหนไม่ควรพูด จงพูดตามที่สคริปท์ที่ฉันสั่ง!!!”

            “ไม่เช่นนั้น ผลลัพธ์ที่ตามมา พวกเธอคงจินตนาการไม่ออกแน่ๆ”

            “ปึ้ง!” พูดจบ มือที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างเบามือนิ้วที่เคาะจังหวะไม่ช้าไม่เร็วก่อนหน้านี้ ก็ระเบิดพลังออกมาทุบโต๊ะดั่งสะนั่น“แกรก” โต๊ะหักลงบนพื้นทันที!

            ยายเจ๊คนนี้ แม่งสุดยอดจริงๆ!

            หลิวอวี้เหรา เจิ้งซ่ง ผู้จัดการจาง ตกใจจนปากเป็นรูปตัว O พร้อมกัน สายตามองมู่ตันอย่างตกตะลึง

            ไม่อยากจะเชื่อเลย ยายผู้หญิงคนนี้แรงเยอะขนาดนี้เชียวหรือ? นี่ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม? นี่มันโต๊ะตัวใหม่เอี่ยมเชียวนะ

            ถึงขนาดโต๊ะหักเลยงั้นเหรอ? !

            รอยหักเหมือนถูกค้อนทุบถูกขวานฟันไม่มีผิด แบบนี้มันใช่คนอยู่รึเปล่าเนี่ย!

            หลิวอวี้เหรากำด้ามเก้าอี้แน่น เธอกึ่งนั่งกึ่งยืนด้วยความรู้สึกหลากอารมณ์!

            เรื่องแปลกประหลาดอย่างจริงแท้!

            นาทีนี้ หลิวอวี้เหราได้พบเรื่องประหลาดของจริงเข้าแล้ว!

            รัฐบาลกำลังปกปิดบางอย่างอยู่... ใช่แล้วจะต้องเป็นแบบนี้ไม่มีผิด!ข่าวรายงานเกี่ยวกับบึงบงกชจตุทิศคือเรื่องจริง! การถ่ายทำละครที่ว่านี้คือเรื่องโกหก

            รัฐบาลกำลังปกปิดความจริงเรื่องอะไรอยู่กันแน่?

            สายตาเยือกเย็นกวาดมองทุกคนในนี้ราวกับกำลังทำสงครามเย็นมู่ตันขยับแว่นอย่างพอใจ วินาทีต่อมา ก็ค้อมตัวคำนับลงเล็กน้อย วินาทีต่อมาความเยือกเย็นก็สลายหายไป และถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มแสนอบอุ่น “หัวหน้าคะแบบนี้คุณพอใจไหมคะ?”

            ทุกคนตกตะลึงไปตามๆ กัน

            สวีหยางอี้คลี่ยิ้มพลางพยีหน้า “ทำได้ไม่เลว”

            กรี๊ด!!! เทพบุตรของฉันเอ่ยปากชมฉันแล้ว! ในที่สุดเขาก็ชมฉันแล้ว!มุมปากมู่ตันรั้นขึ้นอยากเก็บอาการ ตอนนี้เธอแทบอยากวิ่งออกไปกรี๊ดให้คอแตกแต่ก็แค่ยืดตัวตรงอย่างมีมาด และเอ่ยปากพูด “หัวหน้าทำหน้าที่ของหัวหน้าต่อแล้วกันเดี๋ยวฉันไปชงกาแฟมาให้”

            ทุกคนตรงนั้นต่างตกตะลึงเป็นรอบที่สองเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของมู่ตันเปลี่ยนไปอย่างฉับไวจากยอดหญิงแกร่งกลายเป็นสาวรับใช้ในพริบตา เร็วจนพวกเขาปรับอารมณ์ตามไม่ทัน

            “แค่ก...” สวีหยางอี้กระแอมเสียงสายตาของทุกคนกลับมาจดจ่ออยู่ที่เขาอีกครั้ง “ในเมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้แล้วผมไม่ปิดบังทุกคนแล้วกัน คืนวันนั้น มีกองกำลังออกปฏิบัติการอยู่ที่นั่นซึ่งอาจจะเป็นภัยต่อมวลมนุษย์ได้ดังนั้นจึงหวังว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือกับการถ่ายทำรายการครั้งนี้”

            “ถ้างั้นมาเริ่มกันใหม่เถอะค่ะ...” หลิวอวี้เหราไม่อยากเล่นไปตามบทของพวกเขาแต่ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือก

            โชคดีที่ในกองถ่ายยังมีกล้องที่ใช้งานได้อยู่ จึงถ่ายทำต่อได้

            การสัมภาษณ์เป็นไปอย่างราบลื่นภายใต้จังหวะการดำเนินรายการของหลิวอวี้เหราหลังจากสวีหยางอี้เริ่มคุ้นเคย ท่าทางของเขาก็เป็นธรรมชาติมากขึ้น

            “ดังนั้น ขอสรุปเลยว่านี่เป็นแค่การถ่ายทำละครเท่านั้น”  สวีหยางอี้ยิ้มและหันไปพูดกับมุมกล้อง

            “ตอนนี้คุณสวีและคุณเจิ้งกำลังถ่ายทำหนังที่ลงทุนไปกับสเปเชียลเอฟเฟคเป็นจำนวนเงินมหาศาลชื่อเรื่องว่าตำนานสังหารปีศาจ” ผู้จัดการจางไหลไปตามน้ำอย่างแยบยล เขารับช่วงพูดต่ออย่างไร้รอยต่อ“นี่เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่บริษัทหวาอี้ของพวกเราลงทุนไปมากที่สุดในประวัติศาสตร์เนื่องจากขอบเขตการถ่ายทำค่อนข้างกว้าง พวกเราจึงจำเป็นต้องใช้วิธีถ่ายทำทางเทคนิคส่วนเนื้อหาจะเป็นอย่างไร โปรดรอติดตามในภาพยนตร์”

            “สำหรับภาพยนต์เรื่องนี้ผมกับคุณสวีรับบทเป็นตัวละครหลักขอให้ผู้ชมโปรดติดตามรับชมอย่างใกล้ชิด” เจิ้งซ่งคลี่ยิ้มเอ่ย

            ขณะที่พวกเขาพูดรับส่งบทกันไปมาอย่างลื่นไหล เหงื่อก็ออกเต็มฝ่ามือ

            ประเด็นสำคัญตอนนี้ถูกพูดกลบเกลื่อนไปด้วยศัพท์ทางเทคนิคในการถ่ายทำไปเรียบร้อยแล้วเหลือแค่ตัดต่อ แล้วหลังจากนั้นค่อยเผยแพร่ลงอินเทอร์เน็ต

            แล้วสำหรับพวกทีมงานช่างภาพที่มีไฟล์ “ความจริง” ล่ะ...​จะทำอย่างไร?

            ไม่เป็นไร ประเทศหวาซย่ามีประชากรเป็นพันล้านคนคนเพียงไม่กี่คนจะเทียบกับอำนาจและอิทธิพลของรัฐบาลได้เหรอ?

            ใช้เวลาถ่ายทำรายการไปแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น หลังจากถ่ายทำเสร็จเจิ้งซ่งกับผู้จัดการจางก็รีบออกไปจากที่นี่ทันที

            แต่หลิวอวี้เหรากลับยังไม่รีบกลับ

            “คุณสวีคะ...” เธอลังเลมาสักพีกใหญ่ๆ ในที่สุดก็รวบรวมความกล้าพูดขึ้น“ดิฉันของเลี้ยงอาหารกลางวันคุณสักมื้อได้ไหมคะ?”

            อะไรนะยะ?

            มู่ตันทำจมูกฟุดฟิดเหมือนได้กลิ่นอะไรตุๆฉันยังไม่เคยร่วมโต๊ะทานข้าวกับหัวหน้าเลย หล่อนมีสิทธิ์อะไรยะ!

            “ต้องขอโทษด้วย ตารางงานของพวกเราแน่นมาก เอาไว้คราวหน้า”

            หลิวอวี้เหราเผยอปากหมายจะพูดอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่กล้าปริปากพูดออกไป

            เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความจริงใช่ไหม?

            เธออยากถามออกไปแบบนี้

            แต่เธอเข้าใจดี เรื่องบางเรื่องไม่ต้องถามจะดีที่สุด

            สุดท้ายเธอจึงเดินกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเอง ยิ่งก้าวก็ยิ่งเร็วขึ้น 

            เธอ... ต้องการดูคลิปวิดีโอทั้งหมดในโลกโซเชียลอีกครั้ง เธอเข้าใจดีหลังจากนี้อีกไม่กี่วัน วิดีโอพวกนี้คงหาไม่เจอ!

            ผู้ดำเนินรายการสาวอายุสี่สิบสองที่แจ้งเกิดจากรายการไขปริศนาลี้ลับแม้ช่วงหลังเธอจะถอยห่างจากรายการแนวนี้แล้วแต่แล้วโชคชะตาก็นำพาเธอเข้าใกล้ความจริงอีกแง่มุมของโลกที่ซุกซ่อนอยู่

            แม้ความจริงเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว

            “หัวหน้าคะ เรื่องในวันนี้ทำพวกเราเสียเงินค่ะ” เมื่อขึ้นรถมู่ตันจึงคลี่ยิ้มเอ่ย “เป็นจำนวนเงินหินวิญญาณระดับกลางสองก้อนค่ะตีเป็นจำนวนเงินประมาณสี่ล้านหวาซย่าปี้... หลังจากนี้ภารกิจของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์ของพวกเราจะเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆเพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของพวกเราและหลีกเลี่ยงรายจ่ายที่ไม่จำเป็น หัวหน้าต้องระวังตัวให้มากกว่านี้นะคะ”

            สวีหยางอี้ที่กำลังพักสายตาอยู่ลืมตาเอ่ยถามอย่างสงสัย “ทำไมพวกเราต้องจ่ายหินวิญญาณพวกนี้ไปด้วยล่ะ?”

            หินวิญญาณระดับต่ำหนึ่งร้อยก้อนมีค่าเท่ากับหินวิญญาณระดับกลางหนึ่งก้อนหินวิญญาณระดับต่ำหนึ่งก้อนมีค่าเท่ากับสองหมื่นหวาซย่าปี้แต่เงินจำนวนสองล้านหวาซย่าปี้ซื้อหินวิญญาณระดับกลางไม่ได้!

            อยู่ๆ ต้องมาเสียเงินไปโดยใช่เหตุแบบนี้ ไม่คุ้มเลยจริงๆ แถมตัวเลขก็ไม่ใช่น้อยๆอีกด้วย

            “หัวหน้าคะ” มู่ตันพูดขึ้นอย่างจนปัญญา “เมื่อเกิดปัญหาในลักษณะนี้ขึ้นโลกผู้ฝึกตนต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่ะ... ไม่เช่นนั้นรัฐบาลคงไม่มีเงินเลี้ยงปากท้องของคนในประเทศมีอยู่ครั้งหนึ่งอัยการสูงสุดของศาลผู้ฝึกตนอย่างเทียนฉายเจินเหรินเกิดทะเลาะกับซานจวินเจินเหรินที่ทะเลใต้ทำให้เกิดคลื่นสึนามิระดับสิบขึ้น หลังจากนั้นท่านอัยการเทียนฉายต้องชดใช้เงินเป็นจำนวนเงินหลายหมื่นล้านหวาซย่าปี้....เสียเงินเช่าสถานีโทรทัศน์และประสานงานกับสื่อต่างๆเพื่อตามลบคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้อง และซ่อมแซมบ้านพื้นที่ที่เสียหาย...กฎหมายกำหนดมาแบบนี้ค่ะ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ...”

            เธอกระแอมเสียง “ปัญหาที่ตัวเองก่อ ตัวเองก็ต้องรับผิดชอบเอง...”

            สวีหยางอี้คลี่ยิ้ม “ก็จริง”

            “ถือว่าครั้งนี้พวกเราโชคดีไป... ครั้งหน้า ถ้าพวกเรามีกองกำลังอย่างเป็นทางการแล้วผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่ระดับกลางทั้งสิบออกปฏิบัติการพร้อมกันสามารถสร้างความเสียหายได้ทั้งเมืองเลยก็ว่าได้หากคุณไม่ระวัง...”

            มู่ตันมองสวีหยางอี้อย่างมีความนัย สวีหยางอี้คลี่ยิ้ม“เพื่อความมั่นคงทางการเงินของกองกำลังทัณฑ์สวรรค์ ฉันจะระวัง”

            “แต่ว่านอกจากพวกเขาจะเสียเงินไปแล้ว แต่เราก็ยังทำรายได้ให้กองกำลังของพวกเราด้วยเช่นกัน”มู่ตันคลี่ยิ้ม “โลกผู้ฝึกตนมีสถานีโทรทัศน์อยู่ที่เดียวก็คือ‘สถานีรวมการเฉพาะกิจ’ ของ CSIB ที่ใช้จานดาวเทียมของโลกผู้ฝึกตนเองซึ่งช่องนี้มีรายการที่มีชื่อเสียงรายการหนึ่งชื่อว่า ‘วันนี้ คุณซวยรึยัง?’เป็นรายการสัมภาษณ์ผู้ฝึกตนที่สร้างเรื่องเอิกเกริกจากภารกิจสังหารปีศาจทั้งหลายซึ่งคลิปวีดิโอของพวกเราในครั้งนี้ถูกพวกเขาซื้อไปค่ะ”

            “มันยังไงกันแน่?” สวีหยางอี้เลิกคิ้วถาม

            “หัวหน้าคะ... เรื่องนี้มันมีรายละเอียดยิบย่อยเกินไป รกสมองหัวหน้าเปล่าๆดังนั้นหัวหน้าอย่าได้กังวลเรื่องนี้ค่ะ เชื่อในความสามารถของดิฉันดิฉันจัดการเรื่องนี้เอง ขอแค่กองกำลังของพวกเรามีชื่อเสียงมากขึ้น ดิฉันก็จะสามารถทำเงินให้กองกำลังได้มากขึ้นเช่นกันค่ะ”

            สวีหยางอี้ยิ้มบางๆ หลับตาลงพักสายตา

            มู่ตันไม่มีทางปล่อยโอกาสปั่นชื่อเสียงให้กองกำลังและหัวหน้าตัวเองไปเป็นอันขาดเธอกระแอมเสียงพูดขึ้นอีกต่อ “ยังมีอีกเรื่องค่ะ...”

            สวีหยางอี้ลืมขึ้นครึ่งหนึ่งเป็นสัญญาณให้พูดต่อ

            “หัวหน้าคะ ดูภายนอก ถึงแม้มนุษย์ธรรมดา เผ่าปีศาจ และผู้ฝึกตนจะดูเหมือนรักสงบผดุงสันติภาพต่อกันไว้แต่ในโลกผู้ฝึกตนก็ยังมีวัฒนธรรมการจัดตั้งเงินรางวัลค่าหัวกันอยู่เผ่าปีศาจก็มีการตั้งรางวัลค่าหัวผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์เช่นกัน...”มู่ตันคลี่ยิ้มพร้อมกับพิมพ์แป้นพิมพ์ในมือของเธอ “ดิฉันคิดว่า...หัวหน้าน่าจะสนใจเรื่องอะไรแบบนี้”

            เธอเคาะแป้นพิมพ์บนแลปท็อปของเธออย่างคล่องแคล้วรวดเร็วไม่ถึงสองวินาทีหน้าเว็บไซต์หน้าหนึ่งก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ

            ตำหนักหมื่นปีศาจ

            สีหน้าของสวีหยางอี้เคร่งขรึมขึ้นรำไรนี่เหมือนเว็บไซต์ผู้ฝึกตนแห่งหวาซย่าไม่มีผิด ซึ่งมีลิสท์รายชื่อหมวดหมู่ต่างๆและมีการจัดตั้งเงินรางวัลค่าหัวเช่นกัน

            มู่ตันเปิดลิสท์รายชื่อหนึ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“เงินรางวัลค่าหัวผู้ฝึกตนหน้าใหม่จากเผ่ามนุษย์”

            เธอชี้ไปที่รายชื่อหนึ่ง “หัวหน้าคะคุณกลายเป็นที่ต้องการของฝั่งนั้นไปแล้วค่ะ”

            สวีหยางอี้มองดูอย่างละเอียด จากนั้นก็ระบายยิ้มออกมา

            ลิสท์รายชื่อนี้มีประมาณหนึ่งร้อยคนเขามองดูลำดับรายชื่อของตัวเองอยู่ที่ลำดับที่ เก้าสิบเก้า

            เงินรางวัลค่าหัว... หินวิญญาณระดับสูงสิบก้อน!

            “ในลิสท์รายชื่อนี้ นอกจากหัวหน้าและผู้ฝึกตนมนุษย์อีกคนแล้ว คนอื่นๆเป็นปีศาจผู้ฝึกตนขั้นจู้จีหมดเลยค่ะ” มู่ตันอธิบาย“แต่ว่าราคาเงินราคาค่าหัวไม่ได้ขึ้นอยู่กับตบะสูงต่ำหัวหน้าน่าจะเป็นผู้ฝึกตนขั้นเลี่ยนชี่คนที่สองในรอบร้อยปีที่ได้ขึ้นลิสท์รายชื่อนี้!”

            สวีหยางอี้นิ่งเงียบ

            “สวีหยางอี้ เพศชาย อายุยี่สิบสี่ปี ขั้นเลี่ยนชี่ระดับกลางครอบครองคัมภีร์ยุทธเวทระดับจินตัน มีท่าไม้ตายซุกซ่อนอยู่คาดว่าสำเร็จวรยุทธ์ร้อยกระบวนท่าจากหลักสูตรของเทียนเต้าราวๆ แปดสิบกระบวนท่าพละกำลังทางร่างกายไม่ด้อยไปกว่าร่างปีศาจระดับธรรมดา มีปีศาจสัตว์เลี้ยงหนึ่งตัวตอนนีเป็นหัวหน้ากองกำลังทัณฑ์สวรรค์อยู่ที่องค์กรอวี้หลินเว่ย”

            “โทษฐานความผิดสังหารทายาทลำดับที่สิบแปดของตระกูลหมิงนามว่าหมิงเสินที่บึงบงกชจตุทิศแย่งชิงสมบัติประจำตระกูล ใช้วิธีเฉือนเนื้อประหาร[1]”

            “เงินรางวัลค่าหัว หินวิญญาณระดับสูงสิบก้อนโดยสมบัติติดตัวของอีกฝ่ายตระกูลเหวินจะไม่ขอริบไว้”

            “วิธีแลกเปลี่ยน: หิ้วหัวมาเจอหน้า”

            “ขอเรียกร้องพิเศษ: จับเป็น เงินรางวัลบวกเพิ่มหนึ่งเท่าตัว”

            หินวิญญาณระดับสูงหนึ่งก้อนมีค่าเท่ากับหินวิญญาณระดับต่ำสองหมื่นก้อน!ตีเป็นเงินหวาซย่าปี้คร่าวๆ ก็ประมาณสองพันล้าน!

            แต่ก็ยังน้อยกว่าผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์ที่มีค่าหัวสูงเป็นอันดับหนึ่ง!

            สวีหยางอี้นิ่งเงียบประมาณห้านาที จากนั้นก็เอ่ยปากถามมู่ตัน

            “อันดับหนึ่งเป็นใคร?”

    --------------------------------------------------------------------------------
    [1] เฉือนเนื้อประหาร เป็นวิธีการประหารนักโทษของสมัยจีนโบราณรูปแบบหนึ่งกระทำโดยการเฉือนแหล่เนื้อออกไปทีละชิ้นให้นักโทษรู้สึกทรมานจากพิษบาดแผลจนถึงแก่ความตาย

     

    คล้ายกับเรื่องยุทธเวทผลาญปีศาจ ที่คุณอ่าน

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912