เหวยเหนียง หมอดูเทวดา

    ตอนที่ 33 กับดัก

            และแล้วพระสนมเหมยหลิงก็กลายเป็นพระสนมที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานมากจนถึงขั้นมีรับสั่งให้พระนางย้ายตำหนักไปอยู่ตำหนักใหม่ที่ใกล้ตำหนักของฝ่าบาท

            ฮองเฮาทรงทราบเข้าพอดีพระองค์ทรงรีบสั่งการให้องครักษ์ผิงหลางย้ายไปอารักขาพระสนมที่ถูกลืมอีกคนนั่นก็คือ พระสนมจางชุ่ยแทน เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่าบาททรงทอดพระเนตรเห็นผิงหลางซึ่งนั่นจะนำไปสู่การกระตุ้นให้ฝ่าบาททรงมีพระดำริแต่งตั้งให้ผิงหลางเป็นพระสนมอีก

            ผิงหลางเดินทางไปถึงตำหนักพระสนมพระองค์ใหม่ก็พบว่าบรรยากาศในตำหนักช่างดูวังเวงไร้ซึ่งผู้คนนางก็เลยคาดการณ์ได้ว่าที่นี่ไร้ซึ่งนางกำนัลและกงกงอีกเช่นเคยสักพักนางก็ได้ยินเสียงร้องไห้

            ผิงหลางคิดในใจว่า “ที่นี่คงไม่มีผีหรอกนะ”

            “ฮือฮือ ฮือฮือ ฮือฮือ”

            ผิงหลางเดินไปตามเสียงและลุ้นว่าเสียงร้องไห้นั่นจะใช่เสียงคนหรือไม่จนกระทั่งนางเดินไปเห็นผู้หญิงสวมเครื่องแต่งกายผ้าดิบกำลังไว้ทุกข์ให้ใครสักคนและนางนั้นกำลังเผากระดาษเงินกระดาษทองอยู่หลังตำหนัก

            “ถวายบังคมเพคะ พระสนมจางชุ่ย”ผิงหลางคารวะ

            พระสนมทรงปาดน้ำตาและตรัสว่า “เจ้าเป็นใครและมาทำอะไรที่นี่”

            “หม่อมฉันชื่อผิงหลาง เป็นทหารองครักษ์ที่จะมาคอยอารักขาพระองค์เพคะ”ผิงหลางแนะนำตัว

            “พระสนมที่ถูกลืมอย่างเราจำเป็นต้องมีคนมาคอยอารักขาด้วยอย่างนั้นหรือ”พระสนมจางชุ่ยทรงแปลกพระทัย

            “ยังไงพระองค์ก็ทรงเป็นพระสนมนะเพคะว่าแต่พระองค์ทรงไว้ทุกข์ให้ใครอย่างนั้นหรือ” ผิงหลางอยากรู้

            “สามีของเราเอง” พระสนมจางชุ่ยตรัสเสียงเศร้า

            “อะไรนะเพคะ! หมายถึงฝ่าบาทอย่างนั้นหรือเพคะ” ผิงหลางตกใจ

            “สามีของเราไม่ใช่ฝ่าบาท”พระสนมจางชุ่ยตรัสเสียงแข็ง

            “หมายความว่ายังไงเพคะหม่อมฉันงงไปหมดแล้ว” ผิงหลางเกาหัว

            “สมัยก่อนเราเป็นเพียงหญิงชาวบ้านที่อยู่ตามท้องไร่ท้องนาและเราก็ได้แต่งงานกับเหลยซู่ที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียง แม้อัตคัดขัดสนแต่พวกเราก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขจนกระทั่งวันหนึ่งฝ่าบาทเสด็จมาเยี่ยมเยียนราษฎร เรากับสามีไปนั่งรอรับเสด็จพร้อมๆกับชาวบ้านคนอื่นๆ ในตอนนั้นฝ่าบาททรงทอดพระเนตรมาที่เราและเกิดถูกพระทัยในรูปโฉมของเราเข้าดังนั้นตกกลางคืนฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้นักฆ่าสวมชุดดำแล้วลักพาตัวเราที่กระท่อมกลางทุ่งนาสามีของเราไม่ยอม เขาพยายามขัดขวางสุดชีวิตแต่แล้วเขาก็ถูกนักฆ่าฆ่าตายต่อหน้าต่อตาเรา ตอนนั้นเราถึงกับช็อคหมดสติไปนักฆ่าคนนั้นจึงอุ้มตัวเราไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท พอเราฟื้นเราก็รีบคุกเข่าขอพระเมตตาให้พระองค์ทรงยอมปล่อยเราไปแต่แล้วเรากลับถูกย่ำยีและกลายเป็นคนของพระองค์ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาในตอนนั้นเรารู้สึกทุกข์ใจมากที่เราได้กลายเป็นผู้หญิงน่ารังเกียจทรยศสามีตัวเองแม้เราจะไม่เต็มใจ แต่ฝ่าบาทก็ทรงใช้วิธีขืนใจเราทุกคืนจนกระทั่งเราตั้งครรภ์เนื่องจากเราเป็นผู้หญิงที่มีสามีแล้วดังนั้นฝ่าบาทจึงทรงดำริว่าเด็กในครรภ์อาจไม่ใช่ลูกของพระองค์ดังนั้นเราจึงถูกบังคับให้กินยาขับเลือดและตั้งแต่นั้นว่าฝ่าบาทก็ทรงไม่สนพระทัยใยดีเราอีกเลย” พระสนมจางชุ่ยทรงเล่าทั้งน้ำตา

            “ทำไมฝ่าบาทถึงทรงอำมหิตเช่นนี้เพคะ”ผิงหลางไม่อยากจะเชื่อ

            “เรารู้สึกผิดต่อสามีมากเราทำได้เพียงไว้ทุกข์ให้สามีของเราเท่านั้น” พระสนมจางชุ่ยตรัส

            “ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดของพระองค์พระองค์ทรงอย่าโทษตัวเองเลยนะเพคะ สามีของพระองค์ทรงอยากเห็นพระองค์ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุขมากกว่า”ผิงหลางกล่าว

            “เราเคยคิดฆ่าตัวตายแล้วแต่ไม่เคยทำสำเร็จสักครั้ง เราก็เลยคิดว่าสามีของเราคงอยากให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไป”พระสนมจางชุ่ยตรัส

            “ทรงเสวยอะไรหรือยังเพคะหม่อมฉันจะไปยกสำรับอาหารมาให้” ผิงหลางเปลี่ยนเรื่อง

            “เราทำอาหารทานเองเราจะเข้าครัวแสดงฝีมือให้เจ้าเอง” พระสนมจางชุ่ยทรงอาสา

            “ทรงไปขอวัตถุดิบมาจากโรงครัวงั้นหรือเพคะ”ผิงหลางสงสัย

            “เราปลูกพืชกินเองน่ะหากวันไหนเราอยากทานเนื้อสัตว์ เราค่อยไปขอแผนกโรงครัว” พระสนมจางชุ่ยทรงเคยเป็นชาวบ้านมาก่อนพระนางก็เลยทรงเคยชินกับชีวิตที่ไม่มีนางกำนัล

            “ดูพระองค์ทรงมีความสุข ที่ เอ่อฝ่าบาททรงไม่เสด็จมาที่ตำหนักนี้นะเพคะ” ผิงหลางกล่าว

            “เราก็ได้แต่ภาวนาไม่ให้ฝ่าบาททรงจดจำเราได้เมื่อคืนเราก็พยายามหามุมอับ โชคดีที่เราไม่ได้เลือกที่นั่งตรงพระสนมเหมยหลิงนะ”พระสนมจางชุ่ยเกือบเลือกตำแหน่งตรงพระสนมเหมยหลิงในงานเลี้ยงฉลอง

            “ตอนนี้พระสนมเหมยหลิงทรงกลายเป็นที่โปรดปรานไปแล้วเพคะ”ผิงหลางคิดว่าชีวิตคนเรานั้นไม่แน่นอนเพราะเมื่อวานพระนางยังเป็นพระสนมที่ถูกลืมอยู่เลย

            “เจ้าไปนั่งรอที่โต๊ะเถิดเราจะยกสำรับมาให้” พระสนมจางชุ่ยตรัส

            “แต่หม่อมฉันเป็นบ่าวนะเพคะ”ผิงหลางคิดว่าไม่ควรให้เจ้านายเป็นผู้บริการ

            “เจ้าอยู่ที่นี่ให้ปฏิบัติกับเราเหมือนเพื่อนคนหนึ่งเถิดเราไม่เคยชินกับการที่ต้องมีใครมารับใช้เรา” พระสนมจางชุ่ยทรงต้องการเพื่อนไม่ใช่สาวใช้หรือทหารองครักษ์

            “ให้หม่อมฉันไปช่วยยกดีกว่าเพคะ”ผิงหลางกล่าว

            “เจ้าอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกันเราจะได้มีเพื่อนคุยบ้าง” พระสนมจางชุ่ยเสด็จนำทางไปที่ครัวในตำหนักของพระองค์

            “สัญญากับหม่อมฉันจะได้มั้ยเพคะว่าพระองค์ทรงจะมีชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็งห้ามคิดสั้นเด็ดขาด” ผิงหลางกล่าว

            “แน่นอน! เราจะอดทนรอวันได้รับอิสรภาพเราคงได้ไปใช้ชีวิตอยู่นอกวังในสักวัน” พระสนมจางชุ่ยตรัสอย่างมีความหวัง

            “หม่อมฉันก็รอวันนั้นเช่นกันเพคะ”ผิงหลางคิดในใจว่า “คงมีสักวันที่การกอบกู้บัลลังก์จะสำเร็จ”

            ******************************

            พอถึงวันประกอบพิธีบูชายัญซึ่งมีแผนว่าจะจัดพิธีกรรมในค่ำคืนนี้ ในตอนเช้าตรู่เหวยเหนียงจึงมีแผนว่าจะไปพบท่านหยางสือเพื่อปรึกษาหารือเรื่องช่วยเด็กน้อยวัย 8 ขวบแต่ทว่า

            “ท่านป้าเป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะทำไมร้องไห้ตาบวมแบบนั้น” เหวยเหนียงตกใจ

            ท่านแม่ของซูเยี่ยนเดินเข้าไปสวมกอดอดีตลูกสะใภ้ “ฮือฮือเหวยเหนียง! เจ้าต้องช่วยลูกชายของข้าด้วยนะ”

            “เกิดอะไรขึ้นกับซูเยี่ยนอย่างนั้นหรือเจ้าคะ”เหวยเหนียงอยากรู้

            “ฮือฮือลูกชายข้าต้องโทษคดีคบชู้กับพระสนมปิงปิง เขาถูกจับกุมตัวเข้าคุกหลวงและฝ่าบาทก็ทรงตัดสินให้ประหารชีวิตวันพรุ่งนี้ตอนเที่ยงตรง” ท่านแม่ของซูเยี่ยนเล่าทั้งน้ำตา

            “อะไรนะเจ้าคะ” เหวยเหนียงตกใจมาก นางคิดในใจว่า “กะแล้วเชียวท่านคงไม่อาจตัดใจจากพระสนมปิงปิงได้”

            “เจ้าต้องช่วยชีวิตเขานะข้ามีลูกชายอยู่คนเดียว หากเขาตายไป ข้าจะอยู่ได้อย่างไร” ท่านแม่ของซูเยี่ยนขอร้อง

            “ท่านยังมีซูหลินนะเจ้าคะ”เหวยเหนียงกล่าว

            “แต่ข้าไม่อยากเสียลูกไปจริงๆได้โปรดเถอะเหวยเหนียง ข้าไม่เชื่อว่าลูกชายข้าจะทำเรื่องผิดมโนธรรมเช่นนั้นข้าเป็นคนสอนให้เขารักษาจารีตประเพณี ดังนั้นเขาต้องถูกปรักปรำอย่างแน่นอน”ท่านแม่ของซูเยี่ยนเชื่อใจลูกชาย

            “เอ่อขอให้ข้าคิดแผนการก่อนนะเจ้าคะ” ตอนนี้เหวยเหนียงยังคงคิดอะไรไม่ออก

            “ได้โปรดเห็นแก่ที่ซูเยี่ยนเป็นอดีตสามีของเจ้าเถอะนะแม้เขาจะไม่ใช่สามีที่รักและดูแลเจ้าเป็นอย่างดีแต่อย่างน้อยพวกเจ้าก็เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา” ท่านแม่ของซูเยี่ยนกล่าว

            “เจ้าค่ะข้าจะไปส่งท่านกลับบ้านเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจากนั้นข้าจะรีบไปพบท่านหยางสือเพื่อหารือเรื่องนี้นะเจ้าคะ” เหวยเหนียงต้องการที่ปรึกษา

            “ขอบใจนะเหวยเหนียง” ท่านแม่ของซูเยี่ยนยอมกลับบ้านแต่โดยดี

            เหวยเหนียงจึงเดินไปส่งท่านป้ากลับบ้านพอนางออกมาจากบ้านของซูเยี่ยน นางก็เดินอย่างเหม่อลอย นางคิดในใจว่า “แล้วคืนที่เจ้าบอกกับพระสนมปิงปิงว่าเจ้ารักข้ามันคืออะไร เจ้าแค่พูดเพื่อให้พระสนมปิงปิงยอมตัดใจจากเจ้าใช่มั้ยในที่สุดเจ้าก็ยังรักพระสนมปิงปิงอยู่ เจ้าไม่อาจตัดใจจากพระนางได้จริงๆแล้วแบบนี้ข้าจะช่วยเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อเจ้ากับพระนางกล้ามีอะไรกันและโชคร้ายที่ฝ่าบาททรงจับได้เช่นนี้”

            สักพักเหวยเหนียงก็เกือบจะชนเข้ากับผิงหลาง

            “เหวยเหนียง!” ผิงหลางเรียก

            เหวยเหนียงตื่นจากภวังค์ นางมองเห็นเพื่อนนางก็เลยเดินเข้าไปสวมกอดเพื่อนร้องไห้ “ฮือฮือซูเยี่ยนกล้าทำแบบนี้ได้อย่างไร ถึงเขายังรักพระสนมปิงปิงอยู่แต่เขาก็ควรหักห้ามใจสิ ตอนนี้ข้าจะช่วยเขาได้อย่างไร ในเมื่อฝ่าบาททรงจับได้แล้วว่าซูเยี่ยนกับพระสนมปิงปิงลักลอบได้เสียกัน”

            “เจ้ารู้เรื่องนี้แล้วงั้นหรือ”ผิงหลางกอดปลอบ

            “ท่านป้ามาขอร้องให้ข้าช่วยชีวิตซูเยี่ยนข้าควรทำอย่างไรดี” เหวยเหนียงยังไม่เห็นหนทาง

            “พวกเรารีบไปที่ฐานลับของท่านหยางสือก่อนข้าจะเล่าทุกอย่างให้เจ้าฟังเอง” ผิงหลางกล่าวเสียงเครียด

            เหวยเหนียงคลายอ้อมกอดแล้วปาดน้ำตาและรีบกล่าวว่า “หมายความว่ายังไง”

            “ขอข้าเล่าทีเดียวเถิดนะเหวยเหนียงข้าขอรับรองด้วยเกียรติของข้าว่าท่านซูเยี่ยนถูกปรักปรำจริงๆ ” ผิงหลางรับประกันให้อดีตแม่ทัพ

            เหวยเหนียงเห็นว่าผิงหลางแสดงสีหน้าตึงเครียดนางก็เลยยอมฟังและเดินตามผิงหลางไปที่ฐานลับของท่านหยางสือ

            ******************************

            ณ ฐานลับของท่านหยางสือ

            เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญดังนั้นท่านหยางสือและฮูหยินจึงพาเหวยเหนียงและผิงหลางไปคุยกันที่ในห้องลับทั้งสามกำลังรอฟังผิงหลางเล่าความเป็นมาอย่างใจจดใจจ่อ

            “ข้าเล่าเลยนะ เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อคืน ฮองเฮาทรงมีรับสั่งให้ทหารองครักษ์ทุกคนพักงานได้หนึ่งคืนดังนั้นข้าจึงชวนท่านซูเยี่ยนลอบไปช่วยพาเด็กผู้หญิงวัย 8 ขวบหนีดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ซูเยี่ยนจะอยู่ที่ตำหนักของพระสนมปิงปิง” ผิงหลางเกริ่นเรื่อง

            “หรือว่าจะเป็นแผนการของฮองเฮา”หยางสือสงสัย

            “แล้วช่วยเด็กสำเร็จหรือไม่”ซูหลินอยากรู้

            “มันเป็นกับดักที่ตำหนักของฮองเฮาไม่มีเด็กสักคนและพระองค์ก็ทรงมีรับสั่งให้ทหารแอบซุ่มคอยจับกุมพวกเราโชคดีที่ข้ากับท่านซูเยี่ยนได้หนีทางช่องลับทันเวลาพอดี ดังนั้นทหารจึงจับพวกเราไม่ได้เมื่อคืนท่านซูเยี่ยนจึงไปพักที่บ้านของข้าชั่วคราวเพื่อรอให้ทหารหยุดค้นหาพวกเราก่อน” ผิงหลางเล่า

            “แล้วใครกันล่ะที่ลอบมีความสัมพันธ์กับพระสนมปิงปิง”เหวยเหนียงสงสัย

            “ชายคนนั้นไม่ใช่ท่านซูเยี่ยนอย่างแน่นอนเขาต้องปลอมเป็นซูเยี่ยนและหลอกมีความสัมพันธ์กับพระสนมปิงปิงเพื่อปรักปรำท่านซูเยี่ยนเขาจงใจนอนกอดพระนางตลอดทั้งคืนเพื่อรอให้ฝ่าบาทเสด็จมาทอดพระเนตรพอพระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นเข้าซูเยี่ยนตัวปลอมก็รีบแต่งตัวแล้วรีบหนีไปต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าบาททิ้งให้พระสนมต้องเผชิญหน้ากับพระองค์โดยลำพัง ในตอนนั้นฝ่าบาททรงกริ้วมากจนกระทั่งเผลอชิงดาบจากทหารองครักษ์และแทงกลางอกของพระนางพระสนมปิงปิงทรงสิ้นพระชนม์โดยพลัน พระนางทรงไม่มีโอกาสที่จะตรัสอะไรได้เลย”ผิงหลางเล่า

            “แผนการจัดฉากต้องเป็นแผนการของฮองเฮาแต่แผนการนี้เป็นแผนการเพื่อกำจัดพระสนมปิงปิงเพราะพระนางเป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาทหรือเปล่านะ” ท่านหยางสือสงสัย

            “ไม่น่าใช่นะเจ้าคะน่าจะเป็นแผนการกำจัดท่านซูเยี่ยน เขาต้องถูกประหารวันพรุ่งนี้แล้ว” ผิงหลางคาดการณ์

            “ไม่ใช่! เป็นแผนการกำจัดข้าต่างหาก”เหวยเหนียงกล่าว

            “หมายความว่ายังไง” ผิงหลางสงสัย

            “ข้าจะไปช่วยเด็กผู้หญิงคนนั้นและซูเยี่ยนเอง”เหวยเหนียงเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว

            “จะช่วยได้อย่างไรเจ้าเป็นเพียงผู้หญิงอ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้น” ท่านหยางสือกล่าว

            “ข้าต้องเข้าเฝ้าฮองเฮาและต่อรองกับพระนางด้วยตัวเองเจ้าค่ะ”เหวยเหนียงกล่าว

            “ให้ข้าพาพรรคพวกไปปล้นคุกดีกว่ามั้ยจะได้ช่วยได้ทั้งเด็กและซูเยี่ยนด้วย” ท่านหยางสือเสนอ

            “ไม่มีประโยชน์หรอกเจ้าค่ะพระองค์ทรงเตรียมการไว้แล้ว ทรงวางกองกำลังลอบจับพวกท่านอยู่ตอนนี้ไม่มีใครล่วงรู้ที่ซ่อนของเด็กและซูเยี่ยนเลยสักคนขืนส่งพรรคพวกไปช่วยพวกเขา ตัวพวกท่านเองจะถูกจับไปเปล่าๆ ” เหวยเหนียงไม่เห็นด้วย

            “เจ้ามั่นใจงั้นหรือว่าจะช่วยพวกเขาได้”ผิงหลางสงสัย

            “ข้าไม่มั่นใจขนาดนั้นหรอก”เหวยเหนียงรู้สึกกังวลเพราะนางรู้ตัวว่าตนเองกำลังมีเคราะห์

            “ให้พรรคพวกของข้าคุ้มกันเจ้าดีมั้ย”ท่านหยางสือเสนอ

            “อย่าเลยท่านหยางสือข้าไม่อยากให้พรรคพวกของท่านถูกจับกุม ให้ผิงหลางไปกับข้าก็พอเจ้าค่ะ” เหวยเหนียงกล่าวเพราะนางไม่อยากให้ท่านหยางสือสูญเสียกำลังพลโดยใช่เหตุ

            “ข้าสัญญาว่าจะปกป้องเหวยเหนียงเองเจ้าค่ะ”ผิงหลางกล่าวคำมั่น

            “ข้าจะรีบไปหารือกับชายนิรนามเผื่อเขาจะช่วยอะไรได้บ้าง” ท่านหยางสือกล่าว

            “ขอบคุณเจ้าค่ะ งั้นตอนนี้ข้าขอตัวก่อน”เหวยเหนียงกล่าว

            ******************************

            ณ ที่ประทับของฝ่าบาท

            “ทรงเสียพระทัยงั้นหรือเพคะ”ฮองเฮาทรงสังเกตสีพระพักตร์ของฝ่าบาทได้

            “ทั้งๆที่เจ้าบอกแผนการให้เราฟังแล้ว แต่พอเราเห็นภาพที่สนมปิงปิงนอนกอดกับชายที่ปลอมตัวเป็นซูเยี่ยนเราเห็นแล้วก็โกรธจัด เราก็เลยพลั้งมือฆ่าสนมปิงปิงตาย” ฝ่าบาททรงรู้สึกผิด

            “เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วเพคะค่อยจัดพิธีศพให้สมเกียรติก็ได้” ฮองเฮาตรัส

            “แต่นางถือว่ามีความผิดฐานคบชู้สู่ชายเราจัดพิธีศพให้สมเกียรติให้นางไม่ได้น่ะสิ” ฝ่าบาทตรัส

            “มันก็จริง ทรงอย่าคิดมากเลยเพคะพระสนมปิงปิงจะต้องภูมิใจที่นางมีส่วนช่วยให้พระองค์สามารถกำจัดเสี้ยนหนามอย่างเหวยเหนียงได้”ฮองเฮาตรัส

            “แล้วเหวยเหนียงจะยอมมาพบเจ้าเพื่อขอชีวิตซูเยี่ยนอย่างนั้นหรือ”ฝ่าบาททรงสงสัย

            “หม่อมฉันดูออกว่านางรักซูเยี่ยนมากแม้เขาจะเคยความจำเสื่อมกลายสภาพเป็นเด็กก็ตามอีกอย่างนางคงต้องการช่วยเหลือเด็กที่เป็นลูกบุญธรรมของหม่อมฉันให้พ้นจากการบูชายัญด้วยเพคะ”ฮองเฮาทรงทราบดีว่าเหวยเหนียงคงไม่ยอมปล่อยให้ซูเยี่ยนและเด็กน้อยตายเป็นแน่

            “เพื่อการใหญ่ก็คงต้องมีการเสียสละกันบ้างสินะ” ฝ่าบาทตรัส

            “ไหนว่าพระองค์ทรงโปรดสนมเหมยหลิงแล้วไม่ใช่หรือเพคะ” ฮองเฮาทรงดำริว่าฝ่าบาททรงโปรดพระสนมองค์ใหม่แล้ว

            “ก็จริง! คืนนี้เราไปหานางดีกว่า”ฝ่าบาทตรัส

            ฮองเฮาทรงทอดพระเนตรดูพระสวามีเสด็จไปหาผู้หญิงคนอื่นด้วยพระทัยที่เจ็บช้ำแต่พระนางก็ทรงพยายามข่มพระทัยให้ได้มากที่สุดและทรงพยายามไม่แสดงอาการให้พระสวามีรับรู้ฮองเฮาทรงจับไปที่ท้องและตรัสพึมพำว่า “ไม่เป็นไร แม่ยังมีเจ้าต่อไปเจ้าจะเป็นองค์รัชทายาทคอยสืบต่อบัลลังก์เสด็จพ่อของเจ้าต่อไป”

            ******************************

            ตกเย็นเหวยเหนียงเตรียมตัวเดินทางไปเข้าเฝ้าฮองเฮา นางสูดลมหายใจลึกๆก่อนเดินออกไปจากกระท่อม แต่ทว่าอยู่ดีๆ ชายนิรนามที่สวมชุดดำก็มาหาเหวยเหนียง

            “ท่านเป็นใครอย่างนั้นหรือ”เหวยเหนียงตกใจนึกว่าคนร้าย

            “ข้าคือคนที่ท่านหยางสือส่งมา”ชายชุดดำกล่าวอ้าง

            “ท่านมีธุระอะไรกับข้างั้นหรือ”เหวยเหนียงสงสัย

            “กำแพงมีหูประตูมีช่องข้าต้องกระซิบบอกท่าน” ชายชุดดำกล่าว

            “งั้นว่ามาสิ” เหวยเหนียงยอมรับฟัง

            ชายชุดดำกระซิบอะไรบางอย่างกับเหวยเหนียงจากนั้นเขาก็เดินออกไปจากกระท่อม ทำให้เขาเดินสวนทางกับผิงหลาง

            “เจ้าเป็นใครน่ะ” ผิงหลางจับกระบี่ไว้มั่น

            ชายชุดดำตกใจ เขารีบกระโดดหนีหายไปทันที

            ผิงหลางตามไม่ทัน นางคิดในใจว่า “ทำไมกลิ่นของเขาช่างเหมือนองค์ชายหกไม่มีผิดแต่ไม่ใช่พระองค์หรอก ป่านนี้ทรงไปเที่ยวสำราญอยู่ที่ไหนสักแห่งแล้ว”

            “มาแล้วหรอผิงหลางพวกเรารีบไปกันเถอะ” เหวยเหนียงทัก

            “ชายคนนั้นมาหาเจ้าทำไม” ผิงหลางอยากรู้

            “เขามาขอให้ข้าดูดวงให้เขาน่ะ”เหวยเหนียงจำต้องโกหก เพราะนางรับปากกับเขาไว้แล้วว่าจะไม่บอกใคร

            “เจ้าแน่ใจนะว่าจะเผชิญหน้ากับฮองเฮา”ผิงหลางสงสัย

            “นี่คือมติสวรรค์ข้าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้” เหวยเหนียงพร้อมเผชิญหน้า

            “หากท่านซูเยี่ยนรู้เขาต้องไม่ยอมให้เจ้าไปเสี่ยงอันตรายแบบนี้แน่” ผิงหลางรู้ดีว่าอดีตแม่ทัพรักเหวยเหนียงมาก

            “ห้ามให้เขารู้เด็ดขาดเจ้าสัญญากับข้านะว่าจะไม่บอกเขาเรื่องนี้” เหวยเหนียงกำชับ

            “แต่ว่า” ผิงหลางลังเล

            “ถ้าเจ้ายังเห็นว่าข้าเป็นเพื่อนก็ห้ามบอกเขา” เหวยเหนียงยื่นคำขาด

            “ก็ได้! ข้าสัญญา”ผิงหลางกล่าว

            ******************************

            ณ ตำหนักของฮองเฮา

            “ถวายบังคมเพคะ” หญิงสาวทั้งสองแสดงความเคารพ

            “มีอะไรอย่างนั้นหรือเหวยเหนียง”ฮองเฮาทรงรอฟังทั้งๆ ที่ทรงพอจะเดาออก

    นิยายแนะนำ

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812