ตอนที่ 36 ขายยา
"ข้าอยากขอร้องให้พวกท่านเก็บเรื่องนี้เป็นความลับข้าไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้ในตอนนี้โดยเฉพาะญาติของข้าที่รออยู่ด้านนอก"ทุกคนต่างก็ตกตะลึงเมื่อได้ยินเจิ้งฟู่พูดแบบนี้แต่ในที่สุดทุกคนก็เข้าใจและพยักหน้าตอบรับ....
"แน่นอนข้าจะไม่บอกใครเรื่องนี้เจ้าวางใจได้และส่วนยาเม็ดนี้ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าทำมันได้ยังไง....?"
"ยาเม็ดนี้ข้าเองก็บังเอิญทำได้เช่นกันเพราะว่าเวลามันมีจำกัดข้าเลยลองจับเอาส่วนผสมต่างๆมารวมกันและและใช่ไฟที่ต่างระดับคอยประคองไปตามลำดับขั้นนะขอรับ
ผสมรวมกันพร้อมกับใช้ไฟต่างระดับช่วยอย่างนั้นรึ!!?
*นี่สมองเขาทำด้วยอะไรนิ?*ขงฉางมองไปที่เจิ้งฟู่พร้อมกับพูดอยู่ในใจ....
ชายชรา1: แค่บังเอิญแล้วอย่างนี้เจ้าก็คงจะไม่รู้สูตรที่แน่ชัดสินะ?
"ก็ไม่เชิงหรอกถ้าผมมีเวลาอีกหน่อยอาจจะเขียนมันออกมาก็ได้"เจิ้งฟู่พูดคล้ายกับเล่นๆแต่ที่จริงแล้วเขาไม่อยากบอกต่างหากละ.....
"แล้วเจ้าต้องการใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะสามารถเขียนสูตรยานั้นออกมาได้?" หมิงหว่างไม่รอช้าถามเสริมในทันที....
"ก็น่าจะสักสองถึงสามวันถ้าว่าง...."
สองถึงสามวัน!!!?
"โอ้ยยยย!!เรื่องนี้มันไม่ใช้เรื่องล้อเล่นเลยนะเวลาแค่สองสามวันมันจะไปได้ได้ยังไงกันข้าว่าข้าว่าเจิ้งคงพูดเล่นแน่ๆเลยใช่ไหม?"ขงฉางรู้สึกหัวหมุนเลยทีเดียวเมื่อได้ยินเจิ้งฟู่บอกแบบนั้นก่อนจะหันหน้าไปพูดถามเจิ้งฟู่แต่ทว่าเจิ้งฟู่กลับไม่ได้ตอบอะไรขงฉางเพียงแต่ยิ้มและทำหน้าแบบเด็กน้อยบ๊องแบ๊วใส่เท่านั้น.....
ในตอนนี้เขาก็ได้เป็นนักปรุงยาแล้วแถมยังเป็นนักปรุงยาระดับนักปรุงยาชั้นสูงด้วยที่สำคัญคือแหวนมิติที่เขาอยากได้เขาก็ได้มันมาด้วยแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย.......
"ถ้างั้นข้าจะเดินออกไปส่งเจ้าเอง!!" เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วหมิงหว่างจึงได้เอ่ยขึ้นมาเพื่อขอไปส่งเจิ้งฟู่ด้วยตัวเองแต่ว่าเจิ้งฟู่กับยกมือขึ้นแล้วพูดว่า"ข้าน้อยต้องขอบคุณท่านผู้อาวุโสมากครับแต่ว่าข้าเดินไปเองก็ได้ข้าไม่อยากให้ใครเห็นเดียวมันจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้"เขากล่าวพร้อมกับทำหน้ายิ้มๆที่มุมปากเหมือนมีความในแฝง.....
อือ!!
"ก็ได้ถ้าเจ้าต้องการแบบนั้นแต่อย่าลืมละถ้าเจ้ามีเรื่องอันใดก็มาหาข้าที่นี้ได้เสมอส่วนยาเม็ดนี้ข้าจะเก็บรักษามันไว้เอง....(เอาไปศึกษาอะดิพวกมึง)"
ขอรับผม!!
จากนั้นเจิ้งฟู่ก็ออกจากสมาคมทันทีโดยไม่รอช้าและเมื่อเขาออกมาถึงประตูเขาก็พบกับคนคุ้มกันที่รอเขาอยู่ซึ่งภายนอกตอนนี้ก็เริ่มที่จะมืดแล้วด้วย.....
"คุณชายเจิ้งฟู่!!" และทันทีที่เขาออกมาคนคุ้มกันเหล่านี้ก็เข้ามาทักเขาทันที....
"ข้าต้องขอโทษด้วยที่ทำให้พวกท่านต้องรอ แล้วท่านอาจารย์หละ?"
"ท่านผู้อาวุโสซื่อวู้นั้นไปรอท่านที่โรงเตี้ยมแล้วขอรับท่านให้พวกเรารอท่านอยู่ตรงนี้"
อ่า!!
จากนั้นพวกเขาก็กลับไปที่โรงเตี้ยมทันทีและในขณะที่เขาเดินๆอยู่นั้นเจิ้งฟู่ก็คอยนึกหาเหตุผลที่จะพูดกับซื่อวู้ง่ายังไงดีที่เขาหายไปนานขนาดนี้......
ตุบ!!
และในที่สุดเขาก็กลับมาถึงโรงเตี้ยมและเมื่อเขามาก็พบกับซื่อวู้ที่กำลังอยู่ที่โต๊ะและเมื่อมันเห็นเจิ้งฟู่มันก็ลุกขึ้นและเดินตรงมาที่เขาทันที......
"เจ้าไปไหนมา? ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม?" ซื่อวู้ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง....
"ท่านไม่ด่าข้าหรอ?" เจิ้งฟู่ตกใจเมื่อเห็นว่าซื่อวู้ไม่ได้ด่าเขาแต่กลับถามด้วยความเป็นห่วง....
"ด่าเจ้า!!? ทำไมข้าต้องด่าเจ้าด้วยละ"
"ก็ข้าหายไปนานนิครับ"
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
"เด็กโง่ ข้าไม่ด่าเจ้าหรอกแล้วว่าแต่เจ้าไปไหนมาละ?"
"ก่อนหน้านี้ข้าแค่สงสัยว่าเขาต่อแถวอะไรกันข้าเลยไปดูก็เลยรู้ว่าเขากำลังรับสมัครคนเข้าสมาคมปรุงยาข้าเลยไปต่อแถวเล่นๆและก็จะได้เข้าไปหาอาจารย์ด้วยและจู่ๆก็มีท่านลุงท่านหนึ่งเดินเข้ามาเขาได้พาข้าไปหาท่านและเดินดูสมาคมด้วยละ"
"พามาหาข้าและก็พาเดินดูภายในสมาคม?" ซื่อวู้ถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจและสงสัยเพราะคนที่มันเห็นตอนที่เจิ้งฟู่เดินไปด้วยนั้นคือผู้อาวุโสสมาคมปรุงยาและเขาก็ไม่เคยพาใครเดินชมสมาคมมาก่อนแล้วทำไมเขาถึงพาเจิ้งฟู่ไป.....
ความคิดต่างๆความสงสัยต่างก็เข้ามาในหัวของมันทันทีมันคิดอยู่พักหนึ่งก่อนมันจะเลิกคิดไปเพราะจริงๆแล้วมันก็ตั้งใจพาเขามาที่นี้และถ้าเขาได้เข้าไปในนั้นจริงความหวังของมันก็จะได้เป็นจริงความหวังที่จะให้เขาหันมาสนใจเรื่องการเป็นนักปรุงยาเพราะมันเองจะได้มีศิษย์ด้วยจากนั้นมันก็หันกลับมาถามเจิ้งฟู่ต่อ.....
"แล้วเป็นยังไงบ้างละภายในสมาคมปรุงยา?"
"ยอดเยี่ยมไปเลยขอรับท่านอาจารย์ข้าเห็นคนมากมายในนั้นพวกเขาต่างก็เป็นนักปรุงยาทั้งนั้นเลยและข้ายังเห็นคนที่ใส่ชุดเหมือนท่านด้วย" เจิ้งฟู่กล่าวพร้อมกับทำหน้าดีใจไปด้วย.....
อือ!!
"ก็ธรรมดาละนะก็ที่นั้นมันสมาคมปรุงยานี่นะมันก็ต้องมีคนที่ใส่ชุดเหมือนข้าอยู่แล้ว"
ขอรับ!!
เจิ้งฟู่พยักหน้าตั้งใจฟังอย่างน่ารักใบหน้าของเขาที่แสดงให้มันเห็นนั้นทั้งบ๊องแบ๊วและใส่ซื่อเหมือนของเด็กตัวน้อยๆน่ารักๆ......
"เลิกพูถึงเรื่องนั้นกันเถอะ....เจ้าคงจะหิวแล้ว มา!! ข้าได้เตรียมอาหารไว้ในห้องเขาเจ้าแล้วละทานอาหารเสร็จแล้วก็นอนพักผ่อนซะพรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไปเดินตลาด"
เดินตลาด!!
"จริงนะขอรับท่านอาจารย์"เจิ้งฟู่ทำตาลุกวาวในทันทีเมื่อได้ยินคำว่าตลาด.....
อือ!!
เย้!! เย้!!
ตลาด!!
ตลาด!!
"ช่างดูไร้เดียงสาซะจริงๆเลยเด็กหนอเด็กถ้าเขาสนใจเรื่องการปรุงยาและได้เป็นนักปรุงยาเขาคงจะมีชื่อเสียงไม่น้อย" ซื่อวู้พูดขึ้นในขณะที่มองดูเจิ้งฟู่เดินจากไปมันยังคิดว่าเขานั้นเป็นเพียงแค่เด็กและไม่ได้รู้เลยว่าเจิ้งฟู่นั้นได้เป็นนักปรุงยาไปเรียบร้อยแล้วแถมระดับยังสูงกว่ามันอีก......
ฟู้ววววว!!
"ดีนะที่เขาเชื่อที่เราพูดการเป็นเด็กมันดีอย่างนี้นี่เองชักจะไม่อยากโตแล้วซิเราอิอิ ตอนนี้เรามีทั้งแหวนมิติและก็เตาปรุงยาและส่วนผสมอีกบางชนิดภายในแหวนและแถมยังมีเงินให้อีกด้วยโชคดีจริงๆที่ตัดสินใจไปต่อแถวเข้าสมัคร"
หลังกลับจากสมาคมปรุงยาและมาถึงภายในห้องเจิ้งฟู่ก็ได้ตรวจสอบของที่อยู่ภายในแหวนมิติอีกครั้งทันทีก็พบว่าในนั้นมีเตาปรุงยาหนึ่งเตาซึ่งรูปร่างแตกต่างจากเตาปรุงยาในสนามทดสอบและพืชสมุนไพรระดับหนึ่งและสองอยู่ราวๆสามสิบชนิด......
นอกจากสิ่งของพวกนั้นแล้วภายในยังมีกระดาษราวๆยี่สิบแผ่นอยู่ด้วยซึ่งพวกมันก็คือกระดาษสูตรยานั้นเองนอกจากนั้นแล้วเขายังได้รับเงินอีกจำนวนหนึ่งพันเหรียญผลึกอสูรอีกด้วย......
หนึ่งพันเหรียญผลึกอสูรแนะ!!!
ในโลกนี้เงินตราที่ใช้กันก็คือเหรียญผลึกอสูรซึ่งใช้ในการแลกเปลี่ยนซื้อของกันถ้าต้องการจะซื้อของบางอย่างก็ต้องจ่ายด้วยเหรียญผลึกอสูรเท่านั้นหรือไม่ก็ของแลกของหรือใช้ศิลาจิตวิญญาณแต่ไม่ค่อยมีใครเอามันมาใช้แลกเปลี่ยนซื่อของกันหรอก.......
ตอนที่เขาอยู่ที่ตระกูลนั้นเขาไม่จำเป็นต้องใช้พวกมันเขาเลยไม่เคยมีเงินเก็บเลยและนี้ก็เป็นเงินก้อนแรกของเขาที่ได้มา........
"จริงสิพรุ่งนี้ท่านอาจารย์จะพาเราไปตลาดนี่หว่างั้นเราก็เอายาพวกนี้ไปขายดูดีกว่า"เมื่อคิดได้แบบนั้นเจิ้งฟู่ก็เอาเม็ดยารักษาระดับสองห้าเม็ดโยนเข้าไปในแหวนมิติของเขาทันที.....
ในคืนนี้เขาทำการนั่งสมาธิเพื่อบ่มเพาะพลังของเขาต่อไปและเมื่อเขาหลับตาลงจู่ๆเขาก็เข้าไปในมิติว่างเปล่าอีกครั้งและมันก็คือที่ที่เขาได้เห็นร่างแสงในครั้งแรกนั้นเอง.....
"ที่นี้มันเหมือนกับตอนนั้นเลย"
ภาพเขาเห็นนั้นเหมือนกับครั้งก่อนแต่ครั้งนี้ไม่มีร่างแสงใดๆปรากฏขึ้นมาเลยมันเป็นเพียงพื้นที่ว่างป่าวยาวสุดลูกหูลูกตาและทันใดนั้นเองก็เริ่มที่จะมีลำแสงปรากฏขึ้นช้าๆ......
ลำแสงเริ่มที่จะชัดเจนขึ้นชัดขึ้นจนกลายเป็นตัวหนังสือและภาพให้เขาเห็นข้อความและภาพเหล่านั้นก็คือภาพของสูตรยาและขั้นตอนในการปรุงยานั้นเองและสูตรยาทั้งหกได้แก่
[ยาเก้าพลังกาย]
[ยานภาไหลลื่น]
[ยาเพลิงทมิฬ]
[ยาเจ็ดสายรุ้ง]
[ยาระงับวิญญาณ]
[ยาสะลายหมื่นพิษ]
สูตรยาทั้งหกนั้นเขาไม่เคยเห็นหรือเคยได้ยินมาก่อนเลยแต่มันไม่สำคัญว่าเขาเคยเห็นไหมแต่เขาเริ่มที่จะจดจำมันทันทีเพราะจากครั้งแรกที่เขาได้เข้ามาที่นี้และได้ทำตามร่างแสงเขาก็สามารถใช้ทักษะต่อสู้ได้จริงๆ.......
ดังนั้นเขาจึงคิดว่าสูตรยาพวกนี้คงจะเป็นของจริงเช่นกันแม้จะไม่รู้ว่าอยู่ระดับไหนแต่เขาก็สามารถทดลองมันทีหลังได้และผ่านไปสักพักเขาก็สามารถจำสูตรทั้งหกได้และทัศนียภาพก็ค่อยๆหายไปและเมื่อเขาสะดุ้งตื่นเขาก็กลับมายังห้องของเขาแล้ว......
"มิตินั้นอีกแล้ว!!"
เจิ้งฟู่ไม่รอช้าเขารีบเปิดดูศิลาพลังซีของเขาทันทีและเมื่อเขาเปิดดูเขาก็พบว่าศิลาพลังซีระดับต่ำทั้งสิบสองก้อนนั้นตอนนี้เหลือเพียงแค่ห้าก้อนเท่านั้น.....
"หายไปห้าก้อนเลยหรอ?แสดงว่ามิตินั้นต้องใช้พลังจากหินพลังซีพวกนี้สินะ?" เจิ้งฟู่คิดตามพร้อมกับมองไปที่หินพลังซีที่หมดไปแล้วสองก้อนที่มือของเขาหลังจากที่เขาเข้าไปในมิติจนกลับออกมามันก็พึ่งผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงและกว่าจะถึงเช้าเขายังคงมีเวลาอีกหน่อย.....
"ถ้าเราทดลองอีกครั้งมันจะได้ผลหรือป่าวนะ?"
เจิ้งฟู่เริ่มที่จะนั่งสมาธิอีกครั้งแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยเขาพยายามหลายวิธีเพื่อทดสอบมันดูทั้งตั้งจิตนึกคิดและนั่งจ้องศิลาพลังซีระดับต่ำแต่มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนเดิม.....
"ทำไมกันนะ เราก็ทำอย่างที่ทำนี่น่าแล้วทำไมมันถึงไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยละ?" และทันใดนั้นเองดวงจันทร์เริ่มที่จะลับขอบฟ้าดวงตะวันก็เริ่มที่จะขึ้นมาแทน..........
"เช้าแล้วหรอเนี่ย? เฮ้ออออ!!งั้นเอาไว้ลองใหม่คราวหน้าละกัน" เจิ้งฟู่ลุกขึ้นจากเตียงของเขาและเตรียมตัวที่จะไปตลาดกับอาจารย์ของเขาอย่าใจจดใจจ่อ.......
ตุบ ตุบ ตุบ!!
"โอ้วววว นี่เจ้าตื่นแต่เช้าเลยนะ!!?" ซื่อวู้พูดขึ้นเมื่อเห็นเจิ้งฟู่.....
"มันเป็นปกติของผมอยู่แล้วครับท่านอาจารย์แต่ข้าว่าท่านตื่นเช้ากว่าข้าอีกนะ"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า อืม!! ก็ดีแล้วตอนนี้ยังเช้าอยู่นักเรามาหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า"
ขอรับท่านอาจารย์!!
หลังจากที่เจิ้งฟู่ทานอาหารเสร็จซื่อวู้พร้อมด้วยคนคุ้มกันอีกห้าคนก็ไปยังตลาดตามที่คุยกันไว้ทั้งสองข้างทางนั้นเต็มไปด้วยร้านค้ามากมายทั้งของกินของใช้และของแก้เหงา(อิอิ)ที่วางขายอยู่.....
"เจิ้งฟู่ข้ารู้ว่าเจ้านั้นอยากที่จะเดินดูด้วยตัวเอง ข้าจะให้เขาตามไปคุ้มกันเจ้าและเรามาเจอกันที่ลานน้ำพุตรงนั้นแล้วกัน"
ขอรับท่านอาจารย์!!
ชายที่ตามมาคุ้มกันเจิ้งฟู่นั้นเขาคือทหารรับจ้างที่ทางตระกูลเขาจ้างมาสำหรับคุ้มกับซื่อวู้โดยเฉพาะโดยระดับพวกเขานั้นอยู่ที่ระดับก่อเกิดขั้นห้าทีเดียว.....
"เราไปทางนั้นกันเถอะ" เจิ้งฟู่พูดพร้อมกับชี้ไปทางร้านยาแห่งหนึ่ง.....
ขอรับ!!
เอี๊ยดดด!!
กุ๊งกิ๊ง!!! (ไม่รู้จะทำเสียงไหนดีเอาเป็นเสียงนี้แหละเสียงกระดิ่ง)
เมื่อเขาเปิดเข้าไปภายในร้านนั้นเต็มไปด้วยชั้นวางของที่มีกล่องยาวางไว้พร้อมกับติดชื่อและราคาไว้ด้วยอยู่จำนวนมากโดยชั้นแรกที่เขาเห็นนั้นมีเม็ดยา......
[เม็ดยารักษาร่างกายระดับ 1 ราคา 50 เหรียญผลึกอสูร]
[เม็ดยาสมานแผลฉับพลันระดับ 1 ราคา 70 เหรียญผลึกอสูร]
[เม็ดยากายทนสามชั่วยาม ระดับ 1 ราคา 200เหรียญผลึกอสูร]
ยาพวกนี้เจิ้งฟู่เคยเห็นมันที่หอโอสถของตระกูลมาก่อนและเขาไม่คิดเลยว่าพวกมันจะมีราคาถึงขนาดนี้ซึ่งราคาของส่วนผสมนั้นคิดแล้วแค่หนึ่งส่วนสิบเอง......
เมื่อเจิ้งฟู่เดินดูอยู่สักพักเขาก็หันไปเห็นชายแก่คนหนึ่งที่ยืนอยู่ที่เค้าเตอร์จ้องมองมาที่เขาแต่ไม่ได้พูดอะไรและเมื่อเจิ้งฟู่มองไปที่มันมันก็เริ่มที่จะเปิดปากขึ้น"ไม่ทราบว่าเจ้าสนใจยาตัวไหนอย่างนั้นเรอะเจ้าหนู...?" คนขายยาร้านนี้ดูมีอายุราวๆสี่สิบถึงห้าสิบปีเขาเอ๋ยถามเจิ้งฟู่ด้วยท่าทางเบื่อๆเพราะเห็นว่าเหมือนเจิ้งฟู่เป็นเพียงแค่เด็กที่เขามาวิ่งเล่นเท่านั้นแต่มันก็ต้องถามอยู่ดีเพราะไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นลูกค้าหรือไม่.....
"ท่านลุงข้ามาที่นี้เพราะต้องการจะถามว่าที่นี้ขายยาอย่างเดียวหรือรับซื้อด้วย..?"
หือ!!?
มันมองไปที่เจิ้งฟู่ทันทีเมื่อเขาถามมันแบบนั้นแต่เมื่อมันเห็นสายตาบ๊องแบ๊วของเขาแล้วมันก็เลยพูดตอบเขาว่า"ร้านข้านั้นทั้งรับและขายนั้นแหละเจ้าถามแบบนี้หรือว่าเจ้าจะมาขายยากัน?" เจ้าของร้านกล่าวพร้อมกับยิ้มเยาะเล็กๆ.......
"ใช่แล้วขอรับข้าต้องการที่จะขายยาและนี้ก็คือยาที่ข้าจะขายไม่ทราบว่ามันจะได้ราคาเท่าไหร่?"
เพ้ง!!!!
นั่นมัน!!!!!!