กำเนิดจักรพรรดิร้อยเหลี่ยม

    ตอนที่ 9 อยากมีเรื่องก็จัดให้

    ณ บ้านพักของฟานอวี่ยามพลบค่ำ


    “เหนื่อยชะมัด ใครมันจะไปคิดล่ะว่าการหาวิชาที่เหมาะสมมันจะลำบากขนาดนี้ โอ้ย~”


    ฟานอวี่บ่นไปมากับตนเองขณะเดินกลับไปยังบ้านพักพร้อมกับบิดลำตัวเพื่อคลายความเมื่อยล้าจากการอ่านตำรามานับไม่ถ้วน


    *เสียงทำอาหาร*


    “หืม? เ๽้าเด็กนั้นทำอาหารเป็๲กับเขาด้วยงั้นรึ?”


    เมื่อได้ยินเสียงตะหลิวกระทบกับกระทะดังมาจากห้องครัว ฟานอวี่ก็อดใจไม่ไหวที่จะเปิดเข้าไปดู หากเป็๲ยามปกตินางคงนอนพักสักครู่ก่อนจะออกจากสถาบันเพื่อไปยังร้านอาหารใกล้ๆนี้


    “ท่านกลับมาแล้วอย่างงั้นรึท่านอาจารย์ ท่านไปรอที่โต๊ะก่อนเลย เดี๋ยวเสร็จแล้วข้าจะยกอาหารไปให้”


    เมื่อเห็นว่ากูเฉินก้มหน้าก้มตาผัดอาหารที่อยู่ภายในกระทะโดยที่ไม่ได้หันกลับมามอง ฟานอวี่จึงเดินไปยังโต๊ะอาหารและนั่งรอกูเฉินทำอาหารจนเสร็จ


    “เสร็จแล้วขอรับ หมูผัดซอสเปรี้ยวหวานกับหม่าโผ่วโตฟุ(ผัดเต้าหู้ทรงเครื่องสไตล์เสฉวน)”


    ผ่านไปไม่นานมากนัก กูเฉินก็ยกถาดใส่อาหารมายังโต๊ะพร้อมวางพวกมันลงบนโต๊ะอย่างดีราวกับว่ามาทานที่ร้านอาหาร พร้อมยกหม้อข้าวมาตั้งข้างๆเลย


    “หากไม่อิ่มล่ะก็ท่านบอกข้าได้นะท่านอาจารย์ แต่ท่านต้องไปทำเพิ่มเองนะ”


    ความรู้สึกซาบซึ้งที่มีลูกศิษย์ดีๆกำลังจะมา แต่มันก็ถูกหยุดไว้ด้วยการกวนเบื้องล่างของกูเฉิน ทำให้ฟานอวี่แทบจะปาตะเกียบที่กำลังคีบหมูอยู่ใส่หน้าเขาเลยทีเดียว


    เมื่อทานอาหารเสร็จแล้วฟานอวี่จึงไปอาบน้ำ ส่วนกูเฉินก็ล้างถ้วยหม้อจานชามอยู่ภายในห้องครัวจนเสร็จแล้วเขาก็นอนพักบนโซฟาภายในห้องนั่งเล่น ก่อนจะผลอยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าสะสมที่ไม่ได้นอนมาหลายวันหลายคืน


    “ไอ้ลูกศิษย์คนนี้ จะนอนก็ไม่ไปที่ห้องนอน ผ้าก็ไม่ห่ม เป็๲หวัดขึ้นมาจะทำยังกันฮะ”


    ฟานอวี่บ่นออกมาเมื่อเห็นว่ากูเฉินนอนอยู่ในห้องนั่งเล่นโดยไม่ห่มผ้า นางจึงเดินไปยังห้องนอนอีกห้องหนึ่งเพื่อเอาผ้ามาห่มให้กูเฉินที่นอนหลับลึกอยู่บนโซฟา ก่อนที่นางจะไปนอนยังห้องของตนเองที่มันสะอาดอย่างกับเข้าผิดห้องเลย


    .


    .


    .


    เช้าวันต่อมา ด้านโรงฝึกของฟานอวี่


    “เอาล่ะเด็กๆ ถึงจะเป็๲วันแรกที่ข้าจะได้สอนพวกเ๽้าก็เถอะ แต่วันนี้เราจะใช้สนามฝึกร่วมกับอาจารย์ฟางอิง”


    ฟานอวี่กล่าวออกมาพร้อมกับหยิบตำราเล่มบางสองเล่มออกมาจากที่ใดก็ไม่ทราบพร้อมส่งพวกมันให้กูเฉินกับเสี่ยวชิงคนละเล่ม


    “ภายในนั้นเป็๲วิชาที่ข้าประยุกต์มาจากวิชาต่างๆเพื่อให้เข้ากับพวกเ๽้า อย่างน้อยก็หวังว่าล่ะนะ เอาล่ะตามข้ามาได้แล้ว”


    เมื่อกล่าวเสร็จฟานอวี่จึงเดินนำทั้งสองไปยังลานฝึกซ้อม ซึ่งมันก็คือลานประลองแบบปิดดีๆนี่แหละ เพราะถ้าขืนให้ทั้งคู่ทดลองวิชาใหม่ที่นี่โรงฝึกเน่าๆแห่งนี้ล่ะก็ เละเทะเป็๲แน่แท้


    .


    .


    .


    ณ ลานฝึกซ้อมภายในสถาบัน


    “มิน่าล่ะท่านถึงให้ฝึกร่วมกันกับชั้นของอาจารย์ฟานอิง รวมพวกข้าสองคนสองคนเข้าไปแล้วยังไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ”


    เมื่อกูเฉินเห็นจำนวนลูกเสร็จของฟางอิงเขาก็พูดออกมาอย่างไม่เกรงใจผู้ใด จนทำให้ลูกศิษย์ของคนของอาจารย์ฟางอิงเริ่มไม่พอใจกูเฉิน


    “ฮ่าๆๆ อาจารย์ขอโทษด้วยละกันที่ทำให้เ๽้าต้องผิดหวัง อาจารย์อันดับบ๊วยกับอันดับรองบ๊วยเอามารวมกันได้ขนาดนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว ฮ่าๆๆ”


    ชายผมสีฟ้าน้ำทะเลหน้าตาเรียวคมร่างกายสมส่วนที่ใส่ชุดของอาจารย์สถาบันลู่ได้หัวเราะออกมาหลังจากได้ยินคำพูดของกูเฉิน และเขาคนนี้ก็คืออาจารย์ฟางอิง คู่หูของอาจารย์ฟานอวี่ เพราะทั้งคู่ต้องสอนลูกศิษย์ร่วมกับแบบนี้ตลอดเพราะคนมันน้อย


    “ต้องขอโทษด้วยนะที่เ๽้าเด็กนี่ชอบพูดจาแบบนี้ แต่ถึงจะเป็๲แบบนั้นฝีมือก็ใช่เล่นเลยล่ะ”


    ฟานอวี่ได้กล่าวขอโทษแทนกูเฉินที่มันปากไม่ค่อยจะดี เพราะนางและเขามีความ๼ั๬๶ั๼ที่ดีต่อกันมาโดยตลอดจึงไม่ได้ถือโทษโกรธกัน


    “เอาน่าๆ ข้าไม่ได้โกรธสักหน่อย ข้าว่าลูกศิษย์ของเ๽้าน่าจะรู้จักกับลูกศิษย์ของข้านะ”


    เมื่อได้ยินฟางอิงกล่าวออกมาแบบนั้น กูเฉินจึงกวาดสายตามองอีกครั้ง ทำให้เขาเห็นเด็กสาวผมสีดำขลับหน้าตาอย่างกับถอดแบบมาจากคุณนายฮง


    “หา!? ซื่อหยา ทำไมเ๽้าถึงเป็๲ลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ฟางอิงได้ล่ะ”


    กูเฉินถึงกับ๻๠ใ๽เมื่อเห็นว่าคนรู้จักที่ฟางอิงหมายถึงนี่ก็คือฮงซื่อหยาลูกสาวของฮงฉวน


    “ข้าถูกหลอกมา จะขอยกเลิกก็ไม่ได้อะมันผิดกฏ”


    ซื่อหยาเอ่ยออกมาเบาอย่างกับเสียงยุงบินตอมหู ส่วนฟางอิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ทำให้ไม่รู้ไม่ชี้เพราะสุดท้ายเธอก็ยอมรับว่าเขาเป็๲อาจารย์ที่ดีอยู่ดี


    กร๊อบ! กร๊อบ!


    “เฮ้ยไอ้ผมยาว ข้าได้ยินมาจากฮงซื่อหยาว่าแกเก่งมากเลยสิ่นะ”


    เสียงหักนิ้วดังออกมาจากทางด้านหลังของฟางอิง พร้อมปรากฏร่างของเ๽้าของเสียงเป็๲ชายผมตั้งที่มีขนาดร่างกายพอๆกับกูเฉิน แต่หากสังเกตดีๆจะเห็นว่าเขามีมัดกล้ามเนื้อมากกว่ากูเฉิน


    “แน่นอน สักยกปะล่ะ”


    ไม่รอให้อีกฝ่ายท้าเขาสู้ เปิดก่อนย่อมได้เปรียบ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และดูเหมือนว่าชายคนนั้นจะโมโหมากกว่าเดิมเสียอีก


    “ได้แน่นอน มีอะไรก็เอาออกมาให้หมด แพ้แล้วจะได้ไม่มีข้ออ้าง”


    ชายคนนั้นตอบรับคำท้าของกูเฉินทันที มันถึงกับทำให้ฟางอิงถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้าไปมา


    “ถ้าการประลองครั้งนี้จะช่วยให้พวกเขาพัฒนาขึ้นเ๽้าคงไม่โกรธข้านะ”


    ฟางอิงหันไปถามฟานอวี่ที่ยืนอยู่ข้างๆเสี่ยวชิง


    “แน่นอน ข้าก็อยากเห็นเหมือนกันว่าลูกศิษย์ของข้าจะเป็๲อย่างไรเมื่อต้องสู้กับนักสู้ขั้นกลาง”


    นางไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด กลับกัน นางอยากจะเห็นมันซะด้วยซ้ำ


    “ถ้าอย่างนั้น ชูเล่ย ข้าอณุญาตให้เ๽้าประลองฝีมือกับกูเฉิน”


    เมื่อฟานอวี่เห็นด้วยกับการประลองในครั้งนี้ ฟางอิงจึงประกาศอนุญาตให้ลูกศิษย์ของตนได้ประลองฝีมือ


    “เ๽้าบอกให้ข้าใช้ทุกอย่างที่ข้ามาสิ่นะ งั้นข้าก็ไม่เกรงใจล่ะนะ”


    กูเฉินกล่าวออกมาพร้อมกับชักกริชออกมาจากฝัก และใช้พลังปราณลบคมมีดออกไป ก่อนจะนำไปให้อาจารย์ทั้งสองตรวจสอบเพื่อความสบายใจ ถึงภายนอกจะดูเป็๲เพียงกริชโทรมๆ แต่มันก็เป็๲ถึงอาวุธชั้นยอดที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร


    “เหอะ ก็แค่กริชโทรมๆเ๽้าคิดว่ามันจะช่วยอะไรเ๽้าได้รึไง”


    เมื่อชูเล่ยเห็นกูเฉินนำกริชออกมาสู้ มันก็ทำให้เขารู้สึกดูแคลนออกมาอย่างช่วยไม่ได้เพราะสภาพของมัน


    “หะ! ระวังไอ้ของโทรมๆนี่มันจะตีหัวเ๽้าด้วยก็แล้วกัน”


    [วรยุทธไร้สังกัด : ปลดปล่อยศาสตรา]


    ทันทีที่พูดจบ กริชภายในมือซ้ายของกูเฉินก็กลับกลายเป็๲กระบี่ ราวกับว่ากริชเมื่อครู่เป็๲เพียงภาพลวงตาอย่างไรอย่างนั้น สร้างความตกตะลึงให้ผู้คนรอบข้างไม่น้อย เพราะไม่เคยมีใครทำอะไรแบบนี้มาก่อน เว้นแต่เพียงซื่อหยาที่ไม่ได้๻๠ใ๽อะไรไปด้วยกับเขา


    “ระวังตัวด้วยนะ”


    ซื่อหยาพูดออกมาเบาๆ ต่างจากตัวเธอที่เคยเป็๲เมื่ออยู่ภายในเขตตระกูลฮง และเธอก็หมายถึงทั้งคู่นั้นแหละ