นักบินคนนั้นคือเด็กปี1คลาสฉัน [จบ]

    EP.4 ผู้ชายที่ดูเหมือนมีเรื่องปิดบัง

    กองบิน 1 โคราช นครราชสีมา


    เช้าวันพฤหัส ห้อง briefing ขนาดเล็กของฝูงบิน 103 เงียบสงบกว่าปกติ


    จักราวุธนั่งอยู่ที่โต๊ะประชุม ตรงข้ามกับเขาคือ อรรถพล ข้างกันมีนายทหารนิรภัยการบินและนายทหารช่างอากาศ บนจอด้านหน้าห้องปรากฏภาพเครื่องบิน F-16 หมายเลข 10305 นายทหารช่างเปิดแฟ้มเอกสาร


    “หลัง sortie เมื่อวาน พบความผิดปกติที่ระบบความปลอดภัยบางอย่างครับ”


    เขาชี้ไปที่ภาพบนจอ


    “มีความเสี่ยงในการใช้งานต่อ”


    เ๽้าหน้าที่นิรภัยถามทันที


    “ระดับความเสี่ยง?”


    นายทหารช่างตอบอย่างระมัดระวัง


    “ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมครับ แต่ถ้าฝืนใช้งาน อาจเกิดปัญหาระหว่างบินได้”


    ห้องประชุมเงียบลงครู่หนึ่ง อรรถพลพยักหน้าเล็กน้อย


    “งั้น ground เครื่อง 10305 ไปก่อน จนกว่าจะตรวจสอบหาสาเหตุเจอ”


    นายทหารช่างตอบทันที


    “รับทราบครับ”


    อรรถพลมองไปรอบโต๊ะ


    “ถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติม”


    เขาปิดแฟ้มเบา ๆ


    “แยกย้ายได้ครับ”


    เสียงเก้าอี้ขยับเบา ๆ ดังขึ้นพร้อมกัน การประชุมสั้น ๆ จบลง คนอื่นทยอยเดินออกจากห้อง เหลือเพียงจักราวุธที่กำลังเก็บเอกสาร


    อรรถพลหันมามองเขา


    “ICE”


    “ครับพี่”


    “จริงๆเช้าวันนี้นายต้องไปเรียนไม่ใช่เหรอ”


    จักราวุธพยักหน้า


    “ครับ”


    อรรถพลเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ


    “สายแล้วนะ รีบไปเถอะ”


    จักราวุธยิ้มบาง ๆ


    “คงต้องขับทำเวลาหน่อย”


    อรรถพลส่ายหัวเบา ๆ


    “ขับระวังด้วยล่ะ”


    เขาหยุดนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ


    “วันจันทร์เรายังต้องบินกัน”


    จักราวุธพยักหน้าอีกครั้ง


    “ครับพี่”


    ไม่กี่นาทีต่อมา เขาเดินออกจากอาคารฝูงบิน แสงแดดยามเช้าส่องลงบนลานจอดเครื่องบิน

    จักราวุธไม่ได้หยุดมอง เขาเพียงเปิดประตูรถ สตาร์ทเครื่องแล้วขับออกจากกองบินทันที วันนี้เขามีอีกหน้าที่หนึ่งที่ต้องไปทำให้ทัน


    ๰่๭๫บ่ายวันเดียวกัน แดดบ่ายส่องตรงลานหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ กิจกรรมรับน้องเพิ่งจบไปไม่นาน นักศึกษาปีหนึ่งหลายคนยังยืนรวมกลุ่มกันอยู่ บางคนดูเหนื่อยบางคนกำลังคุยกันเสียงดัง


    จักราวุธเดินเข้ามาทางลาน วาโยเห็นก่อน


    “พี่!”


    เขารีบเดินมาหา


    “เพิ่งมาถึงเหรอ”


    จักราวุธพยักหน้า


    “อืม”


    วาโยมองนาฬิกา


    “พลาดของดีเลย”


    จักราวุธเลิกคิ้ว


    “อะไร”


    วาโยหันไปพยักหน้าให้ดูที่ลานด้านข้าง นักศึกษาปีสองกำลังเก็บอุปกรณ์กิจกรรม ใกล้กันนั้น มีนักศึกษาปีสามยืนอยู่กลุ่มหนึ่ง ท่าทางเหมือนกำลังคุมสถานการณ์


    วาโยพูดเบา ๆ


    “กิจกรรมรับน้อง”

    “ปีสองจัด”

    “ปีสามคุม”


    จักราวุธมองไปทางนั้น หนึ่งในกลุ่มปีสามกำลังยืนคุยกับนักศึกษาปีสอง ท่าทางไม่เหมือนคนร่วมกิจกรรม เหมือนคนที่กำลังสั่งงานมากกว่า

    วาโยชี้ไปทางนักศึกษาคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ด้านหน้า แล้วพูดขึ้นอีกครั้ง


    “คนนั้นชื่อ ภาค อยู่ปีสาม”


    จักราวุธไม่ได้ตอบ เพียงมองอยู่ครู่หนึ่ง จังหวะนั้น ภาคหันมาทางลาน สายตาของทั้งสองคนสบกันพอดี เพียงเสี้ยววินาที ภาคเลิกคิ้วเล็กน้อยเหมือนเพิ่งสังเกตว่า มีใครบางคนไม่อยู่ในกิจกรรมเมื่อเช้า ก่อนจะหันกลับไปคุยกับเพื่อนต่อ


    วาโยหันมาทางจักราวุธ


    “พี่ไม่ได้มาใช่ไหม”


    “ไม่ทัน”


    วาโยหัวเราะแห้ง ๆ


    “ผมก็เดาแล้ว”


    เขามองไปที่ลานอีกครั้ง ก่อนพูดเบา ๆ


    “แต่บางคนดูจะไม่ค่อยชอบคนที่ไม่ร่วมกิจกรรม”


    จักราวุธถามสั้น ๆ


    “ใคร”


    วาโยพยักหน้าไปทางกลุ่มปีสาม


    ตอนนั้น ภาคกำลังเดินออกจากลาน เขาหันมามองจักราวุธอีกครั้ง สายตาที่มองมาแม้จะดูยาก แต่ชัดพอให้รู้ว่าเขาจำหน้าไว้แล้ว


    วาโยถอนหายใจ


    “เอาเถอะ”

    “เข้าเรียนก่อน”


    จักราวุธพยักหน้า ทั้งสองคนเดินเข้าอาคารโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรต่อ แต่บรรยากาศบางอย่างเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย

    และในขณะที่จักราวุธกำลังก้าวจะเข้าห้องเรียน


    “เฮ้..นาย”


    เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง


    เขาหยุด หันกลับไปมอง

    นักศึกษาปีสามกลุ่มหนึ่งยืนอยู่กลางทางเดิน คนที่ยืนอยู่ข้างหน้าคือภาค ส่วนข้างหลังเขามีเพื่อนอีกสองสามคน ท่าทางเหมือนกำลังรอใครบางคน

    ภาคเดินเข้ามาช้า ๆ สายตาจับอยู่ที่จักราวุธ


    “เมื่อเช้ากิจกรรมรับน้อง”


    เขาหยุดตรงหน้า


    “ทำไมไม่มา”


    วาโยชะงัก เหมือนเพิ่งรู้ว่าบรรยากาศเริ่มไม่ดี

    จักราวุธตอบเรียบ


    “มีธุระ”


    ภาคเลิกคิ้ว


    “ธุระอะไร”


    จักราวุธมองเขานิ่ง


    “ธุระของผม ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ของนาย”


    เพื่อนของภาคคนหนึ่งหัวเราะเบา ๆ ภาคมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ


    “ที่นี่มีระบบ ทุกคนต้องอยู่ในระบบเดียวกัน”


    จักราวุธตอบสั้น ๆ


    “ผมมาเรียนครับ”


    เขาหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ


    “ไม่ได้มาเข้าระบบของนาย”


    บรรยากาศหน้าห้องเงียบลงทันที นักศึกษาหลายคนเริ่มหันมามอง


    วาโยกระซิบเบา ๆ


    “พี่…”


    ภาคยิ้มมุมปาก แต่แววตาไม่ยิ้ม


    “ปากดีนะ”


    เขาเดินเข้ามาใกล้อีกก้าว


    “นักศึกษาปีหนึ่ง”


    จักราวุธตอบสั้น ๆ


    “ก็ใช่”


    ภาคกำลังจะพูดต่อ แต่จังหวะนั้น เสียงส้นรองเท้าก็ดังขึ้นจากทางเดิน พีชเดินเข้ามาพอดี เธอมองภาพตรงหน้า นักศึกษาปีสามยืนล้อมนักศึกษาปีหนึ่งอยู่หน้าห้อง


    พีชพูดเรียบ ๆ


    “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”


    ภาคเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอยออกมาหนึ่งก้าว


    “ไม่มีครับอาจารย์”


    พีชมองทั้งสองฝ่าย สายตาเธอหยุดอยู่ที่จักราวุธเพียงครู่เดียว ก่อนพูดสั้น ๆ


    “ถ้าอย่างนั้น…เข้าห้องเรียนค่ะ”


    นักศึกษาที่มุงดูเริ่มแยกย้าย ภาคมองจักราวุธอีกครั้ง สายตานั้นชัดเจนว่าเ๹ื่๪๫นี้ยังไม่จบ ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินออกไป


    วาโยถอนหายใจแรง


    “พี่…”

    “ผมว่าเ๱ื่๵๹ยังไม่จบแน่”


    จักราวุธไม่ได้ตอบ เพียงเดินเข้าไปในห้องเรียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    --------------------


    หลังเลิกคลาสไม่นาน ลานจอดรถด้านหลังคณะค่อนข้างเงียบ นักศึกษาหลายคนทยอยกลับไปแล้ว

    จักราวุธกับวาโยเดินออกมาจากอาคารเรียน วาโยยังพูดไม่หยุด


    “เมื่อกี้ผมนึกว่าจะมีเ๹ื่๪๫จริง ๆ แล้วนะพี่”


    จักราวุธไม่ได้ตอบ เพียงเดินไปตามทาง สายตาเขามองไปข้างหน้าก่อนจะหยุด มีคนยืนอยู่ตรงลานจอดรถ ภาคและเพื่อนของเขาอีกสองสามคนเหมือนกำลังรอใครบางคน


    วาโยชะงักทันที


    “พี่…”


    ภาคยิ้มมุมปาก ก่อนเดินเข้ามา


    “ผมก็คิดว่านายต้องออกมาทางนี้”


    เขาหยุดตรงหน้า


    “คุยกันให้จบหน่อย”


    จักราวุธมองเขานิ่ง


    “ผมไม่มีอะไรต้องคุย”


    ภาคหัวเราะเบา ๆ


    “ใจร้อนนะ”


    เขาเหลือบมองวาโยก่อนพูดต่อ


    “เมื่อกี้ต่อหน้าอาจารย์ นายดูเก่งดีนี่”


    จักราวุธตอบสั้น ๆ


    “ผมเตือนแล้ว”


    ภาคเลิกคิ้ว


    “เตือนอะไร”


    จักราวุธมองเขาตรง ๆ


    “อย่ามายุ่งกับผม”


    บรรยากาศเงียบลงทันที เพื่อนของภาคคนหนึ่งขยับเข้ามาใกล้


    “นักศึกษาปีหนึ่งนี่กล้าดีนะ”


    ภาคยกมือห้าม เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว


    “ที่นี่มหาลัย ไม่ใช่ที่ของนายคนเดียว”


    จักราวุธตอบทันที


    “ผมก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็๞ของนาย”


    วาโยเริ่มมองซ้ายขวา นักศึกษาบางคนหยุดดูอยู่ไกล ๆ

    ภาคยิ้มมุมปากอีกครั้งก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ แล้วผลักไหล่จักราวุธเบา ๆ


    “งั้นสอนมารยาทให้หน่อย”


    วินาทีนั้น จักราวุธจับข้อมือเขาทันที บิดเพียงเล็กน้อย สายตาของเขาเปลี่ยนเป็๲เรียบนิ่งและกดดันเหมือนจังหวะที่จ้องเป้าหมายบนหน้าจอเรดาร์ ร่างของภาคชะงักแรงกดไม่มาก แต่พอให้ขยับไม่ได้


    จักราวุธพูดเสียงเรียบ


    “อย่าล้ำเส้น”


    เพื่อนของภาคขยับเข้ามาอีกสองก้าว วาโยถอยหลังก่อนรีบวิ่งออกไป


    “ผมไปเรียก รปภ.!”


    บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที ภาคมองข้อมือตัวเองก่อนเงยหน้ามองจักราวุธ สายตาเริ่มเปลี่ยน เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็๲นักศึกษาปีหนึ่งธรรมดา ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงวิทยุของเ๽้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ดังขึ้นจากปลายทางเดิน


    รปภ.สองคนรีบเดินเข้ามา


    “มีปัญหาอะไรกันครับ”


    จักราวุธจึงปล่อยมือ ก่อนถอยออกมาหนึ่งก้าว สีหน้ากลับมาเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นักศึกษาที่มุงดูเริ่มถอยออก

    ภาคเงียบ เพื่อนของเขาก็เงียบ เ๯้าหน้าที่มองทั้งสองฝ่ายก่อนพูดสั้น ๆ


    “เชิญไปคุยกันที่ฝ่ายปกครองครับ”


    ไม่มีใครตอบ แต่ทุกคนรู้ว่าครั้งนี้ เ๹ื่๪๫คงไม่จบแค่ตรงลานจอดรถ


    -------------------


    ห้องฝ่ายปกครองคณะวิศวกรรมศาสตร์๰่๭๫เย็นวันเดียวกัน บรรยากาศในห้องค่อนข้างตึง


    จักราวุธกับวาโยนั่งอยู่ฝั่งหนึ่งของโต๊ะ อีกฝั่ง ภาคกับเพื่อนของเขาอีกสามคน เ๯้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเปิดแฟ้มเอกสาร


    “เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ”


    ไม่มีใครตอบทันที วาโยมองจักราวุธเหมือนรอให้เขาพูด แต่จักราวุธยังคงนิ่ง เ๯้าหน้าที่จึงหันไปทางภาค


    “คุณเริ่มก่อนก็ได้”


    ภาคยักไหล่


    “ก็แค่เข้าใจผิดนิดหน่อยครับ ไม่มีอะไรใหญ่”


    วาโยแทบจะลุกขึ้น


    “เข้าใจผิดอะไรครับ!”


    เขาหันไปทางเ๯้าหน้าที่ทันที


    “พวกเขาดักรอที่ลานจอดรถ”

    “แล้วก็เริ่มก่อน”


    ภาคถอนหายใจ


    “ใครก็พูดแบบนั้นได้”


    เ๽้าหน้าที่พยักหน้า ก่อนหันไปหา รปภ.


    “กล้องวงจรปิดตรงลานจอดรถดูได้ไหม”


    เ๽้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตอบทันที


    “มีครับ”


    ไม่กี่นาทีต่อมา ภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏบนหน้าจอ ภาพชัดเจน ภาคกับเพื่อนอีกสองคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว จากนั้นจักราวุธกับวาโยเดินเข้ามา บทสนทนาไม่ชัด แต่ภาพการผลักไหล่และการเข้าประชิดตัวเห็นได้ชัด


    ห้องเงียบลงทันที


    เ๽้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมองหน้าจอครู่หนึ่งก่อนหันกลับมา


    “จากภาพ…ฝ่ายที่เริ่มก่อนคือฝั่งพวกคุณ”


    เขามองไปที่ภาคโดยตรง


    ภาคเงียบ เพื่อนของเขาก็เงียบ วาโยถอนหายใจยาวเหมือนเพิ่งผ่อนคลายลง เ๽้าหน้าที่ปิดหน้าจอก่อนพูดต่อ


    “เ๱ื่๵๹นี้ถือเป็๲การคุกคามนักศึกษาคนอื่น และเกิดขึ้นในพื้นที่มหาวิทยาลัย”


    เขาเปิดแฟ้มอีกเล่ม


    “ตามระเบียบของคณะ กรณีลักษณะนี้จะถูกส่งเ๱ื่๵๹เข้าสู่คณะกรรมการวินัยนักศึกษา”


    เพื่อนของภาคเริ่มหน้าซีด ภาคขมวดคิ้ว


    “ต้องขนาดนั้นเลยเหรอครับ”


    เ๽้าหน้าที่ตอบเรียบ ๆ


    “มีหลักฐานชัดเจนครับ และมีพยานหลายคน”


    เขาหยุดครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ


    “ระหว่างนี้ พวกคุณจะถูกสั่งพักกิจกรรมทั้งหมดของคณะชั่วคราว”

    “รวมถึงกิจกรรมรับน้อง”


    ห้องเงียบลงอีกครั้ง


    วาโยมองจักราวุธ ก่อนกระซิบเบา ๆ


    “จบจริงแล้วพี่”


    ขณะนั้น ประตูห้องเปิดออก


    พีชเดินเข้ามา เธอเพิ่งทราบเ๹ื่๪๫จากเ๯้าหน้าที่คณะ สายตาเธอกวาดมองบรรยากาศในห้องก่อนหยุดที่จักราวุธ


    “เกิดอะไรขึ้น”


    เ๯้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอธิบายสั้น ๆ เธอฟังเงียบ ๆ ก่อนพยักหน้า


    “เข้าใจแล้วค่ะ”


    เธอมองไปที่นักศึกษาทั้งสองฝ่ายก่อนพูดเสียงเรียบ


    “มหาวิทยาลัยไม่ใช่ที่สำหรับการใช้กำลังกัน”


    ไม่มีใครตอบ พีชหันไปมองจักราวุธอีกครั้ง


    “คุณโอเคไหม”


    จักราวุธพยักหน้าเล็กน้อย


    “ครับ”


    คำตอบสั้นเหมือนเดิมทุกครั้ง


    เ๯้าหน้าที่ฝ่ายปกครองปิดแฟ้ม


    “วันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ”

    “รายละเอียดเพิ่มเติมคณะจะเรียกเข้าพบอีกครั้ง”


    นักศึกษาทั้งสองฝ่ายลุกขึ้น ภาคเดินออกจากห้องไปก่อน แต่ก่อนออกประตู เขาหันกลับมามองจักราวุธ สายตาไม่เหมือนเดิม เหมือนเพิ่งรู้ว่าคนที่เขาไปหาเ๱ื่๵๹  อาจไม่ใช่นักศึกษาปีหนึ่งธรรมดา


    จักราวุธไม่พูดอะไร เพียงยืนอยู่ตรงนั้น นิ่งเหมือนเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    หลังออกจากห้องฝ่ายปกครอง ท้องฟ้าเย็นของวันพฤหัสเริ่มเปลี่ยนสี นักศึกษาส่วนใหญ่กลับไปแล้ว ลานหน้าคณะเงียบกว่าปกติ วาโยเดินนำออกไปก่อนเหมือนรู้หน้าที่ดี เหลือเพียงจักราวุธกับพีชเดินมาช้า ๆ ตามทางเดินยาวหน้าตึก


    พีชมองไปข้างหน้า ก่อนพูดขึ้นเบา ๆ


    “วันนี้วุ่นวายพอสมควรนะ”


    จักราวุธพยักหน้าเล็กน้อย


    “ครับ”


    เธอหันมามองเขา


    “คุณไม่โกรธเหรอ”


    เขามองกลับ


    “เ๹ื่๪๫อะไรครับ”


    “เ๹ื่๪๫ที่ถูกหาเ๹ื่๪๫”


    จักราวุธยิ้มบาง ๆ


    “ก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ใหม่ครับ”


    พีชเลิกคิ้ว


    “ฟังดูเหมือนคุณชิน”


    “ก็แค่รู้ว่าควรจัดการยังไงครับ”


    เธอหัวเราะเบา ๆ


    “คำตอบคุณนี่เหมือนคนที่ผ่านอะไรมาเยอะจริง ๆ ”


    จักราวุธไม่ตอบ เพียงยิ้มมุมปากเล็กน้อย ทั้งสองเดินมาถึงลานหน้าคณะ วาโยยืนรออยู่ไกล ๆ


    พีชหยุดเดิน ก่อนพูดขึ้น


    “วันนี้ขอบคุณนะคะ”


    จักราวุธมองเธอ


    “เ๹ื่๪๫อะไรครับ”


    “เ๹ื่๪๫ที่ไม่ทำให้มันบานปลาย”


    เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนพูดต่อ


    “นักศึกษาหลายคนคงทำแบบนั้นไม่ได้”


    จักราวุธตอบเรียบ ๆ


    “บางทีการไม่ทำอะไรเพิ่ม ก็ช่วยได้มากกว่าครับ”


    เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า


    “จริงของคุณ”


    ลมเย็นพัดผ่านลานหน้าอาคาร เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลาก่อนพูดขึ้น


    “นี่ก็เย็นมากแล้ว กลับดี ๆ นะคะ”


    “ครับ”


    เขาหันตัวจะเดินไปที่ลานจอดรถ แต่เธอเรียกไว้


    “คุณจักราวุธ”


    เขาหันกลับมา พีชมองเขาก่อนพูดขึ้นเหมือนนึกอะไรได้


    “พรุ่งนี้มีเรียนเช้า อย่าสายอีกนะคะ”


    จักราวุธยิ้มมุมปาก


    “จะพยายามครับ”


    คำตอบนั้นทำให้เธอหลุดยิ้ม เขาหันหลังเดินไปที่ลานจอดรถ พีชมองตามจนแผ่นหลังนั้นหายไปหลังมุมตึก เธอหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแชท เธอพิมพ์


    Peace : ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะคะ


    ส่ง...


    ไม่ถึงสิบวินาที สถานะอ่านแล้วปรากฎขึ้น

    ข้อความตอบกลับมา


    Chakrawut : ครับ


    เธอมองหน้าจอ ก่อนพิมพ์ต่อ


    Peace : วันนี้ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะ


    คราวนี้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนข้อความใหม่จะขึ้นมา


    Chakrawut : ผมก็ต้องขอบคุณเหมือนกันครับ


    เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย พิมพ์ถาม


    Peace : ขอบคุณเ๱ื่๵๹อะไร


    คำตอบกลับมาหลังจากนั้นไม่กี่วินาที


    Chakrawut : ที่เชื่อว่าผมไม่ได้เริ่มก่อน


    พีชอ่านประโยคนั้นแล้วเงียบไป ไม่รู้ทำไม ประโยคที่แสนธรรมดาแค่นั้น กลับทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เธอวางมือถือแล้วพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

    “นักศึกษาคนนี้…”

    ก่อนส่ายหัวเหมือนยังหาคำอธิบายไม่เจอ