กองบิน 1 โคราช นครราชสีมา
เช้าวันพฤหัส ห้อง briefing ขนาดเล็กของฝูงบิน 103 เงียบสงบกว่าปกติ
จักราวุธนั่งอยู่ที่โต๊ะประชุม ตรงข้ามกับเขาคือ อรรถพล ข้างกันมีนายทหารนิรภัยการบินและนายทหารช่างอากาศ บนจอด้านหน้าห้องปรากฏภาพเครื่องบิน F-16 หมายเลข 10305 นายทหารช่างเปิดแฟ้มเอกสาร
“หลัง sortie เมื่อวาน พบความผิดปกติที่ระบบความปลอดภัยบางอย่างครับ”
เขาชี้ไปที่ภาพบนจอ
“มีความเสี่ยงในการใช้งานต่อ”
เ้าหน้าที่นิรภัยถามทันที
“ระดับความเสี่ยง?”
นายทหารช่างตอบอย่างระมัดระวัง
“ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมครับ แต่ถ้าฝืนใช้งาน อาจเกิดปัญหาระหว่างบินได้”
ห้องประชุมเงียบลงครู่หนึ่ง อรรถพลพยักหน้าเล็กน้อย
“งั้น ground เครื่อง 10305 ไปก่อน จนกว่าจะตรวจสอบหาสาเหตุเจอ”
นายทหารช่างตอบทันที
“รับทราบครับ”
อรรถพลมองไปรอบโต๊ะ
“ถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติม”
เขาปิดแฟ้มเบา ๆ
“แยกย้ายได้ครับ”
เสียงเก้าอี้ขยับเบา ๆ ดังขึ้นพร้อมกัน การประชุมสั้น ๆ จบลง คนอื่นทยอยเดินออกจากห้อง เหลือเพียงจักราวุธที่กำลังเก็บเอกสาร
อรรถพลหันมามองเขา
“ICE”
“ครับพี่”
“จริงๆเช้าวันนี้นายต้องไปเรียนไม่ใช่เหรอ”
จักราวุธพยักหน้า
“ครับ”
อรรถพลเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ
“สายแล้วนะ รีบไปเถอะ”
จักราวุธยิ้มบาง ๆ
“คงต้องขับทำเวลาหน่อย”
อรรถพลส่ายหัวเบา ๆ
“ขับระวังด้วยล่ะ”
เขาหยุดนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ
“วันจันทร์เรายังต้องบินกัน”
จักราวุธพยักหน้าอีกครั้ง
“ครับพี่”
ไม่กี่นาทีต่อมา เขาเดินออกจากอาคารฝูงบิน แสงแดดยามเช้าส่องลงบนลานจอดเครื่องบิน
จักราวุธไม่ได้หยุดมอง เขาเพียงเปิดประตูรถ สตาร์ทเครื่องแล้วขับออกจากกองบินทันที วันนี้เขามีอีกหน้าที่หนึ่งที่ต้องไปทำให้ทัน
่บ่ายวันเดียวกัน แดดบ่ายส่องตรงลานหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ กิจกรรมรับน้องเพิ่งจบไปไม่นาน นักศึกษาปีหนึ่งหลายคนยังยืนรวมกลุ่มกันอยู่ บางคนดูเหนื่อยบางคนกำลังคุยกันเสียงดัง
จักราวุธเดินเข้ามาทางลาน วาโยเห็นก่อน
“พี่!”
เขารีบเดินมาหา
“เพิ่งมาถึงเหรอ”
จักราวุธพยักหน้า
“อืม”
วาโยมองนาฬิกา
“พลาดของดีเลย”
จักราวุธเลิกคิ้ว
“อะไร”
วาโยหันไปพยักหน้าให้ดูที่ลานด้านข้าง นักศึกษาปีสองกำลังเก็บอุปกรณ์กิจกรรม ใกล้กันนั้น มีนักศึกษาปีสามยืนอยู่กลุ่มหนึ่ง ท่าทางเหมือนกำลังคุมสถานการณ์
วาโยพูดเบา ๆ
“กิจกรรมรับน้อง”
“ปีสองจัด”
“ปีสามคุม”
จักราวุธมองไปทางนั้น หนึ่งในกลุ่มปีสามกำลังยืนคุยกับนักศึกษาปีสอง ท่าทางไม่เหมือนคนร่วมกิจกรรม เหมือนคนที่กำลังสั่งงานมากกว่า
วาโยชี้ไปทางนักศึกษาคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ด้านหน้า แล้วพูดขึ้นอีกครั้ง
“คนนั้นชื่อ ภาค อยู่ปีสาม”
จักราวุธไม่ได้ตอบ เพียงมองอยู่ครู่หนึ่ง จังหวะนั้น ภาคหันมาทางลาน สายตาของทั้งสองคนสบกันพอดี เพียงเสี้ยววินาที ภาคเลิกคิ้วเล็กน้อยเหมือนเพิ่งสังเกตว่า มีใครบางคนไม่อยู่ในกิจกรรมเมื่อเช้า ก่อนจะหันกลับไปคุยกับเพื่อนต่อ
วาโยหันมาทางจักราวุธ
“พี่ไม่ได้มาใช่ไหม”
“ไม่ทัน”
วาโยหัวเราะแห้ง ๆ
“ผมก็เดาแล้ว”
เขามองไปที่ลานอีกครั้ง ก่อนพูดเบา ๆ
“แต่บางคนดูจะไม่ค่อยชอบคนที่ไม่ร่วมกิจกรรม”
จักราวุธถามสั้น ๆ
“ใคร”
วาโยพยักหน้าไปทางกลุ่มปีสาม
ตอนนั้น ภาคกำลังเดินออกจากลาน เขาหันมามองจักราวุธอีกครั้ง สายตาที่มองมาแม้จะดูยาก แต่ชัดพอให้รู้ว่าเขาจำหน้าไว้แล้ว
วาโยถอนหายใจ
“เอาเถอะ”
“เข้าเรียนก่อน”
จักราวุธพยักหน้า ทั้งสองคนเดินเข้าอาคารโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรต่อ แต่บรรยากาศบางอย่างเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย
และในขณะที่จักราวุธกำลังก้าวจะเข้าห้องเรียน
“เฮ้..นาย”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
เขาหยุด หันกลับไปมอง
นักศึกษาปีสามกลุ่มหนึ่งยืนอยู่กลางทางเดิน คนที่ยืนอยู่ข้างหน้าคือภาค ส่วนข้างหลังเขามีเพื่อนอีกสองสามคน ท่าทางเหมือนกำลังรอใครบางคน
ภาคเดินเข้ามาช้า ๆ สายตาจับอยู่ที่จักราวุธ
“เมื่อเช้ากิจกรรมรับน้อง”
เขาหยุดตรงหน้า
“ทำไมไม่มา”
วาโยชะงัก เหมือนเพิ่งรู้ว่าบรรยากาศเริ่มไม่ดี
จักราวุธตอบเรียบ
“มีธุระ”
ภาคเลิกคิ้ว
“ธุระอะไร”
จักราวุธมองเขานิ่ง
“ธุระของผม ไม่ใช่เื่ของนาย”
เพื่อนของภาคคนหนึ่งหัวเราะเบา ๆ ภาคมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ
“ที่นี่มีระบบ ทุกคนต้องอยู่ในระบบเดียวกัน”
จักราวุธตอบสั้น ๆ
“ผมมาเรียนครับ”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
“ไม่ได้มาเข้าระบบของนาย”
บรรยากาศหน้าห้องเงียบลงทันที นักศึกษาหลายคนเริ่มหันมามอง
วาโยกระซิบเบา ๆ
“พี่…”
ภาคยิ้มมุมปาก แต่แววตาไม่ยิ้ม
“ปากดีนะ”
เขาเดินเข้ามาใกล้อีกก้าว
“นักศึกษาปีหนึ่ง”
จักราวุธตอบสั้น ๆ
“ก็ใช่”
ภาคกำลังจะพูดต่อ แต่จังหวะนั้น เสียงส้นรองเท้าก็ดังขึ้นจากทางเดิน พีชเดินเข้ามาพอดี เธอมองภาพตรงหน้า นักศึกษาปีสามยืนล้อมนักศึกษาปีหนึ่งอยู่หน้าห้อง
พีชพูดเรียบ ๆ
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”
ภาคเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอยออกมาหนึ่งก้าว
“ไม่มีครับอาจารย์”
พีชมองทั้งสองฝ่าย สายตาเธอหยุดอยู่ที่จักราวุธเพียงครู่เดียว ก่อนพูดสั้น ๆ
“ถ้าอย่างนั้น…เข้าห้องเรียนค่ะ”
นักศึกษาที่มุงดูเริ่มแยกย้าย ภาคมองจักราวุธอีกครั้ง สายตานั้นชัดเจนว่าเื่นี้ยังไม่จบ ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินออกไป
วาโยถอนหายใจแรง
“พี่…”
“ผมว่าเื่ยังไม่จบแน่”
จักราวุธไม่ได้ตอบ เพียงเดินเข้าไปในห้องเรียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
--------------------
หลังเลิกคลาสไม่นาน ลานจอดรถด้านหลังคณะค่อนข้างเงียบ นักศึกษาหลายคนทยอยกลับไปแล้ว
จักราวุธกับวาโยเดินออกมาจากอาคารเรียน วาโยยังพูดไม่หยุด
“เมื่อกี้ผมนึกว่าจะมีเื่จริง ๆ แล้วนะพี่”
จักราวุธไม่ได้ตอบ เพียงเดินไปตามทาง สายตาเขามองไปข้างหน้าก่อนจะหยุด มีคนยืนอยู่ตรงลานจอดรถ ภาคและเพื่อนของเขาอีกสองสามคนเหมือนกำลังรอใครบางคน
วาโยชะงักทันที
“พี่…”
ภาคยิ้มมุมปาก ก่อนเดินเข้ามา
“ผมก็คิดว่านายต้องออกมาทางนี้”
เขาหยุดตรงหน้า
“คุยกันให้จบหน่อย”
จักราวุธมองเขานิ่ง
“ผมไม่มีอะไรต้องคุย”
ภาคหัวเราะเบา ๆ
“ใจร้อนนะ”
เขาเหลือบมองวาโยก่อนพูดต่อ
“เมื่อกี้ต่อหน้าอาจารย์ นายดูเก่งดีนี่”
จักราวุธตอบสั้น ๆ
“ผมเตือนแล้ว”
ภาคเลิกคิ้ว
“เตือนอะไร”
จักราวุธมองเขาตรง ๆ
“อย่ามายุ่งกับผม”
บรรยากาศเงียบลงทันที เพื่อนของภาคคนหนึ่งขยับเข้ามาใกล้
“นักศึกษาปีหนึ่งนี่กล้าดีนะ”
ภาคยกมือห้าม เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว
“ที่นี่มหาลัย ไม่ใช่ที่ของนายคนเดียว”
จักราวุธตอบทันที
“ผมก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็ของนาย”
วาโยเริ่มมองซ้ายขวา นักศึกษาบางคนหยุดดูอยู่ไกล ๆ
ภาคยิ้มมุมปากอีกครั้งก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ แล้วผลักไหล่จักราวุธเบา ๆ
“งั้นสอนมารยาทให้หน่อย”
วินาทีนั้น จักราวุธจับข้อมือเขาทันที บิดเพียงเล็กน้อย สายตาของเขาเปลี่ยนเป็เรียบนิ่งและกดดันเหมือนจังหวะที่จ้องเป้าหมายบนหน้าจอเรดาร์ ร่างของภาคชะงักแรงกดไม่มาก แต่พอให้ขยับไม่ได้
จักราวุธพูดเสียงเรียบ
“อย่าล้ำเส้น”
เพื่อนของภาคขยับเข้ามาอีกสองก้าว วาโยถอยหลังก่อนรีบวิ่งออกไป
“ผมไปเรียก รปภ.!”
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที ภาคมองข้อมือตัวเองก่อนเงยหน้ามองจักราวุธ สายตาเริ่มเปลี่ยน เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นักศึกษาปีหนึ่งธรรมดา ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงวิทยุของเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ดังขึ้นจากปลายทางเดิน
รปภ.สองคนรีบเดินเข้ามา
“มีปัญหาอะไรกันครับ”
จักราวุธจึงปล่อยมือ ก่อนถอยออกมาหนึ่งก้าว สีหน้ากลับมาเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นักศึกษาที่มุงดูเริ่มถอยออก
ภาคเงียบ เพื่อนของเขาก็เงียบ เ้าหน้าที่มองทั้งสองฝ่ายก่อนพูดสั้น ๆ
“เชิญไปคุยกันที่ฝ่ายปกครองครับ”
ไม่มีใครตอบ แต่ทุกคนรู้ว่าครั้งนี้ เื่คงไม่จบแค่ตรงลานจอดรถ
-------------------
ห้องฝ่ายปกครองคณะวิศวกรรมศาสตร์่เย็นวันเดียวกัน บรรยากาศในห้องค่อนข้างตึง
จักราวุธกับวาโยนั่งอยู่ฝั่งหนึ่งของโต๊ะ อีกฝั่ง ภาคกับเพื่อนของเขาอีกสามคน เ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเปิดแฟ้มเอกสาร
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ”
ไม่มีใครตอบทันที วาโยมองจักราวุธเหมือนรอให้เขาพูด แต่จักราวุธยังคงนิ่ง เ้าหน้าที่จึงหันไปทางภาค
“คุณเริ่มก่อนก็ได้”
ภาคยักไหล่
“ก็แค่เข้าใจผิดนิดหน่อยครับ ไม่มีอะไรใหญ่”
วาโยแทบจะลุกขึ้น
“เข้าใจผิดอะไรครับ!”
เขาหันไปทางเ้าหน้าที่ทันที
“พวกเขาดักรอที่ลานจอดรถ”
“แล้วก็เริ่มก่อน”
ภาคถอนหายใจ
“ใครก็พูดแบบนั้นได้”
เ้าหน้าที่พยักหน้า ก่อนหันไปหา รปภ.
“กล้องวงจรปิดตรงลานจอดรถดูได้ไหม”
เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตอบทันที
“มีครับ”
ไม่กี่นาทีต่อมา ภาพจากกล้องวงจรปิดปรากฏบนหน้าจอ ภาพชัดเจน ภาคกับเพื่อนอีกสองคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว จากนั้นจักราวุธกับวาโยเดินเข้ามา บทสนทนาไม่ชัด แต่ภาพการผลักไหล่และการเข้าประชิดตัวเห็นได้ชัด
ห้องเงียบลงทันที
เ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมองหน้าจอครู่หนึ่งก่อนหันกลับมา
“จากภาพ…ฝ่ายที่เริ่มก่อนคือฝั่งพวกคุณ”
เขามองไปที่ภาคโดยตรง
ภาคเงียบ เพื่อนของเขาก็เงียบ วาโยถอนหายใจยาวเหมือนเพิ่งผ่อนคลายลง เ้าหน้าที่ปิดหน้าจอก่อนพูดต่อ
“เื่นี้ถือเป็การคุกคามนักศึกษาคนอื่น และเกิดขึ้นในพื้นที่มหาวิทยาลัย”
เขาเปิดแฟ้มอีกเล่ม
“ตามระเบียบของคณะ กรณีลักษณะนี้จะถูกส่งเื่เข้าสู่คณะกรรมการวินัยนักศึกษา”
เพื่อนของภาคเริ่มหน้าซีด ภาคขมวดคิ้ว
“ต้องขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
เ้าหน้าที่ตอบเรียบ ๆ
“มีหลักฐานชัดเจนครับ และมีพยานหลายคน”
เขาหยุดครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ
“ระหว่างนี้ พวกคุณจะถูกสั่งพักกิจกรรมทั้งหมดของคณะชั่วคราว”
“รวมถึงกิจกรรมรับน้อง”
ห้องเงียบลงอีกครั้ง
วาโยมองจักราวุธ ก่อนกระซิบเบา ๆ
“จบจริงแล้วพี่”
ขณะนั้น ประตูห้องเปิดออก
พีชเดินเข้ามา เธอเพิ่งทราบเื่จากเ้าหน้าที่คณะ สายตาเธอกวาดมองบรรยากาศในห้องก่อนหยุดที่จักราวุธ
“เกิดอะไรขึ้น”
เ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอธิบายสั้น ๆ เธอฟังเงียบ ๆ ก่อนพยักหน้า
“เข้าใจแล้วค่ะ”
เธอมองไปที่นักศึกษาทั้งสองฝ่ายก่อนพูดเสียงเรียบ
“มหาวิทยาลัยไม่ใช่ที่สำหรับการใช้กำลังกัน”
ไม่มีใครตอบ พีชหันไปมองจักราวุธอีกครั้ง
“คุณโอเคไหม”
จักราวุธพยักหน้าเล็กน้อย
“ครับ”
คำตอบสั้นเหมือนเดิมทุกครั้ง
เ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองปิดแฟ้ม
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ”
“รายละเอียดเพิ่มเติมคณะจะเรียกเข้าพบอีกครั้ง”
นักศึกษาทั้งสองฝ่ายลุกขึ้น ภาคเดินออกจากห้องไปก่อน แต่ก่อนออกประตู เขาหันกลับมามองจักราวุธ สายตาไม่เหมือนเดิม เหมือนเพิ่งรู้ว่าคนที่เขาไปหาเื่ อาจไม่ใช่นักศึกษาปีหนึ่งธรรมดา
จักราวุธไม่พูดอะไร เพียงยืนอยู่ตรงนั้น นิ่งเหมือนเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลังออกจากห้องฝ่ายปกครอง ท้องฟ้าเย็นของวันพฤหัสเริ่มเปลี่ยนสี นักศึกษาส่วนใหญ่กลับไปแล้ว ลานหน้าคณะเงียบกว่าปกติ วาโยเดินนำออกไปก่อนเหมือนรู้หน้าที่ดี เหลือเพียงจักราวุธกับพีชเดินมาช้า ๆ ตามทางเดินยาวหน้าตึก
พีชมองไปข้างหน้า ก่อนพูดขึ้นเบา ๆ
“วันนี้วุ่นวายพอสมควรนะ”
จักราวุธพยักหน้าเล็กน้อย
“ครับ”
เธอหันมามองเขา
“คุณไม่โกรธเหรอ”
เขามองกลับ
“เื่อะไรครับ”
“เื่ที่ถูกหาเื่”
จักราวุธยิ้มบาง ๆ
“ก็ไม่ใช่เื่ใหม่ครับ”
พีชเลิกคิ้ว
“ฟังดูเหมือนคุณชิน”
“ก็แค่รู้ว่าควรจัดการยังไงครับ”
เธอหัวเราะเบา ๆ
“คำตอบคุณนี่เหมือนคนที่ผ่านอะไรมาเยอะจริง ๆ ”
จักราวุธไม่ตอบ เพียงยิ้มมุมปากเล็กน้อย ทั้งสองเดินมาถึงลานหน้าคณะ วาโยยืนรออยู่ไกล ๆ
พีชหยุดเดิน ก่อนพูดขึ้น
“วันนี้ขอบคุณนะคะ”
จักราวุธมองเธอ
“เื่อะไรครับ”
“เื่ที่ไม่ทำให้มันบานปลาย”
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
“นักศึกษาหลายคนคงทำแบบนั้นไม่ได้”
จักราวุธตอบเรียบ ๆ
“บางทีการไม่ทำอะไรเพิ่ม ก็ช่วยได้มากกว่าครับ”
เธอมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า
“จริงของคุณ”
ลมเย็นพัดผ่านลานหน้าอาคาร เธอหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลาก่อนพูดขึ้น
“นี่ก็เย็นมากแล้ว กลับดี ๆ นะคะ”
“ครับ”
เขาหันตัวจะเดินไปที่ลานจอดรถ แต่เธอเรียกไว้
“คุณจักราวุธ”
เขาหันกลับมา พีชมองเขาก่อนพูดขึ้นเหมือนนึกอะไรได้
“พรุ่งนี้มีเรียนเช้า อย่าสายอีกนะคะ”
จักราวุธยิ้มมุมปาก
“จะพยายามครับ”
คำตอบนั้นทำให้เธอหลุดยิ้ม เขาหันหลังเดินไปที่ลานจอดรถ พีชมองตามจนแผ่นหลังนั้นหายไปหลังมุมตึก เธอหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแชท เธอพิมพ์
Peace : ถึงบ้านแล้วบอกด้วยนะคะ
ส่ง...
ไม่ถึงสิบวินาที สถานะอ่านแล้วปรากฎขึ้น
ข้อความตอบกลับมา
Chakrawut : ครับ
เธอมองหน้าจอ ก่อนพิมพ์ต่อ
Peace : วันนี้ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะ
คราวนี้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนข้อความใหม่จะขึ้นมา
Chakrawut : ผมก็ต้องขอบคุณเหมือนกันครับ
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย พิมพ์ถาม
Peace : ขอบคุณเื่อะไร
คำตอบกลับมาหลังจากนั้นไม่กี่วินาที
Chakrawut : ที่เชื่อว่าผมไม่ได้เริ่มก่อน
พีชอ่านประโยคนั้นแล้วเงียบไป ไม่รู้ทำไม ประโยคที่แสนธรรมดาแค่นั้น กลับทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เธอวางมือถือแล้วพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
“นักศึกษาคนนี้…”
ก่อนส่ายหัวเหมือนยังหาคำอธิบายไม่เจอ