“มันฟื้นฟูตัวเองแล้ว!”ซินถงได้กล่าวออกมาเมื่อเห็นภาพตรงหน้าที่อสรพิษเพลิงโลกันต์ได้ดูดกลืนพลังความตายจากห้วงมรณะมาซ่อมแซมตัวเอง“นี่มิเท่ากับเจ้าทำไปเสียเปล่าหรอกเหรอกับศัตรูขนาดเล็กการกำจัดอย่างสิ้นซากอาจจะง่ายแต่กับร่างศพของสัตว์อสูรขนาดใหญ่ที่ร่างกายคงทนแบบนี้…มันคงจะยากมากเป็นแน่”นางได้กลืนน้ำลายลงคอย่างยากลำบากขณะเห็นร่างกายที่ฟื้นฟูขึ้นเรื่อยๆของศพอสรพิษ
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเสียเปรียบเป็นอย่างมากหากพวกเขายังต่อสู้ในอาณาเขตห้วงมรณะเช่นนี้คุณชายหน้าหยกสามารถดึงพลังแห่งความตายเข้ามาซ่อมแซมความเสียหายของหุ่นเชิดศพได้ตราบใดที่พวกมันไม่ถูกกำจัดโดยสมบูรณ์
ถังเฟยหู่คิดเกี่ยวกับเรื่องห้วงมรณะเช่นกันเขาอาจสามารถใช้ลมปราณมารไร้ลักษณ์ในการดูดกลืนพลังแห่งความตายทั้งหมดเข้ามาในร่างก็ได้แต่เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ยินยอมให้เขาทำเช่นนั้นได้อย่างงายดายดังนั้นเขาจึงได้เก็บความคิดนั้นเอาไว้ก่อนเพื่อใช้ในภายหลังเขายังไม่อาจเผยความลับมากเกินไปในการต่อสู้ครั้งนี้
และเหตุผลที่สำคัญกว่านั้นคือเขาเองก็สามารถใช้ประโยชน์จากสถานที่แห่งนี้ได้เช่นกันหากเขาใช้เคล็ดกายหยาบมารก็อาจสูบพลังพวกนี้มาเพิ่มผลลัพธ์ให้กับพลังโดยรวมของตนเองได้ด้วยเช่นกัน
ในตอนนั้นเองที่เขาคิดบางอย่างขึ้นมาได้ในตอนนั้นเองที่เขาได้กระตุ้นปราณใส่กำไลมิติเพื่อค้นหาบางอย่างที่อยู่ภายใน ไม่นานนักเขาก็สามารถพบสิ่งที่ตนเองกำลังค้นหาอยู่นั่นก็คือดาบคู่เล่มหนึ่งที่นอนนิ่งสงบอยู่ภายในนั้นนั่นก็คืออาวุธจิตวิญญาณเขี้ยววายุสองลักษณ์ที่เขาแลกมาจากผู้อาวุโสจิ่นเลี่ยงในตอนนั้นเองที่เขาได้เรียกจิตวิญญาณอสูรทมิฬออกมาพร้อมกับเขี้ยววายุสองลักษณ์
ถังเฟยหู่ได้ทำการผสานอาวุธจิตวิญญาณเขี้ยววายุสองลักษณ์เข้ากับอสูรทมิฬในทันทีเมื่อทั้งสองสิ่งผสานกันโดยสมบูรณ์แล้ว ดาบคู่ในมือของเขาราวกับเปล่งรัศมีความคมและจิตวิญญาณที่คล้ายกับมันจะมีชีวิตขึ้นมามันได้มีรัศมีของความคมที่ไม่อาจบ่งบอกได้ออกมาราวกับเป็นความน่าเกรงขามของอาวุธ
อาวุธจิตวิญญาณระดับสามขั้นกลางมีระดับที่ต่ำกว่าทวนกระดูกมังกรสายฟ้าหนึ่งขั้นตัวดาบคู่มีขนาดเรียวและดูปราดเปรียว ในตอนนั้นเองที่เขาได้กระตุ้นอาคมภายในดาบคู่และนำปลายดาบคู่มาแตะกันจากนั้นเขาได้แยกปลายดาบทั้งสองออกและได้เกิดเส้นใยเหล็กยึดติดปลายดาบทั้งสองเล่มเอาไว้จากนั้นเขาได้นำปลายดาบทั้งสองมาติดกันจนกลไกของอาวุธนั้นทำงานและแปรเปลี่ยนกลายเป็นธนูไป
ชายหนุ่มได้ใช้วิชาดัชนีเหล็กออกมาและสัมผัสไปยังสายธนูเขาได้นำสองนิ้วเกี่ยวสายธนูและดึงอย่างสุดแรงจนเสียงข้อต่อกระดูกและกล้ามเนื้อดังขึ้นจากนั้นเขาได้ปลายสายธนูออกไปอย่างรวดเร็วจนบังเกิดเสียงวาดผ่านอากาศไปอย่างรวดเร็วเขายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
แม้จะยังไม่ชินกับน้ำหนักของธนูคันใหม่แต่เขาคิดว่าคงไม่ยากเท่าไหรนักที่จะทำให้คุ้นเคย ชายหนุ่มได้สร้างลูกศรขึ้นจากปราณในทันทีเขาได้ประทับลูกศรไว้บนตัวธนูและดึงรั้งสายเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วพร้อมกับปล่อยลูกธนูนั้นออกไปลูกศรดอกนั้นพุ่งตรงเข้าใส่ร่างของอสรพิษเพลิงโลกันต์อย่างรวดเร็ว
ศรดอกนั้นได้ปักเข้าใส่ที่หน้าผากของอสรพิษชายหนุ่มมีสีหน้าที่ผิดหวังเล็กน้อยเพราะความจริงและเขากลับเล็งโจมตีที่ดวงตาของมันต่างหากเขาเริ่มยิงศรใส่ร่างของมันไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อนเพื่อปรับให้ตัวเองเคยชินกับคันธนูใหม่ในเวลาไม่นานนักเขาก็สามารถใช้เขี้ยววายุสองลักษณ์ในรูปแบบธนูได้อย่างแม่นยำมากขึ้นอีกหลายเท่าร่างอสรพิษเพลิงโลกันต์เต็มไปด้วยลูกศรหลายสิบดอกในชั่วพริบตา
แต่ในตอนนั้นเองที่คุณชายหน้าหยกได้สั่งให้อสรพิษของเขาปลดปล่อยเพลิงโลกันต์ออกมาจากทั้งร่างเพื่อเผาทำลายลูกศรปราณพวกนั้นอย่างง่ายดายศรพวกนั้นก็ล้วนสร้างขึ้นจากปราณของถังเฟยหู่ทั้งหมดแม้แต่ส่วนของหัวธนูซึ่งต่างจากเมื่อครั้งที่เขายังใช้ปลอกแขนอสูรเมฆาในการช่วยสร้างหัวธนูของอาวุธลับ
ตั้งแต่เขาได้ปลอกแขนกระดูกพิษมาครอบครองก็ยังไม่เคยใช้มันในการสร้างอาวุธลับที่คล้ายกับหัวธนูมาก่อนเลยแต่โดยหลักแล้วอาวุธชิ้นนี้ได้ถูกผู้อาวุโสหัตถ์เหล็กกล้าสร้างขึ้นจากการศึกษาลักษณะรูปแบบอาคมต่างๆรวมถึงรูปลักษณ์ของอาวุธจากปลอกแขนอสูรเมฆาเขาจึงคิดว่าอาวุธใหม่นี้ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันและบางทีอาจจะเหนือกว่าในหลายๆด้านเสียด้วยซ้ำไป
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงได้โคจรปราณกระตุ้นอาคมภายในปลอกแขนของเขาภายในปลอกแขนได้เกิดการงอกของกระดูกภายในจนกลายเป็นรูปร่างหัวธนูที่เหมือนกับสมัยก่อนที่เขาเคยใช้ไม่มีผิดเพี้ยนจะต่างกันก็เพียงสีของมันที่เป็นสีขาวจากกระดูกของอสรพิษกระดูกมารก็เท่านั้น
ในพริบตานั้นเองที่อาวุธลับทรงสามเหลี่ยมหัวธนูได้พุ่งออกมาจากช่องที่เป็นรูปใบหน้าของอสรพิษกระดูกมารตรงข้อมือของปลอกข้างซ้ายอาวุธลับได้มาปรากฏอยู่ในมือของเขาในทันที ชายหนุ่มรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่สำเร็จอย่างที่เขาได้หวังเอาไว้เขาได้สร้างปราณเชื่อมต่อกับหัวธนูนั่นและสร้างตัวลูกศรจากปราณของเขาในทันที
“เจ้า!”ถังเฟยหู่ได้เรียกซินถงให้หันมาหาตน “เตรียมรับมือกับศพอสรพิษตนนั้นข้าจะเริ่มเปิดฉากโจมตีอย่างจริงจังแล้ว!แต่พวกเราจำต้องระวังศพอีกสี่ร่างที่ยังไม่เคลื่อนไหวไม่ทราบว่าพวกมันจะมีพลังมากน้อยเพียงใดหากพวกมันเข้ามาพัวพันกับการต่อสู้อาจจะทำให้ยืดเยื้อจนเกินไปจากการสังเกตพวกมันดูเหมือนว่าพวกมันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยหากพวกเราต่อสู้จนนานเกินไป คนที่จะหมดแรงและเสียเปรียบอาจจะเป็นพวกเราแทนก็ได้เช่นนั้นข้าขอเสนอจะคุ้มกันเจ้าในร่างที่เจ้าออกไปต่อสู้ ข้าจะสนับสนุนเจ้าจากเบื้องหลังเพื่อออมแรงไว้ส่วนหนึ่งเพื่อรับมือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง” ชายหนุ่มพูดกล่าวแผนการณ์กับซินถง ถึงแม้นางจะดูไม่พอใจที่เขาหลบอยู่หลังนางออมแรงเช่นนี้แต่เมื่อคิดตามคำพูดของถังเฟยหู่แล้วนับว่าเห็นด้วยอยู่หลายส่วนเช่นกัน
“หึ!เรียกแต่เจ้าอยู่นั่นแหละเจ้าคนซื่อหลิง ชื่อของข้าคือซินถงจำไว้ให้ดีละ ตอนนี้คงได้แต่ฝากให้เจ้าช่วยสู้จากแนวหลังด้วยในเมื่อต้องหวังพึ่งเจ้า ในตอนนี้ก็คงได้แต่ไว้ใจเจ้าให้เป็นสหายร่วมรบของข้าแล้ว” ซินถงได้กล่าวออกไปพร้อมกับย่างสามขุมเดินตรงไปทางด้านหน้าพร้อมกับขวานคู่ที่กางออกในมือทั้งสอง
ชายหนุ่มได้เผยรอยยิ้มเล็กน้อยออกมา“ชื่อของข้าก็คือถังเฟยหู่เรียกให้ถูกด้วยละ...เช่นนั้นเราก็นับว่าเป็นกึ่งสหายกันแล้วสินะ ต่อไปเจ้าก็คงจะไม่มาก่อกวนให้ข้าตามเจ้ากลับไปยังซีเซี่ยอีกหรอกนะ?”
“เหอะ!นั่นนับว่าเป็นคนละเรื่องกัน!!” ซินถงตะโกนตอบโต้ชายหนุ่มกลับไปก่อนที่จะพุ่งกระโจนไปทางด้านหน้าพร้อมกับร่างของนางที่เปล่งแสงปราณสีฟ้าขาวออกมาและกลายร่างเป็นจิ้งจอกหิมะเก้าหางอีกครั้ง!
ซินถงในร่างจิ้งจอกได้ร้องคำรามออกมาพร้อมกับปะทุพลังปราณเยือกแข็งออกมาจากร่างกายของนางพร้อมกับแสดงกระบวนท่าอสูรโหมกระหน่ำออกมา! ร่างกายของนางได้มีปราณห่อหุ้มเอาไว้ได้พุ่งตัวไปทางด้านหน้าอย่างรวดเร็วราวกับดาวตกสีขาวสุดเยือกแข็งที่พุ่งไปในแนวตรง
ปราณเก้าเยือกแข็งอสูรโหมกระหน่ำ!!
ตู้มมมม!!
เสียงการปะทะดังขึ้นอย่างสนั่นหวั่นไหว ร่างของซินถงพุ่งชนเข้ากับร่างกายของอสรพิษเพลิงโลกันต์อย่างรุ่นแรงจนร่างศพของมันลอยถอยหลังไปไกลหลายก้าวแต่ทั้งหมดนั้นเองก็ล้วนอยู่ในสายตาของคุณชายหน้าหยกเช่นกันเขาไม่อาจยินยอมให้ศัตรูโจมตีอยู่ฝ่ายเดียวเช่นนี้ เขาได้ขยับเคลื่อนไหวพัดเหล็กในมือออกไปและวาดฟันพัดหล็กในมือด้วยลมปราณมรณะสีน้ำเงินดำปราณรูปจันทร์เสี้ยวได้พุ่งออกไปในพริบตาจนแทบจึงถึงร่างกายของซินถงอยู่รอมร่อ
ธนูเซียนพยัคฆ์ทะลวงวิญญาณ!!
ฟิ้ววววว!! เปรี้ยงงง!
แต่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ยิงศรที่อัดแน่นด้วยพลังปราณเยือกแข็งออกมาและพุ่งตรงไปทำลายปราณจันทร์เสี้ยวนั่นอย่างแม่นยำ!ปราณจันทร์เสี้ยวได้แตกกระจายออกในทันทีคุณชายหน้าหยกได้หันกลับไปมายังทิศทางต้นกำเนิดของศรนั่นที่ตรงนั้นเขาได้พบเห็นถังเฟยหู่ที่ดวงตาสีม่วงเรืองรองได้จ้องมองกลับมาเช่นกัน
ดวงตาของคุณชายหน้าหยกยิ่งเผยความบ้าคลั่งมากยิ่งขึ้นในพริบตานั้นเองที่เขาได้สั่งการให้หุ่นเชิดศพสี่ร่างที่เหลือเข้าจู่โจมในทันที! ร่างศพจอมยุทธ์ทั้งสามได้พุ่งตัวออกไปพร้อมกับโคจรลมปราณผสานพลังมรณะออกมาพลังที่ศพทั้งสี่ร่างได้ส่งออกมานั้นต่างก็คือปราณดาราเคลื่อนของสำนักแปดดาราทั้งสิ้น!
ถังเฟยหู่เองก็เคยเจอคนของสำนักนี้มาหลายรอบจึงพอสัมผัสได้เช่นกันว่าร่างศพสี่ร่างตรงหน้าต่างก็คือคนของสำนักแปดดาราเช่นเดียวกัน!ภายในใจของเขาพลันเกิดข้อสงสัยบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นร่างศพระดับสูงของคุณชายหน้าหยกทั้งหมดล้วนเป็นคนของสำนักแปดดารา เรื่องนี้ต้องมีที่มาที่ไปที่ไม่ธรรมดาเป็นอย่างแน่!
แต่เรื่องนั้นเขาไม่มีเวลาคิดให้มากความนักนั่นเพราะร่างศพสองร่างกำลังพุ่งร่างตรงไปหาซินถงในร่างจิ้งจอกพร้อมกับอสรพิษเพลิงโลกันต์ที่ฟื้นตัวและกำลังเข้าร่วมการโจมตีนี้ด้วยเช่นกัน! ฝ่ามือของร่างศพทั้งสองต่างเปล่งแสงสีแดงเพลิงและดูดกลืนความร้อนจากโดยรอบโดยเฉพาะพลังธาตุไฟจากร่างของอสรพิษเพลิงโลกันต์
ฝ่ามือสุริยันผลาญดาราสุริยันรวมศูนย์
ฝ่ามือของศพทั้งสองต่างดึงดูดเอาพลังวิญญาณรวมถึงเอาความร้อนเข้ามาผสานกับพลังมรณะในร่างของพวกมันร่างของพวกมันพุ่งร่างตรงใส่ร่างของซินถงอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งยื่นมือออกไปทางด้านหน้าเพื่อหมายใช้พลังเพลิงเหล่านั้นเข้าจู่โจมร่วมกับอสรพิษเพลิงโลกันต์ในพริบตานั้นเองที่ซินถงได้ม้วนตัวและใช้หางทั้งเก้าที่โคจรปราณเก้าเยือกแข็งเคลือบเอาไว้ในการฟาดจู่โจมพวกมันในทันที!
ตู้มมมมม!!
ร่างศพทั้งสองถูกฟาดจนลอยกระเด็นออกไปแต่เวลาเดียวกันนั้นเองที่อสรพิษเพลิงโลกันต์ได้พุ่งร่างเข้ามาจู่โจมต่อในทันที แต่ในช่วยพริบตานั้นเองที่ได้มีพายุหมุนขนาดเล็กสามลูกได้พุ่งตรงเข้าใส่ร่างกายของอสรพิษเพลิงโลกันต์ในทันที!พายุทั้งสามได้ผลักดันร่างของมันให้ถอยร่นกลับไปในทันที
ธนูเซียนพยัคฆ์สามเซียนวายุ!
เป็นถังเฟยหู่ที่ได้ยิงศรทั้งสามดอกมาช่วยซินถงในเวลานั้นเองศรทั้งสามได้ถูกสร้างขึ้นด้วยรูปแบบพิเศษที่เป็นเกรียวบนตัวคันศรทั้งให้เวลาที่มันได้หมุนวนจะทำให้เกิดคลื่นลมราวกับพายุขึ้นแต่เมื่อยิงศรออกไปแล้วทำให้ชายหนุ่มพลันขึ้นอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ในพริบตาที่เขาจู่โจมออกไป
“จริงสิวิชานี้ใช้กายภาพของลูกศรในการสร้างคลื่นลมจะเป็นอย่างไรนะหากข้าใช้ปราณวายุของจริงมาช่วยหนุนเสริมพลังของกระบวนท่านี้” แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ทดลองทำสิ่งที่ตนคิดเอาไว้ในพริบตานั้นเองที่หุ่นเชิดศพอีกสองร่างที่เหลือได้พุ่งร่างมาจู่โจมเขาเช่นเดียวกันกับซินถง
ฝ่ามือธุลีจันทราทวิดาราเยือกดาว!
พวกมันต่างรวบรวมพลังวิญญาณธาตุน้ำเอาไว้ในฝ่ามือและพุ่งมือจู่โจมออกไป ในตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มได้ถีบร่างพุ่งตัวถอยออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับอสรพิษมรกตทีได้พ่นเพลิงพิษสีเขียวออกมาเผาร่างของพวกมันแต่ร่างของมันต่างเคลื่อนไหวได้อยู่โดยไม่เกรงกลัวหรือเจ็บปวดแม้แต่น้อย
ในพริบตานั้นเองที่ชายหนุ่มได้เปลี่ยนรูปร่างของอาวุธในมือให้กลับกลายเป็นดาบคู่อีกครั้งหนึ่งเขาได้วาดดาบคู่ออกไปทางด้านหน้าอย่างรวดเร็วและปะทะเข้ากับฝ่ามือที่รวบรวมพลังเอาไว้ของพวกมันในตอนนั้นเองที่ได้เกิดการระเบิดของพลังปราณขึ้นจนส่งร่างของเขาลอยออกไปอสรพิษมรกตพลิกตัวและเลื้อยไปทางด้านหลังเพื่อรองรับร่างของเจ้านายมันเอาไว้
หุ่นเชิดศพทั้งสองเองก็ได้ลอยออกไปนับสิบก้าวก่อนที่จะลุกขึ้นมายืนอีกครั้งบนฝ่ามือของศพตนหนึ่งปรากฏร่องรอยการฟันที่ไม่ลึกมากนักขึ้นมาไม่นานนักมันก็ได้ดูดกลืนเอาปราณมรณะในอากาศเข้ามาเพื่อรักษาบาดแผล ในเวลาไม่กี่ลมหายใจบาดแผลที่ฟันเข้าใส่ฝ่ามือข้างนั้นก็หายเป็นปลิดทิ้ง
ในเวลาเดียวกันนั้นเองที่ถังเฟยหู่เองก็ได้พลิกตัวขึ้นและไปยืนอยู่บนหัวของอสรพิษมรกตและเปลี่ยนเขี้ยววายุสองลักษณ์ให้กลับเป็นธนู“การต่อสู้นี้ไม่ง่ายดายเลย หากอยากจะชนะก็ต้องใช้การโจมตีที่รุนแรงมากพอ”เขาได้มองท้องฟ้ารวมถึงบริเวณรอบๆที่เต็มไปด้วยห้องมรณะบดบังจนมองไม่เห็นภายนอกหุบเขา
ในสภาวะเช่นนี้เขาเองก็ไม่อาจใช้กระบวนท่าที่รุนแรงที่สุดของฝ่ามือมังกรอัสนีได้เพราะบรรยากาศไม่เอื้ออำนวยเสียเท่าไหรกระบวนท่ามังกรเก้าอัสนีต้องหวังพึ่งการชักนำสายฟ้าเป็นอาศัยท้องฟ้าเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาหากไม่มีวิชาปราณสายอัสนีมาทดแทนก็ยากนักที่จะสำแดงกระบวนท่าได้
ส่วนเพลงทวนทัณฑ์มังกรเองก็ยังครอบครองสายเลือดของเจ้าสมุทรมาไม่เท่าไหรทำให้สำแดงกระบวนท่าโจมตีรุนแรงไม่ได้แต่บางทีอาจใช้ประโยชน์จากสายเลือดของเจ้าสมุทรเพื่อพลิกสถานการณ์ในห้วงคับขันได้ในตอนนี้ที่ดูมีความหวังมากที่สุดก็อาจจะเป็นวิชาเข็มทิพย์ดอกเหมย หรือไม่ก็ธนูเซียนพยัคฆ์ซึ่งเป็นการโจมตีทางกายภาพ
แต่แล้วเขาก็พลันนึกอะไรออก ในตอนนั้นเองที่เขาได้ดึงรั้งปราณเก้าเยือกแข็งกลับเข้าสู่ตันเถียนอีกครั้งก่อนที่จะโคจรปราณเจ็ดสำเนียงสีเขียวหยกออกมาแทนแต่ปราณที่ไหลเวียนออกมานี้ออกจะดูแปลกไปอยู่บ้าง นั่นเพราะมีไอพิษสีเขียวเข้มเจือปนมากับปราณวายุนี้อยู่ด้วย
นั่นเพราะถังเฟยหู่ได้เปิดจุดชีพจรซึ่งเป็นส่วนสำคัญซึ่งกักเก็บพิษเอาไว้ในวิชาลมปราณห้าพิษของตระกูลถังเดิมทีวิชานี้นอกจากสามารถเป็นปราณพื้นฐานที่เร่งเร้าพลังพิษที่อยู่ในร่างกายแล้วยังสามารถใช้เพื่อหนุนเสริมความสามารถของวิชาปราณอื่นได้อีกด้วยแต่ส่วนใหญ่แล้วถังเฟยหู่ไม่ค่อยเลือกใช้วิธีนี้เท่าไหรนัก นั่นเพราะวิชาพิษไม่เหมาะใช้กับคนมากเท่าไหรอีกทั้งเขายังไม่จำเป็นต้องฆ่าใครเลยไม่เลือกใช้
แต่หากนับไปแล้ววิชาลมปราณเก้าเยือกแข็งนับว่าความแข็งกร้าวมากกว่าเหมาะกับการใช้โจมตีและต่อสู้มากกว่าในเวลาปกติถึงเขาจะไม่จงใจใช้พลังพิษออกมาแต่พิษก็แฝงอยู่ในชีพจรและผสมปนเปออกมาอยู่แล้วแต่หากเขาจงใจเปิดชีพจรขึ้นมาก็จะผสานพิษที่มากขึ้นจนสามารถสังเกตเห็นได้ซึ่งในพลังพิษของเขาที่ออกมาได้รวมถึงพลังปราณมรณะซึ่งแฝงเอาไว้ในชีพจรสามจุดในร่างของเขาอีกด้วย!
ธนูเซียนพยัคฆ์ สามเซียนวายุ!!
เขาได้สร้างธนูรูปแบบพิเศษขึ้นสามดอกเขาได้สร้างธนูดอกนี้ขึ้นจากการผสมผสานของปราณวายุที่ถักทอขึ้นมาจนเป็นตัวคันศร ตัวธนูบิดเป็นเกรียวที่รับสายลมเพื่อเพิ่มความเร็วและการชักนำสายลมเขาได้ประทับธนูนั่นลงบนตัวธนูและดึงรั้งสายธนูเข้าหาตัวจนกล้ามเนื้อและกระดูกของเขาดังลั่นขึ้น
ดวงตาของเขาเปล่งแสงสีม่วงด้วยวิชาตาเหยี่ยวพันลี้ดวงตาของเขาได้จดจ้องไปยังหุ่นเชิดศพที่ใช้ธาตุน้ำตัวหนึ่งที่ห่างออกไป ในพริบตานั้นเองที่เขาได้ปลดปล่อยลูกศรทั้งสามออกไปศรทั้งสามดอกพุ่งแหวกอากาศไปอย่างรวดเร็วพลังธาตุวายุที่แฝงเอาไว้ภายในได้ชักนำสายลมและทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าครั้งไหนๆที่เขาเคยใช้กระบวนท่าสามเซียนวายุออกมา!
ครืนนนนนนน!!
เสียงลมพายุได้ดังขึ้นอย่างรุนแรง ศรทั้งสามที่มีด้ายปราณติดไปด้วยได้เป็นศูนย์กลางและให้กำเนิดวายุหมุนที่พุ่งไปกลางอากาศราวกับเสาวายุสามต้นที่พุ่งใส่ร่างกายของหุ่นเชิดศพตนนั้นเสาวายุทั้งสามราวกับเป็นอสรพิษสามตัวที่พุ่งเข้าใส่ร่างกายของหุ่นเชิดศพตนนั้นแทบจะในทันทีคุณชายหน้าหยกเองก็มองเห็นถึงการโจมตีนั้นจึงได้สั่งการให้หุ่นเชิดของตนถอยห่างออกไปและในเวลาเดียวกันนั้นเองที่มือของเขาขยับเคลื่อนไหวและวาดอาคมมรณะขึ้นกลางอากาศจากนั้นเขาได้สะบัดพัดในมือและส่งอาคมพุ่งเข้าผสานกับร่างของหุ่นเชิดตนนั้น
อาคมมรณะปราการซากกระดูก!
ร่างศพตนั้นได้ผสานเข้ากับอาคมมรณะและได้เกิดแรงดึงดูดบางอย่างขึ้น ซากกระดูกจำนวนมากได้ผุดขึ้นมาจากพื้นและก่อตัวกันกลายเป็นปราการกำแพงกระดูกเพื่อป้องกันการโจมตีของถังเฟยหู่ในทันที!
ตู้มมมมม!!
เสียงปะทะได้ดังขึ้นศรทั้งสามดอกได้พยายามทะลวงโจมตีผ่านปราการกระดูกแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะพวกมันได้เกาะกลุ่มกันอย่างหนาแน่นจนไม่อาจทะลวงผ่านไปได้แต่ในตอนนั้นเองที่ได้ถังเฟยหู่ได้ขยับเคลื่อนไหวฝ่ามือของตนซึ่งมีด้ายปราณเชื่อมต่อกับศรทั้งสามที่โจมตีออกไปเพื่อควบคุมทิศทาง
ในพริบตานั้นเองที่หนึ่งในศรทั้งสามได้เชิดหน้าขึ้นเบื้องบนเป็นวิถีโค้งเสาวายุได้พุ่งขึ้นด้านบนก่อนที่จะพุ่งลงมาจู่โจมจากด้านบนแทน! เสาวายุราวกับกลายเป็นอสรพิษยักษ์ที่ได้ฉกลงมาใส่ร่างของศพตนนั้นอย่างรวดเร็วเสียงปะทะดังขึ้นอย่างรุนแรงร่างของหุ่นเชิดศพได้ถูกเสาวายุกดทับลงมากระแทกพื้นเบื้องล่างนั่น!
เสาวายุได้พุ่งใส่ร่างของหุ่นเชิดศพอย่างถนัดถนี่พลังวายุเข้าจู่โจมร่างศพอย่างรุนแรงผสานกันระหว่างพลังปราณวายุและพลังพิษที่แฝงมาด้วยจากนั้นชายหนุ่มได้ควบคุมให้ศรอีกสองดอกกระแทกใส่กันเองเพื่อผลักดันให้พวกมันแยกกันในมองมุมเบื้องหน้ากำแพงกระดูกเพื่ออ้อมกำแพงนั่นไปในทิศทางที่แปลกเหนือคำบรรยาย
ในตอนนั้นเองที่ศรอีกสองดอกได้พุ่งเข้าใส่ร่างกายของหุ่นเชิดศพตนนั้นพร้อมกับในทันทีศรวายุทั้งสามได้ผสานกันบดทำลายร่างกายนั่นในทันทีร่างกายของมันได้เฉือนออกไปอย่างรวดเร็ว แต่พลังปราณจากร่างมันก็ยังคงมีการต่อต้านทำให้การโจมตีไม่เป็นผลเท่าที่ควรแต่ชายหนุ่มก็ยังคงไม่ยอมแพ้โดยง่ายในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ที่ยืนอยู่บนหัวของจิตวิญญาณตนเองได้คิดบางอย่างออกในพริบตานั้นเองที่เขาได้สั่งการให้อสรพิษมรกตพ่นเพลิงพิษออกจากปากของมันในทันที!
ดวงตาของชายหนุ่มได้เปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตในทันที พลังของเจ้านายและจิตวิญญาณได้ผสานกันอสรพิษมรกตได้อ้าปากและพ่นเพลิงพิษออกมาเป็นเสาเพลิงในทันที แต่ทิศทางที่ถังเฟยหู่ได้สั่งให้มันโจมตีออกไปกลับเป็นเบื้องหน้าที่ว่างเปล่าแทนแต่ในทิศทางเบื้องหน้านั้นยังมีด้ายปราณที่เชื่อมต่อกับศรทั้งสามเอาไว้อยู่
เพลิงพิษได้ผสมผสานไปกับด้ายปราณนั่นเส้นสายเปลวเพลิงสีเขียวได้แล่นไปตามด้ายปราณนั่นจนไปถึงเสาวายุ และในทันทีที่เพลิงพิษสัมผัสเข้ากับพลังวายุก็ได้ผสมผสานกันเป็นหนึ่งเดียว! เป็นหลักการณ์เดียวกับปราณเจ็ดสำเนียงอัคนีของตำหนักที่สี่ซึ่งผสานธาตุไฟเข้ากับปราณวายุเดิมของสำนักเพื่อเพิ่มอานุภาพ
เมื่อเพลิงพิษเจอเข้ากับเสาวายุจึงได้เกิดการเผาไหม้เสาเพลิงนั่นอย่างรวดเร็วในพริบตาเดียวได้เกิดเสาวายุเพลิงสีเขียวขึ้น พลังโจมตีวายุอัคคีโหมกระหน่ำใส่ร่างกายของหุ่นเชิดศพบนพื้นนั่นในพริบตาเดียวราวกับบังเกิดภาพอสรพิษสีเขียวตัวพุ่งทำลายร่างขนาดเล็กนั่นร่างเดียว
แม้ร่างศพนั้นจะพยายามดึงดูดเอาปราณมรณะมาฟื้นฟูร่างกายแต่พลังการโจมตีนั้นก็รวดเร็วเกินไปอีกทั้งพลังเพลิงพิษยังมีพลังเผาไหม้และกัดกินร่างของมันอยู่ตลอดและในเวลาไม่นานร่างกายของมันก็ได้ถูกทำลายโดยสมบูรณ์ด้วยกระบวนท่านั้น!
ซินถงหันกลับมาเห็นก็ยินดีเป็นอย่างมากจนร่ำร้องออกมา “ดีมากคนแซ่ถัง! เจ้ากำจัดได้หนึ่งแล้วทำกระบวนเมื่อครู่อีกครั้งเร็ว!” ซินถงกล่าวในขณะที่รับการโจมตีจากหุ่นเชิดศพทั้งสามตัวที่ผลัดกันโจมตีเข้ามา
ในตอนนั้นเองที่นางได้พลิกตัวและแปลงกายเป็นจิ้งจอกหิมะเก้าหางพร้อมกับฟาดหางทั้งเก้าใส่ร่างหุ่นเชิดศพเพลิงให้ลอยขึ้นสู่ด้านบนอากาศในจังหวะที่มันเผลอเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่อสรพิษเพลิงมรกตได้พ่นเพลิงพิษลูกใหญ่ออกมาที่เบื้องหน้าถังเฟยหู่ที่สร้างลูกศรวายุทั้งสามรอเอาไว้ได้ดึงสายธนูเข้าหาตัวและยิงศรทั้งสามออกไปในทันที! ศรทั้งสามได้สร้างเสาวายุพร้อมกับพุ่งผ่านลูกไฟเพลิงสีเขียวและผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในทันทีเสาเพลิงวายุทั้งสามได้พุ่งตรงไปอย่างรวดเร็วใส่ร่างกายของหุ่นเชิดศพที่ถูกซินถงซัดขึ้นสู่ด้านบน! ร่างของมันได้ถูกเผาทำลายไปอย่างรวดเร็วแต่ร่างของมันไม่ได้ถูกทำลายโดยสมบูรณ์เหมือนตัวก่อนหน้านี้ที่ถูกโจมตีอัดเข้าใส่พื้นหุ่นเชิดศพตนนั้นกลับถูกกระบวนท่าของชายหนุ่มเผาทำลายพร้อมกับผลักให้ลอยออกไปแทนอาจจะเป็นเพราะว่าการโจมตีนี้เกิดขึ้นกลางอากาศก็เป็นได้
ตู้มมมมมมม!!
ในพริบตานั้นเองที่ซินถงได้กระโดดลอยขึ้นกลางอากาศ นางได้เปลี่ยนร่างกลับเป็นมนุษย์อีกครั้งนางสะบัดแขนยกขวานคู่ขึ้นด้านบน พลังปราณเก้าเยือกแข็งได้ถูกรวบรวมเอาไว้ภายในขวานทั้งสองอย่างเต็มเปี่ยมจนห้วงอากาศโดยรอบราวกับจะจับตัวเป็นน้ำแข็งและในพริบตานั้นเองที่หุ่นเชิดศพได้ลอยเข้ามาในระยะโจมตีของนาง นางได้วาดแขนทั้งสองข้างลงมาและฟันออกไปใส่ร่างศพนั่นในทันที!
ขวานคู่ทั้งสองได้วาดใส่ร่างของหุ่นเชิดศพอย่างถนัดถนี่! พลังปราณน้ำแข็งแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของมันร่วมทำลายร่างของมันพร้อมกับพลังปราณวายุเพลิงพิษของถังเฟยหู่ที่ตกค้างในร่างกายของมันพลังขั้วตรงข้ามกันได้ผสมผสานอยู่ในร่างกายของมันในพริบตาจนร่างกายของมันอ่อนแอ ขวานคู่ทั้งสองได้วาดตัดผ่าร่างของมันได้อย่างง่ายดายร่างของมันกลายเป็นน้ำแข็งแทบจะในพริบตาเดียวภายในร่างของมันยิ่งทวีความเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆเพราะพลังทั้งสองที่โจมตีใส่มันอย่างต่อเนื่องและในที่สุดร่างที่ถูกแช่แข็งนั่นก็ได้ระเบิดออกจนแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยลง…