ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่5 เหมาทั้งลำ


    ท้องทะเลคือห้วงแห่งความลับที่ใครหลายคนต่างอยากค้นหา อยากดำดิ่งลึกลงไปใต้พื้นโลก สอดส่องดูความมหัศจรรย์ของโลกเร้นลับแม้จะไม่เหมือนกับหนังไซไฟหลายเรื่องที่เคยดู แต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็ไม่ผิดจากที่คาดนักเจมส์มองเห็นท้องทะเลชัดเเจ๋ว คล้ายกับพื้นผิวน้ำใสขวางกั้นเป็นเส้นบางๆ เขาสามารถมองลึกลงไปถึงก้น ต่อให้พื้นมหาสมุทรมืดมิดเพียงใด แต่ด้วยการมองผ่านแว่นตาอัลฟ่า มันกลับสว่างและเห็นคมชัดเจมส์สอดส่องจุดที่เรือจอดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพบฝูงปลาทูที่เพิ่ง'ล่า'ได้เมื่อครู่ พบว่ามันมีอยู่จำนวนมากพอจัดปาร์ตี้กินทั้งหมู่บ้านนอกจากปลาทูแล้วยังมีปลาชนิดอื่นอีก รวมถึงยังมีกุ้งหอยอยู่ลึกลงไปใต้ทะเลเจมส์เป็นลูกหลานชาวประมง ตั้งแต่จำความได้เขากินปลา ปู หอย หมึกกุ้งมาตั้งแต่เกิด ดังนั้นจึงไม่พิศวาสอย่างคนไม่เคยกิน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่รู้สึกหิวเมื่อมองเห็นสัตว์ทะเลแต่ละชนิดใต้ผืนน้ำเจมส์อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย หลังจากเปิดการใช้งานแว่นอัลฟ่านักศึกษามหาวิทยาลัยรายนี้ยังไม่เหวี่ยงเบ็ดอย่างครั้งที่แล้ว หากเลือกที่จะหยิบกล่องอุปกรณ์เสริมสำหรับการตกปลา เบ็ดสารพัดประโยชน์ขึ้นมาติดตั้งโดยอุปกรณ์ทั้งสามได้แก่ตะขอต่างไปจากเดิม คล้ายกับเส้นใยที่แตกแขนงของแมงมุม บอบบางและละเอียดอ่อน จับดูเหมือนจะขาดได้ง่ายๆแต่จากที่เคยอ่านหนังสือต้นฉบับ สิ่งนี้มีไว้สำหรับจับปลาจำนวนมาก โดยเส้นใยที่แตกแขนงก็ไม่ต่างจากตะขอร้อยเส้น ที่เพิ่มจำนวนในการล่าเหยื่อในพื้นมหาสมุทร แม้จะเห็นว่าบอบบางไม่ต่างจากผู้หญิง แต่ความแข็งแกร่งมันมากเกินพอที่จะยกรถยนต์ขึ้นมาได้ทั้งคันถัดมาเป็นตะขอที่มีความแข็งแรงขึ้น เหมาะแก่การจับกุ้งตัวใหญ่อย่างเช่นกุ้งมังกรอะไรแบบนี้ มีพลังในการทะลุทะลวง ดีไม่ดีอาจเจาะทะลุก้อนหินแนวปะการังใต้ทะเลลึกส่วนอันที่สาม เป็นตัวเสริมไว้ยึดคันเบ็ดกับตัวเรือ เป็นต้นว่าไม่มีแรงจับคันเบ็ด หรือปลามีเรี่ยวแรงเยอะเกินไปจนเผลอยืนไม่มั่นคง แล้วเผลอตกเรือ ดังนั้นอุปกรณ์ชิ้นนี้จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง อีกอย่างคือมันมีเพียงไม่กี่ชิ้น ต่อเข้ากับล็อกของคันเบ็ดไม่ถึงนาทีก็แล้วเสร็จหลังจากทำการติดตั้งฐานส่วนเสริมไว้ที่เรือ มองดูความคงทนของมันอยู่ครู่หนึ่ง เจมส์พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเหวี่ยงเบ็ดไปที่ฝูงปลาทูขนาดใหญ่แน่นอนว่านี่ยังเป็นการ'ล่า'ปลาเช่นเดิม เขายังไม่ได้เปลี่ยนไปล่าสัตว์ทะเลชนิดอื่นที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหลังจากปล่อยนักล่าลงทะเล มันพุ่งทะยานไปใต้ผิวน้ำอย่างกับจรวดมิสไซล์ ความเร็วในระดับสูงเหนือกว่าปลาจนผิวน้ำแยกออก ทำให้ปลาทูที่เป็นเป้าหมาย ต่อให้รู้ตัวก็ยากต่อการหลบหนีตะขอนับร้อยเส้นที่เหมือนกับใยแมงมุม แตกตัวออกเป็นกิ่งก้านสาขา ดั่งสายฟ้าแลบแปลบปลาบ พุ่งไปยังตัวปลาทูในฝูงชนิดที่ว่าตัวไหนก็ได้ ไม่เจาะจงเป็นพิเศษฝูงปลาทูแตกฮือ แต่ด้วยความเร็วของ'นักล่า'มันไม่อาจหลีกหนีได้ทัน บางตัวสามารถหนีไปได้เพราะอยู่ขอบของฝูง ส่วนบางตัวที่ตกเป็นเป้านั้นอยู่ส่วนกลางของฝูงเสียส่วนใหญ่ ทำให้อยากจะว่ายหนีก็ทำได้ยาก ได้แต่ถูกนักล่าจับขึ้นมาบนเรือหลังจากที่ตะขอนับร้อยเส้นแตกตัวออกโดยสมบูรณ์ เข้าไปงับเหยื่อที่ปากแล้ว เจมส์ทำการกดปุ่ม(STOP)ทำให้เอ็นถูกดึงกลับอย่างรุนแรงด้วยความที่ตอนนี้เปลี่ยนมาใช้ตะขอแบบร้อยเส้น ทำให้ต้องใช้แรงมหาศาลดึงคันเบ็ดจนแขนแทบหลุดจากมือ แต่โชคดีเจมส์มีฐานมั่นยึดติดกับตัวเรือเก่าๆ ทำให้เขาแทบไม่ต้องออกแรงอะไร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวเรือจะไม่โคลงเคลงโชคดีที่เรือไม่พลิกคว่ำหลังจากที่ฝืนดึงปลาขึ้นมาบนเรือ เนื่องจากปลามีจำนวนที่เยอะเกินไป แถมขนาดลำเรือยังเล็กไม่เหมาะกับการลากปลาฝูงใหญ่ขึ้นมาบนเรือนับว่าเจมส์โชคดีมากรอดมาได้หวุดหวิด ถ้าหากเรือเกิดพลิกคว่ำหรือมีอะไรผิดพลาด เขาคงจมลงสู่ก้นทะเล ยังไม่ทันได้ใช้ถุงมือก็ตายซะแล้วเจมส์ลอบปาดเหงื่อบนหน้าผาก มองปลาทูร้อยตัวที่ดิ้นอยู่เต็มลำเรือ ใบหน้าซีดเซียวโชคดีที่ตะขอทั้งร้อยหลังจากนำปลาขึ้นมา มันได้ทำการปลดเองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมานั่งเเกะออกจากปากปลาทีละอัน ไม่งั้นละเสียเวลาแย่เลย“เอาแล้วสิเจมส์ ดันล่าปลาทูมาเต็มเรือ จะเอาไปขายที่ไหนดี?” เจมส์เกาศีรษะขณะมองปลาทูที่กำลังดิ้นอยู่บนท้องเรือ เนื่องจากเขาไม่ได้หาอะไรมาใส่ไว้ บางส่วนจึงดิ้นตกลงไปในทะเลก็ยังมี แต่เจมส์ไม่ได้สนใจและไม่คิดที่จะทดสอบคันเบ็ดอีก เพราะจากที่มีอยู่บนเรือขณะนี้ ก็แทบจะไม่มีพื้นที่ให้เขาเดินแล้วอีกอย่างเจมส์มีเรื่องต้องกังวล เพราะตลอดเวลาที่เก็บอวนขึ้นมา ก็มักจะนำไปขายบนทางเท้าแถวหาดจอมเทียน ไม่ได้มีคนมารับซื้อถึงที่ สืบเนื่องจากบ้านของเจมส์เป็นแค่ชาวประมงเล็กๆ ที่หาเช้ากินค่ำ ไม่ได้มีเรือฝูงใหญ่อย่างคนอื่นในขณะกำลังขบคิดเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับปลาทูที่ล่ามาได้ เรือยอร์ชสีขาวลำหนึ่งแล่นผ่านมาพอดี เงยหน้ามองไม่บอกก็รู้ว่าเป็นคนรวย แถมแต่ละคนยังหน้าตาหล่อเหลา ผู้หญิงเองก็สวยหยาด แถมยังสวมชุดบิกินี่จนเห็นแก้มก้นสีขาวอ่องต่องเจมส์ไม่กล้าแม้แต่จะมอง คนระดับนี้มันต่างกับเขาราวฟ้ากับเหว อย่างน้อยก็ตอนนี้ล่ะนะ“ว้าวดูเรือนั่นสิ หาปลาทูมาได้เยอะเเยะเลย แต่ละตัวดูเหมือนจะเพิ่งถูกเอาขึ้นมาจากอวน ยังเป็นๆดิ้นๆ อยู่เลย” ผู้หญิงสวมบิกินี่สีขาวที่อยู่บนเรือเอ่ยปาก พลางชี้ไม้ชี้มือมาที่เรือของเจมส์“นั่นสิ ปลาทูสดเป็นๆ ยังไม่ตาย แถมยังตัวใหญ่ขนาดนี้ผมเองก็เพิ่งจะเคยเห็นนี่แหละ” ชายที่อยู่บนเรือยอร์ชสานต่อบทสนทนา เขามีรูปร่างที่สูงถึง 180 เซ็นติเมตร ผิวขาวเนียน แผงอกได้รูป ไม่ค่อยมีกล้ามแต่ก็ไม่ผอมจนมีแต่ก้าง“ซื้อไปจัดปาร์ตี้คืนนี้ไหมคะ” ฝ่ายหญิงเสนอ โดยยังไม่ถามนักศึกษามหาวิทยาลัยตัวดำที่อยู่บนเรือประมงแม้แต่น้อย ว่าจะขายปลาทูให้หรือไม่“ปาร์ตี้ปลาทูหรอ...” ฝ่ายชายขมวดคิ้วมุ่น มองปลาทูสลับกับหน้าหล่อนหลายครั้ง“ใช่ค่ะ ปาร์ตี้ปลาทู แค่ฟังชื่อก็เจ๋งแล้วใช่ไหมคะ อีกอย่างหนึ่งเราอยู่ตั้งเชียงใหม่ ไม่ได้มีอาหารทะเลสดๆ กินแบบพัทยา อย่างน้อยก็ปลาทูที่เห็น ฉันเชื่อว่ามันคงไม่มีที่ไหนสดมากไปกว่านี้อีกแล้ว”“ก็ได้ ผมจะซื้อปลาทูทั้งลำก็ได้ แต่ถ้าหากให้เอาขึ้นมาบนเรือของเรา ผมว่ามันคงไม่เหมาะ”“งั้น…ให้เขาขับเรือตามเราไปที่เกาะ จากนั้นให้คนของพี่นำปลาทูไปจัดการ แค่นี้ก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่เหรอคะ”สุภาพบุรุษที่อยู่ในกางเกงขาสั้นสีขาวผงกศีรษะ หันหน้าไปทางเจมส์ ถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ปลาของคุณขายเท่าไหร่ ผมเหมาหมดเรือ บอกราคามาได้เลย” เจมส์กำลังคิดหาวิธีระบายปลาทูที่ล่ามาวันนี้ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนเรือยอร์ชอย่างไม่เชื่อสายตาด้วยการวิเคราะห์จากใบหน้า อีกฝ่ายน่าจะมีอายุราวยี่สิบกลางๆ เป็นพี่เขาได้สี่ปี น้ำเสียงค่อนข้างสุภาพแต่แฝงด้วยความแข็งกระด้างและเย็นชา“จะเหมาหมดเรือเหรอครับ แล้วคุณจะเอาไปยังไง” เจมส์ยังไม่ได้บอกราคา เพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะตั้งราคาเท่าไหร่ดี ลำพังหากให้ใช้การคาดคะเนด้วยการยกขึ้นมาดู คงเสียเวลาไปเป็นวัน“คุณแค่ขับเรือตามผมไปที่เกาะ เกาะที่ผมกำลังจะไปอยู่ไม่ไกล เป็นเกาะล้าน คุณเองน่าจะรู้จัก เอาล่ะบอกราคามาได้เลย”อีกฝ่ายดูไม่ใช่คนขี้เหนียว แถมยังมากับสาวสวยและกลุ่มเพื่อนจำนวนหนึ่ง น่าจะเป็นคนรวยจากสักที่ที่มาเที่ยวพัทยา เจมส์มองปลาบนเรือ ไม่รู้ว่าควรตั้งราคาเท่าไหร่จึงพูดออกไปส่งๆ ว่า “ห้าหมื่น...เนื่องจากปลาของผมเพิ่งเอาขึ้นมาจากอวน แต่ละตัวหนักมากกว่า 9 ขีด แถมผมยังต้องเอาไปส่งคุณถึงเกาะล้าน ต้องเติมน้ำมันไปกลับอีก คิดรวมกับค่าเสียเวลาแล้วห้าหมื่น...”“โอเค ห้าหมื่นก็ห้าหมื่น เดี๋ยวคุณขับตามเรือผมมาเลยนะ”เจมส์ที่ถูกตัดบทสนทนา มองใบหน้าอีกฝ่ายด้วยความงุนงง นี่จะไม่ต่อรองราคาหน่อยเหรอ ทำไมถึงตกลงทั้งที่ราคาออกจะสูง เงินห้าหมื่นกับปลาทูที่อยู่บนเรือ แถมยังมีบางส่วนที่หนีลงทะเลไปแล้วด้วยเจมส์ไม่รู้ว่าตนเอาเปรียบคนรวยคนนี้หรือเปล่า แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาเข้าใจ นี่คือโอกาส! ใช่แล้วมันคือโอกาสที่เขาจะได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ถึงจะเป็นเพียงแค่ก้าวเล็กๆ แต่เจมส์เชื่อว่าเงินจำนวนห้าหมื่นบาทวันนี้ จะนำมาซึ่งอีกหลายแสนหรือหลายล้านบาท“ได้ครับได้ครับ” เจมส์รีบตอบตกลงทันที หันหัวเรือติดตามเรือยอชท์ไปที่เกาะล้านความจริงแล้วเรือของเจมส์ไม่ควรออกมาไกลขนาดนี้ แต่ด้วยความที่วันนี้ฝนฟ้าไม่ตก ท้องฟ้ากระจ่างชัดด้วยอาทิตย์พร่าง แดดระอุเป็นไอร้อนแถมยังไม่ค่อยมีลม การขับเรือยนต์เก่าๆ บนผิวน้ำจึงไม่ได้ยากเย็นอะไรมาถึงท่าเรือเกาะล้าน ชายในชุดสูทดูเหมือนลูกน้องหลายคนรีบเร่งมาที่เรือของเจมส์ ทำการขนย้ายปลาทูออกไปจัดปาร์ตี้คืนนี้หลังรับเงินจากอีกฝ่ายผ่านบัญชีธนาคาร เจมส์อดถามไม่ได้ว่า “คุณจะเที่ยวอยู่ที่นี่กี่วันเหรอครับ”แม้จะเป็นคำถามที่ไม่สุภาพ แต่ถ้าหากไม่พูดมันออกไปเจมส์รู้สึกราวกับต้องเสียใจภายหลัง“น่าจะสัปดาห์หนึ่ง…ทำไมเหรอคะ” ฝ่ายผู้หญิงสวมชุดบิกินี่ตอบ“อ้อ...พอดีผมแค่คิดว่า ถ้าหากผมได้กุ้ง หมึกสดๆ จากทะเลจะนำมาขายให้คุณได้หรือเปล่า”หล่อนผงะครู่หนึ่ง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างในขณะเดินขึ้นไปบนรถ หันมาตอบเจมส์ด้วยรอยยิ้มว่า“ไม่รู้สิคะ เพราะพี่นักรบค่อนข้างเอาใจได้ยาก แต่ถ้าหากเราเจอกันกลางทะเลอีก ไม่แน่ฉันอาจเหมาเรือคุณอีกครั้ง”