เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 57 ฮัสกี้ก็จะเขียนนิยายด้วย!

    บนระเบียงสวี่มั่วนั่งหมอบอยู่มุมหนึ่งด้วยสีหน้าปวดหัวมองทะลุกระจกไปยังจ้าวลี่อิ่งที่อยู่ด้านใน

            จ้าวลี่อิ่งกอดอกมองเจ้าฮัสกี้ด้วยเช่นกัน พูดอย่างขุ่นเคืองว่า“แกไปนั่งทบทวนตัวเองบนระเบียงนี่แหละ!ไม่ถึงเวลาอาหารเย็นฉันจะไม่ปล่อยแกออกมาเด็ดขาด!!”

            เธอก็พอจะได้บทเรียนแล้ว คราวนี้ไม่เอาฮัสกี้ไปขังข้างนอกแต่เลือกจะขังไว้ในระเบียงแทน

            ก็แค่ไปนอนบนเตียงหน่อยเอง แล้วก็มีน้ำลายหยดเปียกผ้าปูนิดๆแค่นี้ต้องโวยวายขนาดนั้นเลยหรือ ไร้น้ำใจจริงๆ!!

            สวี่มั่วเบ้ปากในใจ หันหน้าหนีทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของเธอ

            เมื่อครู่ เขาเพิ่งถูกจ้าวลี่อิ่งปลุกจนฝันหวานสลายไปเป็นรอบที่สองแล้วก็โดนไล่มาขังตรงนี้

            เห็นฮัสกี้ทำท่า ‘ไม่รู้สึกผิด’ แบบนั้น จ้าวลี่อิ่งยิ่งโมโหขึ้นเสียงใส่ว่า “นี่มันท่าทีอะไรกัน ไม่รู้จักผิดเลยใช่ไหมเชื่อไหมว่าฉันจะไม่ให้แกกินข้าวเย็น!”

            ขู่ด้วยอาหารเย็นงั้นเหรอ เด็กน้อยชะมัด!นึกว่าฉันเป็นเด็กสามขวบ…หรือหมาน้อยสามเดือนรึไง!

            สวี่มั่วกลอกตา แล้วถึงกับหันหลังใส่ โบกหางไปมาให้อีกฝ่ายดูก่อนแหงนหน้ารับแสงอาทิตย์ยามเย็น ชมแสงสีส้มทองบนขอบฟ้า

            “…”

            จ้าวลี่อิ่งกัดฟันแน่นแทบอยากเปิดประตูออกไปจัดการเจ้านี่ด้วยหมัดชุดใหญ่แต่สุดท้ายก็ยังกลั้นใจหันหลังกลับเข้าห้องนอนแทน ไม่อยากเห็นหน้าให้ปวดหัว

            “เจ้าหมาบ้านี่กล้าดียังไงมาทำผ้าปูที่นอนที่ฉันชอบที่สุดสกปรก…”เธอมองผ้าปูเตียงที่ยังมีรอยน้ำลายและคราบเป็นรูปเจ้าฮัสกี้ชัดเจนก็ได้แต่สาปแช่งในใจ ก่อนจะถอดออกไปซัก

            ระหว่างนั้น สายตาเธอดันเหลือบไปเห็นผ้าห่มที่วางอยู่บนหัวเตียง

            จ้าวลี่อิ่งชะงัก คิดอย่างงุนงงว่า

            จริงสิ แล้วผ้าห่มนี่มันยังไงกันแน่ ฉันเป็นคนหยิบมาตอนงัวเงียจริงๆเหรอ

            เธอจำไม่ค่อยได้แล้ว แต่ก็คิดว่าคงมีแต่เหตุผลนี้แหละเลยเลือกจะเชื่อแบบนั้น แล้วไม่คิดอะไรต่ออีก

            ด้วยเหตุผลตามสามัญสำนึกเธอไม่มีทางเดาออกเลยว่านี่เป็นฝีมือของเจ้าฮัสกี้

            หลังจากเอาผ้าปูเตียงใส่เครื่องซักผ้าแล้วจ้าวลี่อิ่งก็จัดการตัวเองเล็กน้อย ก่อนหยิบกระเป๋าถือเตรียมออกไปซื้อของมาทำอาหารเย็น

            ตอนเดินผ่านห้องนั่งเล่น เธอเหลือบมองระเบียงเห็นเจ้าฮัสกี้ยังคงนั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ตรงนั้น ไม่รู้คิดอะไรอยู่ เธอจึงแค่นเสียงใส่ว่า“ฉันจะออกไปซื้อของนะ! ถือเป็นการลงโทษ ไม่พาแกออกไปด้วยหรอกนั่งทบทวนตัวเองให้ดีๆ ล่ะ!”

            สวี่มั่วเหลือบมองเธอ เห็นอีกฝ่ายแสยะยิ้มเหมือนดีใจที่ได้เอาคืนแล้วหันหลังเดินไปที่ประตู

            เด็กน้อยเอ๊ย!!

            สวี่มั่วเบ้ปากในใจพอได้ยินเสียงประตูปิดหลังจากเธอออกไปแล้วก็ลุกขึ้น เดินไปที่บานเลื่อนกระจกใช้กรงเล็บค่อยๆ แงะออกแล้วลอดกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น ก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนโซฟา

            เขาเห็นรีโมตก็เลยเอื้อมไปกดเปิดทีวี เปลี่ยนไปยังช่องที่เปิดเพลงแล้วนอนเอกขเนกฟังเพลงไปพลาง พร้อมกับเรียกหน้าจอระบบขึ้นมาเพื่อเข้าอินเทอร์เน็ต

            เข้าสู่หลังบ้านนักเขียนของเว็บ Feilu พบว่านิยายเรื่องใหม่ของเขาผ่านการตรวจสอบแล้วแถมยังถูกใส่ไว้ในอันดับ ‘หนังสือใหม่เข้าคลัง’ และมียอดกดเก็บเข้าชั้นหนังสือแล้วหลายคน

            เขาเปิดหน้าต่างสร้างตอนใหม่ แล้วใช้ความคิดพิมพ์อย่างรวดเร็วเพียงไม่นานก็เสร็จสิ้นหนึ่งตอน

            เขากดอัปโหลดทันที จากนั้นก็สร้างตอนใหม่ เขียนเสร็จ อัปโหลดทำแบบนี้วนซ้ำไปเรื่อยๆ… 

            สวี่มั่วเขียนติดกันรวดเดียวร้อยตอนถึงได้หยุด แล้วคิดในใจว่า

            โอเคละ มากกว่านี้นักอ่านก็อ่านไม่จบอยู่ดีไว้พรุ่งนี้ค่อยเขียนต่อแล้วกัน…

            ตอนนั้นเอง หูของสวี่มั่วกระดิกเขาหันไปมองทางประตู...ได้ยินเสียงลิฟต์เปิด ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของจ้าวลี่อิ่ง

            สวี่มั่วรีบเอาอุ้งเท้ากดรีโมตกดปิดทีวี แล้วกระโดดลงจากโซฟาวิ่งกลับไปที่ระเบียง ก่อนจะดันบานเลื่อนกระจกปิดไว้เหมือนเดิม

            ไม่นาน เสียงไขกุญแจก็ดังขึ้นจ้าวลี่อิ่งที่หิ้วถุงผักเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นเหลือบมองฮัสกี้ที่‘ถูกขังอยู่ตรงระเบียง’ ก็พยักหน้าด้วยความพอใจ จากนั้นก็ยกของเข้าครัวไป

            เฮ้อ…การอยู่บ้านคนอื่นไม่สะดวกจริงๆ ยังต้องคอยรักษาน้ำใจยัยนี่อีก…สักวันหนึ่งฉันจะต้องพลิกสถานการณ์ กลายเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง…

            สวี่มั่วคิดในใจ พลางเรียกหน้าจอระบบขึ้นมา เปิดอินเทอร์เน็ตดูคลิปตลกฆ่าเวลาไปพลางๆ โดยไม่รู้เลยว่าการอัปโหลดนิยายรวดเดียวร้อยตอนที่เว็บไซต์ Feilu เมื่อครู่นี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมไม่น้อยแล้ว…


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน