“ เจ้าจงส่งที่เจ้าได้รับมา มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าโหดร้าย “ นางเอ่ยออกมา
“ เวรแล้วนั่นมันเหลียงหงซู่ของสำนักกระบี่โลหิตนี่ “
“ ใช่ นางนั้นถือว่าอำมหิตโหดเหี้ยมยิ่งนัก ทั้งยังแข็งแกร่งหาคู่ต่อกรได้ยาก “
“ ไอ้เด็กนั่นจบเห่แน่ที่มาพบกับนาง “
“ เหลียงหงซู่ “ ชิงหยางพึมพำ
“ หนึ่งขั้นใหญ่ “ เขาพึมพำ แลสูดหายใจเข้าลึก
“ หากอยากได้มีเพียงใช้กำลัง “ ชิงหยางเอ่ยออกมา
“ หึ “ เหลียงฟงซู่แสยะยิ้ม
“ ข้าเคยเห็นคนเช่นเจ้ามาก็มาก แต่ก็มิมีผู้ใดปากดีเช่นเจ้า “ นางเอ่ย
“ ข้ารึให้โอกาสเสนอทางรอดแก่เจ้า แต่เจ้ากลับทิ้งมันไป “ นางเอ่ยพลางส่ายหน้า
“ เจ้ามันพวกที่ปากกล้าขาสั่น รึพวกอวดดีกันจึงมิได้หวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น “ นางเอ่ยออกมา น้ำเสียงของนางนั้นมันเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“ อย่าพล่ามให้มาก มันเสียเวลารู้รึไม่ “ ชิงหยางร้องตะโกนลั่น
“ ได้ ในเมื่อเจ้านั้นอยากตาย ข้าก็จะสงเคราะห์ให้ “ เหลียงหงซู่ร้องออก
นางสะบัดกระบี่สีโลหิตในมือ “ ฟริ้ง “ เสียงกระบี่สีโลหิตกรีดผ่ามวลอากาศดังสะท้อนก้องในโสตประสาท
“ อือ “ ชิงหยางพลันสะท้านเมื่อถูกเพียงคลื่นเสียงกรีดผ่านกายา
“ ครืนนน “ เขาเร่งหมุนวนเคล็ดวิชาชิงสวรรค์
“ ย้ากกก “ ชิงหยางร้องตะโกนลั่น พร้อมกับสืบเท้าไปเบื้องหน้า
“ ใบหลิวเล่นลม “ กระบี่ฟ้าสังหารถูกแทงออกไปในทันใด
“ เปรี้ยงง “ คมกระบี่แปรเปลี่ยนเป็นรูปรอยกระบี่พุ่งทะยานออกอย่างรวดเร็ว
รูปรอยกระบี่พุ่งทะยานทะลวงมวลอากาศเป็นรูใหญ่ พลังปราณที่ก่อร่างเป็นรูปรอยกระบี่แผดผลาญห้วงมิติแทบแหลกสลาย
เหลียงหงซู่พลันกลืนน้ำลายลงคอในทันใด นางนั้นมิเคยพบเจอการโจมตีรุนแรงเช่นนี้มาก่อน ก่อนนี้นางเพียงใช้พวกมากเข้าข่มเหงคนอื่น มาเวลานี้นางนั้นกลับต้องเผชิญความตายเพียงลำพัง นั่นยิ่งทำให้นางเกิดการหวาดกลัวต่อการโจมตีของเด็กหนุ่ม
นางตัดสินใจรับการโจมตีอย่างรวดเร็ว เพราะขั้นฝึกที่เหนือกว่านางย่อมได้เปรียบในการต่อสู้ “ ย้ากก “ เหลียงหงซู่ร้องคำรามลั่น พร้อมกับวาดกระบี่สีโลหิตออกอย่างรวดเร็ว
“ เปรี้ยงงง “ คลื่นกระบี่สีโลหิตพุ่งทะยานออกเป็นรูปรอยจันทร์เสี้ยว ตัดผ่ามวลอากาศออกเป็นสองส่วนทะยานลิ่วเข้าหารูปรอยกระบี่
“ ครืก ครัก “ เมื่อสองแรงกดดันเข้าปะทะ พลันก่อให้เกิดการสั่นไหวของผืนพาราทั่วอาณา
ผู้คนมากมายต่างเร่งเหยียดร่างถอยไกล เพราะหากอยู่ใกล้ประเดี๋ยวจะโดนลูกหลง
“ ตูมมม “ สองแสงสังหารระเบิดออก
“ ครืนนน “ แรงระเบิดส่งสองร่างเหยียดถอยไกล
ผู้คนมากมายต่างอ้าปากค้างมองยังเด็กหนุ่มอย่างโง่งม พวกเขาแทบมิอยากจะเชื่อเลยว่าเด็กหนุ่มจะสามารถต่อสู้กับนางได้ นางที่อยู่เหนือกว่าถึงหนึ่งขั้นใหญ่
“ ข้ามิอยากจะเชื่อ “
“ สำนักทานตะวันเลี้ยงปีศาจไว้ด้วยรึ “
“ ใช่ มันเป็นปีศาจน้อย “
ผู้คนมากมายต่างมองยังเด็กหนุ่มพวกเขาต่างก็งุนงงสงสัยในตัวของเด็กหนุ่ม เพราะเด็กหนุ่มนั้นหาใช่จอมยุทธทั่วไปที่มีให้เห็นกลาดเกลื่อน แต่เด็กหนุ่มนั้นมีความพิเศษแตกต่างจากคนอื่นอยู่มาก
“ ไอ้ชั่วชิงหยาง “ เสียงหนึ่งร้องลั่น
เขาเหลียวมองยังต้นเสียง หัวคิ้วของเขาพลันขมวดเข้าเป็นปม “ ตระกูลเถียนรึ “ ชิงหยางพึมพำ
ชายหนุ่มขั้นผสานวิญญาณระดับสามทะยานร่างเข้าหาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแทงทวนปลายแหลมเข้าหา
“ หึ “ ชิงหยางแสยะยิ้มออก
“ สามกระบวนท่าเพียงพริบตา “ เด็กหนุ่มพึมพำพร้อมกับวาดกระบี่ฟ้าสังหารออกอย่างรวดเร็ว
“ ฝึบ ฝึบ ฝึบ “ สามคมกระบี่พุ่งทะยานออก
ผู้คนมากมายต่างอ้าปากค้างมองยังสามกระบวนท่าเพียงพริบตา พวกเขามิอยากจะเชื่อเลยว่าจะมีผู้ใดออกกระบี่สามกระบวนท่าได้ในเวลาเพียงกระพริบตา ต่อให้เหล่าผู้ชราก็มิอาจกระทำได้
“ ชิงหยาง ปีศาจน้อย “
“ สำนักทานตะวัน พวกเจ้ากำลังทำสิ่งใด “
“ ฮื่อห์ “
ผู้คนมากมายต่างเคร่งเครียดในทันใด
ยิ่งพวกเขาเห็นสามคมกระบี่ฉีกร่างของชายหนุ่มออกเป็นสี่ส่วน พวกเขาก็ยิ่งเครียดจัด หัวสมองของพวกเขาในเวลานี้นั้นมันเต็มไปด้วยความเครียดแลงุนงง
“ ไอเด็กเปรต “
“ ข้าจะฆ่าเจ้า “
ทัพตระกูลเถียนนับร้อยร้องตะโกนออกสุดเสียง พร้อมกับทะยานร่างเข้าหา
ชิงหยางมองยังทัพตระกูลเถียน แลพยักหน้าช้าๆ
“ ย้ากก “ เขาระเบิดพลังออกสุดแรง
“ ใบหลิวผ่าสมุทร “ ชิงหยางร้องตะโกนสุดเสียง
กระบี่ฟ้าสังหารที่ชูขึ้นพลันแผดจิตสังหารออกอย่างบ้าคลั่ง
“ เปรี้ยงง “ ใบหลิวผ่าสมุทรเส้นใหญ่หยาบหนาพุ่งทะยานออก
ใบหลิวผ่าสมุทรตัดผ่าสร้างรอยลึกบนผืนพาราลากเป็นทางยาวเข้าหาทัพตระกูลเถียน
“ ไม่ “ พวกมันร้องออกสุดเสียง
“ ตูมมม “ ใบหลิวผ่าสมุทรระเบิดออก
“ อั้ก “ ชิงหยางกระอักโลหิตออกเมื่อถูกพลังสะท้อนกลับ
เขามองยังชายหนุ่มนับสิบที่ยืนอยู่ต่อหน้าทัพตระกูลเถียน
“ เก่งกาจมิเบา ถึงกับสังหารคนของตระกูลเถียนได้ “ ชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ย
“ แต่ก็แค่นั้น เพราะวันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า “ เขาร้องออก
“ เปรี้ยงง “ แสงสังหารนับสิบพุ่งทะยานเข้าเด็กหนุ่มในทันใดโดยที่เขายังมิได้ตั้งตัว
เด็กหนุ่มเหยียดร่างถอยไปหลายก้าว พร้อมกับวาดกระบี่ฟ้าสังหารออก
“ ใบหลิวตัดตะวัน “ เขาร้องลั่น
“ เปรี้ยงงง “ รูปรอยกระบี่ใบหลิวตัดตะวันพุ่งทะยานตัดขวางเข้ายับยั้งสิบคมกระบี่
“ ตูมมม “ สิบเอ็ดแสงสังหารระเบิดออก
“ อั้กก “ ชิงหยางกระอักโลหิตออกมากองโต ร่างของเขาโซเซรั้งกายแทบมิอยู่
“ เปรี้ยงง “ เหลียงหงซู่ที่ยืนมองพลันระเบิดพลังวาดกระบี่สีโลหิตออกในทันใด
“ ครืนน “ คมกระบี่สีโลหิตพุ่งทะยานเข้าเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางวาดกระบี่ฟ้าสังหารออกทันควัน “ เปรี้ยงง “ รูปรอยกระบี่เสมือนจริงทะยานออกอย่างเร็วรี่
“ เปรี้ยงง “ อาวุธวิญญาณระดับกลางระเบิดพลังส่งแสงสังหารออกอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางเห็นท่ามิดีเร่งหมุนวนเคล็ดวิชาชิงสวรรค์ วาดเหวี่ยงห้ากระบวนท่าเพียงพริบตาออกถึงสองคราติด
ผู้คนมากมานพลันเบิกตากว้างมองยังห้ากระบวนท่าเพียงพริบตา พวกเขาถึงกับสะท้านทั่วกายา เหงื่อเย็นไหลหลั่งอาบย้อมทั่วร่าง
“ มันเป็นปีศาจ “
“ ใช่ ปีศาจน้อย “
“ ตูมม “
เกิดการระเบิดระเบิดหลายครั้งติดๆ ทำเอาฝุ่นดินมากมายฟุ้งกำจายทั่วอาณา
ครั้นฝุ่นควันจางหายก็หลงเหลือเพียงความว่างเปล่า ไร้ร่างของเด็กหนุ่ม
“ รอด “
“ มันรอดไปได้เช่นใด “
“ ชิงหยาง ชื่อนี้เห็นทีจะถูกจารึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ “
“ ใช่ หากมิชิงตายเสียก่อน “
“ อ้ากกก “ ศิษย์ตระกูลเถียนร้องคำรามลั่น
“ แยกย้ายออกค้นหามัน “ ชายหนุ่มคนเดิมร้องลั่น
“ ขอรับ “ เหล่าศิษย์ตระกูลเถียนต่างร้องตะโกนลั่นแลเร่งทะยานร่างออกอย่างรวดเร็ว
“ เมื่อครู่เจ้าเห็นรึไม่ ห้ากระบวนท่าเพียงพริบตา “
“ ข้าเห็น “
“ ก่อนนี้ชิงหยางทำได้เพียงสามกระบวนท่า มาเวลานี้ห้ากระบวนท่าแล้ว “
“ นับวันมันยิ่งเติบใหญ่ ทั้งยังเก่งกาจขึ้นเรื่อย “
“ ศึกของตระกูลกับเด็กหนุ่มคนเดียว มิว่าอย่างไรก็มีแต่เสีย “
“ ใช่ นี่ก็ตายไปอีกหนึ่ง แต่ไอ้สาระเลวยังอยู่ดี “
“ มันจะคุ้มรึไม่ หากต้องแลกทุกอย่างเพื่อสังหารคนเพียงคนเดียว “
“ ฮื่อห์ “
เหล่าศิษย์ของตระกูลเถียนต่างก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรง
เดิมทีพวกเขานั้นฝึกฝนอยู่ในแดนบำเพ็ญเพียรของตระกูล แต่พวกเขาถูกเรียกออกมาเพื่อค้นหาสมบัติแลล่าสังหารเด็กหนุ่ม แม้นว่าพวกเขาจะมิใคร่ชอบใจสักเท่าใดแต่เมื่อเป็นคำสั่งสูงสุดก็มีเพียงก้มหน้าก้มตาทำไป
“ ผู้ใดจะเชื่อว่ามันจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ “
ชิงหยางลากสังขารของตนมายังถ้ำแห่งหนึ่ง เขาแทรกร่างเข้าไปในรอยแยกของถ้ำ เมื่อพ้นจากรอยแยกแล้ว ร่างของเขาทรุดฮวบลงยังพื้นแลสลบไสลไปในทันใด