มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 61 สัตว์อสูรระดับ 8

    ในการทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรในครั้งนี้นั้นย่อมมีทั้งผู้ที่ผิดหวังและผู้ที่สมหวังไม่ว่าใครก็อยากที่จะได้สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอยู่ในความครอบครองด้วยกันทั้งนั้น เพราะเจ้าสัตว์อสูรเหล่านี้มันจะช่วยเป็นกำลังรบได้เป็นอย่างดี หากความแข็งแกร่งระหว่างคนและสัตว์อสูรรวมกันเป็นหนึ่งเดียวไม่แน่ว่าความแข็งแกร่งของพวกมันนั้นจะสามารถเพิ่มไปได้มากถึง 2-3 ระดับก็เป็นไปได้ทางด้านของเจ้าอ้วนห่าวอู๋ในยามนี้นั้นมือของมันสั่นเทาเล็กน้อยที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น มันอยากจะรู้เสียเหลือเกินว่าเจ้าสัตว์อสูรที่จะมาอยู่ภายในพันธสัญญาของตนนั้นมันจะเป็นตัวอะไรกันแน่ ผู้คนภายในตระกูลของมันล้วนแล้วแต่ได้ครอบครองสัตว์อสูรที่ไม่ได้มีความแข็งแกร่งอะไรมากมายนัก แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นตัวของมันก็อดที่จะรู้สึกมีความหวังเพียงสักเล็กน้อยว่าตนเองจะได้สัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งอยู่ภายในความครอบครอง“เจ้าอ้วน เจ้าตื่นเต้นอย่างงั้นเหรอ” หลินเทียนเห็นเจ้าอ้วนผู้นี้เหงื่อแตกไปทั้งตัวไม่ต้องให้มันตอบคำถามของตนตัวเขาก็พอที่จะรู้คำตอบแล้ว ว่าความรู้สึกของเจ้าอ้วนผู้นี้เป็นเช่นไร“ทำไมข้าจะไม่ตื่นเต้นล่ะ ข้าอยากจะรู้เสียเหลือเกินว่าคู่หูของข้านั้นมันจะเป็นตัวอะไรกันแน่” เจ้าอ้วนตอบด้วยน้ำเสียงในยามนี้ที่แสดงถึงความตื่นเต้นไม่หายสติของมันไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวมากนัก“ในระหว่างที่เจ้าทำพิธีนั้น เจ้าจงรวบรวมจิตสำนึกของเจ้าให้ดีห้ามคิดฟุ้งซ่านเป็นอันขาด ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องได้สัตว์อสูรที่เหมาะสมกับเจ้าเป็นแน่” หลินเทียนนั้นมีความเชื่ออยู่ว่าผู้ที่จะได้สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอยู่ในความครอบครองนั้นคนผู้นั้นจะต้องมีพลังจิตที่แข็งแกร่ง นี่คือความคิดเห็นส่วนตัวของหลินเทียนเท่านั้นแต่ผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องรอดูผลจากการทดสอบที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้“ได้ข้าจะเชื่อเจ้า” เจ้าอ้วนในยามนี้นั้นค่อยๆพยายามที่จะสงบสติของตนให้เยือกเย็นอย่างถึงที่สุดความตื่นเต้นความตื่นตูมของมันค่อยๆลดน้อยลงอย่างช้าๆจนกระทั่งไปถึงสภาวะอารมณ์ปกติ ความคิดของมันในยามนี้นั้นเงียบสงบเป็นอย่างมาก“คนต่อไปขึ้นมาได้” เสียงของผู้อาวุโสดึงขึ้น เจ้าอ้วนค่อยเดินขึ้นไปอย่างช้าๆ หลังจากนั้นมันค่อยๆนำวัตถุที่แหลมคมเฉือนไปที่มือของมันเลือดค่อยๆหลั่งไหลไปที่แท่นอักขระอย่างช้าๆ สติความรับรู้ของมันนั้นไม่โผล่อีกมิตินึงเจ้าอ้วนผู้นี้นั้นไม่รู้ว่าตนเองนั้นอยู่สถานที่แห่งหนใด บริเวณโดยรอบของมันในยามนี้นั้นมีเสียงกู่ร้องของสัตว์อสูรมากมายมันค่อยๆปิดเปลือกตาของมันอย่างช้าๆตั้งสติอย่างตั้งมั่น ระยะเวลาผ่านไปไม่นานจิตสำนึกของมันนั้นก็ไปพบเจอกับสัตว์อสูรตนหนึ่ง พันธสัญญาระหว่างคนและสัตว์อสูรเกิดขึ้นมาอย่างช้าๆหลังจากนั้นไม่นานสติความรับรู้ของเจ้าอ้วนห่าวอู๋กับมาที่ร่างของตนอีกครั้ง มันพบว่าสถานที่แห่งนี้นั้นจากเดิมที่เต็มไปด้วยน้ำเสียงผู้คนบัดนี้กับเงียบราวกับว่าเป็นป่าช้า ใช่แล้วผู้คนภายในสถานที่แห่งนี้นั้นทั้งตื่นตะลึงและความหวาดกลัวภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทำให้พวกมันอึ่งเงียบจนพูดไม่ออก“อึบ…นี่คือ” เจ้าอ้วนถึงกับตื่นตะลึงต่อภาพตรงหน้ามีเจ้าสัตว์อสูรขนาดยักษ์มหึมา แววตาของมันนั้นดุดันเหี้ยมเกรียมจนทำให้ผู้คนที่จ้องมองมันอดที่จะรู้สึกหวาดกลัวไม่ได้“มันคือ ราชันวานร สัตว์อสูรระดับ 8” ผู้อำนวยการชิงหลงถึงกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านเป็นอย่างมาก ผู้ที่สามารถครอบครองสัตว์อสูรระดับนี้ได้นั้นล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มคนที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างยิ่งแต่ใครจะไปคาดคิดว่าเจ้าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเช่นนี้นั้นจะไปอยู่ในความครอบครองของเจ้าอ้วนผู้หนึ่งสัตว์อสูรระดับ 8 นั้นพวกมันมีทั้งความแข็งแกร่งและมีสติปัญญา การที่ตัวของมันต้องมาทำพันธสัญญากับผู้ที่อ่อนแอกว่าตนทำให้ระดับพลังของมันนั้นลดลงเป็นอย่างมาก และไม่แน่ว่าอาจจะลดไปถึงระดับเดียวกันกับผู้ที่ทำพันธสัญญาด้วย
    “บ้าหน่า…เจ้าอ้วนบัดซบนั้นถึงกับได้ครอบครองสัตว์อสูรระดับ 8 เลยหรือนี่” เด็กรุ่นเยาว์โดยรอบต่างพากันพูดออกมาด้วยความอิจฉาอย่างถึงที่สุด เจ้าห่าวอู๋ผู้นี้นั้นตัวของมันก็ไม่ได้มีความแข็งแกร่งอะไรมากมายแต่ตัวของมันนั้นกับเป็นถึงผู้ที่ได้ครอบครองสัตว์อสูรระดับ 8 ดาว“ลูกพี่ฝากเหนือฝากตัวด้วย” เจ้าอ้วนถึงกับทำหน้าเหวอ..ออกมาเจ้าสัตว์อสูรตนนี้กล่าวทักทายตนผ่านกระแสจิตมันไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า ระหว่างคนและสัตว์อสูรนั้นจะสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ด้วย นี่คือความน่าสะพรึงกลัวของสัตว์อสูรที่มีสติปัญญา ถึงแม้ว่าในยามนี้นั้นตัวของเจ้าห่าวอู๋จะมีความอ่อนแอ แต่มันต้องมีอะไรดีแอบซ่อนอยู่เป็นแน่ถึงมันได้รับเลือกจากสัตว์อสูรระดับ 8หลังจากนั้นไม่นานเจ้าสัตว์อสูรตนนี้ก็ได้หายตัวไปจากอากาศที่ว่างเปล่าด้วยตัวของมันเองสร้างความแตกตื่นต่อผู้คนอยู่ไม่น้อยที่เจ้าสัตว์อสูรตนนี้มันสามารถที่จะตัดสินใจอะไรเองได้ด้วย“ห่าวอู๋ข้าดีใจกับเจ้าด้วยนะที่ได้สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งขนาดนี้อยู่ในความครอบครอง” หลินเทียนกล่าวแสดงความยินดีต่อสหายของตน แม้แต่ตัวของมันเองก็คาดไม่ถึงว่าเจ้าอ้วนผู้นี้มันจะได้เป็นผู้ทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรระดับ 8 นับว่าเรื่องนี้อยู่เหนือความคาดหมายของตนไปไกลแสดงว่าสหายของตนผู้นี้แท้จริงแล้วก็มีดีอยู่พอตัวไม่น้อยแต่เพียงแค่ตัวของมันยังไม่ได้แสดงออกมาก็เท่านั้นเอง“เป็นข้าต้องขอบคุณเจ้าหลนเทียน หากไม่ได้คำแนะนำจากเจ้า ข้าคงไม่ได้ทำพันธสัญญากับเจ้าสัตว์อสูรตนนี้” ห่าวอู๋นั้นไม่รู้ที่จะขอบคุณกับหลินเทียนยังไงดี เหตุการณ์ในวันนี้นั้นมันไม่ต่างอะไรไปจากเป็นความฝัน แรกเริ่มเดิมดีหากตัวของมันสามารถครอบครองสัตว์อสูรระดับ 5 ได้ตนก็พอใจเป็นอย่างยิ่งแล้ว ใครมันจะไปคาดคิดได้ว่าเจ้าอ้วนเช่นตนจะมีบุญวาสนาถึงเพียงนี้“ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะตัวเจ้าเอง แท้จริงแล้วเจ้าเป็นคนมีความสามารถ แต่เจ้ายังขาดเพียงแค่ความมั่นใจในตัวเองเท่านั้น” หลินเทียนนั้นพูดความจริง หากอาศัยเพียงแค่คำแนะนำจากตนมีหรือที่มันจะได้ครอบครองสัตว์อสูรระดับ 8 และสัตว์อสูรเมื่อครู่ดูท่าทางมันจะเข้ากันได้ดีกับเจ้าอ้วนได้อยู่ไม่น้อย“ฮ่า ฮ่า หากข้ากับบ้านไปท่านพ่อท่านแม่และผู้คนภายในตระกูลของข้าจะต้องอึ่งเป็นแน่ ที่ข้าผู้นี้เป็นถึงผู้ครอบครองสัตว์อสูรระดับ 8” เจ้าอ้วนกล่าวออกมาอย่างได้ใจ เพราะตัวของมันนั้นนับว่าเป็นคนแรกของตระกูลที่สามารถครอบครองสัตว์อสูรที่ทรงพลังได้มากมายถึงเพียงนี้“หลินเทียนเจ้าก็จงอย่ายอมแพ้ข้าล่ะ เจ้าจะต้องครอบครองสัตว์อสูรระดับสูงให้ได้” เจ้าอ้วนกล่าวให้กำลังใจต่อสหายรักของตนมันจะตั้งใจรอคอยว่าสหายของตนผู้นี้จะได้สัตว์อสูรชนิดใดอยู่ในความครอบครองกันแน่“แน่นอนข้าจะไม่ยอมแพ้เจ้า” หลินเทียนเองก็เริ่มที่จะรู้สึกตื่นเต้นกับเขาขึ้นมาบ้างแล้วและเหลือเวลาอีกไม่นานนักก็จะถึงคิวของตนที่จะต้องเข้ารับการทำพันธสัญญากับสัตว์อสูร