หลังจากที่รับประทานอาหารกับครอบครัวมู่ มู่เหวินเป็คนขับรถมาส่งด้วยตัวเอง หมู่บ้านขนาดกลางที่หลังนึงขายอยู่ที่ห้าล้านหยวนในตอนนี้มู่เหวินเข้ามาจัดการมอบให้เป็ของเธอ บ้านหลังใหญ่สองชั้นมีพื้นที่2งานมีสวนหย่อมเล็กๆให้วิ่งเล่นเท่านั้น
"เธอต้องกลับไปเอาของก่อนไหม" มู่เหวินถามขึ้น
"ไม่ต้องหรอกค่ะคุณน้าเดี๋ยวฉันซื้อใหม่เอา"
"อย่างนั้นเหรอเอาไว้มีปัญหาอะไรโทรหาฉันหรือพ่อได้ตลอดเวลานะ"
"ขอบคุณมากค่ะคุณน้า"
เธอมาส่งมู่เหวินที่รีบขับรถจากไป จากนั้นเดินเข้าไปสำรวจพื้นที่เฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างยังคงอยู่ครบเหมือนว่าถูกทำความสะอาดครั้งใหญ่เพื่อมอบให้เธอ เป็ครอบครัวที่ซื่อสัตย์สำนึกในบุญคุณมากจริงๆ เมื่อเดินขึ้นห้องนอนเธอเลือกห้องที่แสนเรียบง่าย มากกว่าสองห้องที่เหลือที่ดูหวานแหววเกินไป เมื่อสำรวจทุกอย่างเสร็จเธอก็เข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเข้านอนทันทีเพราะใช้พลังเหนื่อยทั้งวันแล้ว
เช้าวันใหม่จื่อหลานตื่นนอนรีบทำธุระส่วนตัว นำชุดที่เก็บไว้ในร้านสะดวกซื้อจาก์มาสวมใส่เป็ชุดธรรมดาที่หาได้ทั่วไปดูเป็โบราณผสมแปลกตาแต่ดูดีเธอซื้อมาห้าพันหยวนในร้านที่ถูกที่สุด ในวันนี้เธอ้าไปห้างสรรพสินค้าที่อยู่ด้านหน้าทางเข้าหมู่บ้านแห่งนี้
ผ่านไป1ชั่วโมง
" ใช่คุณหลินจื่อหลานบ้านเลขที่103ไหมคะ"
"ใช่ค่ะทำไมเหรอคะ"
"เมื่อวานประธานมู่ลงทะเบียนโอนย้ายให้คุณ เรายังไม่ได้รับรายเซ็นจากคุณเลยค่ะ"
"ได้ค่ะ" จื่อหลานจัดการเซ็นเอกสารเรียบร้อยแล้วได้บัตรเข้าออกของหมู่บ้านเมื่อแล้วเสร็จเธอเดินออกไปนอกหมู่บ้านแต่หูเ้ากรรมดันได้ยินเสียงนินทาเด่นชัด
"ฉันได้ข่าวว่าประธานมู่มีภรรยาแล้วแต่แท้งลูกบ่อยมากจริงไหม"
"จริงนะสิ เขายกบ้านให้ผู้หญิงคนนี้คงไม่ใช่ว่าอุ้มท้องให้เขาหรอกนะ"
"ฉันก็ว่าอย่างนั้นผู้หญิงคนนี้ก็สวยมากจริงๆ"
"ใช่สวยมากฉันละสงสารคุณนายมู่จริงๆ"
"อ้อ สงสารมากไหมคะ"
"มากสิ...อะเอ่อ" จื่อหลานเดินมาฟังตั้งนานสรุปได้ว่าพวกเธอคิดว่าเธอนั้นจะอุ้มท้องให้อย่างนี้มันเกินไปหน่อยแล้ว
"อาว...เงียบทำไมล่ะไม่พูดต่อละคะ ตามจริงฉันไม่อยากมีปัญหามากหรอกนะเพราะเวลาโมโหมักจะกัดไม่ปล่อยแต่ในเมื่อพวกคุณไม่ได้หาเื่ฉันก่อน ฉันก็จะไม่ว่าอะไรแต่ว่าจำเอาไว้นะคะฉันไม่ได้มาอุ้มท้องให้ใครไม่รู้ควรเงียบปากซะ"
"ฉันขอโทษค่ะ" จื่อหลานพูดเสร็จเธอมองผู้หญิงสองคนที่อายุไม่มากผู้รู้ย่อมไม่ผิดแต่เธอไม่ปล่อยไปหรอกนะสะบัดพิษทำให้ท้องเสียใส่แขนพวกเธอที่ตอนนี้มันซึมเข้าไปตามผิว
"ปู๊ดดดด!!!"
"อี๋ เหรินจี๋นี่เธอทำ....ปู๊ดดดด!!!!!!!"
"พวกคุณโสโครกมาก เสียมารยาทที่สุดฉันควรรายงานเื่นี้ยังไงเนี่ย"
"อย่านะคะฉันขอร้อง อึก ปู๊ด!"
"ก็ได้ๆฉันจะไม่รายงานพวกคุณรีบไปเข้าห้องน้ำเถอะ" จื่อหลานบีบจมูกตัวเองเห็นหญิงสาวที่ตอนนี้คงรู้สึกอับอายตัวเองตามจริงฤทธิ์ยาของเธออยู่ไม่นานเพราะคิดสั่งสอนเท่านั้นเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วเธอไปห้างสรรพสินค้าทันที
ณ ห้างสรรพสินค้าฟู่หวง
จื่อหลานจ้องมองของตื่นตาตื่นใจหลายอย่างตัวเธอเดินไปที่ร้านชุดซื้อกี่เพ้าราตรีสีดำและเงินมาอย่างละชุด กี่เพ้าธรรมดามาอย่างละสี ชุดชั้นใน ชุดลำลองทั้งหมดนี้จ่ายไปสองหมื่นหยวน จากนั้นเดินไปซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่สามารถเข้าไปเล่นแอปพลิเคชันสำหรับไลฟ์สดได้เธอได้ซื้อช่องไลฟ์สดมาด้วย
ไม่รู้ว่าโลกใบนี้เป็แบบไหนแต่ดูทันสมัยของเทคโนโลยีโรงงานบางแห่งยังจ่ายค่าแรงที่ถูก บางแห่งจ่ายแพง ถนนมีทั่วถึง ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ตรัดกุมสักวันเธอจะไปเมืองหลวงของมณฑลแห่งนี้ ปักกิ่งคือสิ่งที่เธอต้องไปแต่อันดับแรกเธอต้องกลับหมู่บ้านก่อน เธอเดินไปด้านล่างเป็โชรูมรถยี่ห้อต่างๆ
"รุ่นนี้ราคาเท่าไหร่เหรอคะ"
"ห้าแสนห้าหมื่นหยวนครับ"
"งั้นเอาคันนี้แล้วกันค่ะ"
ผ่านไปสักพักทุกอย่างได้ผ่านการซื้อขายทั้งหมดอย่างราบรื่นตามจริงแล้วการที่เราอยู่ในเมืองใหญ่ควรที่จะแต่งตัวให้ดูดี สะอาดสะอ้านแล้วทุกอย่างจะถูกบริการอย่างดีอย่างเช่นเธอในตอนนี้ แต่ปัญหาคือเธอยังขับไม่เป็เพราะร่างนี้ไม่ได้มีพื้นฐานเลยคงต้องขอความช่วยเหลือตระกูลมู่อีกครั้ง
"จื่อหลานเดี๋ยวฉันจะให้คนขับรถของเธอไปส่งที่บ้านแล้วจะพาไปสนามฝึกจะได้ออกใบขับขี่ที่นั่น"
"ขอบคุณค่ะคุณน้ารบกวนคุณแล้ว"
"ไม่เป็ไรไม่เป็ไรวันนี้ฉันว่างพอดีเงินพอใช้ไหม"
"พอค่ะขอบคุณที่คุณน้าเป็ธุระให้อีกครั้งนะคะ"
เธออยากจะบอกเหลือเกินว่าไม่พอหรอกเพราะยังอยากได้ครีมบำรุงเสริมความงามอยู่แต่ร้านสะดวกซื้อจาก์ขายแพงมากตลับเล็กๆก็ปาไปหนึ่งหมื่นหยวนแล้ว
ผ่านไป30นาที
จื่อหลานเธอมองเพียงครั้งเดียวก็สามารถขับรถได้อย่างชำนาญตามจริงเธอจ้องมองน้ามู่เหวินไปครั้งนึงแต่ไม่ได้ลงมือจริงเลยรู้สึกประหม่าเพราะโลกแห่งยุทธภพถึงเก่งแค่ไหนไปได้เพียงกระบี่เหาะ รถม้าเพียงเท่านั้นถ้าไม่ติดว่ากลัวขึ้นหน้าหนึ่งเธออยากจะซื้อกระบี่เซียนมาใช้เป็ยานพาหนะจริงๆเลย
"ตอนนี้เธอมีใบขับขี่แล้วอย่าลืมขับไปเที่ยวเล่นบ้านมู่เราบ่อยๆล่ะไม่งั้นถ้าไปปักกิ่งก็อย่าลืมโทรหาน้า"
สรรพนามของมู่เหวินเปลี่ยนไปทำให้จื่อหลานอบอุ่นมากขึ้นเหมือนได้รับการดูแลผูกมิตรที่ดีจากญาติผู้ใหญ่แม้ครั้งแรกคุณยายมู่อาจจะเป็นางมารร้ายแต่เพราะความเข้าใจผิดเธอก็ให้อภัยได้เสมอใครดีมาดีตอบใครร้ายมาร้ายตอบนี่คือคติเธอ
"คุณน้ามีบ้านอยู่ที่นั่นด้วยเหรอคะ"
"น้ามาทำโครงการบ้านที่นี่เลยชวนพ่อกับแม่มาอยู่ด้วยจะได้ไม่เหงา ส่วนบริษัทใหญ่จริงๆอยู่ปักกิ่งทำธุรกิจหลายอย่างเธอไม่คิดไปเที่ยวหน่อยเหรอน้าจะได้ให้อาอู่่ปิดเทอมพาไปเที่ยว"
"ฉันยังคิดว่าจะกลับบ้านก่อนแล้วค่อยไปสมัครเรียนมหาลัยค่ะ"
"ไปสิเอาแบบนี้ไหมน้าจะหามหาลัยชั้นนำให้มอบทุนการศึกษาให้เธอแต่ว่าจะเข้าได้ไหมต้องดูความสามารถของเธออีกครั้ง แล้วก็น้าจะมอบคอนโดให้เธอหนึ่งห้องถือว่าเป็ของขวัญที่เธอทำให้เรามีความสุข"
"บางครั้งอาจไม่ใช่ฉันที่ช่วยคุณน้าทั้งหมดนะคะแต่พื้นฐานของคุณน้าและบรรพบุรุษเกื้อหนุนมากกว่า"
"หึหึ ไม่รู้ละน้าพูดกับพ่อแม่แล้วจะรับเธอเป็ลูกบุญธรรม"
"เดี๋ยวก่อนสิคะลูกบุญธรรมแบบนี้แม่ฉันใแย่"
"ฮ่าฮ่า ก็แค่รับเธอเป็ลูกหลานไม่ได้ทำพิธีอะไรแค่เธอรับเราเป็อีกครอบครัวเราก็มีความสุขมากแล้ว"
"งั้นก็ได้ค่ะฉันยินดี"
"ฮ่าฮ่า ดีๆถ้าเธอไปปักกิ่งคงต้องทำห้องนอนให้ดีไหมนะไปนอนตระกูลมู่เป็ลูกหลานตระกูลมู่ใครก็มาดูถูกรังแกเธอไม่ได้แล้ว" จื่อหลานพูดไม่ออกน้ามู่คนนี้เขาอารมณ์ดีจนทำทุกอย่างเองโดยไม่จำเป็ต้องถามเธอก็ได้มั้งในเมื่อวางแผนเอาไว้แล้ว