ตอนที่ 105 จอมปราชญ์
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เฟิร์สสำรวจสมบัติของโจร เขาต้องการค้นหาวัตถุจารึกในสมบัติกองนั้น
ด้วยพลังสายเลือดของอีวาจึงทำให้เฟิร์สสามารถค้นหาทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย
แต่ทว่าวัตถุจารึกนั้นมีแค่สี่ชิ้นเท่านั้น นั่นคือแท่งหิน กำไล ระฆังเงิน และตราประทับที่ปกปิดถ้ำนี้ไว้
เฟิร์สไม่ลังเลที่จะนำวัตถุจารึกเหล่านั้นมาศึกษาทันที
“อักขระสายเลือดของสิ่งมีชีวิตหลากโลกาเป็นแบบนี้เองหรอ?”
ในโลกนี้มีอักขระตัวอักษรอยู่นับไม่ถ้วน แต่ทว่ากลับมีอักขระเพียงรูปแบบเดียวที่มีอำนาจของสิ่งมีชีวิตหลากโลกา
เฟิร์สเป็นผู้ใช้อักขระที่มีประสบการณ์มานับร้อยปี การศึกษาอักขระที่อยู่ในวัตถุจารึกจึงไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด
เขาใช้เวลาเกือบทั้งวันเพื่อศึกษาวัตถุจารึกเหล่านี้
“ไม่เพียงพอ” เฟิร์สส่ายศีรษะไปมา
“น่าเสียดายที่วัตถุจารึกนี้เรียบง่ายเกินไป ทว่าอักขระกลับมีพลังที่ลึกล้ำมาก พวกมันยังไม่สามารถทำให้ฉันเปิดอำนาจอักขระได้” เฟิร์สเอ่ยออกมาอย่างจนใจ ก่อนจะหันไปมองสมบัติที่อยู่ในถ้ำ
“ฉันต้องจัดการกับสมบัติพวกนี้สินะ ... ถึงฉันจะไม่สามารถใช้อำนาจอักขระได้ แต่การลอกเลียนจารึกก็ยังพอทำได้อยู่”
เฟิร์สไม่ต้องการให้เสียเวลา แม้เขาจะไม่สามารถใช้อำนาจอักขระได้ แต่ก็ยังพอใช้พลังสายเลือดวาดอักขระจารึกได้
เขาเลือกแหวนออกมาจากกองสมบัติแล้วทำการจารึกอักขระลงไปในทันที
ภายในวันนั้นเฟิร์สสามารถสร้างสมบัติจารึกขึ้นมาได้ เขาจารึกแหวนให้กลายเป็นที่เก็บของและอินทรีแดงเพื่อใช้เป็นพาหนะ
หากเขาได้เรียนรู้อักขระมากกว่านี้คงจะสามารถดัดแปลงหรือรังสรรค์วัตถุจารึกได้มากกว่านี้
สมบัติทั้งหมดถูกเฟิร์สเก็บเกี่ยวเข้าไปในแหวน
เขาไม่ได้ออกเดินทางไปไหน แต่เขียนบันทึกเพื่อจะมอบภารกิจให้กับอีวา
วันต่อมา
“เขาสามารถสร้างวัตถุจารึกได้จริงๆ ด้วย” อีวาเอ่ยชื่นชมวัตถุจารึกที่เฟิร์สได้สร้างไว้
หลังจากที่ได้สำรวจถ้ำที่โล่งเกลี้ยงเพราะเฟิร์สเก็บกวาดไปหมดอย่างพึงพอใจ
ตอนนี้เธอกลายเป็นคนหนึ่งที่ร่ำรวยจนไม่น่าเชื่อ
อีวาอ่านไดอารี่ที่เฟิร์สบันทึกเอาไว้ สิ่งที่เธอต้องทำคือไปทำภารกิจจัดการโจรร้ายอีกกลุ่มหนึ่ง
ด้วยการใช้อินทรีแดงเป็นพาหนะทำให้การเดินทางของเธอรวดเร็วมาและการจัดการกับโจรอีกกลุ่มหนึ่งจึงสามารถจัดการได้ง่ายดาย
เธอไปถึงรังโจรได้อย่างรวดเร็ว มิหนำซ้ำยังจัดการพวกโจรได้อย่างเด็ดขาด
ด้วยพลังสายเลือดโลกลวงทำให้พวกโจรสลบไสลไปอย่างง่ายดาย
โจรกลุ่มนี้ไม่ได้มีเบื้องลึกเบื้องหลังหรือข้อมูลผิดพลาด พวกโจรทุกคนล้วนเป็นผู้บ่มเพาะขอบเขตที่ต่ำกว่าเอิร์ลทั้งสิ้น
หลังจากค้นความทรงจำของพวกมัน อีวาก็ไม่มีความปรานีแต่อย่างใด
โจรทุกคนล้วนทำเรื่องที่โหดร้าย พรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปมากมาย
อีวาทำการสังหารพวกมันโดยใช้ผงสลายศพทั้งๆ ที่พวกมันยังมีชีวิตและสลบไสล
จากการผ่านประสบการณ์การฆ่าฟันมานับไม่ถ้วนก็ทำให้เธอกลายเป็นเพชรฆาตไร้ปรานี
เนื่องจากภารกิจนี้ทำได้สำเร็จอย่างรวดเร็ว อีวาจึงไปทำภารกิจอีกอย่างหนึ่งที่เฟิร์สมอบให้
“หาข้อมูลของปรมาจารย์จารึกอย่างนั้นหรอ?”
“นายคนนั้นช่างไม่มีเรื่องอะไรที่ง่ายเลย”
อีวาสามารถกลับเข้าเมืองแล้วได้ตรงดิ่งไปที่สมาคมนักผจญภัยเพื่อรายงานภารกิจ
เธอได้นำศีรษะของหัวหน้าโจรตามใบประกาศมาเป็นหลักฐาน วินาทีที่เธอแสดงมันออกมาทำให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบฮือฮากับเหตุการณ์ตรงหน้านี้
“เชิญคุณผู้หญิงทางนี้ดีกว่าครับ” พนักงานสมาคมนักผจญภัยรีบเชิญอีวาไปที่ห้องรับรองส่วนตัวในทันที
เธอเดินตามชายชราไปอย่างว่าง่าย
ห้องรับรองที่มีไว้รับแขกคนสำคัญถูกจัดไว้ที่นี่ อีวานั่งลงบนเก้าอี้รับแขกอย่างสงบนิ่ง
แล้วศีรษะของหัวหน้าโจรทั้งสองกลุ่มได้วางอยู่ตรงหน้า
“กรุณารอสักครู่ ท่านหัวหน้าสมาคมกำลังจะมา”
ไม่นานสตรีวัยกลางคนในชุดกระโปรงสีน้ำเงินก็ก้าวเข้ามา เธอมองไปที่อีวาครั้งหนึ่งก่อนจะนั่งลงตรงข้ามเธอ
“ยินดีต้อนรับคุณอีวา ฉันแอนนาเป็นหัวหน้าสมาคมของเมืองนี้ ไม่ทราบว่ากลุ่มของคุณเป็นคนจัดการโจรทั้งสองกลุ่มนี้จริงๆ หรอ?” สตรีตรงหน้าเอ่ยขึ้น
ทว่าอีวากลับส่ายศีรษะไปมา
“ไม่ใช่”
“หมายความว่ายังไง?” แอนนาหรี่ตาลงแล้วขมวดคิ้ว
“ไม่ใช่กลุ่ม แต่เป็นฉันเพียงคนเดียว” อีวากล่าวอย่างสงบนิ่ง ท่าทางของเธอไม่ได้หวั่นเกรงในตัวตนอย่างหัวหน้าสมาคมตรงหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
อีวามีสัมผัสรับรู้ที่ยอดเยี่ยม แน่นอนว่าเธอย่อมรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้านี้แข็งแกร่ง
ผู้ที่มีความแข็งแกร่งกว่าเธอ นั่นก็หมายความว่าแอนนานั้นคือเอิร์ลที่มีความสามารถคนหนึ่ง
ทว่าอีวากลับไม่ได้ใส่ใจเลยแม้น้อย เพราะตอนนี้เธอก็คือเอิร์ลเช่นกัน อีกทั้งพลังสายเลือดโลกลวงของเธอสามารถกดข่มผู้ที่อยู่ขอบเขตเดียวกันได้
ผู้บ่มเพาะขอบเขตเอิร์ลจึงไม่ควรค่าให้เธอต้องใส่ใจ
“หืม ...” แอนนารู้สึกประหลาดใจกับคำพูดนี้เป็นอย่างมาก
ก่อนหน้าที่มีคนแจ้งเรื่องนี้ เธอได้ตรวจสอบประวัติของอีวามาครู่หนึ่งแล้ว และพบว่าเธอพึ่งลงทะเบียนเป็นนักผจญภัยและยังเป็นแค่บารอนคนหนึ่งเท่านั้น แต่ท่าทางที่เธอแสดงออกมาตรงหน้านี้ดูมั่นใจเกินไป
แม้แต่เธอที่เป็นเอิร์ลคนหนึ่งก็ไม่สามารถหยั่งพลังของอีกฝ่ายได้
โดยปกติแล้วผู้มีการบ่มเพาะสูงกว่านั้นสามารถหยั่งพลังบ่มเพาะของผู้ที่ด้อยกว่าได้คร่าวๆ
แต่การที่เธอไม่สามารถหยั่งพลังของอีวาได้นั่นไม่ได้หมายความว่าคนตรงหน้านี้อยู่ในขอบเขตเอิร์ลหรอกหรือ?
‘คิดอะไรบ้าๆ น่า ... ไม่กี่วันก่อนเธอยังวัดพลังว่าอยู่ในขอบเขตบารอนอยู่เลย ภายในเวลาไม่กี่วันมันย่อมเป็นไปไม่ได้ที่คนๆ หนึ่งจะมาถึงขอบเขตเอิร์ลได้’ แอนนาถึงกับบ่นพึมพำในใจ
ตอนนั้นเองอีวาก็เอ่ยขึ้น
“เอาเป็นว่าฉันนำหัวของหัวหน้าโจรตามประกาศมาขึ้นรางวัลแล้ว ส่วนเรื่องที่ว่าฉันได้จัดการพวกนั้นไปแล้วหรือไม่ พวกคุณสามารถส่งคนไปตรวจสอบได้เลย”
เมื่อเห็นท่าทางที่หนักแน่นของอีวา แอนนาก็รีบตั้งสติกลับคืนมา
อย่างที่อีวาว่าไป ไม่ว่าใครจะเป็นคนกำจัดโจรพวกนี้ แต่ศีรษะทั้งสองที่อยู่ตรงหน้านี้ก็เป็นเครื่องยืนยันแล้วว่าพวกเขาได้ตายจริงๆ
“เป็นอย่างที่คุณพูด ฉันเสียมารยาทแล้ว เอาเป็นว่าฉันจะให้คนเอาเงินรางวัลมาให้คุณเดี๋ยวนี้”
แอนนาเอ่ยพร้อมกับจะลุกขึ้น
แต่ทว่าอีวากลับเอ่ยขัดขึ้นก่อน
“เดี๋ยวก่อน ... ฉันยังมีธุระอีกอย่างหนึ่ง”
“หืม ... เชิญคุณว่ามาได้เลย”
“ฉันต้องการซื้อข้อมูลจากสมาคม”
“ข้อมูล?”
สิ่งนี้ต้องทำให้แอนนาหรี่ตาลงอีกครั้ง
“ใช่ ฉันต้องการทราบเรื่องปรมาจารย์จารึก มันมีราคาเท่าใด?” อีวาถาม
“โอ้ ... มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการรู้เรื่องไหน?”
“อาณาจักรฮาดาแห่งนี้มีปรมาจารย์จารึกกี่คน? ปรมาจารย์จารึกที่เก่งกาจที่สุดในอาณาจักรคือใคร? เขาจะรับลูกศิษย์หรือไม่?” อีวาเอ่ยในสิ่งที่เฟิร์สต้องการ
ใช่แล้ว เฟิร์สต้องการให้อีวาเป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์จารึก ทั้งนี้นอกจากเขาจะเก่งกาจด้านอักขระแล้ว เขาก็ต้องการให้อีวาที่ร่วมกันใช้ร่างนี้เป็นปรมาจารย์จารึกเช่นกัน
หากอีวาสามารถเป็นปรมาจารย์จารึกได้ การที่เธอจะช่วยเหลือพ่อแม่ก็ง่ายดังพลิกฝ่ามือ
แอนนาที่ได้ฟังความต้องการของอีวาถึงกับยิ้มออกมา
“คุณต้องการเป็นปรมาจารย์จารึกอย่างนั้นหรอ?”
“นั่นไม่ใช่เรื่องของคุณ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดูเหมือนว่าฉันจะเสียมารยาทอีกแล้ว ... ความจริงเรื่องที่คุณต้องการรู้ก็ไม่ได้เป็นความลับอะไรมากนัก เอาเป็นว่าฉันจะบอกคุณฟรีๆ ก็แล้วกัน” แอนนาเอ่ยอย่างใจเย็น
“ขอบคุณ”
“อาณาจักรฮาดาในยุคนี้ไม่ได้รุ่งโรจน์เหมือนในอดีต ในบรรดามหาทวีปมันถูกจัดเป็นอาณาจักรขั้นสามเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นฮาดาก็มีปรมาจารย์จารึกที่เยี่ยมยอดคนหนึ่ง ท่านผู้นี้ถูกเรียกว่าจอมปราชญ์ ไม่เพียงจอมปราชญ์จะเป็นปรมาจารย์จารึกแต่เขายังเป็นหนึ่งในสองตัวตนที่อยู่ในขอบเขตจักรพรรดิ์ที่ยังมีชีวิตของอาณาจักรอีกด้วย
จอมปราชญ์มีลูกศิษย์ทั้งหมดสี่คน แต่ละคนถูกเรียกว่า ท่านหนึ่ง ท่านสอง ท่านสาม และท่านสี่ พวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการจารึกทั้งสิ้น ข้าจึงตอบได้ว่าอาณาจักรฮาดาแห่งนี้มีปรมาจารย์จารึกด้วยกันทั้งหมดห้าท่านเท่านั้น” แอนนาเอ่ยบรรยายออกมา
“มีเพียงแค่ห้าคนอย่างนั้นหรอ? แล้วลูกศิษย์ของแต่ละท่านนั้นรับลูกศิษย์อีกหรือไม่?”
“อย่างที่รู้กันว่าปรมาจารย์จารึกไม่ใช่ตัวตนที่จะเป็นกันได้ง่ายๆ ท่านทั้งสี่ยังไม่มีความสามารถมากพอที่จะรับลูกศิษย์ได้ หากเธอต้องการเป็นปรมาจารย์จารึกมีแต่ต้องไปเป็นท่านห้าแล้ว” แอนนาเอ่ยอย่างหยอกล้อ
“แล้วจอมปราชญ์อาศัยอยู่ที่ไหน?”
อีวาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง เธอจึงมีความรู้เกี่ยวกับจอมปราชญ์น้อยมาก
“เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความลับเช่นกัน ใครๆ ก็รู้ว่าท่านจอมปราชญ์อาศัยอยู่ที่ยอดเขาฮาดา”
“ยอดเขาฮาดา ภูเขาเทพแห่งอาณาจักรฮาดา”
อาณาจักรฮาดามีภูมิประเทศเป็นป่าเขาที่มีลำธารไหลผ่าน เทือกเขามากมายขึ้นเรียงรายกันจนกลายเป็นชัยภูมิที่ซับซ้อน แต่ยังมีภูเขาลูกหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอาณาจักร สถานที่แห่งนั้นถูกเรียกว่า “ภูเขาเทพ” และสถานที่ที่อยู่บนสุดถูกเรียกว่า “ยอดเขาฮาดา”
สถานที่ที่ปุถุชนยากจะเข้าถึง ว่ากันว่ามีเพียงแต่ยอดฝีมือระดับเทพเท่านั้นที่จะขึ้นไปที่เขาลูกนั้นได้ มันจึงถูกเรียกว่าภูเขาเทพ
“ใช่แล้วที่นั่นแหละ” แอนนาเอ่ยอย่างยิ้มๆ เมื่อเห็นท่าทางของอีวา