บทที่ 39 ข้ามีแค่พี่ชายข้าเท่านั้น!1
ยอดผู้ฝึกกระบี่?
แน่นอนว่าเขาไม่ใช่ยอดผู้ฝึกกระบี่หรอก กระบี่ของเขาสามารถส่งรังสีกระบี่ออกไปได้ก็ตอนที่เขาเรียกใช้กระบวนท่า ‘หนึ่งกระบี่ชี้ชะตา’ เท่านั้น แสงกระบี่นับว่าเป็นความพิเศษของทักษะกระบี่นี้
แท้จริงแล้วตัวเขาเองยังไม่ไปถึงระดับที่เรียกว่ายอดผู้ฝึกกระบี่ แต่แน่นอนว่าชายหนุ่มอยู่ห่างจากขั้นนั้นไม่ไกลแล้ว!
เมื่อกระบี่จิตวิญญาณในมือของเย่ฉวนเปล่งรังสีกระบี่ออกมาจาง ๆ ทุกคนในห้องก็พลันเงียบกริบ!
ชายที่มีพลังแข็งแกร่งหลายคนที่เดินมาอยู่ตรงหน้าเย่ฉวนก็ได้หยุดเดิน ในดวงตาของพวกเขาเปี่ยมแววตกตะลึงและเคร่งขรึมลง!
ในสายตาของพวกเขา แม้ผู้ฝึกกระบี่จะมีไม่มาก แต่ผู้ฝึกกระบี่ธรรมดาไม่ได้หายาก ทว่ายอดผู้ฝึกกระบี่นับว่าต่างออกไป
มีคนทั้งหมดกี่คนในแคว้นเจียง?
มีเพียงผู้ที่ได้รับการบันทึกไว้ว่าเป็นยอดผู้ฝึกกระบี่เพียงไม่ถึงร้อยคนเท่านั้น สิ่งนั้นไม่สำคัญเท่าใดนัก แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือเด็กหนุ่มตรงหน้าพวกเขามีอายุเท่าใดกันแน่?
พลังน่ากลัวชนิดไหนกันที่สามารถสร้างยอดผู้ฝึกกระบี่อายุน้อยเช่นนี้ขึ้นมาได้?
ในตอนนี้สตรีในผ้าคลุมหน้าพลันมองลงมายังศพสองศพบนพื้นและออกคำสั่ง “โยนศพสองศพนี้ให้สุนัขกินซะ แล้วจงโบยคนที่เพิ่งหนีไปจนตายและโยนเขาออกจากเรือเหาะ!”
เอ่ยดังนี้ นางก็มองหันมามองเย่ฉวนที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะพูดว่า “จัดห้องระดับสูงสุดให้คุณชายผู้นี้ อย่าละเลยเขาเป็นอันขาด!”
หลังจากนั้นหญิงสาวก็หันหน้าเดินจากไป!
ภายในห้อง เหล่าผู้คุมพลังแข็งแกร่งโค้งศีรษะให้เย่ฉวนเล็กน้อยและเดินจากไป หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้น “คุณชาย เชิญตามข้ามา!”
เย่ฉวนอ้ำอึ้งเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ตามหลังผู้คุมไปพร้อมกับเย่หลิง
มีผู้คุมนำทางไป สองพี่น้องก็มาถึงห้องระดับสูงสุด เมื่อเข้ามาในห้องแล้วพวกเขาก็ถึงกับตะลึงงันกับภาพที่เห็นตรงหน้า
มันเป็นห้องใหญ่!
ใหญ่โตอย่างยิ่ง!
ห้องระดับชั้นยอดทั้งห้องมีขนาดใหญ่กว่าห้องที่พวกเขาเคยอยู่อย่างน้อยสิบเท่า เช่นเดียวกับข้าวของเครื่องใช้ภายในที่ดูหรูหราเป็นอย่างยิ่ง ผังโดยรอบดูราวกับอยู่ในราชวัง แม้แต่พื้นก็ปูด้วยขนสัตว์ไม่ทราบชนิดที่ให้ความรู้สึกนุ่มเท้าเป็นอย่างมาก!
เบื้องหลังเย่ฉวนและน้องสาว ผู้คุมก็ค้อมศีรษะคารวะเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไป
“ว้าวว!”
เย่หลิงมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้น “พี่ชาย ห้องนี้ช่างกว้างขวางและดูสวยงามนักเจ้าค่ะ!”
เย่ฉวนลูบศีรษะเล็กของเย่หลิงอย่างอ่อนโยน คลี่ยิ้มบางเบาโดยไม่พูดอะไร
เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างได้ นางก็เงยใบหน้าเล็กขึ้นและมองเย่ฉวน “พี่ชาย เป็นเพราะพี่เป็นยอดผู้ฝึกกระบี่ใช่ไหมเจ้าคะ พวกเขาจึงปฏิบัติต่อเราดีเช่นนี้?”
เย่ฉวนพยักหน้า
“ทำไมล่ะเจ้าคะ?” เย่หลิงงุนงงไป
เย่ฉวนยิ้ม “เพราะพวกเขาจริงจังมากน่ะสิ!”
เย่หลิงยังอยากถามอะไรบางอย่างอยู่ แต่ในตอนนี้กลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เย่ฉวนจึงหันไปเอ่ย “เข้ามาได้!”
ประตูเปิดออกและสตรีคนหนึ่งก็เดินเข้ามา!
นางคือสตรีในผ้าคลุมหน้าเมื่อก่อนหน้านี้!
สตรีในผ้าคลุมหน้านั่งทางด้านหนึ่งและเชื้อเชิญเย่ฉวน “คุณชาย โปรดนั่งลง!”
เย่ฉวนนั่งลงยังฝ่ายตรงข้ามสตรีในผ้าคลุมหน้า ขณะเดียวกันเย่หลิงก็นั่งอย่างสงบเสงี่ยมไม่ไกลนักและจ้องมองสตรีในผ้าคลุมอย่างใคร่รู้
สตรีในผ้าคลุมรินชาให้เย่ฉวน “นี่คือชาอัปสรยอดไผ่ คุณชาย โปรดลองชิมดู!”
เย่หลิงพยักหน้าเบา ๆ “แม่นางช่างกรุณานัก”
หลังจากนั้นเขาก็จิบอึกหนึ่ง ชาหวานเย็นไหลลงลำคอ ทำให้เขารู้สึกสดชื่นอย่างยิ่ง!
ชาดีนัก!
เย่ฉวนวางถ้วยชาลงและมองสตรีในผ้าคลุมหน้าตรงหน้าเขา “ข้าคือเย่ฉวนมาจากเมืองชิง”
สตรีในผ้าคลุมหน้าเหลือบมองเย่ฉวน “ข้าคือหานเซียงเมิ่ง”
เย่ฉวนยิ้มแต่ไม่เอ่ยอะไรออกมา นางเอ่ยเพียงชื่อของนาง เห็นชัดว่านางไม่ต้องการเปิดเผยตัวเองมากนัก
หานเซียงเมิ่งจิบชาอย่างนุ่มนวล จากนั้นก็เอ่ยขึ้น “คุณชาย ท่านเป็นยอดผู้ฝึกกระบี่ตั้งแต่อายุยังน้อยเท่านี้ ข้าเดาว่าท่านต้องได้รับการฝึกโดยตระกูลมีชื่อเป็นแน่ ท่านฝึกจากที่ไหนมาหรือ?”
นางกำลังถามถึงที่มาของเขา!
เย่ฉวนส่ายหน้าพลางยิ้ม
เห็นดังนี้ หานเซียนเมิ่งก็ย่นคิ้วเข้มเล็กน้อย “ท่านหมายความว่าอย่างไร คุณชาย?”
เย่ฉวนมองตรงไปที่หานเซียงเมิ่ง “แม่นางหาน ขออภัยด้วยที่ข้าต้องพูดโดยตรง ท่านให้คุณค่าเพียงพื้นหลังของคนยามสมาคมกับผู้อื่นหรือ?”
หานเซียงเมิ่งหรี่ตาลง เห็นชัดว่านางไม่คิดว่าเย่ฉวนจะพูดเช่นนี้
เย่ฉวนเอ่ยอีกครั้ง “แม่นางฉวน หากท่านต้องการเป็นมิตรกับผู้อื่น ท่านต้องปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความจริงใจมากกว่าจะเล่นลูกไม้กับพวกเขา หรือแม้แต่ดูเพียงพื้นหลังของพวกเขา แน่นอนว่าถ้าหากเป็นวิธีการผูกมิตรของแม่นางหานแล้วล่ะก็ ข้าก็ต้องขออภัยที่ไม่อาจให้ความร่วมมือกับท่านได้”
หลังกล่าวจบ เขาก็ลุกขึ้นและมองเย่หลิงที่อยู่ไม่ไกล “เราไปกันเถอะ!”
เย่หลิงวิ่งตามหลังเย่ฉวนไปอย่างเชื่อฟัง!
เย่ฉวนเดินออกไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย แต่เมื่อสองพี่น้องเดินไปที่ประตู หานเซียงเมิ่งพลันเอ่ยขึ้น “คุณชาย ได้โปรดหยุดก่อน!”
เย่ฉวนหยุดเดิน หานเซียงเมิ่งกระซิบ “ข้าต้องขออภัยที่ละลาบละล้วงเมื่อก่อนหน้านี้ โปรดอย่าถือสาข้าเลยคุณชาย”
เย่ฉวนหันมองหานเซียงเมิ่ง “แม่นางหาน ท่านเมินการสังหารก่อนหน้านี้ของข้า ข้าจะจดจำความดีของท่านไว้! ไว้จะหาทางตอบแทนท่านในภายภาคหน้าแน่นอน!
เอ่ยดังนี้แล้วชายหนุ่มก็พลันมีท่าทีเหินห่างกับนางอย่างจงใจ!
ที่จริงแล้วหานเซียงเมิ่งเข้าใจเจตนาของเย่ฉวนแต่นางก็ไม่ได้อธิบายอะไรต่อ หญิงสาวกลับพยักหน้าเล็กน้อยและเอ่ยขึ้น “ดึกแล้ว คุณชาย โปรดพักผ่อนเถอะ!”
หลังจากนั้นนางก็หันหลังเดินออกจากห้องไป
ด้านนอกห้อง ชายชราคนหนึ่งก็ปรากฏตัวเบื้องหลังหานเซียงเมิ่ง “แม่นาง?”
หานเซียงเมิ่งหยุดเท้าและเอ่ยขึ้น “เขาเป็นยอดผู้ฝึกกระบี่ที่มีนิสัยน่ารังเกียจจริง ๆ!”