จอมราชันย์อัสนี (Lightning Sovereign):

    ตอนที่ 45:ทรัพยากรใหม่

    ตอนที่ 45: ทรัพยากรใหม่ และเป้าหมายต่อไป 

    เฉิน ฮ่าวหราน ใช้เวลาตลอดทั้งค่ำคืนและเกือบตลอดทั้งวันถัดมาในการทำสมาธิอย่างลึกซึ้งและฟื้นฟูสภาพร่างกายอย่างเต็มที่ภายในห้องพักหมายเลข 12 อันเงียบสงบของเขา การต่อสู้อันดุเดือดและเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับราชินีแมงมุมผลึกระดับก่อลมปราณช่วงปลาย และการเดินทางอันยาวนานและยากลำบากไปกลับจากถ้ำหินงอก ได้ทิ้งความเหนื่อยล้าสะสมและความบาดเจ็บเล็กน้อยไว้ตามร่างกาย แต่ด้วยรากฐานพลังปราณในระดับก่อลมปราณช่วงต้นที่เริ่มจะมั่นคงแข็งแรงขึ้น ประกอบกับคุณสมบัติในการเสริมสร้างและฟื้นฟูร่างกายอันเป็นเอกลักษณ์ของพลังงานอัสนีบรรพกาล (แม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์แบบก็ตาม) และยาเม็ดฟื้นฟูพลังระดับต่ำที่เขามีติดตัวอยู่ ก็ได้ช่วยให้เขาสามารถฟื้นคืนกลับสู่สภาพที่สมบูรณ์พร้อมได้อย่างรวดเร็วอย่างน่าประหลาดใจ บาดแผลภายนอกตามร่างกายสมานตัวดีขึ้นมากด้วยยาทาเมฆขาวที่มารดาให้ไว้ พลังงานภายในร่างกายกลับมาเปี่ยมล้นอีกครั้ง และที่สำคัญคือ ดูเหมือนว่าพลังงานนั้นจะมีความกลมกลืนและเชื่องต่อการควบคุมของเขามากขึ้นเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ได้ผ่านการต่อสู้จริงและการใช้พลังอย่างสุดขีดมา

    เมื่อร่างกายกลับมาพร้อมสมบูรณ์ จิตใจปลอดโปร่งและสงบนิ่ง เขาก็ไม่รอช้าที่จะนำ แต้มอุทิศ (Contribution Points) จำนวน 123 แต้ม ที่เขาได้รับมาอย่างยากลำบากจากการทำภารกิจรวบรวมผลึกแสงจันทร์ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการฝึกฝนของตนเองในทันที

    เขามุ่งหน้าตรงไปยัง "หออุทิศ" (Contribution Hall) ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่และคึกคักที่สุดแห่งหนึ่งในตำหนักเมฆาครามอีกครั้ง บรรยากาศภายในหอยังคงเต็มไปด้วยเหล่าศิษย์ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนแต้มอุทิศกับทรัพยากรต่างๆ หรือมารับภารกิจใหม่เช่นเคย แต่ในครั้งนี้ เฉิน ฮ่าวหราน เดินเข้ามาด้วยเป้าหมายที่ชัดเจนและแน่วแน่ เขามองข้ามรายการแลกเปลี่ยนพื้นฐานทั่วไป เช่น เสื้อผ้า หรืออาหารพิเศษ ตรงไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรที่จำเป็นต่อการช่วยฝึกฝนพลังโดยตรง

    'ยาเม็ดฟื้นฟูพลังปราณระดับต่ำ ข้ายังมีเหลือติดตัวอยู่สองเม็ดแล้ว ยาทาสมานแผลก็ยังพอมีอยู่ สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับข้าในตอนนี้คือ การเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งของระดับพลัง และการทำความเข้าใจในเคล็ดวิชาต่างๆ ที่ข้ามีอยู่ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น' เขาวิเคราะห์ถึงความต้องการที่แท้จริงของตนเองอย่างรอบคอบ

    เขามองไปยังรายการแลกเปลี่ยน "เวลาในการเข้าใช้ห้องฝึกพลังระดับต่ำ" ซึ่งระบุไว้ว่ามีพลังงานฟ้าดินที่หนาแน่นและบริสุทธิ์กว่าห้องพักธรรมดาทั่วไปประมาณสองเท่าตัว ค่าเช่าในการใช้งานอยู่ที่ 5 แต้มอุทิศ ต่อหนึ่งชั่วยาม (ประมาณ 2 ชั่วโมง) 'การลงทุนเพื่อสร้างรากฐานพลังที่มั่นคงและแข็งแกร่งนั้น ย่อมเป็นสิ่งที่คุ้มค่าเสมอ' เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เขาใช้ 50 แต้มอุทิศ แลกเปลี่ยนเป็น เวลาในการใช้งานห้องฝึกพลังระดับต่ำ จำนวน 10 ชั่วยาม (เทียบเท่ากับ 20 ชั่วโมงเต็ม) ซึ่งน่าจะเพียงพอให้เขาได้ใช้ในการฝึกฝนอย่างเข้มข้นได้หลายครั้ง หรือใช้ในยามที่ต้องการจะทะลวงระดับพลังในอนาคต

    จากนั้น เขาก็มองต่อไปยังหมวดหมู่ "วัตถุดิบพื้นฐานสำหรับการฝึกฝน" เขาพบกับรายการ "หินพลังงานระดับต่ำ" (Low-Grade Energy Stone) ซึ่งเป็นหินพิเศษที่สามารถกักเก็บพลังงานฟ้าดินบริสุทธิ์ไว้ภายในได้จำนวนหนึ่ง สามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานเสริมในการฝึกฝนเคล็ดวิชาที่ต้องใช้พลังงานมาก หรือใช้ในการเดินค่ายกลพื้นฐานต่างๆ ได้ ราคาของมันอยู่ที่ก้อนละ 12 แต้มอุทิศ 'มีติดตัวสำรองไว้บ้างก็ไม่น่าจะเสียหาย เผื่อในกรณีฉุกเฉิน หรือในยามที่ต้องการฝึกฝนในห้องพักแต่พลังงานฟ้าดินไม่เพียงพอ' เขาจึงตัดสินใจใช้แต้มอุทิศที่เหลืออยู่อีก 48 แต้ม แลกเปลี่ยน หินพลังงานระดับต่ำ นี้มาจำนวน 4 ก้อน

    ตอนนี้เขาได้ใช้แต้มอุทิศไปแล้ว 50 + 48 = 98 แต้ม ทำให้เขาเหลือแต้มอุทิศอยู่อีก 123 - 98 = 25 แต้ม เขามองดูรายการโอสถพื้นฐานอีกครั้ง เขาเหลือบไปเห็นรายการ "ยาเม็ดชำระจิต (Mind Cleansing Pill)" ซึ่งเป็นโอสถในระดับต่ำสุด มีสรรพคุณในการช่วยให้จิตใจสงบเยือกเย็นลง และเพิ่มพูนสมาธิในการฝึกฝนหรือทำความเข้าใจเคล็ดวิชาได้ดียิ่งขึ้น ราคาของมันอยู่ที่เม็ดละ 5 แต้มอุทิศ เขาจึงตัดสินใจใช้แต้มอุทิศที่เหลืออยู่ทั้งหมด 25 แต้ม แลกเปลี่ยน ยาเม็ดชำระจิต นี้มาจำนวน 5 เม็ด เพื่อเก็บไว้ใช้ในยามที่จำเป็น

    เมื่อทำการแลกเปลี่ยนทรัพยากรต่างๆ ที่เขาต้องการได้ครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว เฉิน ฮ่าวหราน ก็รู้สึกถึงความพร้อมและความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขามีทั้งยาเม็ดชำระจิตสำหรับช่วยในการทำสมาธิ, มีเวลาสะสมในการเข้าใช้ห้องฝึกพลังงานที่ดีขึ้น, และยังมีหินพลังงานระดับต่ำสำรองไว้อีกด้วย นี่คือข้อได้เปรียบของการได้เข้ามาอยู่ในสถาบันใหญ่อย่างเทียนซวน แม้ว่าเขาจะเป็นเพียงศิษย์ในกลุ่มระดับกลางอย่างกลุ่มเมฆขาว แต่เขาก็ยังคงมีโอกาสที่จะเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ เหล่านี้ได้ หากเขามีความพยายามและความสามารถมากพอที่จะทำภารกิจเพื่อแลกแต้มอุทิศมา

    ก่อนที่เขาจะเดินทางไปยังเขตห้องฝึกพลังงานนั้น เขาลองใช้จิตสื่อสารกับระบบมรดกแห่งซวนหยวนที่อยู่ในมโนสำนึกของเขาอีกครั้งหนึ่ง 'ระบบ ข้าต้องการที่จะใช้แต้มมรดกเพื่อทำการประเมินค่ากระบี่อัสนีกัมปนาทที่ข้าได้ค้นพบ'

    【การดำเนินการประเมินค่าวัตถุโบราณในระดับสูง ต้องการใช้ 20 มรดกแต้ม เพื่อเริ่มต้นกระบวนการประเมินผลในระดับเบื้องต้น ท่านต้องการยืนยันหรือไม่?】

    คำตอบของระบบยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง 'ยังคงขาดแต้มมรดกอีก 9 แต้มสินะ...' (จากเดิมมี 1 แต้ม + ได้มา 10 แต้ม = 11 แต้ม ต้องการ 20 แต้ม) ฮ่าวหรานข่มความผิดหวังเล็กๆ ที่เกิดขึ้นลงไปในใจ 'ไม่เป็นไร อย่างไรเสีย ข้าจะต้องหาแต้มมรดกที่เหลือมาให้ได้ในไม่ช้านี้แน่นอน!'

    เขาเก็บความคิดนั้นไว้ แล้วจึงมุ่งหน้าตรงไปยังเขตห้องฝึกพลังงานระดับต่ำที่อยู่ไม่ไกลนัก เขาแสดงป้ายหยกประจำตัวและม้วนบันทึกเวลาที่เขาเพิ่งแลกเปลี่ยนมาต่อศิษย์พี่ที่ทำหน้าที่ดูแลอยู่ ณ ทางเข้า แล้วจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปยังห้องฝึกพลังหมายเลข 7 ได้

    ห้องฝึกพลังงานระดับต่ำนั้น เป็นห้องหินสี่เหลี่ยมขนาดที่ไม่ใหญ่โตนัก ภายในไม่มีเครื่องเรือนหรือการตกแต่งใดๆ มีเพียงเบาะรองนั่งที่ทำจากฟางสานวางอยู่กลางห้องเท่านั้น แต่ทว่า ทันทีที่เขาก้าวเท้าแรกเข้าไปภายในห้อง เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังงานฟ้าดินที่หนาแน่นและบริสุทธิ์กว่าภายในห้องพักธรรมดาของเขาอย่างชัดเจน! มันให้ความรู้สึกที่สดชื่นและเปี่ยมไปด้วยพลัง!

    'ยอดเยี่ยมจริงๆ!' เขารู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง เขารีบปิดประตูห้องลงกลอนอย่างแน่นหนา เดินไปนั่งลงบนเบาะรองนั่งกลางห้อง หยิบยาเม็ดชำระจิตออกมาหนึ่งเม็ด กลืนมันลงไปในทันที เขารู้สึกถึงความเย็นสบายที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งศีรษะ ช่วยให้จิตใจที่อาจจะยังคงฟุ้งซ่านอยู่เล็กน้อย สงบลงและปลอดโปร่งขึ้นมาในทันที

    เขารวบรวมสมาธิทั้งหมด เริ่มต้นโคจรพลังงานตาม เคล็ดวิชาอัสนีบรรพกาล บทที่ 1 ในทันที!

    พลังงานฟ้าดินอันหนาแน่นภายในห้องฝึกพลังนี้ ถูกดูดซับเข้ามาสู่ร่างของเขาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องกว่าที่เคยเป็น ผ่านทั้งลมหายใจและการโคจรพลังงานตามเคล็ดวิชา มันไหลเวียนเข้าไปตามเส้นลมปราณ ผสานรวมเข้ากับพลังงานอัสนีบรรพกาลภายในอย่างช้าๆ และดูเหมือนจะกลมกลืนกันมากขึ้น เขารู้สึกได้ว่าการควบคุมพลังงานสายฟ้าในครั้งนี้ ทำได้ง่ายดายขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด! พลังงานที่เคยดุร้ายและพยศราวกับม้าป่า ดูเหมือนจะสงบลงและยอมให้เขา "ชักนำ" ให้ไหลไปตามเส้นทางที่ต้องการได้นานยิ่งขึ้น!

    'นี่คือผลลัพธ์ที่ได้จากพลังงานฟ้าดินที่หนาแน่นยิ่งขึ้น และสรรพคุณของยาเม็ดชำระจิตนี่เอง!' เขารู้สึกยินดีอย่างยิ่ง การลงทุนแต้มอุทิศในครั้งนี้ ช่างคุ้มค่าอย่างแท้จริง!

    เขาได้วางแผนการฝึกฝนของตนเองไว้อย่างรัดกุม เขาจะใช้เวลาทั้ง 10 ชั่วยามที่เขามีอยู่ในห้องฝึกพลังงานระดับต่ำนี้ให้คุ้มค่ามากที่สุด โดยจะเน้นไปที่การทำความเข้าใจและฝึกฝนการควบคุมเคล็ดวิชาอัสนีบรรพกาล บทที่ 1 เป็นหลัก ควบคู่ไปกับการฝึกฝน วิชาตัวเบาประกายอัสนี (โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโคจรพลังงานเพื่อเสริมความเร็ว) และการฝึกฝนเทคนิค การผนึกเสียงสะท้อน ให้มีความชำนาญมากยิ่งขึ้น

    ส่วนเรื่องของ กระบี่อัสนีกัมปนาท อันลึกลับนั้น เขาตัดสินใจว่าหลังจากที่ออกจากห้องฝึกพลังนี้แล้ว เขาจะลองเดินทางไปค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมใน หอคัมภีร์ ของตำหนักเมฆาครามดูก่อน บางทีอาจจะมีตำนานหรือบันทึกเก่าแก่บางส่วนที่กล่าวถึงกระบี่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ซ่อนอยู่ก็เป็นได้ และในขณะเดียวกันนั้น เขาก็จะต้องพยายาม หาหนทางในการสะสมแต้มมรดก ให้ครบ 20 แต้มโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะสามารถใช้ระบบช่วยประเมินค่าและไขความลับของกระบี่เล่มนั้นได้!

    ความสำเร็จจากการทำภารกิจที่ถ้ำหินงอกในครั้งนี้ ได้เปิดประตูไปสู่โอกาสใหม่ๆ ในการพัฒนาตนเองให้แก่เขาอย่างแท้จริง แต่มันก็มาพร้อมกับภาระอันหนักอึ้งและความลับที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เส้นทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย ปริศนา และอาจจะรวมถึงอันตรายที่คาดไม่ถึง แต่ด้วยทรัพยากรใหม่ที่เขาได้รับมา และความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่เพิ่มพูนขึ้น เฉิน ฮ่าวหราน ก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน!

    (จบตอนที่ 45)


    คล้ายกับเรื่องจอมราชันย์อัสนี (Lightning Sovereign): ที่คุณอ่าน