ร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก

    บทที่ 51

    (ตอนพิเศษ ปฏิบัติการครึ่งบกครึ่งน้ำบนน่านฟ้าเดียวกัน1) ณ พระราชวังเมืองหลวง อาณาจักรดีไวท์“มีเรื่องแจ้งให้ทราบขอรับองค์ราชา” เสนาบดีฝั่งซ้าย ‘มอแกน’ บิดาของเจ้าเมืองมาลีนกล่าวกับองค์ราชาทีโอดอล องค์เหนือหัวของราชอาณาจักรดีไวท์“ว่ายังไงท่านเสนาซ้าย ท่านมีเรื่องอะไรด่วนถึงได้มาพบข้าในยามดึกเช่นนี้” พระราชากล่าวออกมาอย่างขัดพระทัย แต่ท่านเองก็เข้าใจว่ามันน่าจะเป็นเรื่องด่วนไม่อย่างนั้นเสนาท่านนี้คงไม่เข้ามาหาเขาอย่างนี้แน่นอน“ภารกิจที่ท่านให้ข้าเป็นคนตั้งภารกิจกวาดล้างกลุ่มโจรผ้าแดงที่เป็นกบฏได้รับการตอบรับจากสมาคมนักฆ่าแล้วขอรับ ท่านทีโอดอล” เสนาบดีกล่าวออกมาพร้อมกับก้มหัวเพื่อกล่าวรายงาน“อย่างนั้นก็ดีแล้วไม่ใช่หรือยังไง เราก็แค่เสียเงินนิดๆหน่อยๆ ดีกว่าจะต้องเสียกำลังพล และค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ ว่าแต่กลุ่มไหนในสมาคมนักฆ่าเป็นผู้ทำภารกิจ และผู้ร่วมภารกิจมีจำนวนกี่คนกันล่ะท่านเสนา” ทีโอดอลกล่าวถามออกมากับเสนาคนสนิทของเขา“จากรายงานที่ได้รับมาจากสมาคมนักฆ่า กลุ่มที่รับภารกิจของเราไปมีชื่อว่า หน่วยหมาป่าขาว สมาชิกในการทำภารกิจครั้งนี้ทั้งหมด 12 คนขอรับท่านราชา” เสนากล่าวไปตามที่ได้รับข้อมูลมา เขาเองก็ตกใจอยู่เหมือนกันกับจำนวนคนเพียงเท่านี้“ห๊ะ!! ภารกิจใหญ่ขนาดนี้ ข้านึกว่าพวกเขาจะส่งคนไปเป็นพันเสียอีก แค่12 คนจะทำอะไรได้ สู้กับคนเป็นหมื่น เห้อ..แล้วอัตราความสำเร็จบ่งบอกอะไรบ้าง..” พระราชาถามบ่นออกมาแล้วกล่าวถามต่อ“จากที่ทางสมาคมนักฆ่าแจ้งเข้ามา หน่วยหาป่าขาวพึ่งถูกก่อตั้งขึ้นมาขอรับ ส่วนใครเป็นหัวหน้ากลุ่มหรือสมาชิกกลุ่มมีผู้ใดบ้างเราไม่สามารถหาข้อมูลได้เลยขอรับ” มอแกนกล่าวออกมา“อื้มมม..อย่างนั้นรึ มันน่าแปลกยิ่งนัก” ทีโอดอลกล่าวออกมาด้วยความสงสัย“ข้าก็ว่าเช่นนั้นขอรับ การที่พวกเขากล้าที่จะรับภารกิจนี้มีอยู่สามประเภทเท่านั้น หนึ่งคืออยากลอง สองคือบ้า สามคือมีความสามารถจริงๆ และการที่ทางสมาคมนักฆ่าปกปิดรายชื่อของสมาชิกอย่างนี้ หลักๆแล้วตามหลักเหตุผลก็น่าจะเป็นอย่างที่สามขอรับ” มอแกนกล่าวออกมาตามสิ่งที่ตัวของเขาได้วิเคราะห์ออกมาหากเป็นเหตุผลที่หนึ่ง ที่เป็นพวกอยากลองของ พวกเขาจะต้องเป็นกองกำลังที่มีชื่อเสียง และมีจำนวนมากพอ ที่ลองภารกิจแบบนี้ แต่มันก็เสี่ยงอยู่ไม่น้อยที่จะต้องสู้กับคนหลักหมื่น และที่สำคัญทั้งหมดนั้นไม่เป็นทหารก็นักสู้กันหมดแล้ว สรุปถ้าจะลองต้องแข็งแกร่ง และมีจำนวนคนที่พอจะสู้กับอีกฝั่งหนึ่งได้หากเป็นเหตุผลที่สองคือบ้า พวกคนเหล่านี้ถึงจะเป็นพวกไม่สนใจอะไรมาก จำนวนคนก็ไม่น่าจะเกี่ยว แต่สำหรับจำนวนคนเพียง 12 คนมันก็ออกจะบ้าเกินไปหน่อย แต่ถึงยังไงรายชื่อมันควรที่จะออกมาบ้าง ความเป็นไปได้ที่เป็นไปได้มากที่สุดก็น่าจะเป็นอย่างที่สามมากกว่า พวกเขาน่าจะมั่นใจว่าสามารถทำได้ จึงต้องปกปิดสมาชิกภายในกลุ่มเอาไว้และถ้ามันสำเร็จจริงๆ พวกเขานี่แหละจะต้องระวังกลุ่มๆนี้ให้ดี ไม่แน่ว่าในภายภาคหน้า พวกเขาเหล่านี้อาจจะมีการรับภารกิจที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ หรืออาจจะทำลายล้างราชวงศ์ในคราวหลังก็เป็นไปได้ ทั้งสองช่วยกันวิเคราะห์สถานการณ์ต่อไปในข้างหน้าที่อาจจะเกิด แต่ในตอนนั้นเองทหารม้าเร็วที่มาจากเมืองทางตอนใต้ขออาณาจักรวิ่งเข้ามายังโซนปราสาท พร้อมกับถือธงประจำราชวงศ์ ทหารนายนั้นรีบวิ่งลงจากม้าโดยที่ไม่ได้เก็บม้าเลย เขารีบวิ่งไปยังโซนหน้าพระราชวัง ทหารที่หน้าประตูเห็นก็รีบไปแจ้งให้กับพระราชาทราบให้ทันที“รายงานขอรับองค์เหนือหัว ทหารม้าเร็วจากแดนใต้มีเรื่องจะกราบทูลเป็นการด่วนขอรับ” ทหารองครักษ์หน้าประตูปราสาทได้กล่าวออกมาพร้อมกับคุกเข่าลงรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น และแน่นอนว่าพระราชาก็รีบหันไปมองเสนาคนสนิทของตัวเองประมาณว่ามันเรื่องอะไรกันอีก เสนาได้แต่ส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนที่ทีโอดอลจะเรียกทหารม้าเร็วนายนั้นเข้าพบทหารนายนั้นเดินเข้ามาถวายความเคารพตามปกติ ก่อนจะบอกว่าตนเป็นคนของเจ้าชาย ‘วีนัส ออน ดิ ดีไวท์’ ซึ่งเป็นบุตรชายคนที่สองของพระองค์ เขาได้ยื่นจดหมายลับที่ประทับโดยตราประจำตัวที่ถูกต้อง พระราชาก็รับมาแล้วเปิดอ่านในทันทีทีโอดออลอ่านได้สักพักก็ยื่นจดหมายฉบับนี้ไปทางเสนามอแกน เพื่อให้เขาช่วยวิเคราะห์อีกแรง มอแกนที่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้วก็รีบไล่ทหารคนนั้นออกไปก่อน เพราะเนื้อหาในจดหมายมันไม่ได้ต่างอะไรจากที่พวกเขากำลังกังวลเลยไม่น้อย ทหารนายนั้นรีบออกไปในทันที เมื่อเห็นว่าทุกอย่างปลอดภัยแล้ว เขาก็จึงเริ่มที่จะกล่าวออกมา“หน่วยฉลามขาวรับภารกิจตีกองโจรสลัดอันดามัน และสังหารผู้นำโจรสลัด ‘โมลโก้’ จากสมาคมนักฆ่า และยังมีสมาชิกกลุ่ม 12 คน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้ว ข้าคิดว่าพวกเขากำลังพยายามจะเปิดตัวของกลุ่มทั้งสองกลุ่มนี้อย่างแน่นอนขอรับท่านทีโอดอล” เสนาซ้ายเอ่ยออกมา พระราชาเองก็คิดตามเหตุผลที่เสนาคนสนิทกล่าวออกมา แต่เขาก็ยังไม่ได้กังวลมากนัก เพราะว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อภารกิจสำเร็จแล้วเท่านั้น“เฝ้าติดตามทั้งสองภารกิจนี้อย่างใกล้ชิด หากมีความคืบหน้าใดๆ ให้รีบแจ้งข้าเป็นการด่วน..อีกอย่างส่งสารไปให้กับลูกชายของข้า.. ให้เสนอพบเจอเพื่อพูดคุยกับหัวหน้ากลุ่มของฝั่งนั้นด้วย เจ้าเองก็ควรจะทำ..” พระราชากล่าวออกมา และมอแกนเองก็เห็นด้วย“ข้ารีบดำเนินการตามรับสั่งขอรับ.. เชิญท่านกลับไปพักผ่อนเถอะขอรับ โปรดวางใจ” มอแกนก้มหัวให้เล็กน้อย ก่อนที่องค์ทีโอดอลจะเดินกลับไปห้องบรรทมของพระองค์ ณ ห้องประชุมลับของหน่วยหมาป่า ผู้ที่เป็นหัวหน้าการวางแผนคือกราเซียได้เริ่มวางแผนเป็นจริงเป็นจัง เขาเรียกร้องขอข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยข่าวกรอง ไม่นานเกินรอ ข้อมูลในส่วนต่างก็ถูกส่งกลับมา และทำเรื่องร้องขออาวุธ และกระสุนจากท่านผู้นำเพิ่มเติม ซึ่งก็ได้การตอบรับมาอย่างดี ส่วนเรื่องของเงินจะต้องส่งให้กับคนที่เดินทางไปส่ง และน่าจะเป็นคนของหน่วยอินทรีย์จากที่คาดเดา“จากข่าวที่เราได้รับมาจากศูนย์ข่าวกรอง กองกำลังโจรผ้าแดงนั้น ฐานที่ตั้งอยู่ที่เทือกเขาการาต้า และจากที่คาดเดา พวกมันกำลังสะสมเสบียงอาหาร และกำลังพล เพื่อยึดครองเขตเมืองเหนือที่จุดนี้” กราเซียได้ปักหมุดลงไปเพื่อให้ทุกคนได้รู้ว่าฐานที่มั่นอยู่ตรงไหน“และเรายังทราบอีกว่า พวกมันจะแบ่งกำลังพลเป็นแปดกองพัน กองละ 1000 คนตามทิศแปดทิศรอบฐานที่มั่น จุดนี้.....และสุดท้ายคือจุดนี้” เขาปักหมุดสีที่ดูแตกต่างจากอันก่อนหน้านี้ไว้ และเขายังอธิบายต่อเรื่องของการรวมค่ายของทั้งแปด ให้เหลือ 4 กองพันกองละ 1500 นาย เพื่อเข้าตีเมืองหน้าด้านทางทิศเหนือจากทั้งสี่ทิศทาง โดยเหนือไว้ที่ค่ายเป็นจำนวนกองละ 500 นายเพื่อคอยคุ้มกันฐานที่มั่น“แผนของข้าคือกำจัดกองพันในตอนที่พวกมันเดินทางใกล้ถึงเมืองหน้าด่าน กองกำลังแรกที่จะเดินทางมาถึงคือกองพันที่ 3 ที่จะเข้าตีทางทิศตะวันออก และเดินทางมาที่จุดนี้ ต่อมาก็กองกำลังที่ 2 ที่จะเข้าตีทางทิศใต้ จุดนี้ ...”เขาค่อยๆเรียงลำดับการเดินทางของแต่ละกองพันที่ต้องเดินทางไปตามจุดต่างๆลงบนแผนที่ ก่อนจะมานั่งวิเคราะห์เรื่องของการบุก เพราะเขามีคนรวมถึงตัวเขาเพียงแค่ 12 คนเท่านั้น เขาจะต้องบริหารจัดการให้ดี ไม่อย่างนั้นมันก็คือความหายนะของพวกเขาเองทางด้านของดิออนเองก็กำลังวางแผนกับหน่วยฉลามขาว“ข้อมูลจากศูนย์ข่าวกรอง ภารกิจในครั้งนี้เราจะเริ่มปฏิบัติการในตอนกลางคืนในอีก 3 วัน กองกำลังนี้มีจำนวนไพร่พลทั้งหมด 6000 นายกับเศษอีกนิดหน่อย เราจะต้องระมัดระวังให้มากที่สุด แต่ก็ยังโชคดีที่พวกมันต้องการที่ยึดน่านน้ำ จึงแบ่งกำลังพลประกบอยู่หลายเกาะด้วยกัน จากที่เรารู้จะมีทั้ง 14 เกาะที่พวกมันได้ครอบครองอยู่ จุดนี้.....และสุดท้ายคือจุดนี้” ดิออนพูดออกมาแสดงถึงความพร้อมในการเป็นผู้นำของเขาได้เป็นอย่างดีซึ่งเขาก็ยังได้อธิบายแต่ละกองมีตั้งแต่เล็กๆที่มีจำนวน 100 นาย จนไปถึงฐานที่มั่นของพวกมันที่มีอยู่ 1000 คน เหตุที่พวกมันไม่สามารถอยู่รวมๆกันได้ อาจจะเป็นเพราะว่าเกาะแต่ละเกาะมันไม่สามารถรองรับจำนวนคนที่มากได้ตามวิสัยของเกาะ“แผนของข้าคือ เราจะทำลายเกาะที่ใหญ่ๆก่อน แล้วค่อยวนกลับมาทำลายพวกเกาะเล็กๆตามทีหลัง และที่สุดท้ายที่เราจะจัดการคือฐานที่มั่นของพวกมันที่จะมีงานเลี้ยงในอีก 5 วันต่อจากนี้ เราจะแบ่งกลุ่มกันเป็นสามกลุ่มหลักสำหรับภารกิจในครั้งนี้”ดิออนกล่าว จากนั้นพวกเขาก็แบ่งกำลังผลกันอย่างลงตัว กลุ่มละ 4 คนอย่างลงตัวที่สุด และก็ว่าแผนต่ออีกนิดหน่อย ก่อนที่พวกเขาจะแยกกันกลับไปพักผ่อน โมนาร์ทที่ต้องดูแลศูนย์ภารกิจทุกอย่างแทนทั้งสองคนก็ส่งข้อความลับถึงฌอนโดยตรงในคืนเองทางด้านของฌอนที่กำลังจะเข้านอนที่เต้นท์นอนของเขา เครื่องรับ-ส่งรหัสมอสก็ดังขึ้นมา คนที่สามารถส่งข้อความหาเขาได้โดยตรงมีไม่กี่คน และทั้งหมดจะต้องทราบดีอยู่แล้วว่าถ้าไม่ใช่เรื่องด่วน ห้ามติดต่อมาเวลานี้ แต่เมื่อเขาเปิดข้อความขึ้นมาเขาก็ยิ้ม และพอใจในระดับหนึ่งเลยทีเดียว“เจ้าพวกนั้นลงทุนกันเกินไปหรือเปล่านะ เล่นใหญ่จัดใหญ่เสียจริง คนแค่นั้นจะไปฆ่าคนเป็นพัน สงสัยจะต้องมีของสัมมนาคุณครั้งใหญ่แล้ว” ฌอนเอ่ยออกมา และในใจคิดว่าจะชื้อพวกระเบิดมือให้คนละ 2 ลูก รวมทั้งหมด 48 ลูก และยังจะให้เอาไว้ทดสอบอีกสักสองลูกเผื่อเอาไว้ และยังไม่พอ เขายังจะส่งที่เก็บเสียงของปืน ทั้งปืนสั้นปืนยาวให้กับพวกเขาเหล่านี้ด้วย แต่มันก็ต้องหลังจากที่เขากลับเข้าเมืองได้ในวันพรุ่งนี้“ว่าแต่พวกอินทรีย์ตอนนี้ก็น่าจะเข้าเมืองได้แล้วล่ะมั้ง ช่วยไปตั้งขนาดนั้นแล้ว ถ้ายังไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี”ฌอนที่นั่งนึกถึงแผนการของตัวเอง ที่จะให้ลูกน้องทั้งสามคนของเขามีตัวมีตนในเมืองมาลีนแห่งนี้ แต่ตอนนี้พวกเขาเหล่านั้นจะต้องลอบเข้าไปในเมืองให้ได้ก่อน แต่นั่นมันก็ไม่ใช่ปัญหาในตอนนี้ สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้คือนอน และหลับให้ฝันดีก็พอแล้ววันเวลาผ่านไปจนถึงวันที่หน่วยลับจะต้องออกเดินทาง กราเซีย และดิออนล่ำลากันเล็กน้อย ก่อนที่จะกราเซียจะเอ่ยออกมากับลูกชายของตัวเองว่า“ระวังตัวด้วยเจ้าลูกชาย แกเองก็โตขึ้นจากแต่ก่อนมากแล้ว ข้าภูมิใจในตัวแก” กราเซียเอ่ยออกมา“แน่นอนขอรับท่านพ่อ โดยอาวุธแบบใหม่ของท่านฌอน ข้ามั่นใจร้อยทั้งร้อยว่าคนของข้าจะไม่มีผู้ใดในหน่วยเสียชีวิตอย่างแน่นอน” ดิออนกล่าวออกมาอย่างมั่นใจก่อนจะก้มหัวลง เพื่อเคารพก่อนจะเดินหันหลังออกมา“อย่ามั่นใจมากจนประมาทล่ะ” กราเซียกล่าว และตัวของเขาก็เริ่มที่จะมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นเหมือนกัน ในตอนแรกก็แอบหวั่นๆอยู่ไม่น้อย แต่ด้วยอาวุธตัวใหม่แล้ว ทุกอย่างมันก็เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาเป็นอย่างมาก“พวกเราก็ต้องออกเดินทางกันได้แล้ว.. ไหนจะต้องไปพบกับเจ้าเสนาเฒ่านั่นอีก ไม่รู้ว่ามันจะมามุกไหน แต่พวกมันก็คงอยากจะรู้ซินะว่าใครเป็นผู้นำภารกิจในครั้งนี้ แต่ก็เอาเถอะ ถึงยังไงท่านฌอนก็ตั้งใจให้ข้าออกหน้าอยู่แล้วนี่” กราเซียกล่าวกับตัวเองก่อนจะเริ่มเดินทางออกมาไปพวกกับหน่วยของเขาในช่วงเย็นของวันดังกล่าว กราเซียที่เดินทางมาอย่างไม่ได้หยุดพัก ก็เดินทางมาถึงเมืองหน้าด้านทางเหนือแล้ว เขาเลือกที่จะตั้งค่ายเล็กๆกันที่กลางป่าใกล้กับเมือง และตัวของเขาหลังจากพักได้สัก 30 นาที เขาก็เดินทางต่อ เพื่อไปพบกับตาเฒ่าเสนาบดีนั้น เมื่อมาถึงใกล้ๆกับเมืองแล้ว เขาก็จัดการแต่งตัวซะใหม่ก่อนที่จะเข้าไปพบชุดของเขามันปกปิดทั้งตัวอย่างมิดชิดรัดรูปราวกับนินจา มีผ้าคลุมกายด้านนอกอีกหนึ่งชั้น เขาค่อยๆกระโดดไปตามตึกต่างๆ และคอยสังเกตถึงเสนาบดีฝั่งซ้าย เขาเองก็รออยู่นานสองนานกว่าที่เสนาคนนี้จะอยู่ตามลำพัง เขากระโดดพุ่งตัวเข้าไปหา และเอ่ยทักทายตามบทสคลิปของเหล่านักฆ่า“ยินดีที่ได้พบท่านเสนาบดีฝั่งซ้าย มอแกน ปีศาจเฒ่าเจ้าเล่ห์แห่งเมืองหลวง”

    คล้ายกับเรื่องร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน