หลังจากนั้นสมาชิกอิกดราซิลที่อยู่ในชมรมก็ลากออสเข้าห้องประชุมเล็กไปเพื่ออธิบายเรื่องต่างๆในชมรมเนื่องจากเป็นเหมือนเป็นข้อตกลงที่รู้กันว่าคนรับรองสมาชิกใหม่จะต้องเป็นคนแนะนำเรื่องต่างๆให้
ทั้ง5คนเล่าว่าชมรมนี้ก่อตั้งโดยศิษย์เก่าคนหนึ่งที่โดนอาจารย์แย่งผลงานทางศิลปะที่ทำส่งในวิชาเรียนไปเป็นของตนเองเขาทั้งร้องเรียน ทั้งแจ้งความสารพัดแต่เรื่องก็เงียบ บรรดาอาจารย์ก็เข้าข้างกันเองสุดท้ายเขาเลยขอให้ทางบ้านช่วย พ่อของเขาเป็นเพื่อนกับมหาเศรษฐีท่านหนึ่ง เขาใช้อำนาจเล่นงานอาจารย์คนนั้นสารพัดจนต้องยอม
หลังจากนั้นเขาก็ไม่เชื่อใจระบบเลยรวบรวมนักศึกษาที่เป็นลูกหลานผู้ที่มีอำนาจแล้วก่อตั้งชมรมนี้ขึ้นมา แน่นอนว่ามันเป็นชมรมที่ไม่เป็นทางการแต่พอนานๆไป ชมรมนี้ช่วยเหลือนักศึกษาด้วยกันเอาไว้มากทั้งที่โดนเอาเปรียบทั้งจากอาจารย์ เจ้าหน้าที่ หรือแม้กระทั่งนักศึกษาด้วยกันแถมยังบริจาคเงินให้องค์กรต่างๆไม่ว่าจะเป็นชมรม สโมสรนักศึกษาหรือแม้กระทั่งให้ทุนกับเด็กที่เรียนดีแถมยังช่วยใช้เส้นสายให้ทางมหาวิทยาลัยดำเนินการบ้างเรื่องที่เป็นประโยชน์กับนักศึกษาได้ง่ายขึ้น สุดท้ายถึงแม้ว่าจะทางมหาวิทยาลัยจะไม่รับรองให้เป็นทางการแต่ก็ไม่กล้ามายุ่งกับพวกเขาแถมนักศึกษาส่วนใหญ่ก็ยอมรับเรียบร้อยแล้วด้วย
"แล้วถ้าไม่เป็นทางการเราใช้อาคารของมหาวิทยาลัยได้หรอ"ออสถาม
"ก็รุ่นพี่ของชมรมเป็นคนรวมเงินกันสร้างตึกนี้ให้ถึงจะใช้ที่ของมหาวิทยาลัยก็เถอะแล้วใครมันจะกล้าว่าอะไรเราที่ขอใช้แค่ชั้นเดียวหละ"รุ่นพี่ตอบกลับยิ้มๆ
"เอาหละก็ประมาณนี้แหละต่อไปก็เป็นเรื่องของคำขอต่างๆถ้าเป็นของของสโมสรนักศึกษาหรือนักศึกษาธรรมดามาขอความช่วยเหลือเราจะคนของชมรมที่อยู่ในคณะนั้นๆเป็นคนจัดการ แต่ถ้าเป็นอย่างอื่นทีมบริหารจะเป็นคนดูเองว่าเหมาะกับใครแน่นอนว่าสามารถปฏิเสธได้ที่เราเข้ามาทำด้วยใจอยู่แล้วบังคับไม่ได้หรอก"
"แล้วถ้าคนในคณะนั้นไม่ทำอะไรหละ"ออสถาม
"ก็ค่อยให้คนอื่นทำแต่ถ้าไม่มีใครทำคำขอนั้นก็ตกไป เราไม่จำเป็นต้องช่วยทุกคนหรอกนะ คำขอบางอันก็เอาแต่ใจ บางอันก็เป็นเรื่องไร้สาระถ้าต้องวิ่งเต้นทุกครั้งที่มีโวยวายว่ามีคนทิ้งขยะไม่ลงถังก็คงไม่ไหวหรอก"
"จริงๆคุณออสไม่ต้องทำอะไรเลยก็ไม่มีใครว่าหรอก คุณจูนคงแค่อยากให้คุณรู้จักคนมากๆเท่านั้นเอง"สมาชิกคนหนึ่งเดาซึ่งก็มีส่วนถูกเพราะจับคนทั้งชมรมนี้มัดรวมกันยังมีอำนาจไม่ได้ครึ่งของอิกดราซิลเลย
ออสหันไปมองจูนที่กำลังคุยกับรุ่นพี่คนอื่นๆอยู่ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามา
"ฉันกรอกทุกอย่างให้นายแล้วต่อไปนายก็เป็นสมาชิกที่นี่แล้ว ยกเว้นแต่นายจะไม่อยากอยู่"จูนพูด
สำหรับตอนนี้ออสคิดว่าอยู่ไปก่อนก็ได้อย่างน้อยก็น่าจะทำให้เขารู้จักคนที่มีฐานะดีจำนวนมากสักวันอาจจะเป็นประโยชน์ก็ได้
"แล้วก็เหมือนจะมีคำขอจากคณะนายนะ คณะของนายมีรุ่นพี่ปี3อยู่ในชมรมอีกคนแต่รายนั้นเขาฝึกงานอยู่คงไม่เข้ามาที่นี่ช่วงนี้หรอกจะลองดูไหม"
"ได้สิ"
หลังจากนั้นออสก็ออกไปแนะนำตัวกับรุ่นพี่ในชมรมซึ่งทุกคนก็ต้อนรับอย่างเป็นมิตร
"นี่ของคณะนายแต่นายพึ่งเข้ามาใหม่จะไม่รับก็ได้"ประธานชมรมบอกก่อนจะยืนเอกสารให้
"พอเปิดดูก็ปรากฏว่าเป็นของสโมสรนักศึกษาคณะเขาส่งมาเพื่อขอเงินสนับสนุนกิจกรรม"พอมองไปที่ประธานชมรมเขาก็ยิ้ม
"สโมสรของแต่ละคณะยื่นมาหมดแหละพวกชมรมก็ด้วย ขอเงินทั้งนั้นพวกเราก็มานั่งไล่อ่านของชมรมในปีนี้อยู่เนี่ย เพราะงั้นนะถึงจะบอกว่าไม่ต้องรับก็ได้แต่ช่วยรับไปทีเถอะ ไม่งั้นมันจะมาถมพวกเราเพิ่มอีก"
"อ่อแล้วก็ดูให้ดีหละลองดูควรช่วยเท่าไหร่แล้วนายไหวเท่าไหร่ขอมาแสนไม่จำเป็นต้องให้แสนหรอกนะ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องช่วยฟรีๆด้วย"รุ่นพี่ในชมรมคนหนึ่งก็บอกว่าร้องขอการตอบแทนได้เช่นขอไปร่วมกิจกรรมด้วยกรณีชมรม หรือขอให้ติดป้ายโฆษณาในงานที่จัดกรณีที่อยากโปรโมตสินค้าของบริษัทตนเอง คิดซะว่าพวกเขามาขอสปอร์นเซอร์แต่ไม่ต้องไปวิ่งเต้นกับบริษัทที่ไหนก็ไม่รู้ข้างนอกนั่น
"ซองนี้ไม่ได้ขอเงิน"
หลายคนมองไปด้วยความสนใจทันทีไม่ได้ขอเงินก็แปลว่ามีใครกำลังเดือดร้อนอยู่ แต่อาจจะเป็นคำขอไร้สาระก็ได้
"เรื่องตั้งแต่ปีที่แล้วชมรมเดินป่ามีรุ่นน้องโดนรุ่นพี่ในชมรมหลายคนแกล้งตอนไปกิจกรรมเดินป่าแล้วล้มขาหัก ในนี้แนบเอกสารมาด้วยว่ามีการฟ้องร้องศาลตัดสินแล้วว่าให้พวกรุ่นพี่จ่ายค่าเสียหายส่วนทางมหาวิทยาลัยสั่งพักการเรียน1เทอม"
"แล้วคำขอคืออะไร"
"รุ่นพี่คนนั้นไม่ยอมจ่ายค่าเสียหายอ้างนู้นนี่ขอเลื่อนไปเรื่อย ในนี้บอกว่าขอโทษสักคำยังไม่เคยเลย...เอาไงดีหละ...อ่อใช่เด็กนี่ไม่ใช่สมาชิกชมรมแค่ไปสมัครร่วมกิจกรรมเฉยๆด้วย"
"ไปเช็คก่อนว่าจริงแค่ไหน ทุกคนถ้าใครเจอเอกสารขอเงินจากชมรมเดินป่าช่วยแยกเอาไว้ก่อนนะถ้าจริงเราจะตัดการสนับสนุนชมรมนี้จนกว่ารุ่นพี่จะรับผิดชอบ แล้วถ้าผ่านไปเดือนนึงแล้วยังไม่มีอะไรคืบเราจะยื่นค้านการทำกิจกรรมทั้งหมดของชมรมนี้"ประธานคลับไฮโซตัดสินใจก่อนจะพูดขึ้น
ทุกคนเองก็เห็นด้วย แน่นอนว่าออสก็ด้วย ถ้ามันเป็นอุบัติเหตุที่ไม่ได้ตั้งใจก็เรื่องหนึ่งแต่นี่ถ้าความปลอดภัยมันไม่มีต้องระแวงแม้แต่กับรุ่นพี่ในชมรมก็อย่าจัดมันเลยกิจกรรมหนะ
หลังจากนั้นรุ่นพี่ที่เคยสนับสนุนเงินให้ชมรมเดินป่าก็อาสาไปเยี่ยมรุ่นน้องที่ขาหักแล้วตรวจสอบว่ามันจริงเท็จแค่ไหน
ส่วนออสเองก็เดินกลับเข้าไปห้องประชุมเล็กแล้วติดต่อสโมสรนักศึกษาเพื่อพูดคุยเรื่องที่จะสนับสนุนเงินให้ จูนนั้นรออยู่ข้างนอกแล้วปล่อยให้ออสจัดการเอง
หลังจากนั้นไม่นานก็มีคนจากสโมสรนักศึกษามาถึงคนที่มาคือประธานที่อยู่ปี3และเหรัญญิกที่อยู่ปี2
พอเข้ามาถึงเหรัญญิกสาวก็ต้องแปลกใจเพราะเธอรู้จักออสเนื่องจากออสเป็นเจ้าของหอพักที่เธออาศัยอยู่ตอนนี้นั่นเอง ส่วนประธานก็แปลกใจเช่นกันเพราะไม่คิดว่าคนที่จะคุยเรื่องการสนับสนุนจะเป็นปี1ที่ยังไม่เปิดเทอมเลยด้วยซ้ำ ส่วนถ้าถามว่าทำไมถึงรู้ว่าออสอยู่ปี1นั่นก็เพราะออสยังห้อยป้ายชื่ออยู่นั่นเอง
ถึงออสจะโดนตัดรุ่นออกมาแล้วแต่เขาคิดว่าป้ายชื่อนี่สะดวกดีไม่ต้องเสียเวลาแนะนำตัวคนก็รู้จักแถมไม่ต้องกลัวว่ามันจะประหลาดเพราะปี1ก็ห้อยกันทั้งนั้นไม่เว้นแม้แต่คณะอื่นที่ไม่มีกิจกรรมรับน้องแบบที่ไม่สร้างสรรค์เหมือนคณะเขา
"เอ่อสวัสดีครับ"ออสทัก
"เจอกันอีกแล้วนะคะ"รุ่นพี่เหรัญญิกเองก็ทักทายกลับเธอหันไปบอกประธานสโมสรว่าออสเป็นเจ้าของหอพักที่เธออาศัย
ทั้งสองคนแนะนำตัวว่าประธานชื่ออิฐส่วนเหรัญญิกนั้นชื่อซูซาน
ต่อมาทั้งสองคนก็เริ่มอธิบายกิจกรรมและนโยบายต่างๆของคณะในปีนี้ให้ออสฟังจนกลายเป็นว่าออสได้รู้เรื่องกิจกรรมทั้งหมดก่อนปี1