แสนรักแสนแค้น_End

    บทที่ 4 ไม่ไหว... 25%

            ปังงงงงง......


            เสียงประตูห้องเปิดออก ทำให้หญิงสาวตัวเล็กที่นอนคุดคู้ขดตัวงอด้วยความหนาว ด้วยความปวดเมื่อยและหนักอึ้งเนื้อตัวราวกับถูกหินทับ ค่อยปรือเปลือกตาอันหนักอึ้งนั้นขึ้น จึงเห็นว่าคนที่เปิดประตูเข้ามา ก็คือผู้ชายตัวโตคนนั้น คนที่พรากความสาวของเธอไปนั่นแหละ


            เขาหายออกไปจากห้อง๻ั้๹แ๻่เมื่อคืน กลับเข้ามาอีกทีในตอนเช้าตรู่ พอกลับเข้ามาก็ทำเสียงดัง แต่กระนั้นอัญชิษฐาหาได้หวั่นกลัวเขาอีกแต่อย่างใดไม่ เพราะเธอไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว หากจะมีก็แต่ชีวิตของเธอนี่แหละ ถ้าเขาจะพรากมันไปก็เอาเถอะ ตอนนี้เธอไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต่อกรใดๆกับเขาแล้ว


            “ลุกขึ้นได้แล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองหรือไง”


            เสียงเข้มดุดัน ที่ฟังยังไงก็ยังคงเหมือนมะนาวไม่มีน้ำเช่นเดิม เปล่งออกมาจากปากของนายหัวแสน ทำให้หญิงสาวตัวเล็กกัดฟัน ข่มความปวดเมื่อย ความหนาวเหน็บเอาไว้ ไม่อยากให้เขาได้รู้ได้เห็นว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในห้วงแห่งความอ่อนแอทั้งกายและใจ


            อัญชิษฐาค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นช้าๆ โดยไม่เอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆออกมา ทำเพียงเงยหน้าไปมองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ที่ดูบึ้งตึง สายตาแข็งกระด้างอยู่เช่นเดิม ซึ่งก็คงเป็๲เช่นนี่แหละ ก็เขาอาฆาตแค้นเธออยู่นี่นะ จะมาให้ทำตัวอ่อนโยน ยิ้มแย้ม แจ่มใส ได้ยังไงกันล่ะ


            “ออกไปทำอาหารซะ ทำเร็วๆด้วยล่ะ อย่าให้ฉันต้องรอนาน ฉันหิวแล้ว”


            นายหัวแสนกระชากน้ำเสียงสั่งเฉียบขาด โดยไม่สนใจไยดี ว่าตอนนี้ใบหน้าสวยหวานดูเซียดเซียวราวกับกระดาษ ทั้งร่างบางก็ดูคล้ายจะไม่สบายด้วย แต่เขาปล่อยผ่านด้วยการมองเมิน พอสั่งเสร็จก็หมุนตัวเดินดุ่มๆออกไปจากห้อง ไปนั่งอยู่ที่ชานกระท่อมฝั่งตรงข้ามกับโซนทำครัว


            ‘เราจะต้องเข้มแข็ง จะต้องไม่ร้องไห้ ไม่ให้เขาเห็นว่าเราอ่อนแอเด็ดขาด’


            อัญชิษฐากล่าวกับตัวเองอยู่ภายในใจ เมื่อรู้สึกขอบตาร้อนผะผ่าว หัวใจดวงน้อยบีบรัด และมีก้อนแข็งๆวิ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอระหง ทำให้ลำคอตีบตัน พานทำให้น้ำตาจะไหลรินออกมา เธอจึงกะพริบตาถี่ๆ ขับไล่น้ำตากลับเข้าไปภายใน แล้วค่อยๆพยุงร่างกายอันอ่อนเปลี้ยเพลียแรงลุกขึ้นเดินออกจากห้อง


            พอเธอก้าวออกจากห้อง ลมเย็นๆปะทะเข้ากับร่างบาง ทำให้เกิดความหนาวเหน็บเข้ากระดูก ร่างกายที่ปวดเมื่อยอยู่แล้ว ก็ให้รู้สึกหนักอึ้ง ปวดเมื่อยมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายแล้วที่เป็๲ หัวของเธอก็รู้สึกหนักอึ้ง ปวดตุบๆไปด้วย แต่กระนั้นก็พยายามฝืนตัวเองอย่างสุดกำลัง


            “เดินเอื่อยเฉื่อยอยู่นั่นแหละ รีบๆไปทำเข้าสิอาหารน่ะ”


            เสียง๻ะโ๠๲สั่งมาเข้าหูอัญชิษฐาอีกครั้ง เธอหันไปมองชายหนุ่มตัวโตที่ร้อง๻ะโ๠๲สั่ง โดยไม่คิดที่จะปริปากต่อกรกับเขาแต่อย่างใด แต่หากเขาสังเกตในดวงตากลมโตคู่สวย จะเห็นถึงความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่แม้กระทั่งตอนนี้ ตอนที่เธอไม่สบายอยู่นี้ เขาก็ยังไม่มีแม้แต่ความเห็นใจและสงสารเธอเลยสักนิด


            อัญชิษฐาเดินเนืองๆไปนั่งอยู่ที่โซนครัว เธอเห็นว่าตรงนั้นมีตะกร้าใส่สิ่งของที่เอาไว้ทำอาหารวางอยู่ เธอจึงหยิบของในตะกร้าออกมาดู แล้ววางกลับลงไปในตะกร้าเช่นเดิน เพราะอันดับแรกที่เธอจะต้องทำคือจุดไฟในเตาก่อนเพื่อหุงข้าว


            อัญชิษฐาพยายามฝืนตัวเองอย่างหนัก เพื่อจุดไฟในเตาให้ได้ ทั้งที่ตาจะหลับแล่ไม่หลับแล่ลงอยู่แล้ว และก็จุดไฟในเตาได้สำเร็จ แต่พอเธอลุกขึ้นยืน ก็ต้องเซไปหน่อยๆ แต่ยังดีที่เธอพยุงตัวเองเอาไว้ได้ จึงเดินไปหยิบหม้อสำหรับหุงข้าว


            เคร้งงงงงงง.........


            เสียงหม้อตกลงกระทบกับพื้น ร่างบางที่พยายามฝืนให้ถึงที่สุด ขณะนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว พิษไข้ที่มีอยู่ภายในกำเริบมากขึ้น จนร่างกายหนาวสั่น ตาพร่ามัว หัวหนักอึ้งราวกับถูกหินก้อนใหญ่ซ่อนๆกันหล่นลงมาทับ ร่างกายไม่มีแรงที่จะพยุงตัวได้อีก จึงทรุดลงไปกองกับพื้นกระท่อม


            “นี่เธออย่ามาตายเอาตอนนี้นะ ฉันยังแก้แค้นไม่ถึงไหนเลย”


            คำพูดของนายหัวแสนดังมาเข้าหูในระยะใกล้ๆ ไม่เพียงแค่เสียงเท่านั้นหรอก ตัวเขาก็รีบกระโจนเข้ามาฉุดพยุงร่างบางเอาไว้ด้วย ก่อนที่หัวของเธอจะร่วงลงไปกระแทกกับพื้นกระท่อม แต่สติของเธอไม่ได้ดับวูบไปซะทีเดียว เธอยังได้ยินคำพูดของเขา แต่เพียงแค่ตอนนี้ร่างกายไม่ไหวก็เท่านั้นเอง


    ๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔๓๔