เทียนแปลงร่างกลายเป็นสายลม แล้วลอยไปวูบเดียวก็มาถึงสถานที่ลับ ของกุนซือหลิวกับ องค์ชายซีหยางเพื่อฟังบทสนทนาของพวกเขาทั้งสองคน
“ ท่านกุนซือ แล้วทีนี้เราจะทำอย่างไรดี เจ้านักพรตน้อยมันรู้แล้วว่าเราสองคนลอบติดต่อกัน” องค์ชายรองซีหยางเอ่ยออกมาด้วยความหวั่นใจ
“ อย่าได้กังวล มันเป็นเพียงภาพในลูกแก้ว มันไม่มีหลักฐานอื่นๆ ท่านก็ยืนกรานปฏิเสธ มันก็ไม่มีหลักฐานทำอะไรท่านได้ รอให้วันงานพีธีภิเษกผ่านพ้น ท่านก็จะได้ครองจักรวรรดิสมดังใจปราถนาแล้ว” กุนซือเอ่ยด้วยความมั่นใจ
“ แล้วท่านจะแน่ใจได้อย่างไร ว่ารัชทายาทจะยกทัพทหารค่ายลับ ออกมาในวันงานพีธี”
“ อย่าลืมซิ ข้าคือจอมเวทย์เช่นกัน ไม่ว่ารัชทายาทกำลังทำอะไร ข้ารู้ทั้งหมด
วันงานพิธี รัชทายาทกับตุลาการทั้ง 5 จะนำกำลังมา หนึ่งหมื่นคน เข้ามาทางอุโมงค์ลับ เข้ามาในพระราชวังได้เลย แม่ทัพรักษาเมืองไม่สามารถรู้ได้ องครักษ์รักษาวังหลวงมีเพียงสามพันคนไม่อาจต้านทานได้แน่ แต่รัชทายาทหารู้ไม่ว่ากองกำลังเงาทมิฬกองกำลังส่วนพระองค์นั้นมี อีกเกือบพันคน แฝงตัวในเงามืดในพระราชวัง
แค่องค์จักรพรรดิออกคำสั่งต่อพวกมันให้จัดการ กองทัพหนึ่งหมื่นคน ไม่อาจต้านทานได้แน่ ท่านเพียงแค่แสดงออกถึงความภักดีต่อองค์จักรพรรดิเท่านั้นก็พอ ครั้งนี้รัชทายาทถูกปลดอย่างแน่นอน ส่วนท่านได้รับการสนันสนุนจากเมืองเจิ้งหนัน เมืองบริวารอันดับหนึ่ง และ ยังเป็นถึงองค์ชายรอง ต้องได้ตำแหน่งรัชทายาทอย่างแน่นอน ยิ่งฮองเฮาองค์ปัจจุบันไม่มีโอรส ท่านแค่แสดงออกถึงความกตัญญู ต่อพระนางนิดหน่อย บัลลังก์คิงส์หยาง ต้องเป็นของท่านอย่างแน่นอน” กุนซือเอ่ยแผนการณ์ให้ฟังด้วยความมั่นใจ เทียนที่ฟังอยู่พอรู้เรื่องแล้ว ก็ไม่อยู่ให้เสียเวลา รีบกลับไปวังหลวง เพื่อเตรียมการจัดการกับเรื่องนี้เช่นกัน
เทียนมาถึงวังหลวงก็เข้าพบกับ จักรพรรดิเป็นส่วนตัว เทียนได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้จักรพรรดิได้ฟัง พระองค์ถึงกับโกรธมาก ถึงกับปากสั่น หน้าแดง แต่เทียนปล่อยพลังเทพเซียนบริสุทธิ์ เข้าไปทำให้พระองค์เย็นใจลงมาได้ แล้วจึงค่อยๆ เอ่ยออกมา
“ ราชครูน้อย นี่คือตราอาญาสิทธิ์ มีอำนาจจักรพรรดิ เจ้าไปจัดการแทนข้าด้วย”
เทียนรับตราอาญาสิทธิ์มา แล้วออกไปจัดการทันที
ในวันพิธีมาถึง ในวังหลวงประดับประดาไปด้วยโคมไฟระย้าสีแดงเต็มไปหมด ถ้าผ้าไหม ผ้าคลุม ผ้าม่าน ล้วนกลายเป็นสีแดง จักรพรรดิทรงให้จัดการอย่างสมเกียรติให้กับองค์หญิงหยวนอี้ ส่วนองค์ชายซีหยางแต่งกายชุดเจ้าบ่าวสีแดงยืนรอเจ้าสาวอยู่หน้าประตูด้วยใจจดจ่อ พอขบวนเจ้าสาวเข้ามา เจ้าบ่าวก็เข้าไปเดินเคียงคู่ เพื่อเตรียมเข้าไป ยกน้ำชา ไหว้ฟ้าดิน ตามพิธีการ ในขณะที่กำลังจะทำพิธีไหว้ฟ้าดิน ก็มีเสียงม้าศึก ดังปานฟ้าถล่ม แผ่นดินทลาย แล้วก็ปรากฏร่างขององค์รัชทายาท กับ ตุลาการทั้ง 5 คน กับ ยอดยุทธ์ระดับจักรพรรดิอีก 3 คนก็เดินเข้ามา
“ ถวายบังคมเสด็จพ่อ” องค์รัชทายาท คำนับองค์จักพรรดิแต่เพียงผู้เดียว
“ แก ไอ้ลูกไม่รักดี กล้าวางยาใส่ข้า และยังนำกำลังบุกวังหลวง นี่เจ้าคิดจะขบฎหรือ?” จักรพรรดิเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ เสด็จพ่อ เรื่องวางยานั้นเป็นแผนข้าก็จริง แต่ข้าไม่คิดสังหารท่าน แค่ต้องการให้ท่านอ่อนแอลง แต่ไม่คิดว่ากุนซือหลิวจะหลอกข้า แต่ว่าวันนี้ข้านำทหารเข้ามาเพราะข้าจะไม่ยอมให้บัลลังก์ให้ใครไปเป็นอันขาด แม้แต่องค์หญิงหยวนอี้ข้าต้องได้มาครอง ข้าตั้งใจจะไปสู่ขอนางก่อน แต่นึกไม่ถึง องค์ชายรองกับมาสู่ขอตัดหน้าข้าไป เสด็จพ่อวางใจ ลูกจะไม่ทำอะไรเสด็จพ่อกับทุก ๆ คน ของเพียงแต่ให้เสด็จพ่อส่งมอบบัลลังก์ให้ ลูกเท่านั้น” รัชทายาทเอ่ยกับจักรพรรดิตามตรง
“ ผิดแล้ว ผิดเล่า ข้ารับปากฮองเฮาที่ตายไปว่าจะดูแลเจ้า ยกบัลลังก์ให้เจ้า แต่นึกไม่ถึง สุดท้ายเจ้ากับมาทำตัวเช่นนี้ ข้าขอโทษเจ้าด้วย ฮองเฮา” พอจักรพรรดิเอ่ยจบ เทียนก็ออกมายืนด้านข้างองค์จักรพรรดิ แล้วเอ่ยว่า
“ รัชทายาทคุกเข่ายอมรับผิดต่อฝ่าบาทซะ ฝ่าบาทอาจไว้ชีวิตท่าน”
“ ราชครูน้อย ข้ามีกองทัพนับหมื่นล้อมเอาไว้ เจ้าคิดว่าจะเอาชนะข้าได้หรือ”
รัชทายาทเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ เทียนใช้มือสะบัดไปที่ด้านหน้า กลับปรากฏแท่นบูชาฟ้า มีธูปปักไว้พร้อม 99 ดอก เทียนใช้นิ้วพุ่งเข้าไปจุดธูป ทั้ง 99 ดอก แล้ว ทำท่าร่ายเวทย์ ปรากฏท้องฟ้ามืดครึ้ม ท้องฟ้าปั่นป่วน ลมพายุกรรโชกแรง
ฝนตกไปทั่ว สายฟ้าเริ่มปล่อยลงมาจากฟากฟ้า นับร้อยนับพันเส้น
“ ยอมแพ้เสียเถิด ท่านสู้ข้าไม่ได้หรอก” เทียนเอ่ยเตือนอีกครั้ง
คราวนี้รัชทายาท ถึงกับตกใจ ตุลาการทั้ง 5 ได้แต่ยืนนิ่ง แต่ ยอดยุทธ์จักรพรรดิทั้งสามคนที่เคยโดนมาแล้ว ถึงกับเหงื่อตก ตั้งท่าเตรียมหนี
“ จับตัวเสด็จพ่อ ฮองเฮา และ องค์หญิงหยวนอี้เป็นตัวประกันเร็ว”
รัชทายาทสั่งการอย่างรวดเร็ว ตุลาการทั้ง 5 และ ยอดยุทธ์ทั้งสามพุ่งตัวเข้า เป้าหมายตามที่ตกลงกันไว้อย่างรวดเร็ว ตุลาการสองคน กับยอดยุทธ์ทั้งสามกำลังจะเข้ามา ก็ถูกฟ้าผ่าเข้าใส่คนทั้ง 5 จนร่างกระเด็นไปมา ส่วนตุลาการที่เหลือสามคน พุ่งร่างหมายจะจับ องค์จักรพรรดิ ฮองเฮา และ องค์หญิงหยวนอี้ แต่องค์ชายซีหยาง กลับพุ่งตัวเข้าด้านหน้า องค์จักรพรรดิ เลยถูกฝ่ามือกระแทก ร่างปลิวกระเด็นไปไกล ส่วนทั้งสามคน เทียนเข้าช่วยฮองเฮาใช้ฝ่ามือยูไลพันกร
ซัดเข้าใส่ร่างตุลาการคนหนึ่งจนร่างระเบิดกลายเป็นฝุ่น ส่วนองค์จักรพรรดิปรากฏร่างเงาทมิฬเข้ามาปกป้องเอาไว้ แล้วใชอาวุธมีดวงแหวน เข้าฟันร่างของตุลาการคนนี้ จนร่างกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ส่วนอีกคนกำลังจะจับร่างองค์หญิงหยวนอี้ ก็ถูกเจ้ากระรอกห้าสีที่ จู่ๆ ก็โผล่มาที่ด้านหน้าองค์หญิง แล้วพ่นไฟใส่ ร่างของตุลาการคนสุดท้ายกลายเป็นผุยผงในทันที เหลือแต่รัชทายาทที่ยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ได้ รีบเข้ามาคุกเข่า ต่อหน้า องค์จักรพรรดิทันที แต่ถูก องค์จักรพรรดิถีบเข้าที่หน้าอก กระเด็นไปนอนกับพื้น กระอักเลือดออกมา องค์ชายซีหยางค่อยๆเดินออกมาอย่างคนหมดแรง เข้ามาคุกเข่าต่อหน้าองค์จักรพรรดิกับฮองเฮาแล้วเอ่ยว่า
“ กระหม่อมสมควรตาย ที่เป็นต้นเหตุให้เสด็จพ่อ กับ เสด็จแม่ ต้องมาเสี่ยงอันตรายเช่นนี้”
“ เจ้าลุกขึ้นเถอะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า ข้าต้องขอบใจเจ้ามากกว่าที่ได้ช่วยจักรพรรดิเอาไว้” ฮองเฮาเอ่ยขึ้นมาเพราะเห็นว่าองค์ชายซีหยางได้รับบาดเจ็บจากการที่ช่วยจักรพรรดิ แต่ว่าสิ่งที่ซีหยางได้กระทำจักรพรรดิไม่ได้รู้สึกอะไรแม้แต่นิดเดียว
“ เกิดเรื่องแบบนี้แล้ว พวกเรายกเลิกงานพิธีไปก่อนดีไหมเพคะ เสด็จพี่”
ฮองเฮาเห็นเกิดเรื่องมากมาย เลยคิดจะยกเลิกไปก่อน
“ มิได้นะพระเจ้าค่ะ พิธีการเหลือ แค่ไหว้ฟ้าดิน และถวายน้ำชาให้ฝ่าบาทกับฮองเฮาเท่านั้นก็เสร็จพิธีแล้ว หากยกเลิก จะเป็นลางไม่ดีนะพระเจ้าค่ะ”
อัครมหาเสนาบดีกลาโหม เอ่ยออกมาเป็นครั้งแรก เทียนได้แต่มองหน้าแต่ยังไม่พูดอะไร รอฟังองค์จักรพรรดิรับสั่งออกมา
“ ราชครูน้อย เจ้าจะว่าอย่างไร” จักรพรรดิโยนเรื่องมาใส่เทียนเต็มๆ
“ ก่อนอื่นข้ามีเรื่องจะถามองค์ชายซีหยางสักหน่อย” เทียนหันหน้าไปมององค์ชายซีหยาง ที่กำลังตกใจ ที่จู่ๆ เทียนก็หันมาสนใจตน
“ ไม่ต้องตกใจ ข้าเพียงมีเรื่องไม่เข้าใจนิดหน่อย”
“ เชิญราชครูน้อยถามมาได้เลย”
“ ทำไมกุนซือหลิวถึงได้ภักดีต่อท่านมากนัก ท่านให้อะไรเป็นการตอบแทนกับเขากัน ขนาดรัชทายาท มอบทรัพย์สินเงินทองทุกอย่างเขายังไม่สนใจ กลับทรยศองค์รัชทายาทได้” เทียนเอ่ยถามคำนี้ ทำให้ทุกคนต่างสงสัยยิ่งนัก
“ ราชครูน้อย พูดอะไรข้าไม่เข้าใจ ข้ากับกุนซือหลิว ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวเลย” องค์ชายซีหยางปฏิเสธเสียงแข็ง
“ จริงหรือ ถ้าเช่นนั้น ทำไมเขาถึงดูเป็นห่วงเป็นใยท่านนัก จริงไหมท่านมหาเสนาบดี” เทียนพูดจบ ก็หันไปมองหน้า มหาเสนาบดี ที่ตอนนี้ลุกลี้ลุกลนผิดปกติ
“ ท่านพูดอะไร ข้าไม่เข้าใจ” มหาเสนาบดีปฏิเสธไม่รู้เรื่องเช่นกัน เทียนปล่อยยันต์เป็นวงแหวนแสงเข้าใส่ร่างของมหาเสนาบดี พอกระทบร่างเสนาบดีก็เปลี่ยนร่างเป็นกุนซือหลิวทันที ทุกคนมองอย่างตะลึงงันไม่คิดว่ากุนซือจะปลอมร่างมาเป็น มหาเสนาบดี
“ แก กุนซือชั่ว แกวางยาพิษเสด็จพ่อแล้วใส่ร้ายข้าทำไม” รัชทายาทเอ่ยร้องออกมาทันทีที่เห็นกุนซือหลิว แล้วกุนซือหลิวพอรู้ว่าถูกเปิดเผยแล้ว พอดีอยู่ใกล้กับ องค์หญิงหยวนอี้มากที่สุด เลยเข้าไปจับองค์หญิงแล้วใช้กรงเล็บคว้าลูกคอองค์หญิงเอาไว้
“ ทุกคนหยุด มิเช่นนั้น ข้าจะฆ่าองค์หญิงหยวนอี้ซะ” กุนซือหลิวรีบเอ่ยทันที
“ ท่านต้องการอะไร บอกมา ถ้าทำได้ข้าจะให้ท่านทันที” เทียนรีบตอบแทนทุกๆคน
“ ดี เจ้าทำได้แน่ สังหารจักรพรรดิ ฮองเฮา และเชื้อพระวงศ์ทั้งหมด” พอกุนซือหลิวเอ่ยคำนี้ออกมาทุกคน แตกฮือกันไปหมด ไม่คิดว่ากุนซือหลิวจะกล้าพูดแบบนี้ออกมา
“ เรื่องนี้ใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่ว่าท่านช่วยบอกได้ไหม ข้าต้องฆ่าองค์ชายซีหยางกับพระสนมจีด้วยหรือไม่”
“ ไม่ต้องเว้นไว้สองคนที่เหลือฆ่าให้หมด” เทียนพยักหน้า แล้วเรียกพายุสายฟ้าเข้ามาใกล้ๆ จนกำแพงวังหลวงถูกทำลายจนพังพินาศ ฝุ่นตลบไปหมด องครักษ์เงาทมิฬปรากฏร่างออกมาเพี่มมาเป็นพันคน เทียนใช้พายุสายฟ้าเข้ามา ล้อมเอาไว้ ทำให้องค์รักษ์เงาทมิฬ ไม่สามารถเข้ามาในบริเวณนี้ได้
“ ก่อนที่ข้าจะจัดการ คนเหล่านี้ให้ท่าน ช่วยบอกข้าหน่อย ทำไมท่านต้องดีกับองค์ชายซีหยางกับพระสนมจีนัก”
“ เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องรู้ทำตามคำสั่งอย่างเดียวก็พอ มิเช่นนั้น องค์หญิงหยวนอี้ตาย”
กุนซือหลิวใช้มือบีบคอองค์หญิงแน่นขึ้นไปอีก
“ ก็ได้ ก็ได้ ข้าถามคำถามสุดท้าย องค์ชายซีหยาง ท่านรัก องค์หญิงหยวนอี้หรือไม่ ท่านตอบมาตามตรง เพราะเสร็จจากเรื่องนี้ ถ้าท่านไม่ได้รักองค์หญิงข้าจะได้พานางกลับเมืองเจิ้งหนันทันที” เทียนหันมามองหน้าองค์ชายซีหยางซึ่งบัดนี้ได้ลุกขึ้นยืนแล้ว คิดว่าเทียนคงยอมทำตามคำสั่งของกุนซือหลิว จึงวางใจเลยเผยควาวมจริงออกมา
“ ข้าไม่ได้รักองค์หญิงหยวนอี้ ข้ารู้จากกุนซือหลิวว่า รัชทายาททรงรักองค์หญิงตั้งแต่แรกพบ เมื่อไปเยือนเมืองเจิ้งหนันเมื่อปีก่อน ข้าเลยให้ขอให้เสด็จพ่อสู่ขอองค์หญิงให้กับข้า เพื่อให้องค์รัชทายาทแค้นใจ แล้วก็สร้างปัญหาใหญ่ขึ้น
คราแรก ข้าคิดว่ารัชทายาทคงจัดการพาตัวองค์หญิงไปแล้วฆ่าพวกเจ้าทั้งหมดแล้วข้าจะให้กุนซือหลิวเปิดเผยเรื่องทั้งหมด เพื่อปลดรัชทายาท แต่เหตุการณ์ ไม่เป็นดังที่คิด องค์หญิงกลับปลอดภัย ดังนั้นกุนซือเลยคิดแผนต่อมา จะแจ้งว่าเสด็จพ่อถูกพิษ ที่วางโดยรัชทายาท เพื่อทำเรื่องปลดรัชทายาท แต่เจ้ากลับรักษาและเปิดโปงเสียก่อน กุนซือหลิวเลยยอมให้ถูกจับ แล้วรับว่ารัชทายาทเป็นคนสั่ง
แต่ว่าข้าไม่รู้ว่าพิษชนิดนี้ จะทำให้ถึงตายได้ แต่เสด็จพ่อก็ไม่ยอมแต่งตั้งข้าเป็นรัชทายาทสักที จนแผนสุดท้ายข้าต้องเข้าพิธีอภิเษกในวันนี้หวังว่าจะได้กำลังจากเมืองเจิ้งหนันมาสนับสนุน แล้วหวังให้เสด็จพ่อแต่งตั้งข้าเป็นรัชทายาทเสียที” องค์ชายซีหยางพูดมายืดยาว ทำให้จักรพรรดิมองด้วยสายตาที่เย็นชายิ่งขึ้น
“ ท่านคิดผิดแล้ว ไม่ว่าท่านจะทำดีแค่ไหน องค์จักรพรรดิก็ไม่มีวัน ยกตำแหน่งรัชทายาทให้กับท่านอยู่แล้ว”
“ ทำไม” องค์ชายซีหยางตกใจ ไม่คิดว่าเทียนจะพูดเช่นนี้
“ เพราะท่านไม่ใช้โอรสของ องค์จักรพรรดิ” เทียนเอ่ยคำนี้ออกมา องค์ชายซีหยางตะลึงงัน หันไปมองหน้า องค์จักพรรดิทันที
“ ไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม เสด็จพ่อ เสด็จแม่” องค์ชายซีหยางหันไปมองจักรพรรดิที่มองมาด้วยสายตาที่เย็นชา แล้วหันไปมองเสด็จแม่คือพระสนมจี ที่กำลัง ตกอกตกใจพูดไม่ออก
“ พอได้แล้วจัดการกับคนทั้งหมดเดี๋ยวนี้” กุนซือหลิวรีบตัดบทไม่อยากให้พูดอะไรอีก
“ มันจบแล้ว ท่านยอมแพ้เสียเถอะกุนซือหลิว” เทียนเดินเข้าหากุนซือหลิวที่กำลังตกใจไม่คิดว่าเทียนจะกล้าปล่อยให้องค์หญิงต้องตายแบบนี้
“ อย่าเข้ามานะ ข้าจะฆ่าองค์หญิงเดี๋ยวนี้” กุนซือเอ่ยย้ำอีกครั้ง เทียนปล่อยวงแหวนควบคุมไปที่ด้านบนหัวของกุนซือ จนกุนซือต้องบีบคอองค์หญิงจนแตกละเอียด แต่ว่าสิ่งที่อยู่ในมือกุนซือหลิวคือ หญ้าฟางมัดหนึ่งไม่ใช่องค์หญิง
“ หุ่นพยนต์หรือ” กุนซือหลิวเอ่ยขึ้น แต่ก็สายไปแล้ว ร่างกุนซือหลิวถูกควบคุมจนร่างต้องคุกเข่าต่อหน้าเทียน ทำอะไรไม่ได้
“ เชิญออกมาได้แล้วองค์หญิง” แล้วร่างจริงขององค์หญิงหยวนอี้ก็ปรากฏ ที่แท้องค์หญิงใช้กำไลล่องหนนี่เอง
“ ข้าผิดเอง ข้าทำคนเดียว พระสนมจี กับ องค์ชายซีหยางไม่เกี่ยว” เสียงกุนซือหลิวเอ่ยออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว พระสนมจีทนไม่ไหวอีกต่อไป วิ่งเข้าไปกอดกุนซือหลิวทันที
“ ท่านพี่” สองคนกอดกันกลม องค์ชายซีหยางมองด้วยความตะลึง
“ เสด็จแม่” องค์ชายซีหยางตะโกนเสียงดังลั่นแล้วคุกเข่ากับพื้น แล้วเริ่มส่งเสียงหัวเราะออกมาคล้ายคนบ้า
“ เพราะแบบนี้ใช่ไหม ตั้งแต่เด็ก เสด็จพ่อไม่เคยเลยสักครั้งที่จะกอดข้า ไม่เคยถามเลยสักครั้งว่าข้าศึกษาไปถึงไหน หรือทำอะไรได้บ้าง เป็นเพราะว่าข้าไม่ใช่โอรสของท่าน ทำไม ทำไม ท่านถึงไม่สังหารข้าให้ตายเสียแต่ยังเด็ก เลี้ยงข้าเอาไว้ทำไมจนป่านนี้ ทำไม...” องค์ชายซีหยางร้องไห้ออกมาด้วยเสียงอันดัง
กุนซือหลิว กับ พระสนมจีร้องเรียก องค์ชายซีหยาง ด้วยเสียงอันสั่นเครือ
“ พระองค์ไม่ฆ่าพวกท่านสองแม่ลูก เพราะว่าพระองค์ยังทรงรัก พระสนมจีอยู่ เลยเมตตามาถึงท่านด้วย แต่ท่านคงนึกไม่ถึงความรักความเมตตาที่ให้เจ้าสุดท้าย พวกเจ้ากลับมาทำร้ายพระองค์แบบนี้” เทียนเอ่ยออกมาแทนองค์จักรพรรดิ
“ ลูกแม่ แม่ผิดต่อเจ้า แม่ขอโทษ” พระสนมพูดแค่นี้ก็ใช้ปิ่นปักผมแทงที่คอตัวเองแล้วชักออกมา เลือดพุ่งกระฉูดเต็มไปหมด แล้วก็สิ้นใจทันที ส่วนกุนซือหลิวเห็นเช่นนั้ก็ กอดร่างพระนางเอาไว้แน่น แล้วระเบิดหัวใจตัวเองจนตายตามพระสนมจีไป ส่วนองค์ชายซีหยางเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้าไปประคองพระสนมจีเอาไว้
แล้วหันมามองหน้าเทียน
“ ราชครูน้อย โปรดช่วยชีวิตแม่ของข้าด้วย” องค์ชายซีหยางก้มหัวคุกเข่าจนหน้าผากแตกเลือดอาบ แต่ว่าเทียนสัมผัสถึงพระสนมจีว่าวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว ไม่สามารถช่วยได้ แต่ก็เข้าไปดูร่างของพระสนมจี แล้วรักษาแผลที่ถูกแทงจนหายสนิท จนร่างไม่มีบาดแผล แล้วใช้พลังเทพบริสุทธิ์ทำความสะอาดเรือนร่างไม่ให้มีครบเลือด กลายเป็นพระสนมจีที่ยังงดงามอยู่ แต่ว่าไม่มีวิญญาณแล้ว องค์ชายซีหยางดีใจมากที่เห็นสภาพแม่กลับมาเป็นแบบนี้
“ พระสนมจีจากไปแล้ว องค์ชายท่านทำใจบ้างเถอะ” เทียนเอ่ยออกไปแบบนี้
“ เสด็จแม่ ท่านต้องพาข้าไปเที่ยวนะ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว เสด็จพ่อไม่รักข้าแล้ว ท่านแม่ ท่านลืมตาซิ” น้ำเสียงขององค์ชายซีหยางส่งเสียงเหมือนเด็กวัย5ขวบ ทุกคนที่ฟังอดสะเทือนใจตามไปด้วยไม่ได้ เทียนหันมาบอกกับองค์จักรพรรดิ ให้ไว้ชีวิต องค์ชายซีหยาง เพราะเวลานี้สมองของเขากลับกลายเป็นเด็ก 5 ขวบไปแล้ว จักรพรรดิพยักหน้า แล้วส่งคนมาพาองค์ชายซีหยางไปอยู่ในวังต้องห้าม คอยดูแลอย่างใกล้ชิด แม้ว่าเทียนสามารถรักษาเขาได้ แต่ถ้าทำเช่นนั้น องค์จักรพรรดิคงต้องสั่งประหารเขาแน่ แล้วเทียนก็ไม่รู้จะเอ่ยขอชีวิตเขาได้อย่างไร ก็ได้แต่หวังว่า ให้เขาใช้ชีวิตที่เหลือ ในจินตนาการแบบนี้ อย่างมีความสุขตลอดไป....