บทที่ 46
สารท้ารบ
เสียงระเบิดดังลั่นขึ้นใจกลางเมือง เสียงระเบิดที่ดังขึ้นมาทำให้ผู้คนภายในเมืองชายแดนแห่งนี้พากันประหลาดใจ
ผู้คนมากมายตื่นตระหนกและก็ตกเข้าสู่ความโกลาหลอยู่ดีดีก็มีเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นที่เมืองชายแดนอันสงบสุข
กลุ่มก้อนเพลิงกำลังลุกไหม้ ผู้คนมากมายตื่นตระหนกเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้
แต่เมื่อเดินทางไปดูสถานที่ที่เปลวเพลิงนั้นกำลังลุกไหม้อยู่มันคือสลัมที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้ใกล้เขตชานเมือง
สถานที่แห่งนี้ไม่ค่อยมีผู้คนอยู่อาศัยสักเท่าไหร่ แม้ว่าจะเป็นเมืองชายแดนแต่ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่ไม่มีสงครามเกิดขึ้น
มันเองก็ทำให้อาณาจักรแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ผู้คนมากมายพวกเขานั้นเริ่มพัฒนาคุณภาพชีวิตแม้กระทั่งเมืองชายแดนแห่งนี้ผู้คนเองก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีเยี่ยม
ทำให้ภายในเมืองชายแดนแห่งนี้แทบจะไม่มีผู้คนอาศัยอยู่บริเวณแถบสลัมเลย
บริเวณส่วนของสลัมมันเป็นสถานที่ที่เป็นร่องรอยของความไม่เจริญที่หลงเหลือเอาไว้ภายในอดีต
หลังจากที่ผ่านพ้นสงครามมาสถานที่แห่งนั้นก็ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนภายในเมือง
แต่หลังจากที่ผู้คนภายในเมืองเริ่มตั้งตัวได้พวกเขาเองก็ขยับขยายที่ดินของตนเอง พร้อมกับทำให้คุณภาพชีวิตของตนเองดีขึ้น
จนตอนนี้สลัมแห่งนี้มันเลยแทบจะไม่มีคนอาศัยอยู่และถูกปล่อยให้ทิ้งร้างเอาไว้มาเป็นเวลาหลายปี
ไม่เพียงแค่นั้นเพราะว่าไม่ค่อยมีคนอาศัยอยู่บริเวณสลัมส่วนนี้มันเลยทำให้พวกเขานิกายมารเข้ามามีบทบาทในการใช้ส่วนนี้เป็นตั้งมั่นของพวกมันได้
หลังจากที่มีเสียงระเบิดเกิดขึ้นเปลวเพลิงถูกก่อขึ้นบริเวณสลัมมันเองก็ทำให้พวกนิกายมารที่แฝงตัวอยู่ภายในเมืองแห่งนี้เริ่มตื่นตระหนก
แน่นอนว่าพวกมันรีบเดินทางกลับไปเพื่อรีบดับไฟเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลังจากที่เปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้นั้นหยุดลง พวกนิกายมารพวกมันเข้ามาประชุมกันอีกครั้ง
“ ยังตามหาคนที่กระทำเรื่องนี้ไม่เจออย่างนั้นหรือ!!! ” เสียงของหัวหน้าสาขาหอนิกายมารดังขึ้นมา
ในตอนนี้พวกมันจำนวนกว่าร้อยคนรวมตัวกันอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้
นี่คือจำนวนที่พวกมันนั้นแฝงตัวมาเป็นเวลานานคนส่วนใหญ่เป็นประชากรที่พบเห็นได้ทั่วไปภายในเมืองแต่ว่าฐานะอีกอย่างหนึ่งของมันก็คือคนในนิกาย
เมื่อเสียงของหัวหน้าผู้ดูแลถามดังขึ้นมา สิ่งที่ตอบกลับไปก็มีแต่เพียงแค่ความเงียบสงันเท่านั้น
ไม่มีใครให้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เลยแม้แต่นิดเดียว พวกมันไม่สามารถออกไปได้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถหาตัวผู้ที่กระทำผิดในครั้งนี้พบ
“ ท่านผู้ดูแลในตอนนี้พวกเราหาตัวของมันไม่พบเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้พวกเราเอาแต่ตามหาคนที่ลอบเข้ามาภายในนิกายของพวกเรา ”
“ เพราะว่าพวกเราส่วนใหญ่ก็จะให้กำลังไปตามหามันจนไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ในตอนนี้การจะตามหาตัวคนผู้นั้นมันเองก็กลายเป็นเรื่องที่ยากเกินไปแล้ว ” หนึ่งในลูกศิษย์ของนิกายมารพูดออกมา
หลังจากก่อนหน้านี้ที่พวกมันรู้ว่ามีคนแอบฟังพวกมันและมีคนรู้เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้
พวกมันเองก็กระจายกำลังค้นหาไปรอบๆ จนพวกมันนั้นแทบจะไม่ได้สนใจเหตุการณ์ภายในเมือง
หลังจากที่กระจายกำลังค้นหาไปเรียบร้อยแล้วเมื่อรู้ตัวอีกทีเหตุเกิดเพลิงไหม้มันเองก็ปรากฏขึ้น จนทำให้พวกมันนั้นไม่รู้ว่าใคร เป็นคนทำเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ ท่านผู้ดูแลนิกายขอรับ!!! ” เสียงของหนึ่งในสมาชิกนิกายวิ่งเข้ามาภายในห้องโถงแห่งนี้ด้วยความร้อนรนส
มันวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้วก็มาคุกเข่าลงด้านหน้าของผู้ดูแล
“ มีอันใด!!! ”
“ ข้าพบสิ่งนี้ภายในกองเพลิงที่กำลังลุกไหม้ขอรับดูเหมือนว่ามันจะถูกทิ้งเอาไว้ใกล้ใกล้ ” มันรีบทำการยื่นแผ่นกระดาษที่มันพบเจอมาให้กับผู้ดูแลนิกายอย่างรวดเร็ว
เมื่อแผ่นกระดาษแผ่นนั้นถูกส่งให้กับผู้ดูแลนิกาย เมื่อผู้ดูแล รับแผ่นกระดาษแผ่นนั้นไปเรียบร้อยแล้วดวงตาของมันกวาดมองตัวอักษรที่ถูกเขียนเอาไว้ภายในแผ่นกระดาษแผ่นนั้น
หลังจากที่อ่านพวกข้อความที่ถูกเขียนเอาไว้ภายในแผ่นกระดาษจนจบ
ดวงตาของมันปรากฏซึ่งความโกรธออกมา ฝ่ามือของมันกำแผ่นกระดาษภายในมือแน่น
“ บัดซบ!!! ”
“ พวกเจ้าเตรียมตัวซะมีคนรู้เกี่ยวกับนิกายของพวกเราถ้าเกิดว่าปล่อยให้เรื่องนี้หลุดรอดออกไป เรื่องนี้ส่งผ่านไปถึงเมืองหลวง นิกายของเราคงจะต้องโดนทำลายก่อนที่จะกระจายอำนาจ ”
“ คนผู้นี้หาญกล้าคิดจะเจรจากับพวกเราแสดงว่ามันต้องมาถึงพวกเราเตรียมกำลังให้พร้อมข้าจะบทขยี้มัน ” ผู้ดูแลนิกายกล่าวออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง
ในตอนนี้คนภายในนิกายมานที่แฝงตัวอยู่พวกมันเริ่มเตรียมตัวอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่มีคำสั่งออกมาพวกมันใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่ช่วยยามในการเตรียมตัว
หลังจากที่เตรียมตัวกันจนเสร็จเรียบร้อยในยามราตรีพวกมันเองก็เริ่มเคลื่อนไหว
กองกำลังของนิกายมานที่มีจำนวน 100 กว่าคนพวกมันเคลื่อนทีมุ่งตรงออกจากกำแพงเมืองไปยังทางทิศใต้ของเมืองแห่งนี้
สถานที่แห่งนี้เป็นเขตชายแดนแน่นอนว่าเพียงแค่เดินทางไปอีกนิดเดียวมันเองก็แทบจะหลุดเขตชายแดนแห่งนี้ไปแล้ว
บริเวณสถานที่ที่พวกมันเดินทางมามันเต็มไปด้วยป่ามากมายที่ล้อมรอบ
สถานที่แห่งนี้ในยามราตรีทั้งเงียบสงัดแล้วก็ถังมืดมิด กลุ่มคนที่สวมใส่ผ้าคลุมสีดำสนิทภายในมือของพวกมันถือคบเพลิงสว่างไสวกำลังเคลื่อนที่มุ่งตรงเข้ามา
ยามรัตติกาลที่เงียบสงัดกองกำลังของนิกายมากกว่า 100 คนเคลื่อนที่เข้ามาภายในผืนป่าที่อยู่ใกล้ใกล้เมือง
ในขณะที่พวกมันกำลังเคลื่อนที่เข้ามา บนยอดต้นไม้สูงมีดวงตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องพวกมันอยู่
ผู้ที่กำลังยืนอยู่บนต้นไม้และจับจ้องกองกำลังที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาภายในผืนป่าจากไกลๆคนผู้นั้นก็คือลู่เฟิ่ง
เด็กหนุ่มกำลังแสดงรอยยิ้มดวงตาของเขามองตรงไปที่กองกำลังที่กำลังเคลื่อนผลเข้ามา
“ มาติดกับจริงๆด้วยเจ้าพวกนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีสมองมากนัก ”
“ เห็นว่าพวกของตนเองนั้นมีกำลังมากมายขนาดนั้น เลยคิดว่าจะสามารถสังหารข้าได้อย่างง่ายดายสอนะ”
“ ข้าใช้เวลาตั้งหลายช่วยยามในการเตรียมการภายในป่าเอาละมาดูกัน ว่าพวกเจ้าทั้งหมดจะรอดจากค่ายกลของข้าได้หรือไม่ ” ลู่เฟิ่งแสดงรอยยิ้มอย่างสนุกสนานออกมา
โดยกลุ่มคนที่กำลังเคลื่อนที่เข้าไปภายในป่า พวกมันไม่รู้เลยว่าภายในผืนป่าที่กว้างใหญ่และเงียบสงัดแห่งนี้ มันมีกลไกมากมายที่ถูกเตรียมการเอาไว้สำหรับพวกมัน
พวกคนจากนิกายมาลเมื่อพวกมันก้าวเข้ามาภายในป่ายามราตรี
ผู้ดูแลของพวกมันที่เป็นคนนำขบวนมาเริ่มสั่งการตวัดมือเป็นคำสั่งให้เหล่าผู้คนนั้นออกไปค้นหา
กลุ่มของนิกายมันแบ่งแยกออกเป็นสามกลุ่มพรุ่งทะยานไปตามส่วนต่างๆเพื่อที่ค้นหาเป้าหมายของพวกมัน
การกระจายตัวกลุ่มละประมาณสาม 10 กว่าคนของพวกมันมันจะทำให้กับดักยิ่งทำงานได้ดีขึ้น
จบบท