บทที่ 66: หน่วยพิเศษ "อสนีบาตทมิฬ"
ภาพของศีรษะพยัคฆ์อสูรเกราะดำที่ร่วงหล่นลงสู่พื้น ยังคงติดตาตรึงใจทุกคนที่อยู่ในที่นั้น
ความเงียบเข้าปกคลุมกระโจมบัญชาการเป็นเวลานาน...
เหล่าทหารที่เคยมีสายตาดูแคลน บัดนี้มองหลินฟานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง... มันคือความยำเกรง... และความหวาดหวั่นอย่างแท้จริง! พวกเขาอยู่ในสมรภูมิมานานหลายปี ย่อมมองออกว่าการสังหารที่เงียบเชียบและสมบูรณ์แบบเช่นนี้... มันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าการโจมตีที่อึกทึกครึกโครมหลายร้อยเท่า!
แม่ทัพเถี่ยเสวี่ยเยี่ยนเป็นคนแรกที่ได้สติกลับคืนมา นางจ้องมองหลินฟานด้วยแววตาที่ลุกโชน... ไม่ใช่ความโกรธ... แต่เป็นความตื่นเต้นและชื่นชมอย่างถึงขีดสุด!
นางระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน! "ฮ่าๆๆๆ! ดี! ดีมาก! ข้าดูคนผิดไปจริงๆ! ราชสำนักไม่ได้ส่งคุณชายเจ้าสำราญมา... แต่พวกเขาส่งอสูรร้ายที่แท้จริงมาให้ข้า!"
ทัศนคติของนางเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง! นางเดินเข้ามาตบบ่าหลินฟานอย่างแรง "ยินดีต้อนรับสู่กองบัญชาการแดนเหนือ... ผู้อาวุโสเทพอสนี!" (นางคงได้รับข้อมูลตำแหน่งที่แท้จริงของเขาจากราชโองการลับ)
"ข้าชื่อเถี่ยเสวี่ยเยี่ยน นับจากนี้ไป เจ้าคือรองแม่ทัพของหน่วยพิเศษที่จะจัดตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ!"
นางผายมือไปยังแผนที่ขนาดใหญ่ "ภารกิจของเจ้าคือการนำหน่วยพิเศษนี้เดินทางผ่าน 'หุบเขาอสูรคำราม' ซึ่งเป็นเส้นทางที่อันตรายที่สุด เพื่อลอบเข้าไปยัง 'แดนผนึก' ที่อยู่ใจกลางดินแดนของเหล่าอสูร"
"หน่วยพิเศษนี้จะประกอบไปด้วยยอดฝีมือที่แข็งแกร่งและบ้าบิ่นที่สุดของกองทัพสิบนาย" นางกล่าวต่อ "และเพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้า... หน่วยนี้จะใช้ชื่อว่า... หน่วยพิเศษอสนีบาตทมิฬ!"
ไม่นานนัก สมาชิกหน่วยพิเศษทั้งสิบนายก็ถูกเรียกตัวมารวมกันที่หน้ากระโจมบัญชาการ
แต่ละคนล้วนเป็นทหารผ่านศึกที่อาบเลือดมานับครั้งไม่ถ้วน ทุกคนมีระดับพลังอยู่ที่จุดสูงสุดของขอบเขตก่อตั้งรากฐานขั้นที่ 9 และแผ่จิตสังหารที่รุนแรงออกมาอย่างไม่ปิดบัง พวกเขาคือหมาป่าที่ดุร้ายที่สุดของกองทัพ!
เมื่อพวกเขาได้รู้ว่าเด็กหนุ่มที่ดูอ่อนเยาว์ตรงหน้าคือรองแม่ทัพคนใหม่ของพวกเขา สายตาของทุกคนก็เต็มไปด้วยความไม่ยอมรับและความท้าทาย
หัวหน้าของกลุ่มทหารนี้คือชายร่างกำยำที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านใบหน้า เขาชื่อ "ขุ่ยหลาง" (หมาป่าคลั่ง)
"ท่านแม่ทัพ!" ขุ่ยหลางก้าวออกมาข้างหน้า "พวกเรายอมรับการตัดสินใจของท่าน แต่ตำแหน่งรองแม่ทัพนั้นสำคัญอย่างยิ่ง! ข้าขอท้าประลองกับเขา! หากเขาสามารถรับหมัดของข้าได้สามหมัดโดยไม่ล้ม... พวกเราทั้งสิบคนจะยอมรับเขาเป็นรองแม่ทัพอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง!"
นี่คือธรรมเนียมของสมรภูมิ... ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคือผู้นำ!
เถี่ยเสวี่ยเยี่ยนหันมามองหลินฟานด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก ราวกับจะถามว่าเขาจะทำอย่างไร
หลินฟานเพียงแค่พยักหน้าเบาๆ เขาก้าวออกไปเผชิญหน้ากับขุ่ยหลาง
"สามหมัดนั้นมากเกินไป" หลินฟานกล่าวอย่างสงบ "แค่หมัดเดียวก็พอแล้ว"
"เจ้าดูถูกข้ารึ!" ขุ่ยหลางคำรามลั่น เขารวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่กำปั้น! กล้ามเนื้อของเขปูดโปนขึ้น! พลังปราณธาตุดินที่หนาหนักถูกปลดปล่อยออกมา!
"หมัดทลายภูผา!"
เขาซัดหมัดที่รุนแรงที่สุดของเขาเข้าใส่หลินฟาน! หมัดนี้มีพลังพอที่จะทลายกำแพงเมืองได้!
แต่หลินฟานกลับยังคงยืนนิ่ง...
เขาไม่ได้ใช้พลังปราณ... ไม่ได้ใช้ดาบ...
เขาเพียงแค่ยกหมัดขวาขึ้นมา... แล้วซัดสวนกลับไปตรงๆ!
มันคือการปะทะกันของพละกำลังล้วนๆ!
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมม!
เสียงปะทะที่ดังสนั่นราวกับภูเขาสองลูกชนกัน!
คลื่นพลังงานที่รุนแรงซัดจนพื้นดินรอบๆ แตกระแหง!
ภาพที่ปรากฏขึ้นทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง!
หมัดของหลินฟาน... หยุดหมัดทลายภูผาของขุ่ยหลางไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
แต่เรื่องที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นคือ...
แคร่ก... แคร่ก...
เสียงกระดูกแตกดังขึ้นอย่างน่าสยดสยอง!
แขนข้างขวาของขุ่ยหลาง... ตั้งแต่กำปั้นไปจนถึงหัวไหล่... กระดูกทั้งหมดได้แหลกละเอียด! แขนของเขาบิดเบี้ยวผิดรูปอย่างน่าสยดสยอง!
"อ๊ากกกกกกกกก!"
ขุ่ยหลางกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด! ร่างกำยำของเขาทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น!
หลินฟานค่อยๆ ลดหมัดลง... เขายังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับแม้แต่ก้าวเดียว...
เขาใช้เพียงพละกำลังทางกายภาพล้วนๆ ของขอบเขตแก่นแท้ทองคำ... ก็สามารถบดขยี้ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ทหารได้อย่างง่ายดาย!
เหล่าทหารหน่วยพิเศษอีกเก้านายที่เหลือ... บัดนี้มองหลินฟานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง!
ความท้าทายได้แปรเปลี่ยนเป็น... ความเคารพบูชาอย่างสุดซึ้ง!
พวกเขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งพร้อมกัน!
"หน่วยพิเศษอสนีบาตทมิฬ... คารวะท่านรองแม่ทัพ!"