“เจ้า...เป็นไปไม่ได้...เจ้ายังไม่ตาย?”
ชายชุดคลุมสีดำดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผี ก่อนร่างทั้งร่างจะสั่นเทาขึ้นมา
การที่นักเวทคนหนึ่งที่ไม่ได้เตรียมการป้องกันแล้วต้องมาเจอนักรบที่เหมือนปีศาจตรงหน้าตัวเอง ผลลัพธ์มันจะเป็นอะไรได้? ใบหน้าของชายชุดคลุมสีดำซีดขาว ก่อนที่จะมีหมอกสีดำปรากฏออกมาอย่างหนาแน่นหมอกหนาแผ่กระจายไปทุกทิศทางอย่างบ้าคลั่งเหมือนจะปกป้องร่างของเขามันเหมือนกับคนโชคร้ายที่กำลังจะจมน้ำตายแล้วพยายามคว้าจานเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ตรงหน้าเพื่อเอาตัวรอดสำหรับนักเวทแล้ว พวกเขามีร่างกายเปราะบาง ทำให้พวกเขาต้องพึ่งพาเวทมนตร์ในการปกป้องตัวเองตลอดเวลานี่เป็นความเคยชินอย่างหนึ่ง
ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกมาสักพยางค์เดียว ก็...
ปึง!
ซุนเฟยชกไปที่เป้าของมัน ชั่วพริบตาชายชุดคลุมสีดำที่พยายามร่ายเวทมนตร์ต้องหยุดชะงักก่อนจะส่งเสียงโหยหวนเหมือนไก่กำลังถูกเชือดคอไม่ช้าหมอกสีดำที่กำลังปกคลุมทั่วร่างของชายชุดคลุมสีดำก็พลันสลายไป
ชายชุดคลุมสีดำอ้าปากค้าง
มีน้ำลายไหลยืดออกมาจากปากอย่างควบคุมไม่ได้ท่าทางราวกับผู้หญิงที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ดวงตาของเขาเผยท่าทางไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะยกมือขึ้นมาปิด...เป้าตัวเองแน่น
“ฮึๆๆ สุดท้ายหนอนน้อยก็ยังคงเป็นส่วนที่เปราะบางที่สุดของร่างกาย!”
ซุนเฟยหัวเราะฮ่าๆ ก่อนจะเป่าหมัดตัวเอง แม้ในใจจะถอนหายใจ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะคว้าโอกาสงามๆนี้ไว้ เขารีบกระโดดขึ้นมาจากพื้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยกเท้าเตะเป้าชายชุดคลุมสีดำซ้ำอีกรอบอย่างรุนแรง
ลูกเตะครั้งนี้ทำให้ชายชุดคลุมสีดำร่างสั่นกระตุกไปทั้งร่างทันทีเสียงแหบๆ ที่ร้องโหยหวนก่อนหน้านี้กลายเป็นเสียงอึกอักอยู่ในลำคอเหมือนสัตว์กำลังใกล้ตายจากนั้นชายชุดคลุมสีดำก็ทรุดลงกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เผยให้เห็นร่างผอมๆและใบหน้าที่เหมือนกับหัวกะโหลกออกมา ผิวหนังบนใบหน้าแห้งกร้านติดกะโหลกหัวโล้นไม่มีผมสักเส้น...เนื่องจากโจมตีที่ไร้ความปรานีตรงส่วนที่อ่อนไหวที่สุดทำให้ตอนนี้นักเวทสี่ดาวที่น่าสงสารผู้นี้ จากหน้าขาวอมชมพูค่อยๆคล้ำขึ้นและกลายเป็นเขียว...นักเวทสี่ดาวที่สง่าผ่าเผย ตอนนี้น้ำตาไหลพรากเขางอตัวเหมือนกุ้ง กลิ้งไปมาบนพื้นไม่กี่ครั้งก่อนจะสลบไป
“ไอ้โง่! ไม่รู้จักแกล้งตายหรือไง?”
การที่จัดการกับนักเวทสี่ดาวได้ง่ายดายขนาดนี้ ทำให้ซุนเฟยแทบไม่อยากจะเชื่อเพื่อให้แน่ใจว่า ‘หนังกะโหลกผี’ นี่ไม่ได้แกล้งสลบเขาจึงเดินไปด้านหน้าก่อนจะร้องเฮ้ยออกมา พลางแสยะยิ้มเหี้ยมแล้วถีบไปที่เป้ามันอีกทีมีเสียงดังตึงเบาๆ คล้ายเสียงอะไรบางอย่างแตก
“ดูเหมือนว่าจะสลบไปแล้ว”
ในที่สุดซุนเฟยก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกเส้นประสาทที่ตึงเครียดก็คลายลง ในที่สุด แรงกดดันในใจก็หายไป เมื่อผ่อนคลาย ซุนเฟยก็ล้มตัวลงนั่งกับพื้นพลางหอบหายใจ
คิดไม่ถึงว่าแผนการจะราบรื่นแบบนี้แผนการนี้ดีกว่าที่ซุนเฟยคิดเอาไว้ก่อนหน้านี้เสียอีก
ในการต่อสู้ก่อนหน้านั้น ตอนที่เห็นว่าในกองทัพทหารเกราะดำมีพลธนูปรากฏตัวขึ้นมาอยู่ไกลๆซุนเฟยจึงนึกแผนแกล้งตายออกมา นอกจากที่เขาสวมชุดอัศวินเกราะหนักแล้วยังสามารถเรียกชุดเกราะของคนเถื่อนเลเวล 12 ออกมาได้ โดยเฉพาะ ‘ชุดขนสัตว์อาร์คติก’ ใน ‘อุปกรณ์อาร์กติก’ชุดเกราะนี้มีพลังป้องกันสูงมาก เท่ากับว่าเขาสวมชุดเกราะไว้สองชั้นทั้งภายนอกและภายใน ดังนั้นต่อให้เผชิญกับฝนธนูเหล่านั้นเขาก็ยังรอดชีวิตอยู่ดี หากแกล้งตายเขาก็สามารถลอบเข้ามาในค่ายทหารเกราะดำได้จากนั้นก็หาโอกาสลอบโจมตีอีกครั้ง โอกาสที่จะจัดการกับนักเวทสี่ดาวที่น่ากลัวคนนี้ได้มีแค่ห้าสิบหกสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น
ทีแรก หลังจากที่ซุนเฟยแกล้งตาย เขาก็ยังกลุ้มใจว่าจะเข้าใกล้ชายชุดคลุมสีดำเพื่อทำการลอบโจมตีอย่างไรดีใครจะรู้ว่ามันจะดวงซวยมารนหาที่ตายเอง โดยการให้ทหารยก ‘ศพ’ ของเขาเข้ามาในเต็นท์แค่ลงไม้ลงมือนิดหน่อยก็ล้มแล้ว...
“ดูเหมือนว่าพอข้าโชคดีขึ้นมา ก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งข้าได้...วะฮะฮ่า ข้าสมควรเป็นราชาแห่งความโชคดีเสียจริง!”
ซุนเฟยถอดชุดเกราะทรุดโทรมนี้อย่างดีอกดีใจเผยให้เห็นชุดเกราะคนเถื่อนที่อยู่ด้านในประสิทธิภาพของธนูเจาะเกราะของพวกทหารเกราะดำสุดยอดมาก แม้กระทั่ง ‘ชุดขนสัตว์อาร์คติก’ ที่อยู่ด้านในยังมีรอยขีดและรอยแหว่งอยู่มากมายพลังของลูกธนูสามารถเจาะทะลวงชุดเกราะได้ และทำให้ร่างซุนเฟยได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
“การแกล้งตายก็เป็นกลยุทธ์ในการเอาตัวรอดได้ดีเลย!”
ซุนเฟยดื่ม ‘น้ำยารักษาชีวิตขวดกลาง’ที่หยิบออกมาจากเข็มขัดมิติบาดแผลทั่วร่างจึงสมานกันอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทั้งอาการเจ็บปวดก็หายไปด้วยเช่นกันเขาไม่กล้าดื่มน้ำยาหมดขวด เหลือเอาไว้หนึ่งส่วนหกแล้วใส่กลับไปในเข็มขัด
หลังจากที่สภาพร่างกายได้รับการรักษาแล้ว ซุนเฟยก็เริ่มสำรวจเต็นท์สีดำหลังนี้กลิ่นแปลกๆ อบอวลอยู่ในอากาศเหมือนมีซากสัตว์จำนวนนับไม่ถ้วนหมักหมมอยู่ที่นี่ภายใต้แสงของไฟสีฟ้าแปลกๆ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างในเต็นท์สลัวและเงียบสงัดจนน่าขนลุก
สุดท้าย สายตาของซุนเฟยก็ไปตกอยู่ที่เชือกยาวสีดำไม่กี่เส้น
ดวงตาของเขาเป็นประกาย ก่อนจะตัดสินใจนำเชือกมามัดนักเวทสี่ดาวที่กำลังสลบอยู่เขาจะยังไม่ฆ่ามันชั่วคราว ดูเหมือนว่าหากมันยังมีชีวิตอยู่ ซุนเฟยอาจจะได้ประโยชน์บางอย่างจากนักเวทสี่ดาวก็ได้คนเป็นมีค่ามากกว่าศพ เพียงแค่นี้ ทุกอย่างก็จะตกอยู่ในการควบคุมของเขาความรู้ของนักเวทจะต้องมีมากกว่าใครแน่ๆ เมืองแซมบอร์ดเป็นเพียงเมืองเล็กๆที่อยู่ห่างไกล เรื่องราวต่างๆที่เกี่ยวกับในแผ่นดินอาเซรอทบางอย่างแม้แต่บรู๊คและคนอื่นๆ ก็ยังเล่าไม่ละเอียดซุนเฟยอยากรู้ข้อมูลจากปากของนักเวทคนนี้
ซุนเฟยมองเชือกในมือแล้วแสยะยิ้มออกมา “วะฮะฮ่าควรจะมัดไอ้แก่นี้ด้วยท่า SM อะไรดีนะ? มัดมือ? มัดแบบกระดองเต่า? หรือจะมัดขาแบบเป็นรูปตัวเอ็ม?หรือมัดแบบแขวนดี?”
การมัดนักโทษเป็นงานที่ต้องใช้เทคนิคในการมัดขั้นสูงหากมัดไม่ดีมันก็ง่ายที่คนที่ถูกมัดจะดิ้นหลุดออกไปได้ แต่ปัญหานี้ สำหรับ‘ปรมาจารย์ซุนเฟย’ ผู้เชี่ยวชาญที่ทั้งอ่านทั้งดูหนัง SM (เป็นประจำ) มาอย่างโชกโชนในโลกเก่า เรื่องมัดๆพวกนี้ไม่ถือว่าเป็นปัญหาสำหรับเขาหรอก ในหัวของซุนเฟยจดจำเทคนิคการมัดแนว SMไม่ต่ำกว่าเจ็ดสิบสองแบบขึ้นไป แม้ว่าร่างของนักเวทสี่ดาวตรงหน้าจะห่างไกลจากพวกสาวๆสะโพกดินระเบิด หน้าอกตูมๆ พวกนั้นแต่ซุนเฟยก็ไม่รังเกียจที่จะแสดงศิลปะการมัดขั้นสูงที่ตัวเองไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือในโลกเก่าบนร่างของมันจากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ!
ไม่กี่นาทีต่อมา
“ฮึๆๆ ในที่สุดก็เรียบร้อย!” ซุนเฟยปัดมือไปมาพลางมองผลงานชิ้นเอกของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ
นักเวทสี่ดาวผู้โชคร้ายถูกซุนเฟยมัดเป็นบ๊ะจ่างซุนเฟยใช้เชือกเส้นเอ็นไม่ต่ำกว่าหกเส้นมามัดเป็นรูปแบบมัดสิบสองทบซุนเฟยเลือกมัดท่า SM ที่เรียกได้ว่าเป็นการมัดระดับสุดยอดของโลก ‘มัดแบบกระดองเต่า’ รูปแบบที่มัดชายผู้โชคร้ายคนนี้ต้องบอกเลยว่า กว่าจะได้ออกมาเป็นแบบนี้มันยากลำบากมากๆเอาเชือกพันอ้อมหัวให้เชือกอยู่ในปากของนักเวทซุนเฟยจงใจมัดปมให้มันใหญ่เป็นลูกกลมๆ เหมือนลูกบอลเล็กๆ ยัดเขาไปในปากมันพอมันฟื้นขึ้นมาจะได้ร่ายเวทไม่ได้
แน่นอนว่ายังไม่เสร็จ
ซุนเฟยเป็นคนที่รอบคอบมาก เพื่อความปลอดภัย เขานำไม้เล็กๆ สั้นๆที่เจอในเต็นท์ทิ่มเข้าไปในตูดของนักเวทสี่ดาวอย่างไร้ความเมตตาเมื่อแทงเข้าไปแล้วก็นำเชือกที่มัดมือมาผูกที่ไม้นั่น เมื่อไรที่นักเวทดิ้นเชือกก็จะกระทบกับไม้ เขาจะต้องเจ็บตูดแน่ๆความเจ็บนั่นเพียงพอที่จะทำให้ชายฉกรรจ์เป็นลมได้อีกครั้ง
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ซุนเฟยก็ยังคงไม่วางใจอีก
อย่างไรก็ตาม พลังของนักเวทสี่ดาวนั้นแข็งแกร่งมากเกินไป ในกรณีที่ชายคนนี้มีวิธีแก้เชือกที่มัดได้...ซุนเฟยครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะหักแขนขาของนักเวทเห็นนักเวทที่กำลังสลบดิ้นพราดๆ ก่อนจะนิ่งไป คาดว่าน่าจะยังไม่ตื่นง่ายๆเขาแสะยิ้มแล้วเริ่มดำเนินแผนการขั้นต่อไปของตัวเอง
……
……
ค่ายทหารเกราะดำ
เหล่าทหารกำลังวุ่นวายอยู่กับการเก็บเต็นท์เพื่อเตรียมถอยทัพก่อนหน้านั้นสิบนาที มีม้าเร็วมารายงานว่าพบร่องรอยของกองทัพราชอาณาจักเซนิทอยู่ห่างออกไปเห็นได้ชัดว่ากำลังเดินทางมาที่เมืองแซมบอร์ดนี่ทำให้ชายหน้ากากเงินจำเป็นต้องโยนแผนการโจมตีเมืองแซมบอร์ดไป ความจริงแล้วชายหน้ากากเงินรู้ดีว่าตนเองนำกองทัพราชอาณาจักเซนิทมาเป็นข้ออ้างอีกทั้งสะพานพังแบบนี้ทหารเกราะดำคงไม่สามารถเข้าโจมตีได้อีก
และทหารเกราะดำทั้งหมดก็ไม่อยากจะเผชิญหน้ากับเมืองนี้อีกเช่นกันเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นได้ทำลายขวัญกำลังใจเหล่าทหารไปจนหมดเวลานี้พวกเขาอยากจะรีบออกไปจากดินแดนปีศาจนี้ไม่อยากเห็นเมืองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำอีก
ทหารทั้งค่ายต่างพากันยุ่งวุ่นวายไปหมด
ด้านนอกของเต็นท์สีดำของชายชุดคลุมสีดำมีทหารเกราะดำรูปร่างสูงใหญ่ยืนเฝ้าอยู่สองนายพวกเขาถูกชายหน้ากากเงินส่งมาคุ้มกันอาจารย์พวกเขาทั้งสองคนยืดกายตรงเดินมาที่หน้าเต็นท์ทั้งกลัวทั้งขี้เกียจที่จะได้พบกับนักเวทที่อยู่ด้านใน ก่อนหน้านี้มีทหารสิบสี่นายถูกนักเวทชุดคลุมสีดำจับไปทดลองทั้งเป็นและผู้โชคร้ายทั้งสิบสี่คนนั้นก็เห็นได้ชัดว่าก่อนตายจะต้องได้รับการทรมานที่ยากจะจินตนาการได้แน่ๆเสียงกรีดร้องที่เหมือนสัตว์ร้ายโหยหวนนั่นทำเอาทหารในค่ายต่างพากันฝันร้าย
พวกเขาหวังเพียงอย่างเดียวว่าให้สงครามครั้งนี้สิ้นสุดเร็วๆกองทัพถอนตัว พวกเขาก็จะได้ไม่ต้องมายืนยามเฝ้านักเวทปีศาจคนนี้
ตอนนี้เอง
พรึ่บ
ม่านผ้าหนาๆ ของเต็นท์ถูกเลิกขึ้น มีใครบางคนเดินออกมาจากด้านใน
นายทหารทั้งสองนายไม่รอช้ารีบทำความเคารพ แต่หลังจากที่พวกเขาเห็นหน้าคนที่เดินออกมาอย่างชัดๆทันใดนั้นก็รู้สึกหนาวเหน็บไปทั่วร่าง ใบหน้าซีดขาว ริมฝีปากสั่นฟันกระทบกันจนเกิดเสียงดังกึกๆ แม้แต่ลิ้นแทบจะหายไป พูดไม่ออกเลยสักคำ
โครม!
ไม่กี่วินาทีต่อมา หนึ่งในทหารเกราะดำที่เฝ้ายามอยู่หน้าเต็นท์ก็ตาเหลือกขาวตกใจจนเป็นลมไปอีกหนึ่งคนดีกว่านิดหน่อยแต่ทั่วทั้งร่างสั่นระริกชี้นิ้วไปตรงหน้าทำหน้าเหมือนเห็นผี ในหัวของเขาว่างเปล่าเขารู้สึกอิจฉาเพื่อนที่มันชิงเป็นลมไปก่อน ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีไม่ให้ต้องมาเผชิญหน้ากับปีศาจตรงหน้า
“พี่ชาย ถามทางหน่อยสิ เต็นท์ผู้บัญชาการของพวกเจ้ามันหลังไหนกัน?” ซุนเฟยตบบ่าพี่ชายคนนั้นที่กำลังจะช็อกตายบนใบหน้าของซุนเฟยยังคงฉีกยิ้มที่ตัวเองคิดว่าสดใสไปให้ พลางตบบ่าทหารคนนั้นสองทีแล้วถามเมตตา
ร่างทหารคนนั้นสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง พูดอะไรไม่ออกได้แต่เลื่อนนิ้วสั่นๆ ออกไปที่เต็นท์สีดำหลังใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปประมาณห้าสิบกว่าเมตรจากนั้นก็มีเสียงดังตุบ ในที่สุดเขาก็ได้เป็นลมสมใจอยาก
เฮ้ย!
ซุนเฟยมองเต็นท์หลังนั้นที่อยู่ห่างออกไปก่อนจะถุยน้ำลายอย่างแรงจากนั้นเขาไม่คิดจะหลบซ่อนตัวอีกต่อไป เขาเดินดุ่มๆ ออกไป เมื่อจัดการนักเวทสี่ดาวแล้วที่นี่ก็ไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
วินาทีถัดมา มีทหารในค่ายบางคนเห็นซุนเฟยพากันหนีอุตลุด
แต่ไม่มีใครส่งเสียงร้องออกมา
ตึง! ตึง!
ในค่าย ทหารทุกคนที่เห็นซุนเฟยก็เหมือนเห็นปีศาจที่น่ากลัวที่สุดใบหน้าของพวกเขาซีดเผือด ร่างหนาวสั่น อาวุธในมือก็ร่วงลงพื้นได้แต่มองตามหลังซุนเฟยที่เกินไปทางเต็นท์บัญชาการ
บรรยากาศตอนนี้เงียบสงัดเหมือนอยู่ในป่าช้าก็ไม่ปาน
……
……
เมืองแซมบอร์ด
“พระเจ้า...”
“เป็นไปไม่ได้...”
“องค์ราชาอเล็กซานเดอร์...”
ในชั่วพริบตาที่เห็นธนูเจาะเกราะปกคลุมทั่วสะพานและยิงลงมาไม่ขาดสายประชาชนส่วนใหญ่พากันร้องไห้ น้ำตาไหลอาบแก้มเหมือนจิตใจและพลังในร่างถูกดึงออกไปแลมพาร์ดไม่พูดไม่จาเขากระโดดลงจากกำแพงไปแองเจล่าใบหน้าขาวซีดก่อนจะเป็นลมล้มไปในอ้อมกอดของสาวน้อยผมทองเจ็มม่า...
แสงอาทิตย์บนท้องฟ้าพลันหายไปในทันที
ทุกคนรู้สึกอึมครึมราวกับว่ามีอะไรบางอย่างกำลังพังทลาย ทหารองครักษ์รักษาพระองค์และชาวบ้านต่างไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยืนอาวุธในมือหล่นลงพื้นพวกเขาต่างลงจากกำแพงไปเหมือนคนบ้าเพื่อจะวิ่งไปทางประตูเมืองทุกคนต่างคิดจะไปที่สะพานที่พังทลายนั่น แม้ว่าต้องตายพวกเขาก็จะนำองค์ราชากลับมาให้ได้ไม่มีใครเชื่อว่าองค์ราชาอเล็กซานเดอร์ที่พระเจ้าทรงเอ็นดูมากที่สุดจะมาตายแบบนี้เขาจะต้องมีชีวิตอย่างแน่นอน!
ท่ามกลางคนเหล่านั้นมีเพียงคนจำนวนน้อยที่ยืนอยู่ที่เดิมอย่างเงียบๆ และแสดงท่าทางแตกต่างออกไปดวงตาเปล่งประกาย
ตอนนี้เลขานุการบาร์เซิลที่อยู่ตรงหอสังเกตการณ์ยากที่จะระงับความดีใจไว้ได้ เขารู้สึกดีมาก ในที่สุดไอ้เด็กนั่นก็ตาย พูดตามตรง ในการต่อสู้ก่อนหน้านั้น พลังที่อเล็กซานเดอร์แสดงออกมาทำให้เขารู้สึกตกใจและรู้สึกถูกคุกคามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่คิดเลยว่าราชาที่ปัญญาอ่อนมาโดยตลอดจะมีพลังที่แข็งแกร่งขนาดนี้ หรือว่าภาพลักษณ์โง่ๆ ทึ่มๆ ของอเล็กซานเดอร์ก่อนหน้านี้เป็นสิ่งที่เขาเสแสร้งมาโดยตลอด? แค่คิดแบบนี้ บาร์เซิลก็เหงื่อแตกพลั่กทั่วร่างยิ่งเขามองการต่อสู่บนสะพานนานเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัว...
ตอนนี้นับว่าโล่งใจแล้ว สุดท้ายก็ได้ข้าศึกช่วยกำจัดอเล็กซานเดอร์ และด้วยสถานการณ์ที่สะพานถูกตัดแบบนี้ทหารเกราะดำก็คงไม่มีทางโจมตีเมืองแซมบอร์ดได้อีกอาจกล่าวได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แผนการในขั้นต่อไปก็จะสมบูรณ์แบบ
ข้างๆ บาร์เซิล ใบหน้าของเจ้าอ้วนกิลเผยรอยยิ้มออกมา
อเล็กซานเดอร์ ไอ้ปัญญาอ่อนนั้นในที่สุดมันก็ตายแล้ว ฮ่าๆๆไอ้ปัญญาอ่อนมันก็เป็นไอ้ปัญญาอ่อนอยู่ดี ฟื้นสติกลับมาเป็นคนปกติแล้วอย่างไร? มันก็ยังเป็นแค่หมูโง่ๆ ที่รู้แต่เรื่องโง่ๆเพื่อชีวิตไร้ค่าของชาวบ้านพวกนั้น สุดท้ายก็ถูกธนูทะลวงร่างนับหมื่นอยู่ดี?
กิลหันหน้าไปมองแองเจล่าที่อยู่ในอ้อมกอดของเจ็มม่าแล้วเลียริมฝีปากช้าๆดูหยาบช้าและชั่วร้าย ในดวงตาของมันไหวระริกอย่างบ้าคลั่งหากไม่ใช่ว่าบรู๊คอารักขาแองเจล่าอยู่ข้างๆตอนนี้กิลคงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปทำอะไรสักเล็กน้อยกับสาวงามคนนี้....
……
……
ในค่ายทหารเกราะดำ
ชายหน้ากากเงินนั่งบนเก้าอี้หินที่อยู่ตรงกลางมองไปยังอัศวินเกราะดำอีกแปดคนที่เหลือพลางพูดเสียงต่ำว่า “เตรียมถอนทัพเถอะสังหารทหารที่ได้รับบาดเจ็บหนักทุกคน พวกเราจะให้ราชอาณาจักรเซนิทรู้เรื่องของพวกเราไม่ได้เก็บกวาดสนามรบให้ดี อย่าทิ้งร่องรอยเบาะแสใดๆ ไว้...ข้าสาบาน สักวัน ข้ามาเทยา เคชแมนจะนำกองทัพไอนด์โฮเวนมาบดขยี้เมืองเล็กๆ นี้ให้ราบเป็นหน้ากอง!”
พูดถึงตรงนี้ชายหน้ากากเงินก็กัดฟันแน่น
แต่ตอนนี้เอง เรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
เสียงลมกรรโชกแหลมสูงดังมาจากที่ไกลๆเสียงฟึ่บดังขึ้นก่อนที่เต็นท์สีดำหลังใหญ่จะถูกผ่าเป็นสองส่วนเต็นท์แยกกันล้มไปคนละด้าน ประกายแสงสว่างวาบลาดเอียงลงมาจากศีรษะทุกสิ่งทุกอย่างในเต็นท์ก็ปรากฏออกมา
“ข้าเกรงว่าคงไม่มีโอกาสได้กลับมาอีกแล้ว”
เสียงเย็นชาดังขึ้นจากที่ไกลๆชายหน้ากากเงินขมวดคิ้วก่อนจะพบเรื่องที่หน้าตกใจ ร่างนั่นทำให้เขาตัวสั่นร่างที่ควรจะตายไปแล้วค่อยๆ ก้าวมาทางตัวเองทีละก้าวอย่างช้าๆรังสีฆ่าฟันที่แพร่กระจายออกมาทำให้เขารู้สึกลมหายใจติดขัด
“เจ้า...” สีหน้าของชายหน้ากากเงินเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ“เจ้ายังไม่ตาย?”
“แน่นอนว่าข้ายังไม่ตาย ฮึๆๆ ดังนั้นเจ้าก็ต้องตาย!”
ซุนเฟยก้าวเข้ามาใกล้ๆ ดวงตาแหลมคมดุจมีดนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นชายหน้ากากเงินแต่เหล่าอัศวินเกราะดำที่สวมชุดอัศวินหรูหราที่อยู่ข้างๆศัตรูต่างพากันมาปกป้องชายที่อยู่ตรงกลางอย่างระมัดระวัง ท่าทางนี้ทำให้เขาคาดเดาได้เลยว่าชายที่สวมหน้ากากสีเงินคนนั้นเป็นผู้นำของทหารเกราะดำ และเป็นตัวการที่บุกโจมตีและสังหารประชาชนเมืองแซมบอร์ดนับหลายร้อยคนดังนั้นซุนเฟยจะไม่ปล่อยให้ชายคนนี้รอดไปได้อย่างแน่นอน
ซุนเฟยรู้สึกถึงคลื่นพลังแข็งแกร่งในร่างของชายหน้ากากเงินคนนี้น่าจะอยู่ในระดับสองดาว พลังแบบนี้สำหรับซุนเฟยไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามอะไรเขามั่นใจว่าสามารถสังหารชายคนนี้ได้ในชั่วพริบตา
ทหารที่อยู่รอบๆ ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ชายหน้ากากเงินและอัศวินเกราะดำทั้งแปดคนตอนนี้ดูโดดเดี่ยวมาก
“ไป สังหารมันให้ข้า!”
ชายหน้ากากเงินกัดฟัน โบกมือส่งสัญญาณ อัศวินเกราะดำทั้งแปดนายไม่ลังเลใจแม้สักนิดพวกเขาตะโกนพลางพุ่งเข้าไปหาซุนเฟย แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าด้วยพลังของตัวเองตอนนี้มันไม่ต่างอะไรกับการวิ่งไปหาความตายแต่เพราะรับใช้ชายหน้ากากเงินมานานจึงรู้นิสัยดี ทำให้พวกเขาไม่แม้แต่จะลังเล
“ตาย!”
ดวงตาของซุนเฟยทอประกายเย็นชา ทันใดนั้นก็เพิ่มความเร็วขึ้น
ร่างของเขากลายเป็นภาพเบลอ ไม่ช้า เขาก็เข้าใกล้อัศวินเกราะดำด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวประกายแสงสีขาวสว่างจ้า อุปกรณ์สำรองของคนเถื่อน ‘มีดสั้นพายุ’กับ ‘โล่ตราวิญญาณคชสาร’ ปรากฏออกมาในมือของเขา จากนั้นก็หมุนตัวหนึ่งร้อยแปดสิบองศา มีดสั้นสีทองในมือก็กลายเป็นเส้นแสงสีทอง
ฉัวะ ฉัวะ!
เสียงร้องเบาๆ ทั้งแปดครั้งก็ดังขึ้น ร่างของอัศวินเกราะดำทั้งแปดพลันยืนนิ่งไม่ไหวติงเท้าของซุนเฟยเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง เขาหมุนร่างเป็นพายุ ทะยานไปทางชายหน้ากากเงินดวงตาเย็นชาดุจคมมีด ความโกรธเผาไหม้ในหัวใจ
“ฮ่าๆๆ เข้ามาเลย ให้ข้าได้สังหารเจ้ากับมือของข้า!”
ชายหน้ากากเงินปลุกปั่นขวัญกำลังใจตัวเองอย่างเสียไม่ได้ พลังเวทสีฟ้าทั่วร่างส่องแสงขึ้นมาก่อนจะค่อยๆรวมตัวกันเป็นบอลน้ำแข็งขนาดเท่าลูกบาส เสียงฟู่ดังขึ้นก่อนที่จะโยนบอลน้ำแข็งไปทางซุนเฟย ในขณะเดียวกันก็ร่ายเวทน้ำแข็งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหมุนอยู่รอบกายเพื่อป้องกันร่างของตัวเอง
มันสามารถป้องกันและโจมตีไปได้พร้อมๆ กันในพริบตา
ความจริงแล้วชายหน้ากากเงินเป็นนักเวทสองดาวสายน้ำแข็งและดูเหมือนว่าจะมีประสบการณ์การสู้รบมากเพียงพริบตาเดียวเขาได้เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องมากที่สุด
ปัง!
บอลน้ำแข็งโจมตีไปที่ร่างคนสมควรตายนั้นอย่างแม่นยำ
ใบหน้าของชายหน้ากากเงินเผยสีหน้ายินดีออกมาเพียงแค่บอลน้ำแข็งสัมผัสกับร่างคู่ต่อสู้มันจะแช่แข็งร่างทันที และเขายังมีอุปกรณ์เวทมนตร์นับไม่ถ้วนที่สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องจากนี้เขาจะกำจัดศัตรูที่ขวางทางให้สิ้นซากเสีย
แต่...
พายุหมุนยังคงพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งโดยไม่หยุดชั่วพริบตาที่มันพุ่งไปตรงหน้าของชายหน้ากากเงิน มีดสั้นสีทองก็ฟันเข้ามา
“อ๊ากกกก...”
ในตอนนั้น ชายหน้ากากเงินก็กู่ร้องอย่างบ้าคลั่ง
เขาโคจรพลังเวทมนตร์ในร่างอย่างบ้าคลั่งฉับพลันน้ำแข็งนับไม่ถ้วนก็หมุนวนสร้างเป็นโล่คริสตัลขึ้นมาเพื่อป้องกันมีดสั้นสีทองที่เป็นอันตรายถึงชีวิตทว่าสิ่งที่ทำให้ชายหน้ากากเงินตกใจก็คือ มีดสั้นสีทองเล่มนั้นเพียงเข้ามาใกล้ๆมันกลับแฝงกลิ่นอายความตายมาด้วย ชั่วพริบตาก็แทงทะลุโล่คริสตัลเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ฉึก!
ประกายแสงสีทองเย็นชาและไร้ซึ่งความปรานีเสียบเข้าคอหอยของชายหน้ากากเงิน
วินาทีต่อมา ประกายแสงแห่งชีวิตในดวงตาที่อยู่ภายใต้หน้ากากสีเงินก็ดับวูบไปเขาไม่อยากจะเชื่อสายตาจนกระทั่งเขาตาย เขาที่เป็นถึงผู้สืบทอดราชบัลลังก์ของราชอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่บนแผ่นดินอาเซรอทจะต้อง....จะต้องมาตายอยู่ที่นี่หรือ?
“เฮ้...ตายแล้วยังจะสวมหน้ากากอีกหรือ? นึกว่าจะเก่ง ที่ไหนได้กระจอกกว่าที่คิด”
ซุนเฟยกระชากมีดสั้นสีทองออกมา ก่อนจะร้องเฮอะใส่อย่างเหยียดหยามจากนั้นก็แทงเศษน้ำแข็งบนร่างออกจนหมด แล้วใช้เท้าเตะศพของชายหน้ากากเงิน เขากวาดสายตามองทหารเกราะดำรอบๆที่ยืนอ้าปากตาค้าง ในขณะเดียวกัน อัศวินเกราะดำทั้งแปดนายก็ล้มลงไปกองกับพื้น พวกเขาถูกมีดสั้นสีทองในมือของซุนเฟยสังหารไปตั้งนานแล้ว
“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก!” ซุนเฟยตะโกนอกมา
ทหารเกราะดำหลายพันนายราวกับได้รับอภัยโทษพวกมันต่างกรีดร้องอย่างหวาดกลัวแล้วหันหลังหลบหนีไปได้แต่โทษพ่อแม่ว่าทำไมตอนเกิดมาถึงได้ให้ขามาแค่สองข้าง...
ตอนนี้เองก็มีเสียงแตรดังกึกก้องลอยมาจากที่ไกลๆเสียงดังสั่นสะเทือนแผ่นดิน มีกองทัพทหารม้ากำลังวิ่งเข้ามาทางเมืองแซมบอร์ด
----------------------------------------------