ทันทีที่ก้อนโลหะหยุดเคลื่อนไหว... ร่างกายของอริสราก็ประท้วงอย่างรุนแรง
เธอรู้สึกวิงเวียนศีรษะอย่างหนัก โลกรอบตัวหมุนคว้าง และมีของเหลวอุ่นๆ ไหลซึมออกมาจากจมูก... เืกำเดา
เธอยกหลังมือขึ้นเช็ดอย่างลวกๆ พลางจ้องมองก้อนโลหะที่บิดเบี้ยวบนพื้นด้วยสายตาที่ซับซ้อน ส่วนหนึ่งในใจเธอหวาดกลัวพลังทำลายล้างที่เพิ่งปลดปล่อยออกมา... แต่อีกส่วนหนึ่งที่ลึกกว่านั้น... กลับรู้สึกพึงพอใจอย่างประหลาดกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
"นั่นคือราคาของมัน" เสียงของราตรีดังขึ้น ดึงเธอออกจากภวังค์ "พลังของอสูรมันเผาผลาญทุกอย่าง... ทั้งอารมณ์และร่างกาย ยิ่งใช้รุนแรงเท่าไหร่... ก็ยิ่งต้องจ่ายคืนมากเท่านั้น"
ราตรีเดินไปหยิบเสื้อยืดสีดำตัวใหญ่กับกางเกงยีนส์เก่าๆ ตัวหนึ่งมาจากกองเสื้อผ้า ก่อนจะโยนมาให้อริสราพร้อมกับขวดน้ำและแท่งโปรตีน "กินซะ... แล้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เธออยู่ในชุดโรงพยาบาลนั่นตลอดไปไม่ได้หรอก"
อริสราทำตามอย่างว่าง่าย เธอดื่มน้ำอย่างกระหายและกัดแท่งโปรตีนที่รสชาติเหมือนกระดาษแข็งแต่ก็ให้พลังงานได้ดี เมื่อมีแรงขึ้นมาบ้างแล้ว เธอจึงลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่มุมหนึ่งของโกดัง เสื้อผ้าของราตรีตัวใหญ่กว่าเธอเล็กน้อย แต่ก็ให้ความรู้สึกปลอดภัยและทะมัดทะแมงกว่าชุดผู้ป่วยบางๆ หลายเท่านัก
ขณะที่เธอกำลังนั่งพักอยู่นั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นแผนที่ขนาดใหญ่บนผนัง มันคือแผนที่ของเมือง... แต่กลับเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ประหลาด วงกลมสีแดงหลายจุดถูกทำเครื่องหมายไว้ทั่วทั้งแผนที่ บางจุดมีเครื่องหมายกากบาทสีดำทับไว้ ในขณะที่บางจุดมีสัญลักษณ์รูปดาวสีน้ำเงินกำกับ
"แผนที่นั่น... คืออะไรคะ?" เธอเอ่ยถามทำลายความเงียบ
ราตรีไม่ได้หันมามอง แต่ตอบในขณะที่กำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดมีดสั้นเล่มนั้น "สนามเด็กเล่นของเรา... และสนามล่าของพวกมัน"
เธอยืนขึ้นและเดินมาที่แผนที่ ใช้นิ้วชี้ไปที่วงกลมสีแดงจุดหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตำแหน่งโรงพยาบาลที่พวกเขาเพิ่งจากมา "จุดที่ม่านกั้นระหว่างมิติเบาบาง... พวกตัวตนจากภพอื่น โดยเฉพาะพวกเงาชั้นต่ำที่หิวกระหาย... ใช้มันเป็ประตูเพื่อข้ามมายังโลกมนุษย์"
แล้วนิ้วของเธอก็ลากมาที่ตำแหน่งโกดังที่พวกเขาอยู่ "เราอยู่ห่างจากประตูบานนั้นพอสมควร... ปกติแล้วถือว่าปลอดภัย"
"ปกติ?" อริสราทวนคำ
"ใช่... 'ปกติ'" ราตรีเน้นคำนั้น ก่อนจะหันมาสบตาเธอโดยตรง แววตาที่เคยขบขันหายไป กลายเป็ความเคร่งเครียด "แต่การะเิพลังของเธอเมื่อกี้... มันไม่ได้อยู่แค่ในโกดังนี้ อริสรา มันเหมือนคลื่นกระแทกทางิญญาที่แผ่ออกไป... ทำให้ 'ประตู' บานอื่นๆ ในบริเวณนี้ไม่เสถียร และที่สำคัญกว่านั้น... มันคือการป่าวประกาศตำแหน่งของเราให้ทุกคนที่กำลัง 'ฟัง' อยู่ได้ยิน"
ราตรีหันไปเก็บข้าวของที่จำเป็ใส่กระเป๋าเป้ใบเล็กอย่างรวดเร็ว
"เราอยู่ที่นี่นานกว่านี้ไม่ได้แล้ว... เราต้องย้ายที่ เดี๋ยวนี้"
อริสรามองตามการกระทำของราตรีด้วยใจที่หล่นวูบ เธอยังไม่ทันจะได้พักหายใจหายคอให้เต็มที่ด้วยซ้ำ
บทเรียนของเธอยังไม่ทันจะจบ... สนามสอบจริงที่โหดร้ายกว่าเดิมก็กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
"เข้าใจแล้ว" อริสราตอบรับเสียงเบา แม้ในใจจะยังเต็มไปด้วยคำถามนับล้าน
ราตรีไม่ได้เสียเวลาอีกต่อไป เธอจัดเตรียมสัมภาระอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ของที่เธอหยิบใส่กระเป๋าเป้ไม่ใช่เสื้อผ้าหรือของใช้ส่วนตัว แต่เป็อาวุธขนาดเล็กหลายชิ้นที่อริสราไม่รู้จัก และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หน้าตาแปลกตาอีกสองสามอย่าง
"พร้อมนะ?" ราตรีถามพลางสะพายกระเป๋าขึ้นบ่า
อริสราพยักหน้า เธอคว้าผ้าห่มผืนนั้นติดมือมาด้วย... อย่างน้อยมันก็เป็สิ่งเดียวที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยในโลกที่กำลังพังทลายใบนี้ ก่อนจะก้าวออกจากประตูโกดังร้าง สายตาของเธอเหลือบไปเห็นก้อนโลหะที่บิดเบี้ยวซึ่งเคยเป็แก้วน้ำ... มันคือเครื่องเตือนใจถึงพลังที่หลับใหลอยู่ในตัวเธอ
ทันทีที่ก้าวออกมาสู่โลกภายนอก บรรยากาศก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความเงียบสงัดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกตึงเครียดที่จับต้องได้ อากาศรอบตัวรู้สึกหนักอึ้งและเต็มไปด้วยสายตาที่มองไม่เห็น
"จากนี้ไป..." ราตรีสั่งเสียงเรียบขณะเดินไปที่มอเตอร์ไซค์ "ทำตัวเงียบๆ อย่าแสดงอารมณ์อะไรออกมาทั้งสิ้น โดยเฉพาะความกลัวและความโกรธ... เก็บ 'กลิ่น' ของเธอไว้ให้มิดชิดที่สุด"
อริสราพยักหน้ารับคำและปีนขึ้นซ้อนท้ายรถอย่างรวดเร็ว
การเดินทางครั้งนี้แตกต่างจากครั้งแรกโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่การขับขี่ที่บ้าคลั่งเพื่อหนีตาย แต่เป็การเคลื่อนที่อย่างระมัดระวังและมีเป้าหมาย ราตรีเลือกใช้เส้นทางที่มืดและซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม
และครั้งนี้... อริสราไม่ได้หลับตาปี๋อีกต่อไป เธอลืมตา... และมองเห็นโลกในแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
ด้วยคำแนะนำของราตรีเป็เหมือนกุญแจไขการรับรู้... บัดนี้เธอไม่ได้เห็นแค่ตึกรามบ้านช่อง แต่เธอเห็น "รอยร้าว" ในความเป็จริง... ในบางจุดของเมือง อากาศดูบิดเบี้ยวราวกับภาพสะท้อนบนผิวน้ำ... ในบางแห่ง สีสันของโลกดูซีดจางผิดปกติ... นั่นคือ "ประตู" ที่ราตรีพูดถึง
และรอบๆ ประตูเ่าั้... เธอเห็นพวกมัน...
เหล่าเงาตะคุ่มที่หิวโหยมีจำนวนมากกว่าที่เธอเห็นในโรงพยาบาลหลายเท่านัก พวกมันรวมตัวกันราวกับฝูงแมลงที่มาตอมแสงไฟ... แสงไฟที่เกิดจากรอยแยกของมิติที่กำลังไม่เสถียร... ผลงานของเธอเอง
"เห็นนั่นไหม?" ราตรีะโแข่งกับเสียงลม พยักพเยิดไปยังกลุ่มเงาที่ใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่ง "นั่นแหละผลงานของเธอ... สวยดีไหมล่ะ?"
อริสราทำได้เพียงเม้มปากแน่น ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาในใจ
เธอยังเหลือบไปเห็นประกายแสงสีทองจางๆ บนยอดตึกระฟ้าแห่งหนึ่ง... ไกลออกไป... พวกพรานยังคงอยู่ที่นั่น... เฝ้ามอง... และรอคอย
หลังจากเดินทางผ่านความมืดที่น่าขนลุกมาเกือบครึ่งชั่วโมง ราตรีก็พารถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นหลักอย่างไม่คาดฝัน... กลับเข้าสู่ใจกลางเมืองที่ยังคงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟนีออนและเต็มไปด้วยผู้คน
อริสรางุนงงกับการกระทำนั้น "เรา... เราจะไปไหนกันต่อ? ทำไมถึงเข้ามาในที่สว่างแบบนี้?"
ราตรีหัวเราะเบาๆ ในลำคอขณะบังคับรถผ่านการจราจรที่เริ่มบางตาลง
"ก็ที่ที่ปลอดภัยที่สุด..." เธอตอบ "ก็คือที่ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเจอเรายังไงล่ะ"