ชายผู้มีพลังในการปฎิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์)

    ตอนที่ 33

    ตอนที่ 33

    เรื่อง ชายผู้มีพลังในการปฏิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์)


    ไมเด้นมองไปยังโทรุที่ถือถุงใส่หนังสือหลายใบ เธอหยิบมันออกจากมือของโทรุ

    ไมเด้น : " ฉันช่วยถือ................หนักชะมัด แวะเอาไปเก็บบ้านนายก่อนไหม "

    โทรุ : " ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ไม่รู้พูดยังไง "

    ไมเด้น : " แค่เอาของไปเก็บ ทำไมถึง....... (พึ่งคิดได้ว่าจะมีแค่เธอกับโทรุที่ไปที่บ้านของโทรุ) "

    โทรุ : " ใช่ เป็นแบบที่เธอคิดนั่นแหละ ฉันถึงไม่อยากพูดมันไง "

    คงเป็นเพราะไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องผู้หญิงในเรื่องไหนเลย

    ทำให้โทรุไม่กล้าชวนผู้หญิงเข้าบ้านแบบสองต่อสอง ยิ่งเป็นคนที่ชอบโทรุก็คงไม่กล้าหนักเข้าไปอีก

    เพื่อไม่ให้สถานการณ์อันน่าอึดอัดที่ตัวเองทำไว้ ไมเด้นจึงหาเรื่องคุยเกี่ยวกับถุงหนังสือที่โทรุเอามาด้วย

    เธอเปิดดูในถุงที่เธอถืออยู่ ในนั้นมีหนังสือทางการแพทย์ที่แม่ของโทรุซื้อเอาไว้ครั้งก่อน


    ไมเด้น : " หนังสือแพทย์? นายอ่านหนังสือพวกนี้ด้วยเหรอ "

    โทรุ : " ถ้าว่างๆ ฉันก็อ่านมันนะ จริงๆ แล้วหนังสือพวกนั้นเป็นของแม่ฉันนะ "

    ไมเด้น : " ถึงว่านายลงเรียนวิชารองเป็นวิชาแพทย์ .............. ในนี้มีหนังสือวิทย์ด้วยงั้นเหรอ? "

    โทรุ : " หนังสือแพทย์กับพวกชีวะเป็นของแม่ฉัน ส่วนหนังสือเคมีกับฟิสิกส์เป็นของพ่อฉันนะ "

    คำตอบของโทรุทำเอาไมเด้นนิ่งไปเลย เพราะหนังสือพวกนี้ระดับสูงเกินกว่าเด็ก .ปลาย จะเข้าใจได้

    เธอจึงเข้าใจว่าทำไมเธอถึงแพ้เรื่องคะแนนสอบกับโทรุและทำไมโทรุทำคะแนนสอบได้สูงมากมาตลอด

    ทั้งสองเดินคุยกันมาจนถึงบ้านของโทรุ ตอนแรกไมเด้นจะยืนรออยู่หน้าบ้าน แต่เธอตัดสินใจตามโทรุเข้าไป

    ตอนแรกโทรุเดินเข้าไปหน้าห้องเก็บของก่อนจะเปลี่ยนใจเดินไปห้องอื่นแทน


    โทรุ : " (ห้องเก็บของเต็ม คงต้องไปเก็บในห้องอื่นแทน) " โทรุคิดในใจก่อนจะเดินไปห้องครัว

    ไมเด้น : " ตรงนี้น่าจะเป็นห้องเก็บของนี้ ทำไมไม่เก็บไว้ในนี้แหละ" ไมเด้นเดินตามเข้ามาแต่โทรุไม่เห็นเธอ

    ไมเด้นที่เดินตามเข้ามา เธอหยิบถุงใส่หนังสือที่วางอยู่หน้าประตูบ้านเข้ามาด้วย

    เธอคิดว่าจะช่วยเอามันมาเก็บ ไมเด้นพยายามเปิดประตูห้องเก็บของ แต่มันเปิดไม่ออก

    ไมเด้นพยายามเปิดประตูอยู่หลายครั้งก่อนโทรุจะโผล่มาห้าม


    โทรุ : " อย่าเปิดมัน เดี๋ยวกองหนังสือข้างในมันถล่มลงมา "

    ไมเด้น : " (ยังพยายามเปิดประตูอยู่ จนประตูเปิดออก) "

    กองหนังสือที่อยู่ในห้องมันมีเยอะเกินไป ทำให้มันถล่มลงมาใส่ไมเด้น

    โทรุวิ่งไปดึงแขนไมเด้นออกมาก่อนที่กองหนังสือจะถล่มใส่เธอ

    แทนที่จะเป็นกองหนังสือล้มทับไมเด้น กลับกลายเป็นไมเด้นที่ล้มใส่โทรุซะเอง

    ไมเด้นขึ้นคร่อมบนตัวโทรุพอดี ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่คุณเจ้าหน้าที่รัฐมาหาโทรุพอดี


    คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " ฉันคงมาขัดจังหวะสินะ โทษที " คุณเจ้าหน้าที่รัฐเดินออกไปรอหน้าบ้าน

    ไมเด้น : " .................... (รีบลุกขึ้นยืน) "

    โทรุ : " ไม่ใช่ครับ!! เข้าใจผิดแล้ว!! "

    ทั้งสองรีบเดินตามคุณเจ้าหน้าที่รัฐไปด้านนอก


    คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " แค่จะแวะมาบอกว่า นีโร่กับเม็กถึงบ้านแล้วเท่านั้นเอง "

    คุณเจ้าหน้าที่รัฐคิดว่าโทรุคงเป็นห่วงเพื่อน เธอจึงแวะมาหาและบอกเรื่องเพื่อนของโทรุเท่านั้น

    เธอไม่คิดว่าโทรุจะกล้าพาผู้หญิงเข้าบ้าน


    โทรุ : " (พยายามอธิบายถึงเรื่องที่เกิดขึ้น) "

    คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " ไม่ต้องอธิบายหรอก กลับเข้าไปสนุกต่อในบ้านเถอะ ไปก่อนนะไอ้หนู "

    คุณเจ้าหน้าที่รัฐเดินไปขึ้นรถโดยไม่ได้ฟังที่โทรุอธิบาย เธอขยิบตาให้ก่อนจะขับรถออกไป

    เธอรู้ว่าโทรุไม่กล้าพอจะพาผู้หญิงเข้าบ้าน เธอแค่แกล้งหยอกโทรุให้เข้าใจผิดเท่านั้น


    ไมเด้น : " นายมีความสัมพันธ์ยังไงกับเธอกันแน่เนี่ย " ไมเด้นหมายถึงคุณเจ้าหน้าที่รัฐ

    โทรุ : " เธอเป็นคนดูแลฉัน ตั้งแต่ 8 ขวบนะ เหมือนแม่อีกคนเลยละ "

    ไมเด้น : " หลังจากได้รับพลังสินะ "

    โทรุเดินมาส่งไปจนถึงบ้าน ขณะที่เดินมาด้วยกันก็คุยกันเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของคุณเจ้าหน้าที่รัฐ


    คุณหัวหน้า : " ไปพักร้อนมา ได้ข่าวอะไรกลับมาบ้าง "

    คุณลูกน้อง : " ถ้าได้พักร้อนจริงๆ ก็ดีสิครับ มีทั้งข่าวดีและก็ข่าวร้าย "

    ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คุณหัวหน้าได้ส่งคุณน้องไปทำภารกิจนอกประเทศมา

    มันเป็นภารกิจค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มคนใส่หน้ากากที่บุกโรงเรียน Fate Academy (ในตอน17-20)

    สาเหตุที่คุณหัวหน้าส่งคุณลูกน้องไปทำภารกิจนี้ก็เป็นเพราะว่า

    หนึ่งในพวกมันเป็นผู้ใช้พลัง Fate ที่สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งต่างๆ ได้

    ข่าวร้ายที่ได้มาคือ กลุ่มคนใส่หน้ากากเป็นทหารรับจ้างในตลาดมืด

    ทำให้ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่มีที่มาที่ไปและสืบอะไรต่อไม่ได้เพราะไม่มีสัญญาจ้างหลงเหลือ

    และสืบหาตัวตนของกลุ่มคนใส่หน้ากากไม่ได้เลย

    ส่วนข่าวดีคือ จากข้อมูลอันน้อยนิด พวกเขาสืบไปเจอห้องทดลองลับที่ขั้วโลกเหนือ

    มันอยู่ใต้แผ่นน้ำแข็งหลายสิบเมตร และยังพบร่องรอยของ Artifact ที่เคยถูกขโมยไปเมื่อหลายสิบปีก่อน

    ทำให้พวกเขาเชื่อว่า Artifact นี้เป็นสิ่งที่มอบพลังในการเคลื่อนย้ายสิ่งต่างๆ ให้กับกลุ่มคนใส่หน้ากาก

    จากข้อมูลพวกนี้พวกเขาสามารถตามหาร่องรอยของ Artifact ที่ถูกขโมยไป

    คุณหัวหน้าได้สั่งให้อีกทีมออกค้นหา Artifact ที่ถูกขโมยไปตามร่องรอยที่ได้มา


    ณ ซากโบราณสถานใจกลางประเทศ Fate เป็นสถานที่ที่ได้รับการปกป้องมากที่สุดในประเทศ

    ตอนนี้ไอแซกกำลังเดินลงไปยังซากโบราณสถานในส่วนที่อยู่ชั้นใต้ดิน

    ไอแซกมาถึงชั้นที่ 65 ซึ่งเป็นชั้นที่ลึกที่สุดเท่าที่พวกเขาจะมาได้


    ไอแซก : " ชั้น 65 งั้นเหรอ ก็คงเหมือนชั้นอื่นหรือเปล่า " ประตูของชั้น 65 ได้เปิดออก

    ด้านในก็เหมือนชั้นด้านบนที่ถูกเปิดมาแล้ว ส่วนใหญ่ด้านในจะเป็นแร่พิเศษที่ปล่อยคลื่นต่อต้านพลัง Fate

    และก็มีแร่มีค่าอย่างพวกทองคำ แร่เพชร และก็แร่อื่นๆ


    ไอแซก : " ฉันอยากจะพาเด็กนั้นมาเปิดประตูด้วยจริงๆนะ "

    ฟารา : " เด็กนั้นนะเหรอ นึกว่านายไม่เห็นด้วยซะอีก "

    จากการสำรวจใต้ดินทำให้รู้ว่าโบราณสถานชั้นใต้ดินมีทั้งหมด 101 ชั้น

    ในแต่ละชั้นจะมีประตูกั้นไว้ ส่วนการเปิดประตูต้องพลัง Fate ในการเปิดประตู

    โดยที่ประตูจะมีอักษรโบราณที่เขียนเป็นปริศนาให้แก้อยู่ ผู้ที่เปิดต้องแก้ปัญหาที่ประตูให้ได้

    ยิ่งชั้นลึกมากเท่าไรปัญหาที่ต้องแก้ก็ยากขึ้นเรื่อยๆ และไม่ใช้แค่นั้น

    ผู้เปิดประตูก็ต้องควบคุมพลัง Fate ให้เก่งมากขึ้นเรื่อยๆ

    การแก้ปริศนาที่ประตูไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมากมาย เพราะประเทศนี้มันคนทำเรื่องนี้อยู่มาก

    แต่ปัญหาที่แท้จริงคือ หาคนที่สามารถควบคุมพลัง Fate ที่เก่งกาจนั้นเป็นเรื่องอยาก

    แม้แต่ไอแซกที่ควบคุมพลังได้เก่งที่สุดในโลก กว่าจะเปิดประตูชั้นที่ 65 ได้ก็ยังเสียเวลาอยู่เป็นปี


    ไอแซก : " ถ้าอยู่ภายใต้คำสั่งรัฐบาลก็ไม่หรอก "

    ฟารา : " กลับเถอะ ฉันจดปริศนาที่ประตูชั้น 66 เสร็จแล้ว "

    ไอแซกทำหน้าที่ควบคุมพลัง Fate ในการเปิดประตู ส่วนฟาราคือคนที่ค่อยแก้ปริศนาของประตู


    คุณหัวหน้า : " ลิน่า ได้เรื่องคนที่ค้นประวัตินักเรียน Fate Academyแล้ว "

    คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " ว่ามาเลยค่ะ หัวหน้า "

    คุณหัวหน้า : " เป็นคนในโรงเรียนนั่นแหละ ดูจากอำนาจในการเข้าถึงข้อมูล น่าจะเป็นประธานนักเรียน "

    คุณเจ้าหน้าที่รัฐ : " รับทราบค่ะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้ต่อ "

    ทั้งสองคุยผ่านวิทยุ ในช่วงหลังจากการจู่โจมของกลุ่มคนใส่หน้ากาก

    ได้มีใครบางคนเข้าไปค้นประวัตินักเรียนของ Fate Academy มาสักพักใหญ่

    ซึ่งคนที่ถูกค้นข้อมูลประวัติคือโทรุ และคนที่เป็นคนค้นประวัติคือประธานนักเรียนของ Fate Academy


    รองประธานนักเรียน : " ช่วงนี้อยู่ถึงเย็นเลยนะครับ รุ่นพี่ "

    ประธานนักเรียน : " มีเรื่องต้องทำนิดหน่อย นายกลับไปก่อนได้เลย " รองประธานนักเรียนเดินออกไปจากห้อง

    ผู้ช่วยของประธานนักเรียน : " เอาแฟ้มประวัติเท่าที่หาได้ มาให้แล้วค่ะ "

    ผู้ช่วยของประธานนักเรียน : " ทำไมถึงสนใจเด็กปี4 คนนี้ด้วยค่ะ "

    ประธานนักเรียน : ยังบอกตอนนี้ไม่ได้หรอก ถ้ารู้อะไรมากกว่านี้ฉันจะบอกเธอแล้วกัน "

    ประวัตินักเรียนส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลดิจิตอลที่เก็บอยู่ฐานข้อมูลของโรงเรียน

    แต่ก็มีประวัติบางส่วนถูกเก็บเอาไว้ในรูปแบบของเอกสาร ประธานนักเรียนสั่งให้ผู้ช่วยของเธอ

    เข้าไปเอาประวัติเก่าของโทรุในช่วง ม.ต้นที่ถูกเก็บไว้แบบเอกสารมาให้เธอตรวจสอบ


    หลังจากผู้ช่วยออกไปจากห้อง ประธานนักเรียนได้เปิดวิดีโอจากกล้องวงจรปิดดู

    มันเป็นช่วงเวลาที่กลุ่มคนใส่หน้ากากกำลังวิ่งไล่ยิงโทรุที่กำลังหนีและอุ้มดอลไปด้วย

    กระสุนนับสิบนัดพุ่งเข้าหาโทรุ แต่พวกมันกลับหายไปในอากาศ และยังมีเรื่องที่ดอล

    เด็กหญิงปริศนาโผล่ออกมาจากกำแพงด้วย เรื่องพวกนี้ทำให้เธอสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น

    เพราะประวัติเรื่องพลังของโทรุถูกใส่เอาไว้ว่า เป็นรูปแบบพิเศษและความสามารถคือ

    ตัวของโทรุจับไม่รับผลจากพลัง Fate ใดๆ

    เธอยังพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับ ดอล เด็กหญิงในวิดีโอด้วย แต่กลับหาประวัติของเธอไม่เจอเลย

    สาเหตุที่เธอได้วิดีโอพวกนี้มา เพราะครอบครัวของเธอทำบริษัทเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัย

    ทำให้เธอเข้าถึงข้อมูลพวกนี้ได้ แม้ว่าเหล่าเจ้าหน้าที่รัฐจะลบข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปทั้งหมดแล้วก็ตาม


    _______________________________จบตอน__________________________________


    โบราณสถานใต้ดิน

    ด้านบนของสถานที่นี้มีศิลาที่มอบพลังให้กับผู้คนอยู่ ส่วนใต้ดินถูกแบ่งเป็นชั้น

    มีทั้งหมด 101 ชั้น แต่ละชั้นจะมีประตูกั้น หน้าบานของประตูมีอักษรโบราณถูกสลักเอาไว้

    การเปิดประตูในแต่ละชั้นต้องแก้ปัญหาที่ถูกสลักเอาไว้

    เมื่อแก้ไขปริศนาได้ก็ใช้พลัง Fate ใส่เข้าในประตู ซึ่งผู้เปิดประตูต้องควบคุมพลังของตัวเอง

    ให้ไหลเข้าไปในประตูตามปริศนาที่แก้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก


    Artifact ถูกค้นพบภายในโบราณสถานใต้ดิน

    มีกล่าวถึงในตอนที่ 31 (ในช่วงท้าย) และตอนที่ 33


    Artifact ของตอนที่ 31 คือ อุปกรณ์บางอย่างที่ทำให้พลังรูปแบบกลายพันธุ์พัฒนาไปอีกขั้น

    จากที่รูปแบบกลายพันธุ์จะไม่แสดงผลกับรูปลักษณ์ภายนอก

    แต่ Artifact ชิ้นนี้สามารถทำให้รูปแบบกลายพันธุ์แสดงผลพลังได้มากขึ้นถึงขั้นเปลี่ยนแปลงร่างกายได้


    Artifact ของตอนที่ 35 คือ คทาไม้ที่มีศิลาสีแดงอยู่ที่ปลายไม้

    มีพลังในการมอบพลัง Fate ให้ผู้คนได้ มันถูกขโมยไปจากคลังทหารเมื่อหลายสิบปีก่อน

    มันเป็น Artifact หนึ่งเดียวที่มีความสามารถเหมือนกับศิลาที่อยู่ด้านบนของโบราณสถานใต้ดิน

    คล้ายกับเรื่องชายผู้มีพลังในการปฎิเสธทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตา (รีไรท์) ที่คุณอ่าน