ตอนที่ 301 4 วัตถุดิบ
“เจ้าคงได้คุยกับดักลาสระดับหนึ่งแล้วเรื่องวิธีพัฒนาอาวุธของเจ้า หากต้องการความช่วยเหลือเรื่องการจัดหาวัตถุดิบเจ้าสามารถบอกมีครูสได้เสมอ” ดยุคเรนนัสรับร่มปกปักหทัยจากนิทานมาตรวจสอบ เขาพยักหน้ากล่าวว่า ‘อาวุธชั้นเลิศ’
“ตัวร่มปกปักหทัยผมพอจะมีแนวทางที่อยากพัฒนามันแล้วครับ ติดที่อาวุธของคีตามากกว่า” นิทานถอนหายใจ แม้จะได้คำแนะนำจากดักลาสระดับหนึ่งแล้วแต่ตัวคีตาเองกลับยังไม่ถูกใจเสียที
“โฮ่ง!”
คีตาใช้ได้หมดเลย!
“เพราะใช้ได้หมดเลยถึงยากนี่ไง ฉันอยากให้นายได้ใช้อะไรที่นายชอบและมั่นใจจริง ๆ นะ” นิทานก้มลงไปลูบหัวเจ้าหมายักษ์ คีตานั้นคล้ายคลึงกับเข้ามาก ทั้งเขาและมันสามารถใช้อาวุธได้แทบทุกประเภทแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญชนิดใดเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าแถวนั้นมีอะไรให้หยิบจับก็ใช้ ๆ ไปก่อน
ตัวเขายังโชคดีที่ถูกใจกับร่มปกปักหทัยในฉบับที่เรียกได้ว่ารักแรกพบที่งานประมูลของตระกูลอิสึกะ แต่ตัวคีตาเนี่ยสิที่ยังไม่ถูกใจอาวุธชิ้นใด
หลังจากใช้ร่มปกปักหทัยต่อสู้มาอย่างยาวนานเขาจึงได้เข้าใจความสำคัญของอาวุธที่ตนถูกใจ ในตอนนี้หากจะให้เขากลับไปใช้หอกหรือดาบเขาก็คงจะดึงประสิทธิภาพของมันออกมาได้ไม่เท่ากับร่มคันนี้
“หากเป็นสัตว์คู่หูสายพันธุ์สุนัข ที่ข้าเคยพบเห็นว่าใช้ได้ดีก็จะมีจำพวกกรงเล็บและมีดดาบ” ดยุคเรนนัสเสนอ
“สายพันธุ์สุนัขมักมีความคล่องแคล่วและยืดหยุ่น ดังนั้นการคาบดาบฟาดฟันจึงไม่เป็นปัญหา”
“หรือแม้แต่ใช้อาวุธเป็นเกราะหุ้มทั่วตัวก็เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป” ดยุคเรนนัสตรวจสอบรูปร่างหน้าตาของคีตา สรีระของมันย่อมไม่มีปัญหาแต่อย่างใดสำหรับการคาบดาบใหญ่ฟาดฟันไปทั่ว
“ชุดเกราะก็น่าสนใจนะ นายว่าไงคีตา” นิทานเสนอ ความคิดของดยุคเรนนัสค่อนข้างน่าสนใจในสายตาของเขา หากคีตาสวมเกราะมันจะได้ปลอดภัยมากขึ้นด้วย
“โฮ่ง!”
ขนคีตาแข็งกว่าอีก! มันส่ายหน้าปฏิเสธอย่างรวดเร็ว มันมีปราการอยู่แล้ว จะต้องการชุดเกราะไปทำไมอีก
“ไม่จำเป็นต้องรีบเร่งไปหรอก หากเจ้าไม่มีธุระอะไรเร่งด่วนก็รั้งอยู่ในบาราทรัมสักหลายวันก่อนตัดสินใจเถอะ หากอยากพัฒนาอาวุธด้วยละอองรูบีออน ดักลาสคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว” ดยุคเรนนัสยังมีธุระบ้านเมืองอีกมากที่ต้องคอยดูแล ตำแหน่งดยุคย่อมมาพร้อมหน้าที่มากมาย เขากล่าวกับนิทานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าที่เคยก่อนจะแยกจากมา
หลังจากได้ใช้เวลาอยู่กับนิทานช่วงหนึ่งและได้เห็นนิสัยใจคอ ดยุคเรนนัสก็เริ่มมองนิทานดั่งบุตรหลานคนหนึ่งของตน โดยเฉพาะหลังจากที่นิทานปฏิญาณไม่คืนคำเรื่องมิตรไมตรีด้วยแล้ว
“ถ้ายังเลือกไม่ได้งั้นเราไปหาคุณดักลาสกันก่อนดีกว่า ระหว่างที่จดรายการวัตถุดิบที่คุณดักลาสต้องการนายอาจจะสนใจอะไรขึ้นมาก็ได้” นิทานเคารพลาดยุคเรนนัสที่พาเขาเดินกลับมายังหน้าคฤหาสน์ แล้วจึงหันไปคุยกับคีตาเรื่องหลังจากนี้
ทั้งสองนั้นติดต่อกับไพลินเรื่องกิจธุระในนครรัตนะเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนี้นิทานจะเดินทางต่อโดยทันที เป้าหมายคร่าว ๆ ก็คือการเก็บรวบรวมวัตถุดิบสำหรับพัฒนาร่มปกปักหทัย
แม้ดักลาสจะยังไม่ได้ระบุว่าสิ่งใดบ้างที่เขาต้องหามาแต่เขามีสังหรณ์ระดับหนึ่งว่าวัตถุดิบหลายชิ้นนั้นต้องยากแก่การจัดหา
เขาต้องการให้ร่มปกปักหทัยนั้นสามารถเทียบเคียงกับเคียววาดเมฆาของซอเด็ต เคียววาดเมฆาสมควรเป็นวัตถุสลักคำระดับอริยะโดยแท้ แม้นิทานจะยังไม่เห็นการผสานคำผ่านมันแต่เขามั่นใจ ดีไม่ดีอาจเป็นถึงสมบัติระดับนักสลักจตุร
ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่เคียววาดเมฆานั้นเหนือกว่า นั้นคือด้านคุณภาพของตัวอาวุธเอง จากที่นิทานสังเกต เมื่ออาวุธสองชนิดนี้ปะทะกัน ในช่วงแรกร่มปกปักหทัยสมควรป้องกันได้ หากเมื่อการศึกเริ่มยืดเยื้อ ตัวร่มจะพังทลายลงก่อนอย่างแน่นอน
ร่มปกปักหทัยนั้นเป็นเพียงสมบัติระดับกึ่งอริยะเท่านั้นในตอนแรก หลังจากที่มันได้รับการพัฒนาเพิ่มโดยการใส่คำแห่งพลัง เกลียว ลงไปด้วยฝีมือของอารากะ มันจึงกลายเป็นสมบัติระดับอริยะ
แม้คำแห่งพลังเกลียวจะส่งเสริมวิธีต่อสู้ของนิทานได้อย่างยอดเยี่ยมแต่มันก็ยังประสบปัญหาด้านการผสานคำ หวนคืน ประจุ และเกลียวนั้นนิทานไม่สามารถผสานพวกมันเข้าด้วยกันได้เลย ดังนั้นหากจะให้เทียบเทียมกับเคียววาดเมฆาได้ เขาจำต้องเพิ่มคุณภาพโดยรวมของมันด้วยละอองรูบีออนและวัตถุดิบระดับสูงอื่น ๆ
ข้อดีอย่างหนึ่งของการใช้ละอองรูบีออนพัฒนานั่นคืออาวุธชิ้นนั้นจะยังพัฒนาต่อไปได้เรื่อย ๆ ตราบใดที่นิทานสามารถหาละอองรูบีออนหรือแร่รูบีออนจำลองมาป้อนให้แก่ร่มปกปักหทัยได้
เคียววาดเมฆาสมควรมีวิธีพัฒนาตนเองเช่นกัน เพียงแต่ศาสตร์วิธีการของเผ่าซือบาสนั้นนิทานไม่ทราบแต่อย่างใด
จุดมุ่งหมายต่อไปของนิทานหลังจากพูดคุยกับดักลาสจึงเป็นการออกผจญภัยตระเวนหาวัตถุดิบสำหรับร่มปกปักหทัย และหากโชคดีพอ สำหรับอาวุธประจำตัวของคีตาเช่นกัน
ส่วนที่แก้ปัญหาได้ด้วยเงินเขาก็ยินดี แต่เขามั่นใจว่าหลายชิ้นเขาต้องไปหาด้วยตนเองผ่านการล่าและออกเดินทาง เรื่องนี้เขานั้นไม่เกี่ยงแต่อย่างใด ถือเป็นโอกาสในการเรียนรู้คำและเก็บสั่งสมประสบการณ์
ระหว่างที่คิดอย่างเพลิดเพลิน นิทานก็เดินทางกลับมาถึงโรงอาวุธดักลาสอย่างรวดเร็ว น้ำตกลาวาความร้อนสูงที่ไม่ห่างออกไปยังคงงดงามตระการตาไม่เปลี่ยนไป
เขาเดินทางมาในวันเดียวกันนั้นเองโดยตรงเพื่อความรวดเร็วและฉวยโอกาสที่ข่าวยังแพร่กระจายไม่เรียบร้อย แม้กระนั้นระหว่างทางมาเขาก็ยังหวาดระแวงไม่น้อยเพราะบนร่างของเขายามนี้มีสมบัติเลอค่าของเผ่ารูเบียสอยู่
ราวกับดักลาสนั้นรอนิทานอยู่แล้ว เพียงเปิดประตูเข้าโรงอาวุธไปก็พบเผ่ารูเบียสร่างใหญ่ยืนยิ้มกว้างแบมือรอ
“ไหนละอองรูบีออน! เอามาให้ข้าดู!” ชายร่างใหญ่พูดอย่างตื่นเต้น โรงอาวุธดักลาสในยามนี้ไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว แม้แต่พนักงานบริการที่นิทานเคยพบเมื่อครั้งที่แล้วก็ไม่เห็นร่องรอยใด ๆ
ละอองรูบีออนมิใช่สิ่งที่จะสามารถเดินป่าวประกาศได้ง่าย ๆ ดวงใจของเผ่ารูเบียสกล่องนี้มีค่าสูงกว่าสมบัติระดับอริยะหลายสิบชิ้นเสียอีก
“ไปคุยกันชั้นสามเถอะครับ” นิทานหัวเราะน้อย ๆ ในฐานะนักรังสรรค์ผู้โดดเด่น ดักลาสจะตื่นเต้นกับละอองรูบีออนนั้นเป็นเรื่องที่ปกติยิ่ง เขามีประสบการณ์การหลอมสร้างอาวุธด้วยละอองรูบีออนหลายครั้งแล้วจริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ตื่นเต้นยามได้เห็นมัน
ห้องรับแขกที่ชั้นสามของโรงอาวุธยังคงเป็นสถานที่ที่ได้รับการตกแต่งยอดเยี่ยมที่สุดเช่นเคย สิ่งที่ต่างออกไปคือในครั้งนี้ไม่มีใครนำขนมหรือเครื่องดื่มใด ๆ มารับแขกแต่อย่างใด
“คงไม่อยากให้ข้อมูล หลุดไปใช่มั้ยล่ะ โดยเฉพาะหากมันหลุดไปยังเผ่าซือบาส” ดักลาสขยิบตาเล็กน้อย
ร่มปกปักหทัยถูกดักลาสนำมากางวางบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาของเขาเรืองแสงสีเทายามจับจ้องร่มปกปักหทัย สองมือของนักรังสรรค์ชั้นเยี่ยมแห่งเผ่ารูเบียสบรรจงตรวจสอบทุกภาคส่วนของร่มปกปักหทัย
ดักลาสไร้ท่าทีรื่นเริงไร้สาระอีกต่อไป เหลือเพียงสายตาและบรรยากาศของช่างฝีมือระดับสูงผู้หายใจเข้าออกเป็นการสรรค์สร้าง
นิทานเงียบเสียงลง ปล่อยให้ดักลาสได้ใช้ศักยภาพของตนในการตรวจสอบอาวุธอย่างเต็มที่ ในสายตาของนิทานตอนนี้ แววตาของดักลาสนั้นไม่ต่างอะไรกับจิตรกรที่กำลังวาดภาพ
“ถึงจะเป็นปรมาจารย์ไอเด็นแต่เพราะประสบการณ์ยามหลอมสร้างร่มปกปักหทัยยังคงไม่เพียงพอ จุดผิดพลาดเล็กน้อยจึงยังมี” ดักลาสกล่าวอย่างเชื่องช้า เขาไล่มือไปตามส่วนใบของร่มสีฟ้าเข้ม
“บริเวณผ้าใบกลับไม่ได้รับการตัดเย็บอันเหมาะสม จุดเชื่อมโยงระหว่างคันร่มก็มีคุณภาพไม่เหมาะสมนัก” ดักลาสวนนิ้วลงมายังคันร่ม แล้วจึงไปหยุดอยู่ที่ด้ามจับที่ทำจากไม้ของต้นหอมแสนลี้
“ต้นหอมแสนลี้แม้จะเป็นวัสดุที่ยอดเยี่ยมหากท่านไอเด็นในสมัยนั้นกลับมิได้เคลือบมันด้วยยางของตัวต้นหอมแสนลี้ทับ ความแข็งแรงจึงด้อยลงมาก” ท้ายสุดแล้วเขากวาดสายตาไปยังบริเวณหัวร่มที่ทำจากดวงใจของฉลามสูบชีวิต
“ดวงใจนี้ขาดแก่นกลางจิตวิญญาณของฉลามสูบชีวิต จำต้องได้รับการทำนุบำรุง”
จุดผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ มากมายถูกเผยออกมาภายใต้สายตาอันเฉียบคมของดักลาส หากสิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้ฝีมือของปรมาจารย์ไอเด็นนั้นด้อยลงแต่อย่างใด ดักลาสนั้นมีอายุหลายร้อยปีแล้ว หากปรมาจารย์ไอเดนยามหลอมสร้างสมบัติระดับอริยะชิ้นแรกนี้มีอายุเพียง 60ปีเท่านั้น
หากให้ปรมาจารย์ไอเด็นในปัจจุบันมาเป็นผู้พัฒนาร่มนี้เอง เขาย่อมพบเจอจุดผิดพลาดจากความด้อยประสบการณ์เหล่านี้เช่นกัน
ไม่จำเป็นต้องพูดถึงปรมาจารย์เดนดัลผู้เป็นนักรังสรรค์อันดับหนึ่งแห่งมหาทวีปในปัจจุบัน ท่านนั้นเร้นตัวมานานหลายร้อยปีแล้ว สมบัติที่สร้างขึ้นจากฝีมือของท่านมิต่างอะไรกับสมบัติแห่งชาติ
หลังผ่านการพูดคุยอันยาวนาน รายการวัตถุดิบจำนวนมหาศาลก็ถูกเขียนขึ้นในสมุดจดของนิทาน เกินกว่าครึ่งในนั้นคือสมบัติที่เขาสามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน อีกนับสิบชิ้นคือวัตถุดิบหายากที่เขาไม่มั่นใจนักว่าจะสามารถหาได้หรือไม่ หลังจากการเจรจากับทั้งไพลิน ดยุคเรนนัส และติดต่อไปยังอารากะเขาจึงพอจะหามาได้ด้วยราคาสูงลิ่วที่ชวนให้เจ็บปวดใจ
เหลือเพียง 4วัตถุดิบเท่านั้นที่เขาไม่สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยเส้นสายและเงิน ทั้ง 4อย่างนี้คือเป้าหมายในปัจจุบันของนิทาน
1.แก่นจิตวิญญาณของราชินีฉลามสูบชีวิต
2.ยางสนของต้นหอมแสนลี้ที่อายุมากกว่าสองพันปี
3.ขนปีกของเทวทูตแห่งท้องฟ้า
4.ศิลาแม่เหล็กบรรพกาล
ทั้ง 4อย่างนี้คือสิ่งที่เขาต้องจัดหามาหากต้องการพัฒนาร่มปกปักหทัยให้สูงล้ำเกินกว่าขีดจำกัดปัจจุบัน ทุกสิ่งนั้นไม่มีสิ่งใดมีราคาค่าตัวต่ำกว่า20ล้านไกอา เป็นราคาที่สามารถซื้อหาสมบัติระดับอริยะได้หากต่อรองได้ดีพอ
สาเหตุหลักที่ราคาของสิ่งเหล่านี้สูงล้ำถึงเพียงนี้เป็นเพราะความหายากและคุณภาพของตัววัตถุดิบเอง สิ่งของเหล่านี้สามารถนำไปรังสรรค์สมบัติระดับสูงได้อย่างดีเยี่ยม
การใช้จ่ายเงินถือเป็นเรื่องง่าย หากปัญหาคือนิทานจะสามารถหาคนที่มีสิ่งเหล่านี้และต้องการขายได้หรือไม่
“รีบหน่อยละกันนะ อย่าลืมว่างานประลองจะจัดขึ้นในอีกไม่ถึงครึ่งปีนี้แล้ว” ดักลาสเท้าคางมองดูยอดอัจฉริยะผู้กำลังกลัดกลุ้มใจกับรายการวัตถุดิบที่เขามอบให้
ตามจริงแล้ว 4สิ่งนี้และชิ้นอื่นอีกมากมายสามารถแทนที่ได้ด้วยสมบัติทั่ว ๆ ไปที่แม้แต่ดักลาสยังมีพร้อมในโรงอาวุธนี้ แต่ตัวนิทานเองที่ปฏิเสธและระบุความคาดหวังของร่มปกปักหทัยให้สูงลิ่วทำให้วัตถุดิบที่ใช้พัฒนาจึงหายากมากตามไป
ทั้ง 4ชิ้นนี้แม้แต่ดักลาสเองก็ไม่เคยเห็นมัน เขาเพียงระบุการคงอยู่และคุณประโยชน์ของมันว่าเหมาะสมกับสิ่งที่นิทานต้องการได้เพราะความรู้จากศาสตร์รังสรรค์ของเทพอสูรเหล็กหลอมเหลวเท่านั้น นอกเหนือจากคุณประโยชน์เหล่านั้นเขาไม่รู้ทั้งหน้าตาและตำแหน่งของพวกมันแต่อย่างใด
ตัวร่มปกปักหทัยเองนิทานซื้อหามาในราคาเพียง 2ล้านไกอาเท่านั้น แต่ในเมื่อเขาต้องการพัฒนามันให้แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้โดยคงสภาพสมบัติรูปร่างร่มเช่นเดิมไว้ ราคาของมันย่อมต้องสูงตามไปอีกหลายเท่า
จุดสำคัญที่สุดที่ทำให้มันราคาสูงทะลุฟ้าเช่นนี้เกิดจากความเข้ากันได้ของวัตถุดิบที่จะเปิดช่องให้นิทานสามารถพัฒนามันได้ต่อไปในอนาคต หากเขาเพียงยัดของราคาแพงเข้าไปโดยไม่ใส่ใจเรื่องความสมดุล ร่มปกปักหทัยก็จะกลายเป็นเพียงสมบัติที่ทำขึ้นอย่างลวก ๆ แต่กลับไม่อาจใช้งานได้จริง
หลังจากตัดยอดและรวบรวมทุกอย่างแล้ว 4สิ่งนี้คือวัตถุดิบที่เหมาะสมที่สุดที่จะทำให้ร่มปกปักหทัยสามารถต่อกรกับเคียววาดเมฆาได้
“อย่างน้อย ๆ ชิ้นที่หายากที่สุดอย่างละอองรูบีออนก็มีแล้ว เพราะงั้นก็อย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ ข้ายังอยากชมร่มคันนี้ไปโลดแล่นในสมรภูมิที่สูงส่งสูงสุดแห่งนั้นอยู่” ดักลาสยิ้มน้อย ๆ เขายังจำถ้อยคำฝันหวานที่นิทานล่อซื้อเขาได้
นิทานแม้จะขมวดคิ้วมองรายการเหล่านั้นแต่มุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว สมบัติแต่ละชิ้นเหล่านี้เขาไม่มั่นใจสักนิดว่าจะหามาได้แม้เพียงชิ้น น่าแปลกที่ในใจของเขากลับลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งความตื่นเต้น
“ไว้ใจได้เลยครับ”