ทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 74 ความวิตกกังวล

     

            ถ้าฉือหางเคยสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่นหลินกู๋หยู่รู้สึกว่านางจะไม่รู้สึกอึดอัดใดๆ

            แต่ผู้หญิงคนนั้นเป็นพี่สาวแท้ๆของร่างเดิมของนาง นั่นย่อมแตกต่างกัน

            “ข้าเข้าใจแล้ว” หลินกู๋หยู่ก้มศีรษะลง และยกมุมปากขึ้นในลักษณะเยาะเย้ยตนเอง

            ฉือหางชอบนางจริงๆ หรือไม่หรือเป็นเพราะเขาแค่คุ้นชินกับการดูแลของนาง?

            เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินกู๋หยู่พูดมุมริมฝีปากของฉือหางก็อดไม่ได้ที่จะยกโค้ง และพูดด้วยรอยยิ้มว่า"เช่นนั้นก็ดี"

            เมื่อมองไปที่รอยยิ้มของฉือหางหลินกู๋หยู่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

            ระหว่างรับประทานอาหารกลางวันโดยทั่วไปแล้วหลินกู๋หยู่จะไม่พูดไม่จา จ้าวซื่อซึ่งอยู่ข้างๆ ก็ดูเหมือนจะตกใจเมื่อเห็นท่าทีของหลินกู๋หยู่

            หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วฉือหางก็ชิงเอาจานไปล้างเป็นอย่างแรก ในห้องเหลือเพียงสองคนคือจ้าวซื่อและหลินกู๋หยู่

            "เห็นฉือหางปฏิบัติต่อเจ้าเป็นอย่างดีเช่นนี้ข้าก็รู้สึกวางใจแล้ว" จ้าวซื่อหรี่ตายิ้มขณะมองหลินกู๋หยู่ที่นั่งอยู่ด้านข้างจากนั้นเอ่ยพูดอย่างเห็นด้วยว่า "ข้าก็ว่าแล้วเชียวใครก็ตามที่ได้แต่งงานกับฉือหางคนคนนั้นจะต้องมีความสุขไปตลอดชีวิตอย่างแน่นอน"

            "จริงหรือ?" หลินกู๋หยู่หันศีรษะไปมองจ้าวซื่อปราดหนึ่งแล้วมองไปที่เงาร่างของฉือหางด้านนอก "พี่หญิงทำงานอะไรอยู่ในเมืองหรือ?"

            “พี่หญิงของเจ้าหรือ?” เมื่อพูดถึงหลินลี่เซี่ย สีหน้าของจ้าวซื่อชะงักเล็กน้อย “นางบอกว่านางทำงานเป็นผู้ช่วยในร้านซาลาเปาบอกว่าที่นั่นให้ทั้งอาหารและให้ที่อยู่อาศัย ให้เงินจำนวนหนึ่งทุกวัน"

            หลินกู๋หยู่ลดศีรษะลง และหยุดพูด

            เมื่อเห็นท่าทีของหลินกู๋หยู่เช่นนี้จ้าวซื่อก็ไม่สามารถเข้าใจได้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า"เกิดอะไรขึ้นหรือ?"

            "ไม่มีอะไร"หลินกู๋หยู่กล่าวอย่างผิดหวัง ชำเลืองมองจ้าวซื่อที่อยู่ข้างๆ นางด้วยรอยยิ้มละไม"พี่หญิงกลับมาแล้ว ท่านก็ควรจะบอกข้าก่อนไม่ใช่หรือ?"

            เมื่อได้ยินถ้อยคำของหลินกู๋หยู่ใบหน้าของจ้าวซื่อก็แสดงออกถึงความไม่สบายใจเล็กน้อย

            หลินกู๋หยู่ยกมุมปากขึ้นอย่างเย้ยหยัน"เสี่ยวหานอยู่ไหนหรือ?"

            "ไปเรียน"เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ บนใบหน้าของจ้าวซื่อก็ประดับด้วยรอยยิ้ม"ไม่คาดคิดเลยว่าเสี่ยวหานของเราจะเรียนได้ดีถึงเพียงนี้ท่านอาจารย์ของเขาบอกว่าเขาฉลาด เป็นนักเรียนที่ดี"

            "เช่นนั้นก็ดี"หลินกู๋หยู่เม้มริมฝีปากเล็กน้อย ดูฉือหางล้างจานเสร็จแล้ว ลุกขึ้นเดินออกไป"โต้ซา"

            เด็กเล็กมักจะตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆทุกอย่างเป็นอย่างมากเสมอ แต่เมื่อเขาได้ยินเสียงเรียกของหลินกู๋หยู่โต้ซาก็วิ่งไปหาหลินกู๋หยู่อย่างว่องไวด้วยขาสั้นของเขา

            “ท่านแม่!” โต้ซากอดต้นขาของหลินกู๋หยู่อย่างตื่นเต้นและเรียกด้วยเสียงไพเราะเพราะพริ้ง

            "เรา..."หลินกู๋หยู่รู้สึกแปลกๆ ในใจ แต่กระนั้นนางก็ไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำพูดได้"กลับกันเถอะ"

            "อืม"หลังจากที่ฉือหางช่วยจ้าวซื่อเก็บจาน ชามและตะเกียบแล้วเขาก็รีบเดินไปหาหลินกู๋หยู่ด้วยรอยยิ้ม "ไปกันเถอะ"

            ดวงตาของหลินกู๋หยู่ตกทอดไปที่ใบหน้ายิ้มๆของฉือหาง พยักหน้าเล็กน้อย

            ระหว่างทางกลับนอกจากโต้ซาเพียงคนเดียวที่พูดจอแจไม่หยุด อีกสองคนที่เหลือก็ไม่เอ่ยวาจาใด

            ฉือหางมองไปที่สีหน้าของหลินกู๋หยู่ที่ผิดแปลกไปหลายส่วนจึงเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล "กู๋หยู่ เจ้าไม่สบายตรงไหนหรือไม่?"

            "ข้าสบายดี"

            หลินกู๋หยู่ก็ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใดนางถึงได้รู้สึกหงุดหงิดซึมเศร้าเช่นนี้

            ในความเป็นจริงไม่ว่าด้วยเหตุผลใดที่ฉือหางชอบนาง พวกเขาทั้งสองคนก็อยู่ด้วยกันแล้ว

            แต่เมื่อนึกถึงฉากที่มีความเป็นไปได้อย่างมากที่เขาจะเข้าใกล้ชิดสนิทสนมกับหลินลี่เซี่ยหลินกู๋หยู่ก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก

            “ข้ากับพี่หญิงของเจ้าไม่เคยประพฤติตัวเกินเลยต่อกัน” ฉือหางมองดูท่าทางเหม่อลอยของหลินกู๋หยู่ แล้วกระซิบเสียงเบาว่า “ไม่เคยมีจริงๆ”

            “อ้อ” หลินกู๋หยู่ตอบด้วยเสียงเรียบ ยังคงเดินไปข้างหน้าต่อไป

            นางถูกปกคลุมไปด้วยความหดหู่ ใครๆก็สามารถมองออก

            โดยวันปกติทั่วไปหลินกู๋หยู่เป็นคนสงบเสงี่ยม แต่เมื่อนางมีความสุข นางก็จะแสดงรอยยิ้มที่สดใสและคลี่ยิ้มให้คนอื่นด้วยเช่นกัน

            อย่างไรก็ตามฉือหางรู้สึกว่าคนที่หลินกู๋หยู่ดูเหมือนจะห่วงใยมากที่สุดคือโต้ซา ไม่ใช่เขา

            ฉือหางมองไปที่การแสดงออกของหลินกู๋หยู่ที่ดูท่าไม่ต้องการพูดจาคิ้วของเขาก็ขมวดแน่นยิ่งขึ้น และเดินตามหลังหลินกู๋หยู่อย่างใกล้ชิด

            เมื่อพวกเขากลับถึงบ้านสกุลฉือหลินกู๋หยู่ก็เอาสมุนไพรออกไปตากแดดอย่างเอื่อยเฉื่อย

            โต้ซานั่งอยู่บนเก้าอี้เล็กไม่ไกลจากหลินกู๋หยู่ในมือถือกิ่งไม้และขีดเขียนไปบนพื้น

            เมื่อโต้ซาได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวเขาก็เงยหน้าขึ้นเพราะท้ายที่สุดแล้วคนยืนอยู่ที่ประตูคนนั้นเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่ง

            “ท่านแม่!” โต้ซาทิ้งกิ่งไม้ทันที จากนั้นวิ่งไปดึงแขนเสื้อของหลินกู๋หยู่ “มีคนมา!”

             

            เมื่อมองตามเส้นสายตาที่โต้ซาชี้ไปหลินกู๋หยู่ก็เห็นเฉิงอันอันยืนอยู่ที่ประตู

            “เจ้ามาแล้ว ทำไมเจ้าไม่เรียกข้าสักคำเล่า?” หลินกู๋หยู่มองไปที่เฉิงอันอันที่ยืนอยู่ที่ประตูด้วยรอยยิ้มฝืนๆจากนั้นโบกมือเรียกนาง “เข้ามาเถอะ”

            เฉิงอันอันฉีกยิ้มพร้อมกระโจนเข้ามาจากข้างนอก สายตาของนางจับจ้องไปที่สิ่งของบนชั้นวางในลานบ้านเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่า "พี่หญิง ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือ?"

            “ตากสมุนไพร” หลินกู๋หยู่กล่าวด้วยรอยยิ้มละไม เมื่อนึกถึงปู่ของเฉิงอันอันรอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็จางหายไป “เรื่องของท่านปู่ของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

            เมื่อได้ฟังดังนั้นเฉิงอันอันก็ก้มศีรษะลงเล็กน้อย ยกมุมปากขึ้นอย่างดูถูกตัวเอง"ท่านปู่ถูกฝังในดินไปสู่สุคติภพแล้วที่บ้านก็เหลือแต่ข้าเพียงคนเดียวแล้ว"

            โต้ซายืนอยู่ข้างๆ มือจับที่ชายเสื้อของหลินกู๋หยู่ในขณะเดียวกันก็เงยหน้าขึ้นมองเฉิงอันอัน จากนั้นก้มศีรษะลง แล้วใช้เท้าเล็กๆขีดและวาดบนพื้น

            “ถ้าเจ้าไม่มีอะไรทำเจ้าสามารถมาเล่นที่นี่ได้” หลินกู๋หยู่ยิ้มละไมขณะมองไปที่เฉิงอันอันพร้อมกล่าวเชิญชวนด้วยความจริงใจ

            "ข้าอยากเรียนทักษะทางการแพทย์กับพี่หญิง"เฉิงอันอันก้มหน้าลงด้วยความลำบากใจ จับมือทั้งสองข้างสุดแรง"เมื่อก่อนนี้ข้าก็เคยบอกพี่หญิงแล้ว"

            หลินกู๋หยู่ชำเลืองมองไปที่สมุนไพรในสวน “การเรียนทักษะทางการแพทย์ไม่สามารถเรียนรู้ได้ภายในระยะเวลาหนึ่งปีหรือสองปีถึงจะเก่งได้เจ้าอยากที่จะเรียนรู้มันจริงๆ หรือ?”

            โดยไม่รอให้เฉิงอันอันเอ่ยตอบหลินกู๋หยู่ก็กล่าวต่อว่า "เมื่อเขียนใบสั่งยา ชีวิตมนุษย์อยู่ในมือของเจ้าเจ้าแน่ใจได้หรือไม่ว่าเจ้าจะไม่ประหม่าและตื่นตกใจ?"

            เฉิงอันอันมองไปที่หลินกู๋หยู่อย่างยืนยันพยักหน้าอย่างจริงจัง "ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ข้าก็ตรึกตรองถึงเรื่องนี้มาโดยตลอด"

            หลินกู๋หยู่มองไปที่คนตรงหน้าที่อยากเรียนทักษะทางการแพทย์อย่างเปี่ยมไปด้วยความหวังราวกับเห็นตัวนางเองเมื่อนานมาแล้ว

            “เนื่องจากท่านปู่ของข้าสุขภาพไม่ดีก็เลยจากไป” เฉิงอันอันสูดลมหายใจ และเม้มปาก “ข้าสรุปได้ว่าพื้นฐานสุขภาพกายของท่านปู่ของข้าไม่ดีอยู่แล้วดังนั้นท่านปู่จึงไม่สามารถต่อสู้กับโรคนั้นได้”

            “แต่ถ้ารู้ว่าเป็นโรคนั้นได้เร็วกว่านี้หาวิธีการรักษาได้เร็วกว่านี้ บางทีท่านปู่ของข้าอาจจะหายเป็นปกติ” เฉิงอันอันกำหมัดแน่น และพูดอย่างจริงจังว่า “ข้าอยากเรียนแพทย์เพราะข้าไม่ต้องการให้คนมากมายต้องเสียใจเช่นเดียวกับข้า”

            หลินกู๋หยู่ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มากนักในตอนนั้นสิ่งที่นางคิดก็คือ หากแม่ของนางไม่เสียชีวิต ก็คงจะดีไม่น้อย

            เพื่อสมมุติฐานที่เป็นไปไม่ได้แต่กระนั้นนางก็เลือกเรียนแพทย์ จากความกระตือรือร้นในตอนแรกและกลายเป็นขี้เกียจในภายหลัง

            “ข้ารู้เหตุผลของเจ้าไม่กระจ่างนักแต่ข้าแค่หวังว่าเจ้าจะไม่ใช้ทักษะที่ได้เรียนรู้มาเปลี่ยนเป็นทักษะยาพิษก็เพียงพอแล้ว” หลินกู๋หยู่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ชี้ไปยังสมุนไพรที่อยู่รอบๆ เหล่านั้น “เจ้าไม่รู้หนังสือ แต่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าต้องจำว่าสมุนไพรพวกนี้เขียนอย่างไร และชื่ออะไรบ้าง”

            เฉิงอันอันมองไปที่หลินกู๋หยู่อย่างตื่นเต้นขณะมองดูหลินกู๋หยู่เขียนชื่อสมุนไพรบนพื้นอย่างจริงจังและเริ่มท่องชื่อสมุนไพรทีละตัว

            ฉือหางเดินเข้ามาจากข้างนอกพร้อมกับฟืนบนหลังมองหลินกู๋หยู่นั่งอยู่บนเก้าอี้เล็กอย่างเหม่อลอย จากนั้นวางฟืนไว้ข้างๆ"เวลาสายมากแล้ว เจ้าอยากทานอะไรหรือ ข้าจะไปทำให้"

            "ไม่เป็นไรข้าจะไปทำเอง" หลินกู๋หยู่พูดพลาง มองไปที่คนที่กำลังเขียนอักษรเลียนแบบเฉิงอันอันอย่างจริงจัง "โต้ซา คืนนี้เจ้าอยากทานอะไรหรือ?"

            "เนื้อ!"โต้ซายกกิ่งไม้ในมือขึ้น มองไปที่หลินกู๋หยู่อย่างตื่นเต้น

            "ข้าจะไปผัดหมูฝอย"หลินกู๋หยู่พูดกับฉือหาง จากนั้นหันหลังและเข้าไปในบ้าน

            ในขณะที่หลินกู๋หยู่กำลังทำอาหารฉือหางอยู่ก็ช่วยเคียงข้างเสมอ

            ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่นาง เมื่อเห็นการแสดงออกที่ผิดแปลกไปอย่างมากเขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม "เจ้าเป็นอะไรไปหรือ ไม่มีความสุขใช่หรือไม่?"

            "อืม"

            สาเหตุที่หลินกู๋หยู่รู้สึกไม่สบายใจไม่เพียงเพราะเรื่องของฉือหางเท่านั้นแต่เป็นเพราะหลินลี่เซี่ย

            การปรากฏตัวของหลินลี่เซี่ยเป็นสาเหตุให้ความไม่สบายใจของหลินกู๋หยู่ค่อยๆ ขยายตัว

            ในตอนนั้นถ้าหลินลี่เซี่ยไม่หนีการแต่งงาน บางทีหลินกู๋หยู่อาจจะไม่ตายและนางก็คงไม่ทะลุมิติมาที่นี่

            หลินกู๋หยู่กัดริมฝีปากคิ้วขมวดแน่นยิ่งขึ้น

            “เจ้ามีอะไรไม่สบายใจหรือบอกข้าได้หรือไม่?” ฉือหางเติมฟืนเล็กน้อยลงในเตามองไปที่หลินกู๋หยู่ที่อยู่ข้างๆ เขาอย่างจริงจัง

            หลินกู๋หยู่ที่กำลังหั่นผักหลุดชะงักแล้วก็มองไปที่ฉือหางข้างๆ นาง ชายคนนั้นสูงกว่านางราวสองศีรษะ "ข้า… ทำอาหารกันเถอะ"

            หลินกู๋หยู่ทอดถอนหายใจเป็นไปได้หรือไม่ว่าสาเหตุที่นางกลายเป็นคนคิดมากเพราะการมาของประจำเดือน?

            ฉือหางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขาจึงได้แต่ทำตามคำของหลินกู๋หยู่และฟังในสิ่งที่นางพูด

            ในตอนเย็นหลินกู๋หยู่ต้องการให้เฉิงอันอันอยู่ทานอาหารเย็นด้วยกันแต่เฉิงอันอันหนีกลับไปก่อนแล้ว

            ตอนกลางคืนเงียบสงัดโต้ซาก็ผล็อยหลับไปด้วยหลินกู๋หยู่นั่งข้างเตียงและเริ่มเย็บกางเกงสำหรับประจำเดือน

            นางจำได้ว่าพี่สะใภ้ใหญ่เคยบอกว่าพวกนางใช้ขี้เถ้าไม้เพราะฝ้ายมีราคาแพงเกินไป

            หลินกู๋หยู่เย็บอย่างเงียบๆและได้ยินเสียงเหลาลูกธนูทีละดอกของฉือหางอย่างเป็นจังหวะ

            “เจ้าชอบไปล่าสัตว์บนภูเขาหรือ?” หลินกู๋หยู่รู้สึกว่าในห้องเงียบสงัดอย่างไม่คุ้นเคยเล็กน้อย ดังนั้นนางจึงพูดไปเช่นนั้น

            ฉือหางหยุดเหลาลูกธนูชั่วคราวเสียงนั้นหยุดลง จากนั้นจังหวะการเหลาก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง "ไม่ชอบ"

            “ข้าคิดมาตลอดว่าเจ้าชอบมัน” หลินกู๋หยู่หยุดเย็บกางเกงในในมือชั่วคราว หันสายตามองไปทางฉือหางอย่างฉงน

            ฉือหางใช้แรงเหลาลูกธนูแรงขึ้น"เพื่อดำรงชีวิต ถ้าข้าไม่ไป ครอบครัวก็จะไม่มีเงิน"

            “อ้อ” หลินกู๋หยู่ก็เข้าใจเช่นกัน จากนั้นก็ง่วนกับงานในมือต่อไป

            ฉือหางวางลูกธนูในมือแล้วเดินไปที่อ่างไม้ล้างมือเสร็จก็เดินไปที่ด้านข้างของหลินกู๋หยู่ "ดึกมากแล้ว เจ้าต้องพักผ่อน"

            “เกือบจะเสร็จแล้ว” หลินกู๋หยู่กล่าวพลางผูกเงื่อนไปในเวลาเดียวกันจากนั้นหยิบกรรไกรออกมาตัดด้าย

            ฉือหางช่วยหลินกู๋หยู่วางตะกร้าเย็บผ้าไว้ข้างๆรอให้หลินกู๋หยู่ขึ้นเตียง จากนั้นถอดรองเท้าและเตรียมเข้านอน

            เดิมทีทั้งสองคนนอนในผ้าห่มผืนเดียวกันแต่ตอนนี้กลายเป็นนอนในผ้าห่มคนละผืน

            ฉือหางขมวดคิ้วเล็กน้อยเป่าตะเกียงน้ำมันก๊าดข้างโต๊ะ แล้วตรงไปที่ด้านข้างของหลินกู๋หยู่ ยกผ้าห่มของนางขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติแทรกตัวเข้าไปโดยไม่ได้รับเชิญ

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730