ในป่าเกิดการต่อสู้เอาชีวิตรอดอย่างบ้าคลั่งศิษย์มากมายถูกคัดออกอย่างต่อเนื่องนี่พึ่งผ่านไปแค่ 2 วันจำนวนศิษย์ก็ลดลงไปถึง 5 ใน 10ส่วนและยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้แต่ฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรที่เชี่ยวชาญกับการรับมือสัตว์อสูรยังตกที่นั่งลำบาก
“เหมาเสี่ยวพวกเราจะทำอย่างไรดีขืนเป็แบบนี้พวกเราตกรอบกันหมดแน่”จิงเหลียนกล่าว
“การบ้าคลั่งของพวกสัตว์อสูรผิดปกติอย่างมากเกรงว่าจะถูกควบคุมหากอยากจะหยุดยั้งมีเพียงการสังหารผู้ที่สั่งการเท่านั้นแต่ว่าด้วยจำนวนสัตว์อสูรนับพันตัวพวกเราไม่อาจต่อกรได้แน่”เหมาเสี่ยวกล่าว
“แล้วจะทำอย่างไรเอ๊ะ นั่นมันค่ายกลหรือว่ายอดเขาแห่งนั้นฝ่ายค่ายกลยึดครองไปแล้วพวกเราหนีไปทางนั้นดีหรือไม่”เหม่ยหลิงกล่าว
“ไม่มีประโยชน์ฝ่ายค่ายกลไม่มีทางที่จะเปิดค่ายกลรับคนของพวกเราเข้าไปอีกส่วนยอดเขาที่หนึ่งสัตว์อสูรของพวกเราได้พบเห็นว่าฝ่ายคุมกฎและภารกิจได้ยึดครองไปแล้วมีเพียงไปยอดเขาที่สามเท่านั้น”เหมาเสี่ยวกล่าว
“ยอดเขาที่สามปกคลุมไปด้วยพิษหรือว่าที่นั่น”จิงเหลียนเข้าใจทันที
“ใช่แล้วในสถานการณ์นี้คนที่พอจะไว้ใจได้มีแต่ฝ่ายปรุงยาเท่านั้นหากพวกเราขอร้องพวกเขาอีกฝ่ายย่อมยอมช่วยแน่ยิ่งพวกข้ามีสัมพันธ์ที่ดีกับฝ่ายปรุงยามาโดยตลอดอีกฝ่ายน่าจะพอเห็นค่ากันบ้าง”เหมาเสี่ยวกล่าว
“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะทุกคนค่อยๆถอยไปยังยอดเขาที่สาม ส่วนพวกข้าจะช่วยระวังหลังให้พวกเ้าเอง” เหม่ยหลิงกล่าว
กำลังคนที่เหลือของสามฝ่ายต่างเหลือไม่มากเหลือเพียงแต่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นพวกเขาคือยอดฝีมือขั้นสร้างปราณขั้นสมบูรณ์และขั้นสูงส่วนขั้นกลางและต้นพวกเขาไม่อาจทนต่อคลื่นสัตว์อสูรได้และถูกส่งตัวออกไปหมดแล้ว
กลุ่มของสามฝ่ายเริ่มขยับเข้าใกล้ยอดเขาที่สามอย่างช้าๆนี่เป็ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขา บนยอดเขาที่สามหลิงซินมองเห็นสถานการณ์ก็ขมวดคิ้ว
“ดูเหมือนสามฝ่ายจะมุ่งหน้ามาทางนี้พร้อมกับสัตว์อสูรขืนเป็แบบนี้สัตว์อสูรจะต้องบุกมาทางพวกเราแน่” หลิงซินกล่าว
“แต่พวกเรากับฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรเป็มิตรกันมาโดยตลอดหากไม่ยอมช่วยครั้งนี้เกรงว่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์ของสองฝ่าย”ศิษย์คนหนึ่งกล่าว
“ศิษย์น้องเล็กเ้าคิดว่าควรทำอย่างไร”หลิงซินกล่าวคนอื่นๆแปลกใจที่หลิงซินหันไปถามจางซวนที่ปรุงยาอยู่ถึงอย่างไรจางซวนก็ยังเด็กและพึ่งเข้าสำนักมาเขาจะเข้าใจเื่เหล่านี้ได้งั้นเหรอ
“ช่วยเหลือไปก็ไม่เสียหายหรอกอีกอย่างถือว่าพวกเราได้มีบุญคุญกับอีกสองฝ่ายด้วยมิใช่หรือบุญคุณไม่น้อยนี้หากใช้ดีๆย่อมมีประโยชน์” จางซวนกล่าว
“คำกล่าวอาจารย์อาน้อยมีเหตุผลว่าแต่ท่านอายุ 12 ปีจริงๆรึ” หลายคนพากันทึ่งกับความคิดของจางซวน
“เพราะข้าตั้งใจฟังคำสั่งสอนของปู่เหอ”จางซวนยกยิ้ม
“ปู่เหอคนนี้ดูเหมือนจะเป็คนเลี้ยงดูอาจารย์อาน้อยมาสินะเขาเป็คนที่ยอดเยี่ยมแบบไหนกันถึงได้เลี้ยงดูให้อาจารย์อาน้อยฉลาดหลักแหลมขนาดนี้”ศิษย์คนอื่นๆกล่าวด้วยความสงสัย
“เช่นนั้นก็เตรียมยาแก้พิษให้พวกเขา”หลิงซินกล่าว
“นำยาแก้พิษให้กับหุ่นเชิดของข้าแล้วหุ่นเชิดจะไปรอพวกเขาอยู่ที่ทางขึ้นเขาเองตอนนี้พิษส่วนใหญ่ปกคลุมด้านล่างไปหมดแล้วไม่อาจเปิดทางให้กับพวกเขาได้ทันแล้ว”จางซวนกล่าว
“ดี”
หลิงซินนำยาแก้พิษหลายขวดออกมาส่งให้หุ่นเชิดหุ่นเชิดถูกจางซวนควบคุมและทะยานลงไปจากยอดเขาพวกเหม่ยหลิงที่ถอยมายังยอดเขาที่สามอย่างยากลำบากก็เสียคนไปอย่างต่อเนื่องตอนนี้เหลือไม่ถึง10 คนด้วยซ้ำ
“อดทนไว้ใกล้จะถึงแล้ว”เหมาเสี่ยวกล่าว
“แต่พวกเราจะฝ่าพิษไปได้อย่างไร”จิงเหลียนกล่าว
“มีคนอยู่ตรงนั้นไม่สินั่นหุ่นเชิด”เหม่ยหลิงใ
หุ่นเชิดถือถาดไม้ที่มีขวดยาแก้พิษอยู่พวกเหม่ยหลิงเข้าใจทันทีไม่รอช้าโบกมือนำยาแก้พิษมาดื่มก่อนจะพุ่งฝ่าหมอกพิษขึ้นไปบนเขาหุ่นเชิดเองก็พุ่งกลับขึ้นไปเช่นกัน
“โฮก!!!!!!!!!!!!!”สัตว์อสูรที่พุ่งเข้ามาในหมอกพิษพริบตาก็กรีดร้องโหยหวนพวกมันเริ่มคันทั่วร่างกายและใช้กงเล็บของตนเองเกาตามร่างกายทำให้เกิดาแโลหิตสาดกระเด็นขณะเดียวกันพิษอีกชนิดก็คือพิษยาชาทำให้ร่างของพวกสัตว์อสูรบางกลุ่มค่อยๆล้มลงไม่อาจขยับตัวได้
“มันได้ผล”พวกเหมาเสี่ยวที่หันกลับไปมองก็ตื่นเต้นในที่สุดพวกเขาก็รอดแล้วสัตว์อสูรเริ่มหยุดอยู่ที่ใต้ทางขึ้นและไม่กล้าเข้าใกล้เพราะพวกมันััได้ถึงอันตรายจากยอดเขาแห่งนี้
“แผนของอาจารย์อาน้อยสำเร็จ”ศิษย์ของฝ่ายปรุงยาตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“ยังไม่จบพวกเ้าไม่เห็นเหรอว่าสัตว์อสูรพวกนั้นหยุดลงและยืนเป็แถวเป็ระเบียบขนาดนี้นี่ไม่ปกติ” หลิงซินกล่าว
“ฟุบ!!!!!!!!!!”ไม่นานร่างของพวกเหยาเสี่ยวที่เหลือเพียงไม่ถึง 10คนก็พุ่งผ่านหมอกพิษมาถึง
“สาดน้ำยาแก้พิษไปที่ร่างของพวกเขา”จางซวนกล่าวทันที
น้ำในถังถูกสาดไปยังร่างกายของพวกเหมาเสี่ยวทันทีทำให้พิษที่เกาะอยู่ตามร่างกายหายในพริบตาพวกเหมาเสี่ยวถอนหายใจด้วยสีหน้าโล่งอกไม้จะกินอาแก้พิษมาแล้วแต่ว่าพิษจำนวนมากและรุนแรงขนาดนี้พวกเขาก็ยังรู้สึกคันตามร่างกายทันที
พวกเหม่ยหนิงที่เปียกไปทั่วร่างเผยให้เห็นสัดส่วนที่งดงามก็รีบใช้พลังปราณทำให้เสื้อผ้าแห้งทันทีเหล่าชายหนุ่มพากันหน้าแดงเล็กน้อยอดไม่ไหวที่จะมองไปยังเรือนร่างของพวกนาง
“มองกันพอแล้วหรือยัง”จิงเหลียนเค้นเสียง
“ขอขอบคุณสหายหลิงซินที่ยอมช่วยเหลือ”พวกเหมาเสี่ยวคารวะไปทางหลิงซิน
“ขอบคุณศิษย์น้องเล็กของข้าเถอะหากไม่มีเขาพวกเ้าก็คงไม่อาจมาถึงที่นี่ได้” หลิงซินกล่าว
พวกเหมาเสี่ยวอึ้งก่อนจะมองหุ่นเชิดที่กลับไปยืนด้านข้างจางซวนพวกเขาไม่คิดว่าผู้ที่นำยาแก้พิษมามอบให้พวกเขาและนำทางพวกเขามาถึงที่นี่จะเป็เด็กน้อยอายุ12 ปีคนหนึ่ง
“เป็ฝีมือของเ้าตัวเล็กนี่เองไม่สิตอนนี้ต้องเรียกว่าหนุ่มน้อยแล้ว” เหม่ยหนิงยิ้ม
“พวกเราทั้งสามฝ่ายขอขอบคุณศิษย์น้องด้วยในอนาคตหากศิษย์น้องมีเื่ให้ช่วย พวกเราย่อมต้องให้ความร่วมมือแน่” พวกเหมาเสี่ยวกล่าว
“ใช่แล้วหากเ้าอยากจะหาทักษะระดับสูงในการฝึกข้าสามารถใช้เส้นสายในการหาให้เ้าได้”ชิงเหลียนกล่าว
“แน่นอนว่าแต่พวกท่านรู้หรือไม่ว่าทำไมสัตว์อสูรที่ควรจะกระจายตัวอยู่จุดต่างๆถึงได้มารวมตัวกันไล่โจมตีพวกเรา”จางซวนกล่าว
“พวกเราใช้สัตว์อสูรคู่สัญญาในการตรวจสอบพบว่ามีราชสีห์เขาทองตัวหนึ่งที่เป็ผู้นำราชสีห์เขาทองตัวนี้เป็สัตว์อสูรระดับ 3ที่แข็งแกร่งหรือเทียบเท่าปราณแท้ขั้นกลางหรืออาจจะขั้นสูงเลยทีเดียว” เหมาเสี่ยวกล่าว
“เป็ไปไม่ได้การแข่งขันของศิษย์ในขอบเขตสร้างปราณไม่มีทางที่จะนำสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งแบบนั้นเข้ามาทดสอบได้”หลิงซินเผยแววตาตื่นตระหนก
“ใช่แล้วแม้แต่เื่นี้ฝ่ายสัตว์อสูรอย่างพวกเราก็ยังคิดไม่ถึงว่าฝ่ายคุมกฎจะทำถึงขั้นนี้”เหมาเสี่ยวกล่าว
“เพราะแบบนี่สินะฝ่ายคุมกฎถึง้าให้คนของตัวเองมาอยู่ด้านในป่าแห่งนี้ในตอนแรกไม่้าให้ผู้าุโฝ่ายอื่นเข้ามา”จางซวนกล่าว
ร่างของคนทั้งหมดสั่นสะท้านเข้าใจความหมายของจางซวนทันทีหากฝ่ายคุมกฎมีเจตนาร้ายจริงๆถึงตอนนั้นพวกเขาคงจะต้องพบกับจุดจบที่เลวร้ายหรืออาจจะตายได้ง่ายๆเลย
“สารเลวพวกมันเป็อะไรกันหมดทำไมถึงได้ทำเื่เลวร้ายแบบนี้” จิงเหลียนกล่าว
“ฝ่ายคุมกฎคงไม่ได้ทรยศสำนักหรอกนะ”เหมาเสี่ยวกล่าว
“นี่”คนอื่นๆยิ่งใเมื่อได้ยินคำกล่าวของเหมาเสี่ยวปกติแม้จะมีการแข่งขันของฝ่ายต่างๆในสำนักแต่มันไม่ควรจะรุนแรงถึงขั้นสังหารอัจฉริยะในสำนักตัวเองถึงอย่างไรมันก็จะส่งผลต่อสำนักมากเกินไปแต่หากฝ่ายคุมกฎทำจริงๆนั่นแสดงว่าฝ่ายคุมกฎอาจจะทรยศสำนักหรืออาจจะเข้าร่วมฝ่ายนิกายะไปแล้ว
แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้าเชื่อมากเท่าไหร่และไม่กล้าพูดออกไปมั่วๆด้วยถึงอย่างไรก็ไม่มีหลักฐาน
“ดูนั่นสัตว์อสูรพวกนั้นกำลังทำอะไร”ศิษย์คนหนึ่งชี้ลงไปด้านล่างเห็นสัตว์อสูรบินได้เริ่มมารวมตัวกัน
“อย่าบอกนะว่า”สีหน้าของพวกหลิงซินเปลี่ยนไป
สัตว์อสูรจำพวกมีปีกเริ่มใช้ปีกสร้างกระแสลมพัดเอาหมอกพิษออกไปทันทีหมอกที่หนาแน่นเริ่มถูกพัดออกไปรอบๆแทนทำให้เปิดเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาได้
“อะไรกัน”สีหน้าของพวกศิษย์ปรุงยาแข็งค้าง
“ราชสีห์เขาทองตัวนี้ฉลาดเกินไปแล้ว”พวกเหมาเสี่ยวมองไปยังราชสีห์ตัวสีขาวและมีดวงตาและเขาสีทองราชสีห์ตัวนั้นมองขึ้นมาแล้วแยกขึ้นราวกับกำลังยิ้มเยาะให้พวกเขา
“เป็แค่สัตว์อสูรแท้ๆแต่กลับมาดูถูกหมอกพิษของข้า”จางซวนที่เห็นก็เหมือนถูกท้าทายนำเม็ดยาบางอย่างออกมาจากเตาปรุงยาของตนก่อนจะยื่นให้กับหุ่นเชิด
“ดีดี ในเมื่อเ้ากล้าท้าทายข้า เช่นนั้นข้าจะทำให้เ้าสำนึก” จางซวนยิ้มขึ้นมา
“ศิษย์น้องเล็กเ้าคิดจะทำอะไร”หลิงซินมองเห็นหุ่นเชิดพุ่งลงไปด้านล่างอีกครั้งก็งุนงง
“ในเมื่อหมอกพิษใช้ไม่ได้ผลเช่นนั้นข้าก็ต้องปาพิษใส่พวกสัตว์อสูรตรงๆอีกอย่างเม็ดยาที่ข้าจะใช้ต่อจากนี้อาจจะรุนแรงไปสักหน่อย” จางซวนกล่าว
หลายคนต่างไม่เข้าใจสิ่งที่จางซวนจะสื่อและมองไปยังร่างของหุ่นเชิดที่วิ่งลงไปด้วยความเร็ว
ขณะเดียวกันทางด้านยอดเขาที่สองฝ่ายค่ายกลนั้นไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นพวกเขามั่นใจในค่ายกลของตัวเองมาก
“ศิษย์พี่เติ้งอี้ทางยอดเขาที่สามถูกเหมือนจะถูกสัตว์อสูรล้อมแล้ว”
“ไม่ต้องไปสนใจหรอก”เติ้งอี้นั่งอย่างสบายใจไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
“แต่หากยอดเขาที่สามถูกทำลายรายต่อไปก็คือพวกเรานะ”ศิษย์คนหนึ่งกล่าว
“ไม่ต้องกังวลค่ายกลที่ข้าสร้างขึ้นสามารถต้านทานการโจมตีของยอดฝีมือขั้นปราณแท้ขั้นสมบูรณ์ได้ดังนั้นสัตว์อสูรแค่นั้นไม่อาจทลายค่ายกลของพวกเราได้หรอกที่สำคัญตอนนี้คือหาโอกาสทะลวงขั้นให้ได้ต่างหากขอแค่ทะลวงขั้นปราณแท้ได้พวกเราก็จะมีโอกาสติด1 ใน 10 มากขึ้น” เติ้งอี้กล่าว
“ใช่แล้วศิษย์พี่กล่าวถูกต้อง”
พวกซวนหยวนป้าเองก็นั่งบ่มเพาะอย่างสบายใจเตรียมตัวทะลวงขั้นในการทดสอบนี้อย่างจริงจังขอแค่พวกเขาทะลวงขั้นปราณแท้ได้ก็จะสามารถชิงความได้เปรียบฝ่ายอื่นๆและรับประกันว่าจะติด1 ใน 10 ได้อย่างแน่นอน