คนรับใช้ของข้า
เมื่อเห็นว่ากลุ่มของหวังตี้หลบหนีออกไปด้วยความหวาดกลัวที่มีต่อตัวเอง เสี่ยวฮุ่ยก็ยืนสองข้าพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งยโส และโอ้อวดผลงานตนเองอย่างหน้าไม่อาย"ขอบคุณพวกเจ้ามากที่มาช่วยพวกเราไว้และขอบคุณราชันอสูรเช่นกันที่ช่วยเหลือพวกเรา" เสวี่ยอินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"ศิษย์พี่ไม่ต้องขอบคุณพวกเราหรอก พวกเราเป็นศิษย์ของหอกระบี่เหมือนกันย่อมต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว" เจียงเฉินกล่าว"ก่อนอื่นพวกเรากลับไปยังที่พักกันก่อนเถอะ" อู่หมิงกล่าว พร้อมกับปล่อยให้เสี่ยวฮุ่ยและอสรพิษน้อยจัดการศพที่เหลือเมื่อมาถึงที่พักก็พบกับกลุ่มของจ้าววั่นที่ยืนรออยู่แล้วพร้อมกับคนของนิกายดาบคลั่งและหอหิมะโปรย ซึ่งเมื่อมองใบหน้าของพวกเขาก็พอจะปราบแล้วว่าจ้าววั่นได้เล่ารายละเอียดให้พวกเขาฟังแล้ว ซึ่งหลังจากนนั้นอู่หมิงก็ได้บอกเรื่องนี้แก่กลุ่มเสวี่ยอินอีกที"เบื้องบนก็คิดอยู่ว่าสำนักเหลียงซานช่วงนี้ทำตัวแปลกๆและก็เป็นอย่างที่คิดสำนักเหลียงซานทรยศพวกเราจริงๆด้วย" เสวี่ยอินกล่าวด้วยสีหน้าหนักอึ้ง"แล้วต่อจากนี้พวกเราจะทำอย่างไรกันดี" ศิษย์หลักของนิกายดาบคลั่งกล่าว"พวกเราวางแผนว่าจะออกรวบรวมคนของฝ่ายเราที่ยังมีชีวิตอยู่ให้มารวมตัวกันเพื่อความปลอดภัย" จ้าววั่นกล่าว"นั่นสินะด้วยกองกำลังของพวกเราตอนนี้การจะต้านพวกพรรคอธรรมนั้นเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้" ศิษย์ของหอหิมะโปรยกล่าว"เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย อ้อไม่สิสำหรับพวกเจ้าอาจจะเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับราชันเช่นข้านั้นมันเป็นของกล้วยๆ ด้วยการคงอยู่ของคนรับใช้ของข้าอู่หมิงคนนี้จะเป็นคนจัดการพวกมันเอง"เสี่ยวฮุ่ยยืดอกกล่าวด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยองดวงตาของทุกคนต่างมองมาที่เสี่ยวฮุ่ยด้วยความเคารพเพราะสัตว์อสูรที่พูดภาษามนุษย์ได้ล้วนอยู่ระดับ 5 และเรื่องนี้ทำให้พวกเขารู้สึกเบาใจยิ่งขึ้น"ตูม!!!!!!!!" อู่หมิงที่นั่งอยู่ไม่สามารถทนได้ลุกขึ้นมาเตะก้นเสี่ยวฮุ่ยอย่างแรงหนึ่งครั้งจนร่างของเสี่ยวฮุ่ยกระเด็นชนผนังถ้ำทันที"บัดซบ อู่หมิงคนรับใช้ที่ใหนเขาทำกับนายท่านแบบนี้บ้าง" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวโวยวาย"ดูเหมือนช่วงนี้เจ้าจะทำตัวหยิ่งยโสไปหน่อยหรือเปล่า หรือว่าเจ้าอยากจะกลายเป็นกระรอกย่างลาดนมดาราดีละ " อู่หมิงกล่าวเสียงเย็นเสี่ยวฮุ่ยกลายเป็นหวาดกลัวแต่ก็ยังไม่ยอมหยุดปากและด่าอู่หมิงออกมาเป็นชุด คนอื่นๆที่มองดูอู่หมิงและเสี่ยวฮุ่ยทะเลาะกันก็แสดงสีหน้าไม่เข้าใจออกมา จิงเสวี่ยนและอู่เซียงงที่รู้ความจริงจึงเล่าให้คนอื่นๆฟังว่าเสี่ยวฮุ่ยนั้นเป็นสัตว์อสูรในพันธสัญญาของอู่หมิง คนอื่นๆก็แสดงสีหน้าตกตะลึงออกมา ด้วยอู่หมิงเป็นเพียงแค่ปราณนภาขั้นกลางกลับครอบครองสัตว์อสูรพูดภาษามนุษย์ได้แบบนี้สายตาของหญิงสาวหลายคนต่างเล่าร้อนยิ่งขึ้นเมื่อมองไปยังอู่หมิง โดยเฉพาะกลุ่มเหมันต์พิสุทธิ์ที่ได้อู่หมิงช่วยไว้ พวกนางต่างก็นึกถึงการต่อสู้ของอู่หมิงและหวังตี้เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้นั้นอู่หมิงได้เปรียบอยู่และมีโอกาสชนะมาก เมื่อคิดได้แบบนั้นแววตาของพวกนางก็เต็มไปด้วยความเร้าร้อนและความหลงใหล"อะ แฮ่ม" เสวี่ยอินที่เห็นคนของตนเริ่มสติลอยออกไปจึงส่งเสียงเรียกสติคนของตนกลับมาส่วนหญิงสาวของกลุ่มอื่นๆก็ได้สติกลับมาเช่นกัน พวกจ้าววั่นแสดงสีหน้าแปลกประหลาดออกมา ส่วนกู่ไท่กลับเอาแต่จ้องเสวี่ยอินตาเป็นมันจนทำให้เสวี่ยหินเริ่มรู้สึกรำคาญ"เอาละพวกเรามาวางแผนของวันพรุ่งนี้กันดีกว่า" อู่หมิงที่จัดการกับเสี่ยวฮุ่ยแล้วจึงเดินกลับเข้ามาในกลุ่มทันที"แล้วเราจะใช้แผนเดิมหรือเปล่า" กู่ไท่กล่าว"บอกตามตรงตอนนี้ทั้งฝ่ายพวกเราและฝ่ายศัตรูก็ได้สูญเสียกำลังคนไปมาก จากเมื่อวานจนถึงตอนนี้กลุ่มของพวกเราได้สังหารศัตรูไปแล้วอย่างต่ำ 40 คน และจำนวนคนที่ตกตายของฝ่ายเราเองก็ไม่รู้แน่ชัดเช่นกัน เพราะงั้นเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ปลอดภัยที่สุดเพราะพวกเราไม่รู้ว่าพวกมันใช้วิธีใหนในการจับตามองการเคลื่อนใหวของพวกเรา" อู่หมิงกล่าว"ก็ดี และพวกเราจะใช้ถ้ำแห่งนี้เป็นจุดรวมตัว เพราะถ้ำแห่งนี้มีขนาดใหญ่และมีค่ายกลมากมายวางเอาไว้แล้วด้วย" หยูเฟยกล่าว"งั้นก็เอาตามนั้นวันนี้พักผ่อนให้เพียงพอพรุ่งนี้พวกเราจะออกตามหาผู้คนที่เหลือรอดพร้อมกับหาทรัพยากรไปด้วย" อู่หมิงกล่าวหลังจากแยกย้ายกันแล้ว เสี่ยวฮุ่ยและอู่หมิงก็นั่งค้นหาของล้ำค่าในแหวนมิติที่เก็บมาได้ สำหรับแหวนมิติของศัตรูจะแบ่งกันตามจำนวนคนที่สังหาร อย่างเช่นเสี่ยวฮุ่ยสังหารได้ 3 คนก้จะได้รับแหวนมิติ 3 วงของคนที่เสี่ยวฮุ่ยฆ่าตาย"ดูเหมือนเจ้าพวกนี้จะมั่งคั่งไม่เลว" อู่หมิงกล่าว"สำหรับเจ้าก็คงเป็นแบบนั้นแต่สำหรับข้ามันไม่มีค่าอะไรเลย" เสี่ยวฮุ่ยบ่นอุบอิบออกมาแต่ในขณะที่เสี่ยวฮุ่ยกำลังบนมือของเสี่ยวฮุ่ยก็นำของล้ำค่ามากมายยัดเข้าไปในสร้อยคอมิติของตนอย่างรวดเร็ว อู่หมิงที่เห็นก็อดที่จะส่ายหัวไม่ได้ หลังจากคัดเลือกสิ่งของที่จำเป็นแล้วเสี่ยวฮุ่ยก็นำเตาปรุงยาออกมาพร้อมกับเริ่มปรุงยาทันที"เจ้าจะปรุงยาอะไรงั้นหรือ" อู่หมิงถามด้วยความสงสัย"ปรุงเม็ดยาราชันยังไงละ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"อะไรนะ เม็ดยาราชัน อย่าบอกนะว่าเม็ดยาที่ช่วยให้มีโอกาสทะลวงสู่ปราณราชันมากยิ่งขึ้น" อู่หมิงกล่าว"ถูกต้อง แต่ไม่ต้องห่วงเม็ดยานี้ข้าไม่ได้ปรุงมันให้กับเจ้าหรอก" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"แล้วเจ้าปรุงมันให้กับใคร" อู่หมิงกล่าวด้วยสีหน้าสับสน"แน่นอนว่าเป็นท่านป้าอู่เหม่ย ข้าได้เตรียมการที่จะทำให้นางกลายเป็นราชันเอาไว้แล้ว เพราะเมื่อกลายเป็นราชันอย่างน้อยอายุของนางก็จะเพิ่มขึ้นอีก 5 ร้อยปี และเมื่อพวกเราไปยังทวีปศูนย์กลางเมื่อไหร่พวกเราค่อยข้าเม็ดยาสำเร็จจักรพรรดิหรือแม้กระทั้งเม็ดยาเซียนมาให้กับนางเพื่อให้ทางกลายเป็นเซียนทีหลัง" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"หืม ดูเหมือนเจ้าจะเอาใจใส่ท่าแม่ของข้ามากกว่าตัวข้าเสียอีกนะ" อู่หมิงกล่าวหยอกล้อ"เหอะ ตัวเจ้ามันเอาใจใส่ได้ง่ายๆเสียที่ใหนละ ถ้าตัวเจ้าเป็นเหมือนคนปกติทั่วไปป่านนี้ข้าช่วยให้เจ้ากลายเป็นราชันได้นานแล้ว แต่เพราะร่างกายของเจ้ามันไม่ปกติจึงจำเป็นต้องใช้เม็ดยาที่ค่อนข้างพิเศษในกรยกระดับพลัง และข้าขอบอกเลยว่าถ้าไม่พึ่งเม็ดยาตัวเจ้าก็ยากที่จะกลายเป็นราชันหากยังอยู่ในทวีปแห่งงนี้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว---------------------------------------------------------------------------------------------------------------