ทลายภพสยบหมื่นดารา

    ตอนที่ 41 คนทรยศในหมู่บ้าน

    ชามข้าวต้มในมือผู้ใหญ่บ้านแตกก่อนเสียงกลองยามจะดัง

    ร่างของเขากระตุกหนึ่งครั้ง แล้วทรุดข้างเตาไฟน้ำข้าวสีขาวไหลผ่านร่องอิฐ ทิ้งคราบดำไว้ทุกแห่งที่แตะพื้นกลิ่นขมคล้ายรากไม้ไหม้พุ่งขึ้นจนคนรอบวงถอยกรูด

    เยี่ยซิงเหอเข้าถึงตัวก่อนศีรษะชายชราจะกระแทกพื้นเขาประคองบ่า พลิกใบหน้า และเห็นเส้นสีคล้ำกำลังไต่จากลำคอขึ้นสู่กราม

    “อย่าแตะชาม!” เขาตวาด

    มือหลายคู่หยุดค้าง

    ผู้เฒ่าโม่ใช้ไม้เท้าเขี่ยเศษชามออกจากกองฟืน“ปิดประตูเรือนกลาง นับคนทำครัวทุกคน แล้วดับไฟเตานี้”

    อาเหวินรีบทำตามแต่คำสั่งสุดท้ายทำให้หญิงชราผู้ต้มข้าวหน้าซีด “หากดับเตา คนเจ็บจะไม่มีน้ำร้อน”

    “ถ้าไม่ดับ เราจะไม่รู้ว่าควันกำลังพาพิษไปถึงผู้ใด”ผู้เฒ่าโม่ตอบ

    เยี่ยซิงเหอวางนิ้วใต้จมูกผู้ใหญ่บ้านลมหายใจยังอยู่แต่เบาจนแทบจับไม่ได้ เขากดจุดชีพจรตามที่ผู้เฒ่าเคยสอนแล้วหันไปมองชามอื่นบนเสื่อ

    ข้าวต้มมาจากหม้อเดียวกัน

    แต่มีเพียงชามของผู้ใหญ่บ้านที่เปลี่ยนเป็นสีดำ

    “ยาถูกใส่หลังตัก” เขากล่าว

    เสียงกระซิบแตกขึ้นทั่วเรือน บางคนมองหญิงตักข้าวบางคนมองคนเฝ้าประตู บางคนกอดถุงเสบียงของตนแน่นราวกับพิษในชามได้ไหลเข้าไปอยู่ในสายตาทุกคู่

    นอกกำแพงหมู่บ้าน ศัตรูยังเฝ้าไฟอยู่บนภูเขา

    ข้างใน ความไว้ใจกำลังดับเร็วกว่าถ่าน

    ผู้เฒ่าโม่ฉีกผ้าพันมือเก่า ใช้ส่วนสะอาดรัดเหนืออกผู้ใหญ่บ้าน“พิษนี้ต้องการให้เลือดเดินเร็ว ยิ่งใช้ปราณขับ มันยิ่งถึงหัวใจ”

    “รักษาได้หรือไม่” เยี่ยซิงเหอถาม

    “ถ้าพบว่าใส่อะไรลงไป”

    “นานเท่าใด”

    ชายชรามองเส้นคล้ำบนลำคอ “ก่อนก้านธูปนี้ไหม้หมด”

    อาเหวินหยิบธูปสั้นจากหน้าหิ้งบรรพชน จุดแล้วปักในชามทรายเปลวแดงกินลงอย่างช้า ๆ แต่ไม่มีผู้ใดรู้สึกว่ามันช้า

    เยี่ยซิงเหอลุกขึ้น “ผู้ใดแตะชามนี้บ้าง”

    หญิงตักข้าวคุกเข่า “ข้าตักเอง ส่งให้อาเหวินแล้วอาเหวินยื่นแก่ผู้ใหญ่บ้าน”

    “ระหว่างนั้นวางไว้ที่ใดหรือไม่”

    อาเหวินส่ายหน้า “ข้าถืออยู่ตลอด”

    ชายวัยกลางคนใกล้ประตูชี้ทันที“เช่นนั้นก็ต้องเป็นหนึ่งในสองคน!”

    “หรือเป็นคนซึ่งอยากให้เราคิดเช่นนั้น” เยี่ยซิงเหอหันมองเขา“ก่อนข้าวมาถึง ผู้ใดจัดฟืนข้างเสื่อ”

    ชายคนนั้นชะงัก “หลายคน”

    “ชื่อ”

    เขาบอกชื่อชาวบ้านสี่คน หนึ่งในนั้นกำลังเฝ้าร่องเกลืออีกคนบาดเจ็บนอนอยู่อีกมุม คนที่สามเป็นหญิงชราส่วนคนสุดท้ายคือคนเฝ้าโรงเกลือซึ่งหายจากเรือนกลางไปแล้ว

    อาเหวินหันขวับ “เมื่อครู่เขายังอยู่”

    เยี่ยซิงเหอมองประตูหลัง กลอนยังปิดแต่บนธรณีมีหิมะละลายหยดหนึ่ง ข้างหยดน้ำเป็นรอยผงสีขาวละเอียด

    เกลือ

    คนเฝ้าโรงเกลือไม่จำเป็นต้องเปิดประตูเขารู้ทางส่งฟืนซึ่งลอดใต้ผนังไปยังลานหลัง

    “อาเหวิน อยู่ช่วยผู้เฒ่าโม่” เยี่ยซิงเหอกล่าว“ห้ามผู้ใดออกจากเรือน”

    “ข้าจะไปกับเจ้า”

    “ถ้าผู้ใหญ่บ้านฟื้น ต้องมีคนซึ่งทุกคนเชื่ออยู่ที่นี่”

    อาเหวินกัดฟันแล้วพยักหน้า

    เยี่ยซิงเหอลอดช่องส่งฟืนออกไป ลมหนาวปะทะหน้า ลานหลังมืดมีเพียงแสงไฟจากช่องผนัง เขาไม่เห็นรอยเท้าเพราะพื้นถูกกวาดด้วยกิ่งสนจนหิมะกระจายเท่ากัน

    ผู้หนีเตรียมทางไว้ล่วงหน้า

    เขาคุกเข่าแตะพื้น กลิ่นเกลืออยู่ทางตะวันตกแต่รอยกิ่งสนลากไปทางเหนือ หากตามรอยที่ชัด เขาจะออกห่างโรงเกลือและแนวใต้ดิน

    ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดอาจอยู่ข้างเรา

    ถ้อยคำของผู้เฒ่าโม่ผุดขึ้นในใจ ไม่ใช่คำเตือนให้สงสัยทุกคนแต่เป็นคำเตือนว่าคนข้างในรู้ว่าเราจะมองสิ่งใดก่อน

    เยี่ยซิงเหอหลับตา เปิดเนตรเทวะเพียงชั่วพริบ

    ความมืดกลายเป็นเส้นปราณจาง ๆบ้านแต่ละหลังมีไออุ่นของคนอยู่ข้างใน แนวค่ายกลสีหม่นพาดรอบหมู่บ้านส่วนใต้ลานมีรอยสีแดงบางเส้นกำลังเลื้อยไปยังโรงเกลือ

    มันมิใช่รอยเท้าของคน

    เป็นรอยคำสั่งซึ่งติดอยู่กับวิญญาณผู้หนี

    ทันทีที่เยี่ยซิงเหอมองตาม เส้นแดงหันกลับมองเขา

    ความเจ็บแปลบแทงกลางทะเลปราณ รากฐานทองคำสั่นรอยร้าวเส้นเดิมขยายจนปราณขมปร่าไหลขึ้นลำคอ เขาปิดเนตรแต่ภาพทางยังติดอยู่ในดวงตา

    ศัตรูวางรอยเท็จไว้ให้เนตรเห็นและใช้ผู้มองเป็นหลักฐานว่าซิงเหออยู่ตรงใด

    บนเขาไกลออกไป แสงแดงดวงหนึ่งสว่างตอบ

    เยี่ยซิงเหอกลืนเลือด “พวกมันรู้แล้ว”

    เสียงไม้หักดังจากโรงเกลือ

    เขาวิ่งไปทันที

    ประตูโรงเกลือเปิดอ้า ถุงเกลือถูกกรีดสามถุง ผงขาวกระจายบนพื้นคนเฝ้าโรงเกลือกำลังดึงแผ่นไม้ท้ายห้องออกเบื้องหลังคือช่องทางเก่าซึ่งลาดลงใต้หมู่บ้าน

    ชายคนนั้นหันมา มือหนึ่งถือมีด อีกมือกำถุงหนังเล็ก ใบหน้าซีดแต่ดวงตามีวงแดงล้อมตาดำ

    “หยุด” เยี่ยซิงเหอกล่าว

    “ถ้าข้าหยุด พวกมันจะเอาวิญญาณข้าไป”

    “เจ้าวางยาแล้ว พวกมันยังไม่ได้คืนสิ่งใดแก่เจ้า”

    “เจ้าไม่รู้!”

    คนเฝ้าโรงเกลือขว้างถุงหนังลงพื้น ผงดำฟุ้งขึ้นเยี่ยซิงเหอก้าวถอย มิใช่เพราะกลัวคมมีด แต่เพราะผงกำลังละลายเกลือทุกเม็ดที่แตะ

    พื้นใต้เท้าอ่อนตัว

    เส้นแดงจากค่ายกลพุ่งขึ้นตามช่องว่างเกลือซึ่งเคยกดมันไว้กลายเป็นน้ำคล้ำ คนทรยศใช้มีดกรีดฝ่ามือตนแล้วกดลงบนพื้น

    “เปิดทางให้ข้า!” เขาร้อง

    ค่ายกลตอบด้วยการดึงเลือดออกจากบาดแผล

    เขาคิดว่ากำลังสั่งมัน แต่สิ่งใต้พื้นกำลังใช้เขาเป็นกุญแจ

    เยี่ยซิงเหอชักกระบี่เงาดาราเพียงครึ่งเล่มคมกระบี่ส่งเสียงต่ำ รอยดำบนเหล็กเตือนว่าหากรับแรงอีกมาก มันจะย้อนกลับเข้าข้อมือ

    “ปล่อยมีด” เขากล่าว “ค่ายกลมิได้พาเจ้าหนี มันกำลังกินเจ้า”

    “อย่างน้อยครอบครัวข้าจะรอด”

    “ผู้ใดรับรอง”

    คนทรยศอ้าปาก แต่ไม่มีชื่อออกมา มีเพียงเลือดไหลจากมุมปากวงแดงในตาหดแคบเหมือนเชือกกำลังรัดจากข้างใน

    เขาพุ่งเข้าหาเยี่ยซิงเหอ

    พื้นที่ในโรงเกลือแคบ ถุงเสบียงเรียงสองข้าง และพื้นกำลังยุบเยี่ยซิงเหอไม่อาจฟันเต็มวง เขาใช้ฝักรับมีด บิดข้อมือคู่ต่อสู้เข้าหาเสาแล้วเหยียบปากรอยแตกมิให้เส้นแดงเลื้อยผ่าน

    คนทรยศกระแทกศีรษะใส่หน้าเขา มืออีกข้างคว้าผงดำป้ายฝักกระบี่รอยดำบนคมตอบรับทันที แรงสะท้อนแล่นจากนิ้วถึงหัวไหล่

    เยี่ยซิงเหอปล่อยฝักก่อนแขนจะชา ใช้ศอกกันคมมีดแล้วเตะถุงเกลือที่ยังสมบูรณ์ให้ล้มทับรอยแตก

    เกลือกดเส้นแดงได้ชั่วขณะ

    แต่คนทรยศฉวยจังหวะลอดช่องท้ายห้อง

    เยี่ยซิงเหอตามลงไป ทางใต้ดินแคบและชื้น รอยเลือดพาไปสองทางทางหนึ่งมุ่งออกนอกหมู่บ้าน อีกทางย้อนสู่เรือนกลาง

    เขาหยุด

    ผู้หนีต้องการให้เขาเลือกทางออกแต่พิษในผู้ใหญ่บ้านมีเวลาเพียงก้านธูป คนวางยาอาจทิ้งยาถอนพิษไว้กับผู้ควบคุมหรืออาจกำลังพาเส้นแดงกลับไปเปิดใต้เรือนกลาง

    เยี่ยซิงเหอแตะผนัง เสียงฝีเท้าดังจากทางออกทว่าแรงสั่นของค่ายกลมาจากทางเรือนกลาง

    เขาเลือกทางเรือนกลาง

    “ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ข้างหน้า” เขากล่าวในความมืด“ถ้าเจ้าหนีออกไป พวกมันจะฆ่าเจ้าเพื่อปิดปาก ถ้าเจ้ากลับไปวางยาซ้ำคนในหมู่บ้านจะฆ่าเจ้า เจ้าจึงเหลือเพียงทางเดียว—กลับไปเอาสิ่งที่ใช้ถอนพิษ”

    ไม่มีคำตอบ

    มีเพียงเสียงหอบซึ่งพยายามกลั้น

    เยี่ยซิงเหอเดินช้าลง “ครอบครัวเจ้ามิได้รอดเพราะเจ้าทำตามมันจะรอดเมื่อผู้ควบคุมเจ้าไม่มีสิ่งให้บังคับอีก”

    มีดพุ่งออกจากมุมมืด

    เขาเอียงตัว คมเฉือนชายเสื้อ คนทรยศตามมาด้วยไหล่หวังชนเขาลงรอยแยก เยี่ยซิงเหอใช้ย่างก้าวสั้นหลบไปด้านข้าง แต่รากฐานสั่นอีกครั้งเขาช้ากว่าปกติครึ่งจังหวะ มีดกรีดแขนจนเลือดซึม

    กลิ่นเลือดปลุกเส้นค่ายกลใต้เท้า

    เถาวัลย์สีแดงพุ่งขึ้นพันข้อเท้าทั้งสองคน

    คนทรยศหัวเราะอย่างสิ้นหวัง “เห็นหรือไม่ ไม่มีผู้ใดออกไปได้”

    เยี่ยซิงเหอไม่ใช้ปราณระเบิดเส้นรัด เขาคว้าข้อมืออีกฝ่ายกดฝ่ามือที่มีตราเลือดลงบนผนังรอยเก่า เส้นแดงทั้งหมดจึงหันไปหาเจ้าของตรา

    “มันจำเลือดเจ้าได้”

    “ปล่อยข้า!”

    “บอกยาถอนพิษ”

    วงแดงในตาชายคนนั้นสว่างขึ้น ปากของเขาอ้าเองเสียงซึ่งไม่ใช่เสียงมนุษย์ดังแทรกจากลำคอ “ผู้ขายแล้วไม่มีสิทธิ์เอ่ย”

    เยี่ยซิงเหอฟาดด้ามกระบี่ใส่จุดใต้กราม ทำให้ฟันกระทบกันเสียงแปลกขาดหาย คนทรยศทรุด แต่ยังมีสติ

    เขากระซิบ “เมล็ด...ใต้ลิ้น”

    เยี่ยซิงเหอบีบกราม พบเมล็ดสีดำซ่อนอยู่ข้างฟันกรามมันเป็นทั้งตราควบคุมและสิ่งเก็บพิษ เขาใช้ปลายมีดของอีกฝ่ายเขี่ยออกห่อด้วยชายเสื้อ แล้วฉีกเกลือจากผนังโรยทับ

    เส้นแดงชะงัก

    ชายทรยศล้มคุกเข่า “พวกมันจะรู้ว่าข้าพูด”

    “มันรู้ตั้งแต่เจ้าเปิดทาง”

    เยี่ยซิงเหอมัดมือเขาด้วยเชือกเก่า ลากกลับเรือนกลางรากฐานทองคำเจ็บทุกก้าว รอยร้าวมิได้ทำให้พลังหายแต่ทำให้ปราณไหลผิดจังหวะเหมือนน้ำลอดภาชนะร้าว

    เมื่อกลับถึงเรือน ธูปเหลือเพียงหนึ่งข้อนิ้ว

    ผู้เฒ่าโม่รับเมล็ดดำไปดม แล้วขูดเปลือกชั้นนอกลงถ้วยน้ำ“สิ่งที่ฆ่าก็เก็บสิ่งที่ห้ามมันไว้ พวกมันต้องการให้คนวางยาถูกจับเพื่อบังคับให้เราใช้เมล็ดนี้”

    “มีทางอื่นหรือไม่” เยี่ยซิงเหอถาม

    “มี แต่ช้ากว่าธูป”

    “ใช้มัน”

    “อาจมีรอยค่ายกลติดในร่างผู้ใหญ่บ้าน”

    เยี่ยซิงเหอมองชายชราบนเสื่อ “ถ้าไม่ใช้ เขาตายแน่”

    ผู้เฒ่าโม่ผสมผงจากเมล็ดกับน้ำอุ่น ป้อนทีละหยดเส้นคล้ำที่ลำคอผู้ใหญ่บ้านหยุดขึ้น แต่ไม่จางรอยแดงเล็กเท่าปลายเข็มปรากฏเหนือหัวใจ

    พวกเขาช่วยชีวิตไว้ได้แลกกับการเปิดช่องให้ศัตรูฝากรอยไว้ในผู้นำหมู่บ้าน

    ชาวบ้านล้อมคนเฝ้าโรงเกลือด้วยสีหน้าหลากหลาย โกรธ กลัวและไม่เชื่อ บางคนยกไม้ขึ้น อาเหวินยืนขวาง

    “ให้เขาพูดก่อน” อาเหวินกล่าว

    “เขาเกือบฆ่าผู้ใหญ่บ้าน!” ชายคนเดิมตะโกน

    “ถ้าฆ่าตอนนี้ เราจะรู้เพียงว่าเขาผิดแต่ไม่รู้ว่าศัตรูเข้ามาถึงใครอีก”

    เยี่ยซิงเหอมองอาเหวินอีกฝ่ายมิได้ยืนขวางเพราะเมตตาอย่างเดียวเขายืนเพราะหมู่บ้านต้องการความจริงมากกว่าศพ

    “เจ้าร่วมมือกับพวกมันตั้งแต่เมื่อใด” เยี่ยซิงเหอถาม

    คนเฝ้าโรงเกลือก้มหน้า “หลังดาวดับ คืนที่ข้าขึ้นไปเก็บฟืนพวกมันรู้ชื่อข้า รู้ว่าบ้านข้ามีใคร และรู้ว่าข้ากลัวสิ่งใด”

    “มันให้อะไร”

    “มิได้ให้เงิน” เขาหัวเราะแห้ง “เงินซื้อคนได้แต่ซื้อคำสั่งที่อยู่ในอกไม่ได้”

    “เช่นนั้นพวกมันซื้ออะไร”

    ชายคนนั้นเงยหน้า วงแดงในดวงตาจางลงแต่ตราเหนือหัวใจกลับเต้นแรง “วิญญาณ”

    เสียงในเรือนเงียบสนิท

    “มันเอาเลือดข้า เขียนชื่อครอบครัวข้าแล้วบอกว่าตราบใดที่ข้าทำตาม ทุกคนจะมีชีวิต หากข้าขัดคำสั่งวิญญาณข้าจะถูกฉีกก่อน แล้วเส้นเลือดจะตามไปถึงคนในบ้าน”

    “ผู้ใดเป็นคนซื้อ”

    คนทรยศพยายามตอบ ตราแดงใต้เสื้อสว่างจนร่างเขางอผู้เฒ่าโม่กดไม้เท้าลงที่อก ตราสีหม่นทับแสงไว้ชั่วครู่

    “พูดเดี๋ยวนี้” ชายชรากล่าว

    คนเฝ้าโรงเกลืออ้าปาก เลือดไหลผ่านฟัน

    เขามิได้เอ่ยนามบุคคล

    แต่เอ่ยตำแหน่งซึ่งทำให้มือของผู้เฒ่าโม่แข็งค้าง

    “จ้าวนิกาย”

    คล้ายกับเรื่องทลายภพสยบหมื่นดารา ที่คุณอ่าน

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    จักรพรรดิอักขระสยบฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    142K 432
    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499