ท่านเจ้าเมืองมองไปรอบ ๆ แล้วกล่าวเสียงดัง "ผู้เยาว์ทั้งหลาย พวกเจ้าสามารถเขาร่วมงานประลองระหว่างตระกูลนี้ได้ นั่นหมายความว่าพวกเจ้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดของแต่ละตระกูล เป็นผู้มีพรสวรรค์ของอาณาจักรต้าจิ้นข้า!"
"คิดว่าพวกเจ้าคงได้รับข่าวจากตระกูลแล้ว"
"ไม่ผิด ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในงานประลองนี้ ข้าจะมอบผลปฐมภูมิแห่งมนุษย์ให้ ขณะเดียวกัน อันดับหนึ่งก็จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปเลือกวิทยายุทธ์จากหอวิทยายุทธของจวนเจ้าเมือง"
"ทุกท่าน พวกเจ้าจะต้องพยายามเข้าล่ะ"
ฝูงชนเกิดเสียงอื้ออึงเซ็งแซ่ขึ้นมา
วิทยายุทธระดับเดียวกันก็แบ่งแยกสูงต่ำ
อย่างเช่นว่าแม้เป็นวิทยายุทธพื้นฐานขั้นสูงเช่นเดียวกัน กรงเล็บสยบนิ่งก็ไม่อาจเทียบได้กับมือสลายกระดูก
ท่านเจ้าเมืองเป็นถึงคนของอาณาจักร วิทยายุทธในจวนของท่านเจ้าเมืองจะเรียบง่ายหรือ?
ถึงแม้จะเป็นวิทยายุทธขั้นมนุษย์ระดับล่าง พลังที่แท้จริงของมันย่อมมากกว่าวิทยายุทธขั้นมนุษย์ระดับล่างของตระกูลหาน ตระกูลฉาง และตระกูลหงอย่างแน่นอน
แววตาของผู้เยาว์ล้วนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น!
แม้กระทั่งฉางเหวินจวินกับฉางเหวินหวาทั้งสองคนก็เช่นเดียวกัน
ถึงแม้พี่ใหญ่จะเข้าสำนักเสวียนหมิง ทว่าวิทยายุทธของสำนักเสวียนหมิงไม่อนุญาตให้แพร่งพรายต่อคนภายนอก ไม่เช่นนั้นไม่เพียงแต่พี่ใหญ่ของพวกเขา ตระกูลฉางของพวกเขาก็ต้องถูกสำนักเสวียนหมิงคิดบัญชีด้วยเช่นกัน
สำนักเสวียนหมิงนั้นธรรมดาทั่วไปในอาณาจักรต้าจิ้น ทว่าสำหรับเมืองเหรินจงและสำหรับตระกูลฉาง นับว่าใหญ่มหึมา
หากทำให้สำนักเสวียนหมิงขุ่นเคือง การที่สำนักเสวียนหมิงจะทำลายทั้งตระกูลฉางนั้นเป็นเพียงเรื่องปอกกล้วยเข้าปาก
"วิทยายุทธขั้นมนุษย์ระดับล่างเป็นของข้าแล้ว!" ฉางเหวินหวากู่ร้องอยู่ในใจ
ท่านเจ้าเมืองส่งสัญญาณมือให้สงบลง ผู้เยาว์ทั้งกลุ่มพลันเงียบเสียงลง
ท่านเจ้าเมืองถึงได้เอ่ยขึ้น "ตอนนี้ ข้าจะประกาศกติกาของการประลองครั้งนี้"
ท่านเจ้าเมืองแตะกำไลบนมือเขา จากนั้นป้ายนับพันก็ลอยออกมา ท่านเจ้าเมืองสะบัดแขนเสื้อ ป้ายเหล่านั้นก็ลอยไปอยู่ในมือของผู้เยาว์ที่เข้าร่วมการประลองครั้งนี้อย่างปลอยภัย
"เป็นกำไลวิเศษ!!"
รูม่านตาหานเฟิงหดเล็กลง "ถึงกับเป็นสิ่งวิเศษสำหรับบรรจุของที่ล้ำค่าอย่างกำไลวิเศษจริง ๆ "
"ท่านเจ้าเมืองผู้นี้ไม่ใช่เพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์สิบสองดาราเรียบง่ายผู้หนึ่งเป็นแน่ ขุมอำนาจเบื้องหลังเขาไม่ใช่เล็ก ๆ เกรงว่าจะมาจากตระกูลเลื่องชื่อสักตระกูลในอาณาจักรต้าจิ้น ย่อมไม่แย่ไปกว่าสำนักเสวียนหมิงอย่างแน่นอน กระทั่งว่าอาจจะแข็งแกร่งกว่าสำนักเสวียนหมิง!"
เด็กหนุ่มสาวคนอื่น ๆ ล้วนอุทานด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
หานอวี้และคนอื่น ๆ ได้แต่ปาดเหงื่อกาฬที่ไหลย้อยลงมาจากหน้าผาก พวกเขาได้ยินว่าอำนาจเบื้องหลังท่านเจ้าเมืองไม่ธรรมดามาเนิ่นนานแล้ว ก่อนหน้านี้ยังไม่เชื่อ ตอนนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อแล้ว
โชคดีที่พวกเขาไม่ได้ไปล่วงเกินท่านเจ้าเมืองผู้นี้
ผู้นำตระกูลฉางรู้สึกเย็นเยียบอยู่ภายในใจ ทั้งยังไม่พอใจเล็กน้อย "บัดซบ ท่านเจ้าเมืองผู้นี้ถึงขั้นมีกำไลวิเศษ ของพรรค์นี้สำนักเสวียนหมิงยังพบไม่มาก หากอำนาจเบื้องหลังท่านเจ้าเมืองผู้นี้ไม่ด้อยไปกว่าสำนักเสวียนหมิง ภายหน้าแม้ตระกูลฉางกลายเป็นตระกูลที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเหรินจง พวกเราก็ไม่เท่ากับว่ายังต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของคนผู้นี้หรือ"
ในอาณาจักรต้าจิ้น บางตระกูลนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ผลที่ได้คือในเมืองใหญ่ ๆ บางเมืองจะมีตระกูลหนึ่งครอบครอง นั่นก็คือตระกูลนี้
ทั่วทั้งเมือง พูดหนึ่งไม่มีสอง ไม่มีผู้ใดกล้าล่วงเกิน!
แม้กระทั่งอาณาจักรเอง ก็ยังไม่กล้าส่งท่านเจ้าเมืองเข้าไปแทรกแซงการจัดการ
ตระกูลเช่นนี้ ทั่วทั้งอาณาจักรต้าจิ้นหาได้ยากยิ่ง แต่กลับมีชื่อเสียงโด่งดัง อีกทั้งล้วนแล้วแต่มีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสวรรค์อยู่ในตระกูล
ท่านเจ้าเมืองเห็นแต่ละป้ายมีเจ้าของแล้ว ก็กล่าวเสียงเรียบ "ป้ายเหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเจ้าต้องแย่งชิงมาในการประลองครั้งนี้"
"แต่ละป้ายนับเป็นหนึ่งคะแนน หลังจากสามวันผ่านไป ผู้ที่มีคะแนนมากที่สุดจะเป็นอันดับหนึ่งในการประลองครั้งนี้"
"นอกจากนี้ เนื่องจากมีคนเป็นจำนวนมาก ครั้งหนึ่งจะได้เข้าเขายอดหยกเพียงห้าสิบคนเท่านั้น"
"ดูที่ป้ายของพวกเจ้า แต่ละป้ายจะมีลำดับกำกับไว้ นับแต่หนึ่งจนถึงพันกว่า ๆ ตามลำดับบนป้าย ห้าสิบอันดับแรกจะได้เข้าก่อน เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ "
ผู้เยาว์มากมายรีบหยิบป้ายขึ้นมาสำรวจดูทันที
หานเฟิงพลิกป้ายกลับหลัง ลำดับที่ 932!
มุมปากของหานเฟิงกระตุกในทันที ลำดับนี้รั้งท้ายเกินไปแล้วกระมัง
หานหลินเขย่งเท้าเข้ามาดู ใบหน้าเขาแสดงความเห็นใจออกมา "เจ้าโชคไม่ดีเกินไปแล้ว จำต้องรู้ว่ายิ่งเข้าไปได้เร็วเพียงใด ยิ่งได้เปรียบมากเท่านั้น กระทั่งขุดหลุมพรางซุ่มโจมตีคนที่ตามหลังมาก็ยังได้"
หานเฟิงแค่นเสียงเย็น "ซุ่มโจมตีข้าสิดี ข้ายังจะได้เริ่มต้นอย่างสวยงาม ชิงป้ายพวกเขาไปให้หมด"
หานหลินก็คิดเช่นเดียวกัน หานเฟิงกล่าวได้ถูกต้อง หานเฟิงแม้กระทั่งหมีนักรบหฤโหดยังฆ่าได้ นอกจากฉางเหวินหวาผู้ที่มีระดับพลังไม่แน่ชัดแล้ว ผู้ใดยังจะทำอันตรายหานเฟิงได้อีก?
หานเฟิงเหลือบมองลำดับบนป้ายในมือหานหลิน นึกไม่ถึงว่าจะเป็นลำดับที่ 31!
หานเฟิงจนคำพูด "นึกไม่ถึงว่าจะเป็นกลุ่มแรก!!"
หานโหรวเดินเข้ามาแล้วพลิกป้ายให้ดู
ลำดับที่ 180!
คนอื่น ๆ ทั้งเจ็ดคน บางคนได้ลำดับปลาย ๆ บางคนได้ลำดับต้น ๆ แต่ไม่มีผู้ใดรั้งท้ายไปกว่าหานเฟิง
หานเฟิงเป็นผู้ที่ได้ลำดับหลังสุดในบรรดาสิบคน
รองลงมาเป็นหานหรง ลำดับที่ 768
เสียงของท่านเจ้าเมืองดังขึ้นอีกครั้ง "คิดว่าพวกเจ้าคงเห็นลำดับบนป้ายของตนแล้ว ตอนนี้ข้าขอประกาศ"
"งานประลองระหว่างตระกูลเมืองเหรินจง เริ่มต้น ณ บัดนี้!"
"ห้าสิบลำดับแรก ตอนนี้เข้าเขายอดหยก"
ห้าสิบคนรวมถึงหานหลิน เข้าไปในเขายอดหยกแล้ว
"ลำดับที่ 51 ถึง 100"
คนอีกกลุ่มหนึ่งเข้าไป
ผู้ที่เข้าไปครั้งนี้ยังมีฉางเหวินหวา
"ลำดับที่ 101 ถึง 150"
เด็กหนุ่มสาวอีกกลุ่มหนึ่งเดินเข้าสู่เขายอดหยก คนรอบตัวหานเฟิงทั้งเก้าทยอยเข้าสู่เขายอดหยกไปคนแล้วคนเล่า
หานเฟิงเหลือบมองฉางเหวินจวินด้วยความประหลาดใจ ฉางเหวินจวินผู้นี้ได้ป้ายลำดับหลัง ๆ เช่นกัน เขาเพียงแค่ไม่รู้ว่าทั้งสองคนผู้ใดอยู่ข้างหลัง
"ลำดับที่ 901 ถึง 950 เข้าไป!"
หานเฟิงลุกขึ้นเดินไปทางเขายอดหยก เขาเห็นฉางเหวินจวินยังนั่งนิ่งไม่ไหวติง ก็พอรู้แล้วว่าลำดับบนป้ายของเขาเป็นอย่างไร
ฉางเหวินจวินพลันมีสีหน้าอึมครึม "สารเลว อย่างนี้ข้าก็ไม่อาจดักซุ่มหานเฟิงได้น่ะสิ"
"โชคดีที่ข้าเตรียมการไว้ก่อนแล้ว มีคนพวกนั้นขวางทางเขาไว้ครู่หนึ่งก็เพียงพอให้ข้าตามทันแล้ว"
ไม่นานนัก
"ลำดับที่ 1150 ถึง 1200 เข้าไปได้!"
ครั้งนี้ ในที่สุดฉางเหวินจวินก็ขยับเขยื้อนแล้ว หรือกล่าวได้อีกอย่างว่าเขาอดใจรอที่จะเข้าไปในเขายอดหยกแทบไม่ไหวแล้ว
กระทั่งทุกคนเข้าไปจนหมด ท่านเจ้าเมืองจึงเอ่ยกับบรรดาผู้นำตระกูลและคนระดับสูงเสียงเรียบ "ทุกท่านอยากจะรออยู่ที่นี่สักสามวันหรือไม่"
หานอวี้รีบกล่าวยิ้ม ๆ "เพียงแค่สามวันเท่านั้น ท่านเจ้าเมืองยังไม่อิดออดที่จะรออยู่ที่นี่ พวกเราจะจากไปได้อย่างไร"
คนอื่น ๆ เห็นพ้องต้องกัน แสดงความยินดีที่จะรออยู่ที่นี่ในทันที
ท่านเจ้าเมืองพยักหน้าน้อย ๆ "ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็รออยู่ที่นี่สามวันเถอะ"
สิ้นคำ บ่าวรับใช้ข้างกายท่านเจ้าเมืองก็ยกเก้าอี้มาวาง ท่านเจ้าเมืองจึงนั่งลงตรงนั้นโดยไม่พิรี้พิไร
บนเขายอดหยก หานเฟิงเดินไปอย่างไม่เร่งร้อน
ไม่นาน หานเฟิงก็มองไปยังบริเวณโล่งกว้างแห่งหนึ่งด้วยสายตาไม่บ่งบอกสิ่งใด ทันใดนั้นหานเฟิงก็ฉีกยิ้มออกมา "ลูกไม้ตื้น ๆ เพียงเท่านี้ ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนแล้ว ออกมาเถอะ"
บริเวณโล่งกว้างตรงหน้าเขาเห็นได้ชัดว่ามีกับดัก ผิวเผินดูเหมือนจะแนบเนียนยิ่ง ทว่าหลังจากได้รับการสั่งสอนจากครูฝึกหลิน กับดักตรงหน้าหานเฟิงในตอนนี้จึงเต็มไปด้วยช่องโหว่
เงาร่างมากกว่ายี่สิบเดินออกมาจากด้านหลังต้นไม้ใหญ่ แต่ละคนล้วนมีสายตาโหดเหี้ยม
หางเฟิงยิ้มเย้ยหยัน "ข้ายังนึกว่าเป็นผู้ใด นึกไม่ถึงว่าจะเป็นบ่าวรับใช้ตระกูลฉางเพียงไม่กี่คน!"