ตอนที่ 2 ความลับ
ผมลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับคำถามในหัวว่าผมยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า ผมรู้สึกปวดร้าวไปหมดทั้งตัวเหมือนตัวเองเป็กระสอบทราย ที่ถูกเตะ ถูกต่อยจนน่วมไปทั้งตัวผิดก็แต่ผมไม่ได้ถูกใครที่ไหนซ้อม แต่ผมถูกไอ้สัตว์นรกตัวนั้นมันข่มขืนความรู้สึกครึ่งล่างของผมนั้นปวดระบมจนขยับแทบไม่ได้
ผมนอนมองเพดานห้องนิ่งๆอยู่นานหลายนาที กว่าจะลำดับไล่เรียงเหตุการณ์ต่างๆได้ครบถ้วน ผมมองไปรอบตัว ปากคอแห้งผากไปหมดมือทั้งสองข้างของผมได้รับอิสระแล้ว หากแต่รอบๆ ข้อมือนั้น มีร่องรอยแดงช้ำและรอยครูดเป็แผลจากการที่ผมดิ้นรนขัดขืนผมลองกำฝ่ามือตัวเองช้าๆ มันรู้สึกเจ็บระบมไปหมด ห้องนอนกว้างเวลานี้มันว่างเปล่าไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกจากคนโชคร้ายอย่างผม
ผมลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยร่างอันเปลือยเปล่าขาทั้งสองข้างสั่นจนแทบทรงตัวไม่อยู่เดินอย่างทุลักทุเลไปหยิบเอาเสื้อผ้าของตัวเองซึ่งมันกองอยู่บนโซฟาตัวหนึ่งใกล้ๆเตียงนอน แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำจัดการเปิดฝักบัวล้างคราบน้ำรักเหนียวๆแห้งกรังนั้นออก รู้สึกถึงขาทั้งสองข้างซึ่งมันสั่นจนผมต้องยืนเอามือค้ำผนังกระจกห้องน้ำเอาไว้เพราะกลัวว่าตัวเองจะทรงตัวไม่อยู่แล้วล้มลงไปหัวฟาดพื้นตายเสียก่อน
ความรู้สึกมากมายไหลเข้ามาจู่โจมผมทั้งสับสน เกลียดชัง หวาดกลัว เจ็บแค้น ผมไม่รู้จะระบายสิ่งที่มันอัดแน่นอยู่ภายในอกนั้นออกมาได้ยังไงแล้วอยู่ๆ สิ่งที่ผมไม่เคยคิดว่าจะเป็การแสดงออกซึ่งความรู้สึกลึกๆ ในใจของผมทุกอย่างนั้นมันกลั่นออกมาเป็แรงสะอื้นที่ผมสุดจะควบคุม ผมยืนร้องไห้ออกมาเงียบๆ อยู่ภายในห้องน้ำนั้นเพียงลำพัง
ภายในห้องอาบน้ำซึ่งกั้นด้วยกระจกใสด้านข้างนั้นเป็กระจกเงาบานใหญ่ มันสะท้อนให้เห็นร่างเปลือยเปล่าของผมซึ่งยับเยินเพราะน้ำมือคนกักขฬะไอ้คนป่าเถื่อนไร้มนุษยธรรม คนระยำอย่างมัน
เนื้อตัวของผมมีแต่รอยจูบรอยกัด เห็นเป็รอยแดงๆ ห้อเืเต็มไปหมด นอกจากนี้ตรงโคนขาและหัวเข่ายังมีร่องรอยเขียวช้ำขนาดใหญ่ ในโพรงปากนั้นแตกยับเป็แผลเจ็บระบมไปทั่วปากริมฝีปากทั้งสองแตกบวมเจ่อจนขยับปากแทบไม่ได้
ผมก้มลงสำรวจความทุเรศและน่าสังเวชของตัวเองอาการปวดตุ้บๆ ตรงช่องประตูหลังนั้นแล่นขึ้นมาหาผมอีกระลอกนอกจากสิ่งเหล่านี้จะเป็ร่องรอยาแทางกายที่มันทิ้งไว้ให้ผมแล้วยังสร้างรอยแผลลึกในใจให้กับผม สิ่งเหล่านี้มันเหมือน้าตอกย้ำซ้ำเติมความทรงจำอันเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับผมเมื่อคืนนี้ได้อย่างโหดร้ายและทารุณยิ่งกว่าสิ่งใด
ผมเดินกลับออกมาหยิบเสื้อผ้าแล้วพยายามแต่งตัวด้วยความยากลำบากก่อนจะเดินออกมาจากห้องนอน ผมหันไปมองสำรวจรอบๆห้องสูทอันแสนหรูหรานั้นอย่างละเอียดอีกครั้ง ทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิมสภาพห้องกระจัดกระจาย กล่องถุงยางอนามัยขนาดใหญ่ซึ่งภายในมีซองถุงยางหลากสีหลายแบบเกือบร้อยซองมันยังวางอยู่ที่เดิมซากซองถุงยางอนามัยซึ่งถูกฉีกใช้แล้วเกลื่อนพื้นไปหมดใครจะไปคิดว่าภายในห้องสูทสุดหรูหรานี้จะเป็ที่อยู่ของผีห่าซาตานอย่างมันไอ้คนที่ผมไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ
“ไอ้สัด” ผมสบถด่าออกมาพร้อมกับนึกถึงหน้าไอ้เหี้ยเมื่อคืนนี้ แล้วรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาในใจผมเดินตรงไปเปิดประตูหน้าห้องเพื่อ้าจะออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แต่เปิดยังไงก็เปิดไม่ได้ไอ้ประตูห่านี่มันเปิดยังไงวะหรือว่าต้องใช้รหัสหรือต้องใช้คีย์การ์ดผมหงุดหงิดงุ่นง่านอยากออกไปให้พ้นนรกนี่ใจจะขาดเพราะกลัวไอ้บ้านั่นกลับมาอีก ถ้ามันกลับมาแล้วทำเื่ระยำๆเหมือนเมื่อคืนกับผมอีกผมคงตายคามือมัน
“โทรศัพท์!”
ผมควานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองตามกระเป๋ากางเกงแต่ไม่มีผมเดินลากสังขารตัวเองกลับไปในห้องนอนอีกครั้งและเห็นโทรศัพท์ของผมวางอยู่ตรงหัวเตียงข้างหนึ่งตรงนั้นมีเช็คใบหนึ่งเขียนเอาไว้ให้ผม หนึ่งแสนบาท
ผมนั่งจ้องกระดาษใบนั้นอยู่นานนี่ผมกลายเป็ผู้ชายขายตัวไปแล้วเหรอวะ ถ้าผมรับเงินจากมันก็เท่ากับผมยอมรับว่าผมขายตัวใช่มั้ยแล้วถ้าผมไม่รับ ร่างกายผม จิตใจผมที่ถูกไอ้เหี้ยนั่นทำร้าย ใครจะชดเชยให้ผมล่ะผมควรทำยังไงดี
เอาเถอะถือว่าเงินนี่เป็ค่าหมอค่ายาที่ผมจะพาตัวเองไปหาหมอแล้วกันส่วนมันกับผมชาตินี้คงไม่มีวันโคจรกลับมาเจอกันอีก ผมเก็บเช็คใบนั้นใส่กระเป๋าเงินแล้วเดินกลับไปที่หน้าประตูอีกครั้ง
กริ๊กเสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับบานประตูดีดตัวเปิดแง้มออกช้าๆผมหันมองไปรอบๆ ตัวด้วยความกลัว นี่มันแอบมองผมจากที่ไหนสักแห่งใช่หรือเปล่า ผมหันไปรอบห้องไม่รู้ว่ามันมีกล้องอยู่ตรงไหนหรือเปล่าแต่ผมยกนิ้วกลางชูมั่วๆ ไปในอากาศและหวังว่ามันจะเห็น
ผมหอบร่างกายอันสะบักสะบอมกลับมานอนซมอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์เล็กๆ ของผม ทันทีเมื่อผมกลับมาถึงห้องผมก็ทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วหลับจนเหมือนตาย ั้แ่่เย็นที่ผมกลับมาจนข้ามมา่เที่ยงของอีกวันอาการพิษไข้เล่นงานจนผมลุกไม่ไหว ตื่นขึ้นมาอีกทีเห็นว่าฝ้ายแฟนผมโทรเข้ามาเป็สายมิสคอลเจ็ดแปดสายตอนไหนไม่รู้ผมจึงรีบกดโทรกลับไปทันที
เสียงฝ้ายหงุดหงิดตัดพ้อผมสารพัดผมต้องพูดอธิบายอยู่นานว่าตัวเองไม่สบายแต่ไม่ได้บอกถึงต้นสายปลายเหตุว่ามันเกิดเื่อัปรีย์อะไรขึ้น จนในที่สุดฝ้ายยอมเชื่อว่าผมไม่สบายจริงๆพร้อมกับบอกว่าจะแวะมาหาผมเพราะเป็ห่วง แต่จะให้ฝ้ายมาเห็นผมในสภาพนี้น่ะเหรอ รอยจูบ รอยดูดเป็สิบๆรอยแบบนี้มีหวังฝ้ายได้ฆ่าผมตายแน่ ผมบอกปัดไปเพื่อเอาตัวรอดแล้วรีบวางสายไปก่อนอย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้ เื่ที่เกิดขึ้นผมอยากให้มันถูกฝังกลบไปพร้อมกับผมให้มันเป็ความลับตลอดไป
ผมนอนเหมือนคนตายอยู่ที่ห้องสามวันกว่าจะพอมีแรงลุกขึ้นมาจากเตียงได้ร่องรอยจ้ำๆ จากคนระยำที่มันทิ้งไว้ให้ผมเริ่มจางลงแล้ววันนี้ผมบังเอิญเจอพี่วินอีกครั้งที่ใต้ตึก แกหันมาทักทายผมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อินทร์ไม่เห็นหลายวันเลย ไปไหนมาเหรอหรือว่าได้งานใหม่แล้ว” พี่วินทักทายผม
“อ่อเปล่าพี่ ไม่ได้ไปไหนนอนอยู่ในห้องนี่แหละ แล้วพี่จะออกไปข้างนอกเหรอ” ผมถามเพราะดูจากการแต่งตัวแล้วเหมือนพี่วินกำลังจะออกไปข้างนอก
“มีนัดกับเพื่อนพี่ไปก่อนนะ” พี่วินยิ้มให้ผมแล้วยกมือมาตีแขนผมก่อนจะเดินไปริมถนนแล้วก็เหมือนเดิมคือมีรถเก๋งคันใหญ่มารับแกไปแต่ครั้งนี้เป็คนละคันกับคราวที่แล้ว
ผมกลับมาที่ห้องแล้วเปิดคอมนั่งเล่นเกมออนไลน์ต่อไปั้แ่ผมมีเงินหนึ่งแสนจากคืนวันนั้นผมเลยไม่ค่อยเครียดเื่หางานเท่าไหร่แล้วในตอนนี้ เสียงเคาะประตูหน้าห้องดึงคอผมให้หันไปมองทันที หรือว่าจะเป็ฝ้ายมาหาผมเพราะรายนั้นชอบแอบมาทำเซอร์ไพรส์อยู่เรื่อย
เมื่อผมเดินมาเปิดประตูห้องก็ต้องใจนทำอะไรไม่ถูกมือรีบดันประตูปิดตามสัญชาตญาณทันที แต่ว่าไม่ทันเพราะอีกฝ่ายผลัก จนผมล้มลงไปนอนกองกับพื้น
“มึงมาทำไม” หัวใจผมหล่นลงไปอยู่ตาตุ่มทันที เพราะไอ้คนที่ผมคิดว่าชาตินี้คงไม่มีวันได้เจอกันมันมาอยู่ในห้องผมแล้วในเวลานี้ ไอ้ผู้ชายคนนั้นหันมองสำรวจห้องผมไปทั่ว
“...........”ไอ้บ้านั่นไม่ตอบแต่เดินไปนั่งลงบนเตียงพร้อมทั้งกวาดสายตามองไปรอบห้องเหมือนมันจะสำรวจอะไรอยู่
“กูถามว่ามึงมาทำไม” ผมตะคอกมันจนเสียงดังลั่นห้อง
“ผนังห้องมันบาง อยากให้คนข้างนอกรู้เื่ของเราอย่างนั้นเหรอ”ไอ้บ้านั้นยิ้มเยาะส่งมาให้ผม
“ออกไปจากห้องกู” ผมเอ่ยปากไล่พร้อมกับชี้นิ้วที่กำลังสั่นนั้นไปทางประตูห้อง
ผู้ชายในชุดลำลองสีขาวสะอาดตาลักษณะท่าทางภูมิฐานแต่ทว่าสายตานั้นเ็าไร้ความรู้สึก มันลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินตรงใกล้เข้ามาผมเบี่ยงตัวหลบเพราะคิดว่ามันจะเดินออกไปจากห้อง แต่ผมคงมองมันในแง่ดีเกินไปเพราะสิ่งที่มันทำคือการเข้าประชิดตัวแล้วผลักผมไปชนกับประตูห้องซึ่งเปิดค้างทิ้งเอาไว้ประตูห้องถูกมันใช้ขาเกี่ยวแล้วถีบปิดลงอย่างง่ายๆ ริมฝีปากหน้าอุ่นๆ ประกบจูบลงมาและในขณะที่ผมยังจับต้นชนปลายไม่ถูกมันเหวี่ยงผมลงไปบนเตียงนอนแล้วโถมตัวเองตามผมลงมาติดๆ
“อย่า ปล่อยกู” ผมพยายามดิ้นรนขัดขืนพร้อมกับปากพร่ำร้องห้าม
แต่ผมอ้าปากพูดได้ไม่นานเพราะไอ้บ้านั่นมันพยายามจะจูบปากผมทางรอดของผมคือการหุบปากแล้วเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายดันลิ้นสากๆเปียกแฉะนั้นเข้ามาหาผมได้
เสื้อยืดของผมถูกมันถลกแล้วถอดออกอย่างรวดเร็วขาทั้งสองข้างถูกกดทับไว้ด้วยขาและเข่าของไอ้คนตัวใหญ่ที่ทาบทับผมอยู่กางเกงบอลถูกดึงร่นลงไปกองอยู่บริเวณหัวเข่า ข้อมือถูกมันรวบเอาไว้แล้วกดลงกับเตียงนอน
“ปล่อยกู”
“อย่าดิ้นเลย เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก”
“ปล่อยกู อย่าทำกู...ปล่อย” ผมร้องห้ามและเหมือนมันรอคอยให้ผมเปิดปากเพราะทันทีเมื่อริมฝีปากผมขยับมันก็ตรงเข้าประกบจูบแล้วแทรกลิ้นเรียวหนาชื้นแฉะนั้นเข้ามาในโพรงปากผมของผมทันที มันกวาดช้อนต้อนลิ้นผมที่อยู่ข้างในให้เกี่ยวกระหวัดพันกันยุ่งไปหมดจนแทบสำลักจูบมันตาย
เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้นอยู่ใกล้ๆตัว ผมเหลือบตาไปมองดูว่าใครเป็คนโทรมาหา แต่รายชื่อซึ่งปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์นั้นทำให้ผมกลัวจนจับหัวใจ
ฝ้ายแฟนสาวของผมเป็เ้าของสายเรียกเข้านั้นภาพมือหนา เอื้อมไปกดรับสายโทรศัพท์นั้นแทนผม พร้อมกับรอยยิ้มแสยะตรงมุมปากทำให้ผมตัวชาไปหมด
ไอ้บ้านั่นกดเปิดลำโพงโทรศัพท์แล้วจับผมพลิกนอนคว่ำ รวบข้อมือทั้งสองข้างของผมไพล่หลังแล้วกดทับลงกับบั้นเอวด้านหลังมืออีกข้างของมันกดท้ายทอยของผมให้แนบลงไปกับเตียงนอนตรงตำแหน่งซึ่งโทรศัพท์นั้นวางอยู่
ฝ้าย : อินทร์ทำอะไรอยู่ ไม่สบายหายดีหรือยัง
ผม : หายแล้ว...ฝ้ายมีอะไร อ๊า..... // ไอ้บ้านั้นมันเสือกสอดท่อนเนื้อแท่งใหญ่เข้ามาตามช่องทางรักด้านหลังผมเหลียวหลังไปมองดูรอยยิ้มสะใจของมันแล้วอยากจะดิ้นให้หลุดแล้วกระทืบมันให้ตายคาตีนจริงๆแต่ตอนนี้ผมช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย
ฝ้าย : อินทร์เป็อะไร อย่าบอกนะว่าเล่นเกมอีกแล้ว
ผม: อืม // ผมตอบรับในลำคอ ไม่กล้าอ้าปากพูดอะไรออกไปไอ้บ้านั้นสาวสะโพกอัดใส่เป็จังหวะจากช้าและค่อยๆขยับเร็วขึ้นเรื่อยๆ ผมทั้งเจ็บ ทั้งจุก แสบร้อนไปหมดจนต้องซุกหน้าลงกับหมอนเพื่อไม่ให้เสียงตัวเองหลุดรอดออกมาให้แฟนของผมได้ยิน
ฝ้าย : อืม ถ้าอย่างนั้นกินอะไรมั้ยเดี๋ยวฝ้ายซื้อเข้าไปฝาก เนี่ยใกล้จะถึงห้องอินทร์แล้วนะ
ผม : ฮะ ฝ้ายมาหาอินทร์เหรอ // ผมเผลอตัวพยุงตัวดันตัวขึ้นจนบั้นท้ายนั้นโก่งขึ้นมาไอ้บ้านั่นเร่งจังหวะอัดท่อนเนื้อใส่ผมดังตั้บๆ
ฝ้าย : นั่นเสียงอะไร อินทร์อยู่กับใครน่ะ
ผม : เปล่าไม่มีอะไร อ๊า // ผมเผลอหลุดปากเพราะไอ้คนที่มันกำลังรัวสะโพกใส่ผมตอนนี้มันปล่อยมือจากผมแล้วใช้มือของมันรั้งดึงเอวผมให้ขยับไปหามันแล้วสาวสะโพกใส่ผมหนักๆอีกหลายที
ฝ้าย : แล้วเมื่อกี้เสียงอะไร
ผม : ฝ้ายรีบมานะคิดถึง //ผมพูดยังไม่จบประโยคไอ้บ้านั่นก็เอื้อมมือมากดตัดสายแล้วจับผมพลิกกลับมานอนหงายเผชิญหน้ากับมันอีกครั้ง
“ปล่อยกู” ผมชกกำปั้นใส่มันรัวๆ แต่ถูกอีกฝ่ายจับขึงกดข้อมือติดลงกับเตียง
“อย่ามัวเสียเวลาสิ ถ้าแฟนเธอมาเห็นเธอในสภาพนี้จะเป็ยังไง”
ผมจ้องใบหน้าของอีกฝ่ายนิ่งพูดไม่ออกฝ้ายกำลังมาที่ห้องนี้ ในสภาพนี้เหรอ ถ้าฝ้ายเห็นผมสภาพนี้...ผมกัดกรามตัวเองแน่นอีกฝ่าย ก้มลงมาจนใบหน้าชิดกับผมก่อนจะแตะจูบเบาๆตรงมุมปาก
“เรารีบทำให้มันเสร็จ ก่อนที่แฟนเธอจะมาเห็นกันเถอะ”
ผมหลับตาแล้วปล่อยให้ไอ้บ้านั่นมันทำอย่างที่มัน้าเสียงเตียงนอนซึ่งโครงสร้างทำจากไม้มันลั่นเป็จังหวะตามการโยกขยับสับเอวของไอ้ระยำนั่นผมต้องยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้หลุดส่งเสียงใดๆ ออกมา
แขกซึ่งผมไม่ยินดีจะต้อนรับและพบเจอตักตวงหาความสุขสำราญจากร่างกายของผมจนมันเสร็จแล้วถึงผละจากไปทันทีเมื่อมันปล่อยผมเป็อิสระ ผมรีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อ้าล้างคราบความสกปรกต่างๆซึ่งมันทิ้งเอาไว้ให้และที่สำคัญผมเกลียดสายตาของมันเวลาที่มันมองผม
ผมล้างตัวเสร็จเดินกลับเข้ามาภายในห้องก็ไม่เห็นไอ้สัตว์ป่าตัวนั้นแล้วเห็นแค่เช็คเงินสดซึ่งมันวางทิ้งเอาไว้ให้ จำนวนเงินไม่ได้มากเท่าคืนวันนั้นแต่ก็มากพอๆ กับเงินเดือนเดือนหนึ่งที่ผมเคยได้รับจากการทำงานหนักตลอดทั้งเดือน
แกร็กเสียงเปิดประตูห้องโดยปราศจากเสียงเคาะให้สัญญาณทำเอาผมสะดุ้งสุดตัวหญิงสาวรูปร่างเล็กบอบบาง เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนเคย
“อินทร์ เมื่อกี้รีบวางสายทำไม ซ่อนใครเอาไว้หรือเปล่า”ฝ้ายแฟนผมเดินเข้ามาทำท่าชะเง้อคอมองไปทั่วห้อง
ผมเหลียวกลับไปมองบนเตียงซึ่งยับย่นยู่ยี่แล้วลอบถอนหายใจออกมาเบาๆเอาเช็คในมือแอบใส่ลงไปในลิ้นชักหัวเตียงแล้วดึงเอาแฟนสาวมากอดไว้กับอก
“จะมีใครล่ะ ไม่มีหรอก คิดถึงฝ้ายจัง” ผมก้มลงหอมแก้มแฟนสาวแต่ในใจของผมกลับว่างเปล่าเลื่อนลอย