พิชิตประตูมิติด้วยอาคม

    ตอนที่ 35: โถงวิหารหินเหล็ก และเงาร่างประตูปราการ

    ตอนที่ 35: โถงวิหารหินเหล็ก และเงาร่างประตูปราการ

     

    สายลมมิติมืดพัดผ่านแนวกำแพงหินปูนสีดำสนิท ส่งเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงถอนหายใจของสิ่งมีชีวิตโบราณที่กำลังหลับใหล


    เบื้องหน้าของคนทั้งสี่—น้ำมนต์, โมนา, ร้อยเอกสิงขร และจ่าสิบเอกหญิงลันตา—คือฐานขนาดยักษ์ของ 'หอคอยแกนกลาง (The Core Tower) ' ความกว้างของรากฐานหอคอยทอดตัวยาวหลายร้อยเมตร คอนกรีตหนาหนักผสมผลึกมานาสีดำขลับประดับลวดลายสลักเฟืองไซเบอร์และยันต์โบราณที่ลอกร่อน คราบเถ้าถ่านและผลึกเกลือสีฟ้าเกาะกุมตามรอยแยกของโครงสร้าง ราวกับตึกยักษ์หลังนี้พุ่งทะลุขึ้นมาจากนรกใต้แผ่นดิน


    ความกดอากาศบริเวณหน้าบานประตูโลหะยักษ์ชั้นที่ 1 หนักอึ้งจนรู้สึกได้ในทุกมโนสัมผัส ละอองไอมานาพิษลอยวนเวียนเป็นหมอกสีน้ำเงินเจือจาง เมื่อเพ่งสายตามองผ่านม่านหมอกเข้าไป จะพบว่าโถงชั้นล่างกว้างใหญ่ดุจวิหารโบราณ เพดานโค้งสูงเสียดฟ้ากว่าสามสิบเมตร เสาปูนทรงแปดเหลี่ยมขนาดสิบคนโอบตั้งเรียงรายเป็นทิวแถว


    ทว่า... ท่ามกลางความเงียบสงบอันน่าประหลาด เสียงกระซิบประหลาดคล้ายเสียงโลหะเสียดสีกันดัง ครืด... ครืด... แว่วมาจากเงามืดหลังทิวเสา ทุกก้าวที่เหยียบลงบนแผ่นหินที่แตกรอย ส่งผ่านกระแสความเย็นเยือกขึ้นมาถึงฝ่าเท้า


    "บรรยากาศชวนขนลุกชะมัด..." โมนาพึมพำ นัยน์ตาใต้แว่นสแกนจับจ้องไปตามเงาดำของเสาหิน ถุงมือนาโนบนข้อมือขวาปรับจูนกระแสพลังงานเตรียมพร้อม ร่างกายในชุดวอร์มปรับสมดุลสปีด 80 เท่าตอบรับความตึงเครียดทันที


    น้ำมนต์ใน 'ชุดเกราะผ้ายันต์นาโนด้ายทองคำ' เดินนำหน้าอย่างระมัดระวัง สองมือที่พันผ้าดิบกระชับด้ามดาบพลาสม่าแน่น สายตาเพ่งมองม่านหมอกมืด อักขระยันต์เสือเผ่นและยันต์เกราะเพชรบนอกเสื้อเกราะนาโนเรืองแสงทองเจิดจ้าเป็นจังหวะเบาๆ คล้ายหัวใจที่กำลังเต้น


    "สัมผัสจิตมืดอัดแน่นมากครับ..." น้ำมนต์เอ่ยเสียงต่ำ "มันไม่ได้มาจากสัตว์อสูรร่างกายเนื้อธรรมดา... แต่มีกระแสวิญญาณสิงสู่ในโลหะแฝงอยู่ทั่วทุกมุมห้อง"


    "ระบบเซ็นเซอร์ตรวจพบคลื่นมานาสถิตสั่นไหวในโครงสร้างหินครับเจ้าโฮสต์!" เสียงเอเต้ดังกังวานขึ้น วงกลมแสงสีฟ้าฉายลำแสงสแกนรอบทิศทาง "ความหนาแน่นของอักขระโบราณในห้องนี้ ซับพลังงานมืดไว้กว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ มีบางอย่างกำลังตื่นขึ้นจากสภาวะจำศีล!"


     

    แกร๊กร๊ากกกกกกก... ตึง!


    เสียงโลหะหนาหนักกระแทกคอนกรีตดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วโถงวิหาร!


    จากเงามืดหลังเสาหินแปดเหลี่ยมต้นที่สี่และห้า ร่างมนุษย์ขนาดยักษ์สองร่างค่อยๆ ก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ


    พวกมันคือ 'อสูรอัศวินกลายพันธุ์ (Iron-Golem Knight) ' อสูรเฝ้าประตูปราการชั้นที่ 1! ร่างกายของพวกมันสูงกว่าสี่เมตร ประกอบขึ้นจาก 'ชุดเกราะอัศวินโบราณเหล็กกล้าผสมมิสริลดำ' หนาขอบกว่ายี่สิบเซนติเมตร ทั่วทั้งชุดเกราะประดับด้วยเส้นหนวดชีวภาพสีแดงฉานที่ชอนไชออกมาตามรอยต่อของโลหะ มือขวาถือ 'ดาบยักษ์สองมือ (Greatsword) ' สลักยันต์สายดำความยาวกว่าสามเมตร มือซ้ายถือ 'โล่ปราการรูปหยดน้ำ' ที่มีดวงตาสีส้มเรืองแสงอำมหิตฝังอยู่กลางโล่!


    ดวงไฟสีม่วงในช่องหมวกเหล็กของพวกมันสว่างวาบขึ้นพร้อมกัน! เสียงคำรามต่ำประดุจเสียงเครื่องยนต์ลัดวงจรดังลอดออกจากหมวกเหล็ก โฮกฮาดดดดดดด!


    "พวกมันไม่ได้มาตัวเดียว..." ลันตาที่ยืนประชิดแนวหลังใช้อุปกรณ์สแกนเตือนภัย "ด้านบนเพดาน... มีอีกสี่ตัว!"


    เมื่อทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง บนโครงเหล็กและเพดานหินสูงสามสิบเมตร อสูรอัศวินอีกสี่ตนเกาะห้อยหัวอยู่ดั่งค้างคาวเหล็ก ก่อนจะปล่อยตัวร่วงลงมากระแทกพื้นปูนจนแผ่นหินแตกกระจายเป็นวงกว้าง!


    ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!


    อสูรอัศวินกลายพันธุ์ทั้งหกตน ตั้งแนวรบกระชับโล่ปราการพร้อมกัน กระแสไฟสายฟ้าสีมืดแล่นผ่านลำดาบยักษ์ บรรยากาศภายในโถงวิหารบีบอัดจนอากาศเริ่มเบาบางลงอย่างน่าตกใจ!


    "กระจายตัวประจำตำแหน่ง!" ร้อยเอกสิงขรตะโกนสั่งการ เสียงขุนพล ศป.ม. ดังก้องสยบความกลัว เขาย่อตัวลงต่ำ ปลดล็อกระบบเกราะเท้าเข้ากับพื้นดิน แบกปืนกลหนักมานาแคนนอน M-80 สาดลำแสงสีฟ้าประเดิมเปิดฉากทันที!

    เปรียด! เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงง!

     

    กระสุนแสงมานาความร้อนสูงนับร้อยนัดพุ่งเข้าใส่โล่ปราการของอสูรอัศวินตัวหน้าสุด!


    ตู้ม! ตู้ม! ปัง! ปัง!


    แรงปะทะของกระสุนสร้างประกายไฟสว่างจ้าดั่งบ่อเหล็กหลอม ทว่าดวงตาสีส้มกลางโล่ของมันพลันกาง 'บาเรียอาคมสายดำ' ขึ้นซับแรงกระแทก ส่งผลให้เปลือกเกราะโลหะมิสริลแทบไม่สะท้อนรอยขีดข่วน! อสูรอัศวินตัวนั้นเงื้อดาบยักษ์สามเมตรขึ้นสูง ก่อนจะฟาดสับลงมาใส่ตำแหน่งของสิงขรอย่างรุนแรง!


    ฟิ้วมมมมมมมมมม!


    คมดาบแหวกม่านอากาศเกิดเป็นคลื่นลมแรงอัดมหาศาล!


    "โมนา! ตัดมุมขวา!" น้ำมนต์ส่งสัญญาณสมาธิฌาน


    พรึ่บ!


    [HYPER-NANO CORE: SPEED OVERDRIVE 80X!]


    ร่างของโมนาในชุดวอร์มแปรเปลี่ยนเป็นเส้นสายฟ้าสีเขียวเข้ม! เธอวิ่งสปีด 80 เท่า ไต่ขึ้นไปบนสันดาบยักษ์ที่กำลังสับลงมาอย่างอัศจรรย์! ส้นเท้าเกราะนาโนของเธอเหยียบลงบนสันดาบแล้ว ดีดตัวสปริงขึ้นสู่กลางอากาศเหนือหัวอสูรอัศวิน!


    "หมัดนาโนอัดอากาศ... ทะลวงจุดเชื่อมต่อข้อต่อ!"


    โมนาใช้ออกด้วยความเร็วสูงสุด ชกหมัดขวาที่ห่อหุ้มด้วยโล่บาเรียอัดอากาศซ้อนสิบชั้น สวนเข้าที่ 'หมุดข้อต่อหัวไหล่ขวา' ของอสูรอัศวินอย่างแม่นยำยิบ!


    เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!


    เสียงระเบิดของแรงอัดอากาศดังก้องประดุจปืนใหญ่! หมุดโลหะมิสริลและหนวดชีวภาพสีแดงยึดข้อต่อแหลกละเอียด ส่งผลให้แขนขวาพร้อมดาบยักษ์ขนาดยักษ์ของมันหลุดกระเด็นออกจากร่างลอยไปปักพื้นปูนดัง ตึง!


     

    ในเสี้ยววินาทีที่อสูรอัศวินตัวแรกเสียหลัก...


    น้ำมนต์ใน 'ชุดเกราะผ้ายันต์นาโนด้ายทองคำ' กระโจนทะยานพุ่งแหวกม่านหมอกมืดด้วยความเร็วสูง!


    ผลจากการประจุ 'คาถาวาตานิวายุ' ลงในเส้นด้ายทองคำบนชุดเกราะ ทำให้การเคลื่อนที่ของน้ำมนต์พลิ้วไหวประดุจพายุสายฟ้า ร่างของเขาฉายเงาซ้อนทับกันสามร่าง ย่อตัวสไลด์ลอดใต้โล่ปราการของอสูรอัศวินตัวที่สอง!


    "โอม ชินะปัญชะระ ปะริตตัง มัง รักขะตุ สัพพะทา... วาตา วายุ มหาอำนาจา!"


    วิ้งมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!


    คาถาชินบัญชรผสานพลังสายลมหมุนวน เรืองแสงทองคำสุกใสสว่างวาบขยายตัวออกจากชุดเกราะนาโนด้ายทองคำ! น้ำมนต์รวบรวมจิตฌานสมาธิลงที่ด้ามดาบพลาสม่า ชักดาบออกจากฝักด้วยแม่ไม้มวยไทย 'หักงวงไอยรา ผสาน อสุรีกระหน่ำฟัน'!


    ฉับ! ฉับ! ฉับ! ฉับ!


    คมดาบพลาสม่าสีฟ้าทองตวัดฟันสี่ทิศทางด้วยความเร็วเหนือเสียง! คลื่นแสงอาคมตัดผ่านเกราะเหล็กมิสริลตรงข้อต่อเข่าและข้อเท้าของอสูรอัศวินจนขาดสะบั้น! ร่างมหึมาสี่เมตรของมันล้มครืนลงหมอนคางกับพื้นปูน!


    น้ำมนต์ไม่เปิดโอกาสให้มันฟื้นตัว! เขากระโดดลอยตัวขึ้นสูง หมุนตัวกลางอากาศ 360 องศา ปักปลายดาบพลาสม่าอาคมลงตรงกลาง 'ช่องมองหมวกเหล็ก' ทะลวงเข้าสู่แกนวิญญาณสถิตภายในหัวใจโลหะเต็มรัก!


    เปรี้ยงงงงงงงงงงงง!


    กระแสไฟพลาสม่าผสมผสานพระคาถาชินบัญชร ระเบิดซ่านออกเป็นสายฟ้าสีทองกระจายไปทั่วร่างของอสูรอัศวิน!


    หนวดชีวภาพสีแดงส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนก่อนจะสลายตัวกลายเป็นฝุ่นผง อสูรอัศวินตัวนั้นลัดวงจรระเบิดดับคาที่ แตกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านและชิ้นส่วนเหล็กกล้า!

     

    ขณะเดียวกัน จ่าสิบเอกหญิงลันตาและร้อยเอกสิงขร ก็ประสานยุทธวิธีสนับสนุนจากแนวหลังอย่างงดงาม!


    ลันตากดไกปืนพกคู่ไซเบอร์ยิง 'กระสุนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (EMP Round) ' สอยเข้าที่ดวงตาสีส้มบนโล่ปราการของอสูรอัศวินอีกสองตัว ส่งผลให้บาเรียสายดำลัดวงจรดับลงทันที!


    "สิงขร! อัดตรงกลางเลย!" ลันตาตะโกน


    "จัดไป!"


    สิงขรรัวปืนกลหนักมานาแคนนอน M-80 สาดกระสุนแสงมานาเจาะเกราะทะลวงเข้ากลางอกอสูรอัศวินที่ไร้เกราะป้องกัน จนอกโลหะเป็นรูทะลวงระเบิดดับลงไปพร้อมกันสองตน!


    โมนาและน้ำมนต์พุ่งตัวแท็กทีมเข้าปิดฉากอสูรอัศวินสองตนสุดท้าย! โมนาใช้ออกด้วยสปีด 80 เท่า วิ่งไต่ขึ้นไปบนไหล่ แล้วใช้วิชาหักคออัดอากาศ หมุนหัวหมวกเหล็กจนขาดหลุดออกจากร่าง ส่วนน้ำมนต์ใช้อาคมดาบพลาสม่าฟันสะบั้นแกนกลางลำตัวจนอสูรตัวสุดท้ายระเบิดสลายเป็น dust สิ้นฤทธิ์!


    ตู้มมมมมมม!


    ความเงียบสงบกลับคืนสู่โถงวิหารหินเหล็กชั้นที่ 1... คราบควันพิษและประกายไฟค่อยๆ จางหายไป

    ทว่า... ณ ใจกลางโถงวิหาร ตรงตำแหน่งที่อสูรอัศวินตนสุดท้ายพังทลายลง ปรากฏ 'แท่นหินโบราณเรืองแสง' ค่อยๆ ยกตัวขึ้นมาจากแผ่นปูนคอนกรีต!


    บนแท่นหินนั้น มีกล่องโลหะสลักยันต์โบราณสองกล่องตั้งอยู่...


    กล่องแรกบรรจุ 'ผลึกคริสตัลมานาบริสุทธิ์เกรดสูง (High-Pure Mana Crystal) ' ขนาดเท่ากำปั้นจำนวนห้าก้อน ซึ่งส่องสว่างด้วยแสงสีฟ้าบริสุทธิ์ไร้สารพิษ


    ส่วนกล่องที่สอง... บรรจุ 'ม้วนตำราอาคมสายขาวโบราณ-จานทองแดง' ที่จารึก 'ยันต์มหาราชและคาถามหาจักรพรรดิ'!


    "สมบัติชั้นที่ 1 ปรากฏแล้วครับเจ้าโฮสต์!" เอเต้ฉายแสงสีฟ้าประมวลผลด้วยความตื่นเต้น "ผลึกคริสตัลมานาพวกนี้ สามารถนำกลับไปให้ศูนย์ ศป.ม. ใช้เป็นแหล่งพลังงานสะอาดให้กรุงเทพฯ ได้สามปีเต็ม! ส่วนม้วนตำราจานทองแดง... จะช่วยให้นายอัปเกรดอาคมลงในชุดเกราะนาโนด้ายทองคำได้ทรงพลังยิ่งขึ้นไปอีก!"


    น้ำมนต์และโมนาสบตากันด้วยความภาคภูมิใจ ลันตาบันทึกพิกัดแท่นสมบัติลงในระบบสื่อสาร เพื่อส่งสัญญาณให้ทหาร ศป.ม. จากฐาน FOB ข้ามมาขนย้ายทรัพยากรอันทรงคุณค่านี้กลับสู่โลกมนุษย์


    ศึกการไต่หอคอยแกนกลาง 100 ชั้น และการเปลี่ยนนรกให้เป็นขุมพลังของมนุษยชาติ... ได้ประเดิมชัยชนะในชั้นแรกอย่างงดงามและเกรียงไกร!

    คล้ายกับเรื่องพิชิตประตูมิติด้วยอาคม ที่คุณอ่าน