ตอนที่ 1 แต่งงาน
“ท่านแม่ ข้าไม่แต่ง” หลิวลี่เซียนพยายามเว้าวอนผู้เป็มารดา
“โทษที่บรรพบุรุษของพ่อเ้าเถิด”หลิวเจียอีผู้เป็มารดา ไม่รู้จะทำเช่นไรได้ แต่ส่งสายตาดุไปทางฝ่าย ผู้เป็สามีเพราะคำสัญญาของบรรพบุรุษกับฮ่องเต้องค์ก่อนที่ให้บุตรสาวของสกุลหลิวนั้นต้องแต่งเข้าเป็สะใภ้เชื้อพระวงศ์ทุกคน
“ท่านพ่อ ข้าไม่อยากแต่ง”หลิวลี่เซียนคุกเข่าคลานไปกอดขาผู้เป็บิดา
“เฮ้อ มันเป็ราชโองการข้าจะขัดได้อย่างไรเ้าทำใจเสียเถิดอาเซียน” หลิวจื้อโหยวผู้เป็บิดาได้แต่ ส่ายหน้าไม่ใช่ไม่รักบุตรสาวแต่เมื่อเป็พระราชโองการของฮ่องเต้ครอบครัวก็มิอาจคัดค้านได้และสกุลหลิว ก็ปฏิบัติกันมาหลายรุ่นแล้ว
“แต่ข้าต้องแต่งกับคนบ้านะท่านพ่อท่านแม่ ฮือ...” หลิวลี่เซียนน้ำตาไหลเป็สายนางต้องมาทนทุกข์อยู่กับสามีที่ไม่รักแถมยังเป็คนบ้าชีวิตนี้จะหาความสุขได้อย่างไร
“อาเซียนพ่อขอโทษเ้าแต่หากเราขัดพระราชโองการมีหวังครอบครัวต้องหัวหลุดจากบ่าเป็แน่” ผู้เป็บิดาลูบหัวบุตรีด้วยความรักหากเป็ไปได้เขาก็อยากจะยกเลิกงานเสีย
“แต่ข้า...อึก...”หลิวลี่เซียนได้แต่สะอื้นไห้ด้วยรู้ว่าหากขัดพระราชโองการครอบครัวต้องเดือดร้อน เป็แน่ นางคงต้องรับผลกรรมนี้ด้วยตนเองอย่างหลีกเลี่ยงมิได้
“ถ้าเ้าไม่แต่งจะให้พี่ชายเ้าแต่งแทนรึไง”ผู้เป็มารดาอดค่อนขอดไม่ได้ บุตรีคนโตก็แต่งไปแล้วกับองค์ไท่จื่อถึงคราวนี้ก็ต้องเป็บุตรสาวคนเล็กที่ถึงเวลาออกเรือนแล้วถ้าแต่งกับคนปกตินางคงไม่ต้องห่วงกังวลแต่นี่กลับต้องแต่งกับคนบ้าเสียนี่“ตามน้ำไปก่อนแล้วแม่จักหาทางช่วยเ้าเอง” ผู้เป็มารดาเข้าไปประคองบุตรสาวลุกขึ้นพร้อมกับซับน้ำตาบนใบหน้าขาวนวลผ่องไร้ที่ตำหนิ
“จริงนะท่านแม่ ท่านจักช่วยข้าจริงนะ”หลิวลี่เซียนเริ่มเห็นแสงสว่าง ยอมเป็หม้ายทีหลังดีกว่าต้องทนอยู่กับสามีบ้าถึงแม้จะมีฐานะเป็ถึงท่านอ๋องก็เถอะ นางจะไม่ยอมเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่นั่นแน่
“อืม”ผู้เป็มารดาได้แต่พยักหน้าแล้วยิ้มให้
ตามพระราชโองการสมรสพระราชทานมีกำหนดในอีกไม่กี่เพลาข้างหน้าแต่ว่าหลิวลี่เซียนนั้นไม่มีจิตใจที่จะประทินโฉมให้ตนเองนั้นดูดีเหมือนกับว่าที่เ้าสาวคนอื่นนางได้แต่นั่งเหม่อลอยพร้อมกับฟังข่าวลือที่แว่วเข้าหูมาตลอดเมื่อรู้ว่าจะต้องแต่งงานกับท่านหยางอ๋องผู้เป็บ้าั้แ่เด็กบ้างก็บอกว่าท่านหยางอ๋องนั้นเป็มาแต่กำเนิดหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่น้ำลายไหลยืดตลอดเวลาบ้างก็บอกว่าเวลาท่านหยางอ๋องโมโหก็ชอบขว้างปาข้าวของเสียหายทำร้ายคนรอบข้าง บ้างก็ว่าท่านหยางอ๋องนั้นวิกลจริตจิตฟั่นเฟือนชอบวิ่งทั่วสวนโดยไม่สวมอาภรณ์
“คุณหนู ท่านได้ยินหรือไม่ว่าท่านหยางอ๋องนั้น...”ฮุ่ยเหมยสาวรับใช้พยายามเล่าเื่ท่านหยางอ๋องให้ฟังทั้งที่ได้ยินมาแล้วก็ข่าวลือ
“ข้าจำได้หมดแล้วเ้าบอกข้านับไม่ถ้วนฮุ่ยเหมย จนข้าอยากจะเอาหัวทุบกำแพงตาย”หลิวลี่เซียนได้แต่ตัดพ้อ น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วก็ล้นทะลักออกมาอีกระลอกนางแค่ได้ฟังก็รู้สึกว่าชีวิตต้องทนทุกข์ทรมานขนาดไหนนะนางใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ทำไมต้องมาเจอแบบนี้หรือเพราะว่านางดื้อไม่ยอมเชื่อฟังผู้เป็บิดามารดาถึงทำให้รับผลกรรมนี้
“คุณหนู...”ฮุ่ยเหมยได้แต่ร้องไห้ตามผู้เป็นาย นางไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย คุณหนูที่เคยสดชื่นแจ่มใสเล่นซนแกล้งคนในบ้านไปทั่ว สร้างเสียงหัวเราะครึกครื้นทุกวัน บัดนี้กลับนั่งจมอยู่กับความทุกข์มันทำให้จิตใจนางเศร้าไปด้วย
“เ้าต้องไปอยู่กับข้านะฮุ่ยเหมยข้าไม่อยากต้องทนทุกข์อยู่ลำพัง”หลิวลี่เซียนจับมือสาวใช้คนสนิทซึ่งเติบโตมาพร้อมกัน
“เ้าค่ะคุณหนูข้าจะตามท่านไปทุกที่ ข้าจะไม่ทิ้งท่าน”ฮุ่ยเหมยยิ้มให้กับผู้เป็นายพร้อมกับกระชับมือนิ่ม
การแต่งงานที่ไม่ได้เกิดจากความรักถึงแม้จะอยู่ในฐานะภรรยาที่สูงศักดิ์ก็หาได้มีความสุขไม่เช่นพี่สาวของนางที่แต่งกับองค์ไท่จื่อ แรกนั้นก็แสนดีแต่พอนานเข้าก็ออกลายสำหรับนางสามีเป็คนบ้ายิ่งไม่กว่าพี่สาวรึ ดีมิดีอาจถูกทำร้ายก็เป็ได้
“ข้าคือผู้ผดุงความยุติธรรมข้าจะกำจัดเ้าคนชั่ว” ชายชุดขาววิ่งไล่ชายชุดเทา เสียงหัวเราะบ่งบอกถึงความความชอบใจ
“ท่านอ๋อง ข้าเหนื่อยแล้วขอรับ”ชายชุดเทาวิ่งด้วยความเหนื่อยหอบ เขาต้องวิ่งแบบนี้มาเกือบทั้งวันแล้วจำต้องหยุดเพื่อพักหายใจ
“เจียงเฉิงเ้าไม่แข็งแรงเลยข้าจะโกรธเ้าแล้ว” ท่านอ๋องทำหน้ามุ่ย ไม่พอใจเขาอยากจะเล่นต่อแต่พี่เลี้ยงของเขาก็เหนื่อยเสียแล้ว
“ท่านอ๋องไล่ข้าเกือบทั้งวันไม่เหนื่อยหรือขอรับ”ชุนเจียงเฉิงสูดอากาศเข้าปอดเต็มที่ มองหน้าผู้เป็นายอย่างสงสัย
“ข้าไม่เหนื่อย เ้าไม่ได้เื่ไม่ได้เื่” ท่านอ๋องเริ่มโวยวายไม่พอใจที่โดนขัด
“ให้ข้าพักสักครู่นะขอรับท่านอ๋อง”ชุนเจียงเฉิงจำต้องยอมหากไม่เช่นนั้นแล้วท่านอ๋องก็จะโกรธเขาแล้วอาวะวาดเป็แน่
“ก็ได้” ท่านอ๋องเริ่มยิ้มที่จริงนั้นเขาก็เหนื่อยเหมือนกันแต่ด้วยความที่ยังสนุกเลยไม่อยากพัก
“ท่านอ๋องเลิกเล่นแล้วมาหาแม่ก่อน”หยางซูเจินผู้เป็มารดาได้แต่ส่ายหน้าเมื่อมองเห็นพี่เลี้ยงท่านอ๋องเหนื่อยแทบลิ้นห้อย บุตรชายนางก็ยังไม่ยอมเลิก
“ท่านแม่ขอรับ แต่ข้า...”ท่านอ๋องอยากจะบอกว่าเขานั้นยังอยากเล่นแต่ก็ต้องหยุด เพราะมารดาของเขาส่งสายตาดุเขานั้นกลัวมารดาเป็ที่สุดหากยังดื้อก็จะถูกทำโทษด้วยการขังในห้องมืดเขาไม่อยากถูกขังอีกแล้ว
“ตามข้ามา”เสียงประกาศิตทำให้ท่านอ๋องเดินหน้ามุ่ยเดินตามผู้เป็มารดา
“ท่านอ๋องเ้าจงฟังแม่ใกล้ถึงวันแต่งงานของเ้าแล้ว เ้าห้ามเล่นซนเช่นนี้อีก”ผู้เป็มารดาพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู ท่านอ๋องถึงเวลาออกเรือนแล้ว ครั้งนี้ฮ่องเต้เป็คนออกหน้าสมรสพระราชทานยกบุปผาสกุลหลิวให้ถือเป็เกียรติแก่วงศ์ตระกูลยิ่งนัก
“ท่านแม่ข้าไม่อยากแต่งข้าอยากจะเล่นแบบนี้” ท่านอ๋องไม่ยอมถ้าต้องแต่งงานแล้วไม่ได้เล่นเขาไม่ยอมเป็อันขาด
“เ้าจะได้มีเพื่อนเล่นคนใหม่ไม่ชอบรึ” ผู้เป็มารดาต้องหว่านล้อม หากบุตรชายไม่ยอมต้องอาละวาดในคืนเข้าหอเป็แน่
“เพื่อน ข้าอยากได้เพื่อนใหม่ขอรับท่านแม่”ท่านอ๋องตาลุกวาวเมื่อได้ยินมารดากล่าว เขาเบื่อเจียงเฉิงแล้ว
“แต่เ้าจักเล่นซนเช่นนี้ไม่ได้เพราะนางเป็ผู้หญิง เ้าจักทำได้หรือไม่” ผู้เป็มารดาอธิบาย ท่านอ๋องทำหน้าครุ่นคิด
“แต่ข้าชอบวิ่ง”ท่านอ๋องมองหน้ามารดา หากไม่งั้นเขาจะเล่นอะไร
“แต่นางจักเป็ฟูเหรินของเ้าเ้าต้องดูแลปกป้องนาง” ผู้เป็มารดาพยายามเกลี้ยกล่อม
“ฟูเหรินคืออะไรขอรับท่านแม่”ท่านอ๋องถามอย่างสงสัย มองใบหน้ามารดาเพื่อรอคำตอบ
“ฟูเหริน ก็คือผู้หญิงที่จะอยู่เคียงข้างกายเ้าตลอดไปจนเ้าหมดลมหายใจอย่างไรเล่า” ผู้เป็มารดาอธิบายแล้วยิ้มให้กับบุตรชาย
“นางจะเล่นกับข้าไปจนแก่เฒ่าใช่มั้ยขอรับท่านแม่ฮ่าๆ” ท่านอ๋องยิ้มร่า ะโโลดเต้นด้วยความดีใจ เขาจะมีเพื่อนเล่นตลอดไป
“เป็เช่นนั้น” หยางฮูหยินยิ้มพอใจบุตรชายของนางเริ่มเข้าใจ
“ข้าจะแต่งงานข้าจะมีฟูเหรินขอรับท่านแม่” ท่านอ๋องยิ้มพอใจ ตบมือเปาะแปะแล้วเข้าไปกอดผู้เป็มารดาแน่น จนนางอดที่จะหอมแก้มซ้ายขวาบุตรชายไม่ได้
“งั้นเ้าต้องเตรียมตัวอีกไม่กี่วันเ้าสาวของเ้าจะถูกส่งมาที่จวนจำไว้เ้าต้องทำดีกับนางให้มาก” ผู้เป็มารดากำชับพร้อมกับลูบหัวบุตรชายด้วยความรัก
“ขอรับท่านแม่”ท่านอ๋องยังเอาหัวซบอกผู้เป็มารดาไม่ห่าง
ถึงแม้จะเป็สมรสพระราชทานแต่ก็ไม่ได้จัดงานใหญ่โตด้วยเพราะส่วนหนึ่งไม่อยากให้เอิกเกริกและไม่อยากให้ท่านหยางอ๋องใเพราะหากมีแเื่มาเยอะอาจจะทำให้ท่านอ๋องโวยวายได้ดังนั้นพิธีต่างๆ ก็จะลดลงไปเพียงแต่ส่งเกี้ยวเ้าสาวไปที่จวนอ๋องแล้วก็ส่งตัวเข้าห้องหอเลย สินสอดทองหมั้นถูกส่งมาจากจวนท่านหยางอ๋องเพื่อให้กับว่าที่เ้าสาวเต็มคันรถม้าไม่น้อยหน้าสกุลอื่น
“คุณหนู ตื่นได้แล้วแม่สื่อมาถึงแล้วเ้าค่ะ” ฮุ่ยเหมยเรียกผู้เป็นายที่ตอนนี้หากเป็ไปได้คงไม่อยากตื่นตลอดชีวิต สีหน้าเรียบนิ่งพร้อมคราบน้ำตาที่เปื้อนใบหน้างามยังไม่จาง
“ทำไมมันถึงเวลาเร็วอย่างนี้ฮุ่ยเหมยข้าจักต้องไปลงนรกแล้วรึ” หลิวลี่เซียนที่ไม่เป็อันกินอันนอน ทำให้บิดามารดาต้องพลอยเป็กังวลแต่ถึงอย่างไรก็ขัดพระราชโองการไม่ได้
“คุณหนูไปอาบน้ำก่อนเถิดเ้าค่ะ”ฮุ่ยเหมยพยุงผู้เป็นายไปห้องอาบน้ำเพื่อชำระร่างกายให้สะอาดตามพิธีการส่งตัวเ้าสาวให้กับเชื้อพระวงศ์
ใบหน้าที่งดงามราวดั่งนางฟ้านาง์รูปร่างบอบบางได้รูป ผิวขาวดั่งปุยหิมะ เื่ความงามนั้นคนสกุลหลิวไม่เคยน้อยหน้าสกุลอื่นเรียกได้ว่าความงามนั้นส่งต่อมายังรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งสกุลหลิวเคยเป็ข้าราชบริพารั้แ่ฮ่องเต้หลายพระองค์ด้วยความจงรักภักดีซื่อสัตย์เคียงข้างฮ่องเต้มานานทำให้ไม่แปลกที่จะมีสัญญาบุตรีสกุลหลิวทุกนางจะได้รับแต่งตั้งเป็พระชายาของเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์เว้นเสียแต่ว่าหากรุ่นไหนไม่มีลูกสาวก็ไม่ต้องส่งตัวเพื่อแต่งงานส่วนบุตรชายนั้นก็จะได้รับเข้าเป็ข้าราชบริพารในวัง
“คุณหนูหลิวยิ้มหน่อยสิเ้าค่ะวันนี้วันดี วันมงคลของท่าน” แม่สื่อที่ตอนนี้แต่งตัวให้กับเ้าสาวเสร็จแล้วแต่ว่านางก็ไม่อาจมองเห็นรอยยิ้มของคุณหนูที่ได้ชื่อว่าสวยกว่านางอื่นในสกุลเลย
“...”ไม่มีการเอ่ยตอบใดจากผู้ถูกถาม มีแต่สายตาเหลือบมองในกระจกเท่านั้นทำให้แม่สื่อต้องรีบชักสีหน้าให้เป็ปกติ นางเข้าใจว่าเหตุใดคุณหนูหลิวผู้นี้ถึงได้ทำหน้าอยากตายในวันงานแต่งเช่นนี้
“งั้นข้าจะปิดผ้าคลุมแล้วนะเ้าค่ะ”ว่าพลางก็เอาผ้าคลุมหน้าเ้าสาวสีแดงคลุมหัวจนถึงไหล่แล้วกุมมือของเ้าสาวเพื่อไปขึ้นเกี้ยวแปดคนหามที่เตรียมรอไว้แล้วหน้าจวน
“พ่อขอให้เ้ามีแต่ความสุขอย่าได้น้อยใจในวันนี้เลย หากว่ามีอันใดลำบากใจให้มาหาพ่อกับแม่อย่าได้เก็บเื่ทุกข์ใจไว้ผู้เดียว” ผู้เป็บิดาอวยพรให้บุตรสาว
“จำคำแม่ไว้ เ้าต้องเข็มแข็งอดทน สิ่งที่แม่สอนเ้ามาแต่เล็กจำให้ขึ้นใจ ถึงยังไงก็ขึ้นชื่อว่าเป็สามีของเ้าเ้าควรเคารพสามี แม่สามี จำไว้นะอาเซียน” ผู้เป็มารดาเอ่ยคำสอนอีกครั้ง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ข้าจักจำไว้ค่ะดูแลตัวเองด้วย” หลิวลี่เซียนเดินขึ้นไปบนเกี้ยวพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลมาอีกครั้ง
“เ้าสาวขึ้นเกี้ยว...”แม่สื่อพูดเสียงดังฟังชัด พยุงเ้าสาวขึ้นเกี้ยวแล้วนั่งประจำที่
“ออกเกี้ยวได้” แม่สื่อคนเดิมเป็คนสั่งคนแบกเกี้ยว
“เ้าตามมาทำไม”แม่สื่อถามเมื่อเห็นว่าสาวใช้เดินตามข้างเกี้ยวของเ้าสาว
“ข้าจะไปกับคุณหนู”ฮุ่ยเหมยตอบพร้อมกับชักสีหน้าไม่พอใจ
“ไม่ได้ เ้าจักตามไปไม่ได้จวนท่านอ๋องสั่งไว้ว่าห้ามคนของเ้าสาวเข้าไปในจวน”
“อะไรนะ” เหมือนฟ้าผ่ากลางหัวแค่คนรับใช้ยังพาไปด้วยไม่ได้ทำไมถึงใจร้ายขนาดนี้ ต้องให้นางอยู่อย่างโดดเดี่ยวงั้นรึ“ข้าจะให้ฮุ่ยเหมยไปกับข้า”
“ไม่ได้เ้าค่ะคุณหนูหลิวนี่เป็คำสั่ง” แม่สื่อไม่ยอมเพราะไม่อย่างนั้นนางคงต้องได้รับโทษเป็แน่แท้“อย่าให้ข้าลำบากใจเลย หากคุณหนู้า คุณหนูควรไปขอกับท่านอ๋องเองเ้าค่ะ”แม่สื่อพยายามอธิบาย
“ฮุ่ยเหมย เ้ากลับไปเถิด ไว้ข้าจักให้คนมารับเ้าอีกที”หลิวลี่เซียนไม่อยากให้มากความ หากไปถึงจวนท่านอ๋องค่อยขออนุญาตอีกที
“เ้าค่ะคุณหนู ดูแลตัวเองด้วย”ฮุ่ยเหมยน้ำตาคลอมองผู้เป็นาย ได้แต่พยักหน้าให้ทำตาม
“เดินหน้า...”แม่สื่อสั่งคนแบกเกี้ยวอีกครั้ง
จากจวนสกุลหลิวไปถึงจวนท่านหยางอ๋องนั้นใช้เวลา1 วันในการเดินทางด้วยเท้า แต่หากเป็ม้าก็แค่ไม่กี่ชั่วยาม ระหว่างทางนั้นไม่มีแม้แต่การสนทนาใดทั้งสิ้นเพียงแค่หยุดพักเป็ครั้งคราวเท่านั้นแต่ก็ไม่นานเพราะกลัวจะไม่ทันพิธีส่งตัวเ้าสาวเข้าหอเกี้ยวเ้าสาวมาถึงจวนหยางอ๋องในเวลาเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกดินพอดี
“เรียนฮูหยินเกี้ยวเ้าสาวมาถึงหน้าจวนแล้วขอรับ”ชุนเจียงเฉิงบ่าวรับใช้พี่เลี้ยงคนสนิทของท่านหยางอ๋องกล่าวรายงาน
“ดีมากเ้าจงไปบอกท่านอ๋องให้เตรียมตัว”หยางซูเจินผู้เป็มารดาของท่านหยางอ๋องยิ้มอย่างพอใจนางกำลังจะได้ต้อนรับสะใภ้สกุลหลิวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นางฟ้านาง์บุตรชายของนางช่างโชคดีเหลือเกินแม้นางจะรู้ดีว่าบุตรชายไม่ปกติแบบบุรุษคนอื่นก็ตามอาจจะดูเหมือนเห็นแก่ตัวแต่นางก็อยากให้บุตรชายได้รับสิ่งที่ดีที่สุดให้สมกับฐานะท่านอ๋อง
“ขอรับฮูหยิน” ชุนเจียงเฉิงรับคำสั่งพร้อมกับเดินออกไปหาท่านอ๋องที่กำลังนั่งเล่นอยู่สวนหลังจวน
“ท่านอ๋องขอรับ เ้าสาวมาถึงแล้วตอนนี้อยู่ในห้องหอ” ชุนเจียงเฉิงกล่าวรายงานพร้อมกับรอยยิ้มดีใจที่ท่านอ๋องของเขาจะได้มีพระชายาเสียที
“เ้าสาว เ้าสาว เ้าสาวมาแล้วเย้ มาแล้ว ฟูเหรินของข้า” ท่านหยางอ๋องะโดีใจ พร้อมกับวิ่งไปยังเรือนหอทันที
“เ้าสาวอยู่ไหน เ้าสาวข้าข้ามาหาเ้าแล้ว” เสียงท่านอ๋องโหวกเหวกโวยวายเสียงดังจนได้ยินเข้าไปถึงห้องหอ
“เสียงดังขนาดนี้เลยรึแค่ได้ยินเสียงข้าก็แทบอยากมุดแผ่นดินหนีแล้ว”หลิวลี่เซียนที่นั่งคิดหาหนทางมาตลอดทางเมื่อได้ยินเสียงของผู้เป็ว่าที่สามีก็แทบลมจับสิ่งที่ได้ยินมาคงไม่ผิดเป็แน่
“ท่านอ๋องโปรดรอสักครู่ท่านอ๋องเข้าไปแล้วต้องเปิดผ้าคลุมนะเพคะ” แม่สื่อกำชับ
“รู้แล้ว ข้ารู้แล้วข้าต้องเปิดผ้า ข้าต้องเป็สามีใช่หรือไม่”ท่านอ๋องยิ้มชอบใจเหมือนเด็กน้อยสามขวบก็ไม่ปาน
“เพคะท่านอ๋องนางจะเป็ฟูเหรินของท่าน” แม่สื่อยิ้มด้วยความเอ็นดู
“ข้าจะเข้าไปได้หรือยังข้าจะไปหาฟูเหริน” เสียงท่านอ๋องสดใสเป็อย่างมากเหมือนกับว่าเขานั้นกำลังจะได้ของเล่นใหม่ซะมากกว่า
“อย่าเข้ามานะ เ้าคนบ้า”หลิวลี่เซียนได้แต่ภาวนาในใจ ขอให้งานล่มนางไม่อยากเห็นหน้าตาอัปลักษณ์ของท่านอ๋อง
“ฟูเหรินของข้า”ท่านอ๋องผลักประตูพร้อมกับก้าวเข้ามาด้วยความดีใจ แม่สื่อจึงปิดประตูให้คู่บ่าวสาวอยู่ด้วยกัน
“…” ไม่มีเสียงเอ่ยกล่าวใด หลิวลี่เซียนได้แต่กำหมัดแน่นเล็บแทบจะจิกเข้าไปในิั สิ่งที่นางหวังไม่เป็ดั่งใจเสียงฝีเท้าของคนที่ขึ้นชื่อเป็สามีกำลังเดินเข้ามาใกล้ๆตอนนี้นางไม่สามารถมองเห็นว่าคนที่ก้าวมานั้นหน้าตาจะเป็เช่นไร เพราะนางเห็นแต่เท้าของเขาเท่านั้นฝีเท้าที่ก้าวย่างมาอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงดังหายไป ยิ่งทำให้นางรู้สึกกลัวขึ้นมาหากว่าท่านอ๋องตบตีจะทำอย่างไรจากหน้าประตูมาถึงเตียงนอนก็ไม่ได้ไกลทำไมถึงได้เดินมาช้าแบบนี้นะ เปิดผ้าสักทีสิจะได้เห็นหน้าตา ยิ่งตื่นเต้นก็ยิ่งกำหมัดแน่น
ผ้าคลุมหน้าค่อยๆเปิดขึ้นทีละน้อย เ้าสาวที่กำลังก้มหน้าทำให้ท่านอ๋องมองไม่ถนัดเมื่อเปิดผ้าคลุมหน้าออกหมด เ้าสาวก็เงยหน้าขึ้นมาทันที ทั้งคู่สบตากันแต่แค่ชั่วครู่เท่านั้น
“ฟูเหรินข้า เ้างามมาก ฮ่าๆเ้างามเหลือเกิน” ท่านอ๋องนั้นยิ้มหัวเราะชอบใจ พร้อมกับปรบมือดีใจแล้วฉุดข้อมือของหลิวลี่เซียนลุกขึ้นะโหมุนไปรอบห้องเหมือนกระต่ายน้อยะโโลดเต้น หลิวลี่เซียนได้แต่อ้าปากค้างไม่คิดว่าจะต้องมาะโเล่นแบบนี้ นางมองหน้าท่านอ๋องพร้อมกระพริบตาปริบๆท่านอ๋องไม่ได้เป็เหมือนข่าวลือสักนิด ใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างสูงโปร่งสมส่วน สง่าผ่าเผยสมเป็ชายปกติทั่วไปแต่สมองนี่สิเหมือนเด็กสามขวบก็ไม่ปาน
“เอ่อ ท่านอ๋องข้าเวียนหัวแล้วหยุดะโได้หรือไม่”หลิวลี่เซียนยกมือห้ามแล้วนั่งลงที่โต๊ะตรงกลางห้องนางหอบหายใจเพื่อเอาอากาศเข้าให้มากที่สุด พร้อมกับมองท่านอ๋องที่นั่งฝั่งตรงข้ามกำลังยิ้มให้กับนางอย่างเป็มิตร
“ข้ายังไม่เหนื่อยเลย เต้นอีกะโอีก เ้าสวย เ้าเต้นสวย ข้าชอบ”ท่านอ๋องทำท่าจะฉุดมือหลิวลี่เซียนลุกขึ้นอีกรอบ
“ข้าไม่เต้น!!” หลิวลี่เซียนหมดความอดทน ะโใส่หน้าท่านอ๋องเสียงดัง
“เ้าเกลียดข้า เ้าด่าข้า”ท่านอ๋องทำท่าจะร้องไห้ และหวาดกลัว
“เอ่อ ข้า ข้าไม่ได้ด่าท่าน”
“เ้าด่าข้า ข้าไม่ชอบเ้าแล้วใจร้าย” ท่านอ๋องโวยวาย
“ข้า ข้า โอ้ยย”หลิวลี่เซียนเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ ทำไมต้องมาเจอเื่ปวดหัวแบบนี้ ไม่ได้สิหากท่านอ๋องโมโหแล้วตบตีนางจะทำเช่นไร“ข้าขอโทษนะท่านอ๋อง อย่าโกรธข้าเลย ดีกันนะ” หลิวลี่เซียนพยายามง้อท่านอ๋องพร้อมกับจับมือท่านอ๋องเขย่าไปมา
“งั้นเ้าต้องเต้นรำกับข้าข้าถึงจักหายโกรธเ้า” ท่านอ๋องยิ้มออกมาอย่างพอใจพร้อมกับฉุดข้อมือหลิวลี่เซียนขึ้นซึ่งนางก็ทำตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่านอ๋องหัวเราะเสียงดังจนทะลุออกนอกห้องหลิวลี่เซียนทำหน้าเหมือนอยากจะตายเสียตรงนี้
“พอได้หรือยังท่านอ๋องข้าเหนื่อย”หลิวลี่เซียนนั่งฟุบกับโต๊ะนางไม่ไหวแล้วนี่ส่งนางมาเป็ภรรยาหรือเป็พี่เลี้ยงเด็กกันแน่ นางจึงมองหน้าเขาที่ยังหัวเราะชอบใจด้วยท่าทีที่ยังไม่เหนื่อยเลย
“ฟูเหรินเ้าเหนื่อยหรืองั้นเ้านั่งก่อนนะ” ท่านอ๋องมองหน้าหลิวลี่เซียนพร้อมกับยิ้มสดใสปานเด็กน้อย
“เ้าดื่มนี่แม่สื่อบอกว่าเราต้องดื่ม” ท่านอ๋องพลางยกกาสุราเทลงจอกที่จริงหน้าที่นี้ต้องเป็หน้าที่ของภรรยา แต่ว่าช่างเถอะ
“ดื่ม”หลิวลี่เซียนยกจอกสุราขึ้นดื่ม พร้อมกับท่านอ๋อง
“แม่สื่อยังบอกว่าวันนี้เป็วันเข้าหอเราเข้าหอกันเถอะ” ท่านอ๋องปรบมือชอบใจ
“ท่านรู้หรือว่าต้องเข้าหออย่างไร”หลิวลี่เซียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“รู้สิ มาสิข้าจะพาเ้าเข้าหอ”ท่านอ๋องฉุดข้อมือภรรยาลุกแล้วเดินไปที่เตียงนอน ทำให้หลิวลี่เซียนตาโต
“เ้านอนตรงนี้ ข้าจักนอนตรงนั้น”ท่านอ๋องขึ้นไปนอนบนเตียงอย่างสบายใจ พร้อมกับตบที่นอนข้างๆเพื่อให้ภรรยาขึ้นไปนอนด้วย
“เข้าหอ อืมเราเข้าหอกันเถอะ”หลิวลี่เซียนรู้สึกโล่งใจ นางคิดว่าท่านอ๋องนั้นจะเข้าหอเหมือนคนปกติทั่วไปซะอีก
“นอน เ้านอนนะฟูเหรินข้าก็จะนอน” ท่านอ๋องหลับตาพริ้มพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังไม่จางจากใบหน้าอันหล่อเหลา
“นอนกันเถอะ”หลิวลี่เซียนได้แต่มองท่านอ๋องที่ทำท่าหลับไปแล้ว นี่ใช่ไหมเข้าหอกับท่านอ๋องเอาน่าอย่างน้อยนางก็ไม่ได้แย่วันนี้นางรู้สึกเหนื่อยมากแล้วขอหลับเอาแรงก่อนแล้วกันพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่
หลิวลี่เซียนเข้าสู่นิทราไปแล้ววันนี้นางเหนื่อยเหลือเกินด้วยที่หลายวันที่ผ่านมานั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับทำให้ร่างกายอ่อนเพลียเกินต้านทานแล้วหากว่ายังฝืนร่างกายคงไม่ดีเป็แน่แท้จึงทำให้นางไม่สามารถรับรู้ได้ว่ากำลังมีใครบางคนแอบมองอยู่ห่างๆ ด้วยสายตายากที่จะคาดเดาแล้วเดินจากไป...