พ่อบ้านลูกครึ่งต่างโลก กับการผจญภัยตามหารัก

    บทที่ 3 ศึกราชสำนัก // องค์กรหัตถ์อสูร #07 ยุทธการปลอมตัว [ตอน3]

            การต่อสู้ดุเดือด  นักฆ่า 3 คนกับลูกสมุนอีก 20 กว่าคน  ต่อสู้กับอลัน ลิเลีย  และมือดีของเงาปีศาจอีก 1คน

             

            เรื่องมันเริ่มเมื่อไม่กี่วันก่อน

            เมื่อหน้ากากหนังเทียมทำเสร็จ  จอมโจรพันหน้าวิเคราะห์ลักษณะการปลอมตัวให้พวกอลัน  ทว่าเขามีข้อมูลลักษณะนิสัยของพวกมันไม่มากพอ    จากปากคำของจันทรานั้น  ทำให้พวกเขาพอจะเลียนแบบฝุ่นทราย  และ พฤกษา ได้ รวมทั้งเลียนแบบตัวจันทราเองก็ได้เช่นกัน รหัสจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ   ต้องได้รับการติดต่อเป็นระยะ   นางโดนจับมาได้ร่วม3 วัน  รหัสใหม่จึงยังไม่มา  ดังนั้นสามารถนัดพบและใช้รหัสเดิมได้

            แล้วทำไมโดนจับได้?

             

            “พวกเจ้า...ข้าพบอะไรแปลกไป”...วายุทัก

            “หืม  หมายถึงหัวของจอมโจรพันหน้าเหรอ?...จันทรา(ลิเลีย)ถาม

            “ก็เป็นไปได้นะ  มันอาจจะเอาหัวคนอื่นมาแต่งหน้าหรอกเรา   ลองเอาไปตรวจสอบกันก่อนดีกว่า”...ฝุ่นทราย(อลัน)เสริม

            “.......อื้อ.......”...พฤกษา(มือดีของเงาปีศาจ)

            พวกเขาศึกษานิสัยการพูดจากการเค้นข้อมูลจากจันทรามาเป็นอย่างดี

            “วายุ..เจ้าว่าอะไรผิดปกติ?...ถ้าหมายถึงหัว  3  คนนี้ไม่น่าลงมือพลาดผิดตัว”....อัสนีเตรียมจับที่ด้ามขวานพิทักษ์ฟ้าอันเป็นอาวุธวิเศษของมัน

            วารีผู้ใช้ดาบคู่รอวายุบอก

            “ตำแหน่งตาพวกมัน.....ผิดจากเดิม  มันคือตัวปลอม คนเราจะปลอมหน้าได้ แต่ตำแหน่งดวงตามันเคลื่อนย้ายกันไม่ได้!!”....วายุชี้มาทางพวกอลันที่ปลอมตัวมาพร้อมกับยิงพลังเพลิง

            ฟู่ว.วว.ว.ว.ว.ว.ว.!!

            ทั้ง 3หลบได้ วายุใช้พลังลมหวนยิงพลังอีกสายธาตุออกมา  ลมที่พัดสะบัดหมุนตามใจ  เมื่อยิงพลังเพลิงออกมาพัดตามแรงพลังลม กลับเข้าขากันได้ดีในตัวมันเอง หน้ากากหนังทั้ง 3 เริ่มละลายแม้จะหลบได้ฉิวเฉียด   ทั้ง 3 คนรีบชักหน้ากากเงาปีศาจมาสวมทับ  แล้วล้วงกระชากหน้ากากหนังที่พังแล้วทิ้ง

            “ถอนตัว!!”...เงาปีศาหัวหน้า(อลัน)สั่ง

            “หัวหน้า..ท่านเอาชนะพวกมันได้รึไม่!?  ถ้าได้พวกข้าจัดการสมุนของมันเอง”...เงาปีศาจหญิง(ลิเลีย)ถาม..........เอาจริงๆนางไม่ใช่สมาชิกหน่วยเงาปีศาจ

            “ข้าพอจะจัดการได้  แต่พวกเจ้าจะถ่วงข้า”

            “ว่าไงนะ..ชิ”...นางแม้ไม่ชอบใจ  แต่ก็ต้องยอมรับ

            อลันใช้วิชาถนัดไม่ได้  แต่มวยโบราณของเขาก็ไม่ได้ด้อยเลย

            หลังจากตะลุมบอนกันได้สักพัก

            “ดูท่าฝุ่นทราย  จันทราและพฤกษาจะเสร็จไอ้ตัวหัวหน้าของมันแล้วจริงๆ ฝีมือมันร้ายกาจมาก  พวกเราถอย!!”....อัสนีออกคำสั่งถอย  มันเสียลูกน้องไปหลายคนแล้ว  ลูกน้องที่พ่วงมา 20 กว่าคน  ตอนนี้เหลือแค่ 8 คน

            “คิดหนี!?”...ลิเลียกำลังจะตาม

            เคร้ง!!

            ดาบคู่อันร้ายกาจมาขวางไว้  วารีสายโจมตีสำแดงผล  1 ดาบฟาดฟันด้วยพลังทำลาย  1 ดาบตัดเฉียบด้วยพลังที่บีบอัดจนคนกริบ

            ดาบของลิเลียแตกกระจาย  เงาปีศาจที่มาด้วยรีบคว้าลิเลียออกมาจากรัศมีโจมตีของวารี  อลันเข้ามาสกัดไว้ทำให้กระบวนท่าใช้ได้ไม่เต็มที่   แต่วารีไม่ได้คิดจะพิฆาต  ที่ลงมือมานี่คือการถ่วงเวลาเปิดทางหนีให้พวกของตน   จากนั้นมันรีบถอนตัวตอนที่ยังมีโอกาส

            “ทีหลังถ้าไม่มีคำสั่งข้า  อย่าตาม เกือบเอาชีวิตมาทิ้งแล้วมั้ยล่ะ”...อลันดุลิเลีย

            “เชอะ...”...ลิเลียทำสะดีดสะดิ้ง  แต่นางรู้ว่าอลันพูดมานั้นไม่ผิดแม้แต่น้อย นางแก้เขินแก้เก้อโดยการหันไปขอบคุณเงาปีศาจที่ช่วยนางไว้

            “ขอบใจเจ้ามาก”

            “มิเป็นไรครับ”

            “พวกเรากลับกันเถอะ   อย่างน้อยเราก็เห็นตัวอีก 3นักฆ่าอสูรมือสังหารแล้วไม่ได้เสียเที่ยวซะทีเดียวหรอก”....อลันพาพวกกลับ

             

            ........

             

            “ตกลงข้อมูลที่นางนักฆ่าให้มา  ใช้ได้หรือไม่ได้?”...สเลนถาม

            “ได้ค่ะ  ใต้เท้า.....แต่...”..ลิเลียกำลังจะรายงาน

            “แต่มันสังเกตตำแหน่งแนวของดวงตาครับใต้เท้า   ...มันเป็นตำแหน่งที่ปลอมแปลงไม่ได้”...อลันเสริมทันที

            “อืม ขนาดวิชาแปลงโฉมของจอมโจรพันหน้ายังตบตาพวกมันไม่ได้ สมแล้วที่มันคือองค์กรนักฆ่าที่น่ากลัวที่สุด”...เอียนน์ทั้งวิตกและอดทึ่งในศัตรูไม่ได้

            “อ่อ  จริงสิไม่เห็นท่านเซเลสเลย?”...อลันถาม

            ทุกคนเงียบหมด

            “เกิดอะไรขึ้น? ข้าพลาดอะไรไป?”...อลันเริ่มรู้สึกไม่ดี

            “มีอาภรรยาท่านเซเลส  นาง...นางทนการโดนเรียกไปถวายตัวรับใช้เกียเวอร์นทั้งที่นางยังมีสามีอีกต่อไปไม่ได้ นางเลย......”.....เอียนน์เล่าถึงตรงนี้ก็ก้มหน้า

            “นางทำไม??!”...อลันถาม

            “นางกระโดดหน้าผาตาย”....ลิเลียตอบ

            “ห๊ะ!!”....อลันตกใจมาก

            “อิเรเน่ไปช่วยงานพิธีศพให้ท่านเซเลส  เดี๋ยวช่วงบ่ายข้าเองก็ต้องไปเป็นประธานงานให้เขาด้วย”...เอียนน์บอกอลัน

            “ข้าช่วยอะไรได้บ้าง?”...อลันถาม

            “เปลี่ยนชุดขาวล้วน   ไปร่วมงาน”....ลิเลียบอกอลัน

             

            งานศพที่มีญาติพี่น้องร่ำไห้  และแขกที่สนิท งานศพหน้าริมผาที่ไม่มีศพของผู้เสียชีวิต

            อลันสวมชุดที่ใช้ร่วมงานศพของที่โลกนี้ซึ่งไปเช่ามาจากร้านตัดชุดเสื้อผ้า  ส่วนขุนนางก็ใส่เครื่องแบบร่วมงาน

            คนที่ยืนน้ำตาอาบแก้มคือมาร์ควิสเซเลส  โจอาร์ค ภรรยาเขาตายเพราะไม่อาจโดนย่ำยีต่อไปได้อีก นางพบว่าตนตั้งท้องหลังจากหลับมาจากการโดนรั้งตัวไว้ทั้งสัปดาห์เมื่อครั้งยังโดนเรียกตัวไปใหม่ๆ  แต่ละสัปดาห์นางโดนเรียกตัวไปเป็นระยะรัชทายาทโดยอ้างว่าให้นางมาแสดงละครให้ชม   นางทนรับความอัปยศอดสูต่อไปไม่ได้อีกที่ต้องโดนขยี้กามเสร็จแล้วต้องกลับบ้านมาอยู่ร่วมกับสามี.....เป็นสามีที่ไม่ได้แต่งงานกันด้วยฐานะการเมือง   แต่แต่งงานกันด้วยความรัก......นางคิดมานานแล้วจึงตัดสินใจทำสิ่งที่โง่ที่สุดลงไป

            รถขบวนใหญ่ปรากฏ  เกียเวอร์นลงจากรถมาด้วยสีหน้าตระหนก  แล้ววิ่งมาที่ริมหน้าผาพร้อมเหล่าองครักษ์.....จากนั้นร้องห่มร้องไห้

            “ฮือ.. ฮือ..   ฮือ..  ฮือ..    มีอา...มีอาของข้า  เจ้าไม่น่าทำแบบนี้เลย  เจ้าอยากได้อะไรก็บอกข้าสิ  ยอดรักของข้า  บนระเบียงใต้แสงจันทร์ มีแต่กอดเจ้าแนบกายเท่านั้นที่ทำให้ข้ามีสุขที่สุด  ผู้หญิงของข้าคนอื่นๆ ไม่สามารถแทนเจ้าได้   แล้วไหนจะลุกของเราอีกล่ะ ...โธ่ ...ฮือ.. ฮือ..   ฮือ..”

            เป็นประโยคคร่ำครวญที่อัปรีย์ที่สุดเท่าที่คนในงานนี้เคยได้ยินมาในชีวิตของพวกเขา  โดยเฉพาะเซเลสยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น ใจเขาคิดจะถีบรัชทายาทให้ตกเหวลงไปให้รู้แล้วรู้รอด  แต่พอมาคิดว่ามันลงไปตายที่เดียวกับมีอาแล้ว   นางอาจจะต้องเจอมันอีก   จึงสามารถระงับโทสะนี้ได้

            เขาไม่เหลือคนที่รักแล้ว  ยามนี้เขาคิดแต่จะเดินหน้าเต็มตัวพาไอ้ระยำนี่เข้าลานประหารให้จงได้

            อลันสุดจะทนประโยคเมื่อสักครู่  เขาเดินมาที่องค์รัชทายาทที่ก้มหน้าสะอื้นริมผา  องครักษ์รีบขวาง

            “ที่พูดมานี่จริงหรือพระเจ้าข้าองค์รัชทายาท?”...อลันถาม

            “เจ้า...?...ออ..ใช่ๆ เจ้าคืออลัน...ใช่ข้าพูดเองแล้วจะทำไม?”….เกียเวอร์นถามกลับ

            “พอดีกระหม่อมมีเข้าเฝ้าเพื่อดื่มชากับองค์หญิงอิเรเน่คู่หมั้น  จะได้มีเรื่องคุยกับฝ่าบาท  เพราะกระหม่อมไม่รู้เรื่องของชนชั้นสูงที่โลกของพวกท่าน  ดีเลยจะได้เอาความเมตตานี้ขององค์ชายไปร่วมคุยกับฝ่าบาท”.....อลันบอก

            “นี่เจ้า!!!!!.......ไอ้............”...เกียเวอร์นชี้นิ้วมาที่อลันด้วยความโกรธ  สักพักใจเย็นลงแล้วค่อยกล่าว

            “แหม่...ท่านอลัน ข้าก็พูดเพราะชื่นชมนางที่เล่นบทละครได้ตราตรึงข้านักใบระเบียงปราสาทของข้าท่านกลางแสงจันทร์เท่านั้นเอง”....เกียเวอร์นกล่าวเสียงน้อบน้อมลงมาก

            “ลูกด้วยนี่...เอาไว้ข้าจะถ่ายทอดคำท่านในวงสนทนาเอง  ส่วนฝ่าบาทจะแปลมันว่าอย่างไร ไว้องค์รัชทายาททรงแจกแจงอธิบายกับฝ่าบาทเองเถอะพระเจ้าข้า”....อลันพูดเสียงเย็นชา  แต่ทุกคนฟังดูแม้แต่หมายังฟังรู้ว่าเขาโกรธมาก

            “กระหม่อมทูลลา”...อลันเดินไปฝากแอนไว้กับเอียนน์และสเลน  ส่วนเขาเดินคว้าแขนอิเรเน่

            “เราไป!”

            “ค...ค่ะ..”....อิเรเน่รับคำ  นางรับรู้ถึงความโกรธของอลันผ่านแขนมาได้

            แม้แต่นกที่บินรอบๆหรือบินผ่านยังต้องลงจอดมายืนตัวสั่น ส่วนนกสายพันธุ์ที่ขี้ตื่นตกใจพากันตกลงมาตาย  จากอาการช๊อค

            รังสีอำมหิตที่แผ่จิตคุกคามฆ่าฟันนี้  แผ่มาชนิดที่แม้แต่คนที่ไม่มีทักษะการต่อสู้ยังสัมผัสได้จนขนลุก ส่วนบรรดาสัตว์จะมีสัญชาติญาณในการเอาตัวรอดมากว่ามนุษย์   พวกมันจะสัมผัสได้ชัดม้าพากันตื่นจนต้องช่วยกันจับสายรั้ง  สุนัขละแวกนี้พากันร้องเอ๋งๆ งี๊ดๆ ระงมตัวสั่นหางขด  บ้างก็ฉี่ราด งูที่อยู่พุ่มไม้พากันเลื้อยหนีออกมาไปยังอีกทางจนคนเองยังแตกตื่น

             

            ....ในโลกมังงะอนิเมะ การ์ตูน เราจะพบว่าการที่แผ่จิตคุกคามนั้น ตัวละครที่อ่อนแอจะทนทานไม่ได้ แต่ตัวละครที่เก่งๆ จะทนทานได้ ยิ่งแข็งแกร่งมากจะยิ่งเฉยๆ

            ....แต่ในโลกจริงนั้น  คนที่ไม่มีประสบการฝึกฝน   ผ่านการต่อสู้ การมีเรื่อง หรือมีประสบการณ์ผ่านฆ่าฟันนั้นยากที่จะสัมผัสรังสีอำมหิตจิตคุกคามออก   กลับกันยิ่งคนเจนสนามมากจะยิ่งสัมผัสได้ก่อนใคร   ส่วนมากจะพบในตำรวจที่ทำงานสายปราบปราม  หรือพวกสายสืบที่เข้าไปพัวพันความเป็นความตายและแก๊งค้ายาบ่อยๆ...... หรือทหารที่อยู่ในพื้นที่มีการฆ่าฟันกันเป็นประจำ...นักเลงที่อยู่ในวงการมาเฟียเองก็สามารถอ่านจิตคุกคามได้   แต่พวกเขาแค่ไม่ได้อ่านมันแบบที่ตัวละครในมังงะทำก็เท่านั้น

            และอลันในตอนนี้แผ่มันจนแม้กระทั่งคนธรรมดาและขุนนางยังขนลุก  ส่วนพวกที่อึดอัดเหงื่อผุดเป็นเม็ดๆ  บ้างก็ขาอ่อนทรุดลงไปก็เป็นเหล่าราชองค์รักษ์ทั้งของเอียนน์และของเกียเวอร์น

             

            อิเรเน่ที่สุภาพกับอลันเดินตามอย่างเชื่อฟัง  ไม่ใช่ว่านางปฏิบัติเพราะชอบอลัน  แต่เพราะนางสัมผัสจิตคุกคามนี้ชัด  ชัดจนนางกลัว  นางน้อบน้อมเพราะกลัวอลัน ถ้าอลันตวาดดุนางตอนนี้ รับประกันได้ว่าเราจะได้เห็นองค์หญิงลำดับ 5 ยอดมือดาบฉี่ราดต่อหน้าผู้คนแน่นอน

             

            อลันพาอิเรเน่ขี่ม้าไปที่วังสักพักใหญ่แล้ว  ลิเลียรวบรวมขวัญกำลัง  ขี่ม้าควบตามอารักขารับใช้องค์หญิงไปทีหลัง    แต่คนที่นี่ยังหวาดกลัวกันอยู่  พักใหญ่จึงจะเรียกขวัญกลับคืนมากันได้แล้วแยกย้ายกันไปจากงานศพ

            องค์รัชทายาทรอทุกคนจากไปหมด  ค่อยลุกขึ้นมา เขาจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเขาฉี่ราดกางเกงและผ้าคลุมของเขา  ก่อนที่องค์รักษ์จะพยุงเขาขึ้นรถม้า  แม้แต่ม้ายังควบไม่ค่อยจะไป  มันกลัวจนไม่ยอมวิ่งตามสายหนังที่ใช้หวดของรถม้า

             

            อลันเดินจูงอิเรเน่เข้าวังเดินอย่างมั่นคงและน่ากลัว จิตคุกคามที่แผ่จนทหารวังและราชองค์รักษ์ชักอาสวะออกมาอย่างไม่รู้ตัวด้วยความตระหนก

            “ถอย”

            คำเดียว  แล้วเดินต่อโดยไม่สนแถวขององครักษ์หลวง   องครักษ์หลวงพากันแหวกให้อลันที่จูงอิเรเน่มาโดยไม่รู้ตัว

             

            “ข้างออกมีอะไรกัน?”....พระราชาทรงงานทวนร่างกฎีกาก่อนจะเซ็นลงพระนาม

            “ทูลฝ่าบาท.......ท่านวีรบุรุษอลัน คู่หมั้นองค์หญิงอิเรเน่พระเจ้าข้า....เขาขอเข้าเฝ้าด่วน”

            “ให้เขาเข้ามา.....”....พระราชารับสั่ง

    คล้ายกับเรื่องพ่อบ้านลูกครึ่งต่างโลก กับการผจญภัยตามหารัก ที่คุณอ่าน