การต่อสู้ดุเดือด นักฆ่า 3 คนกับลูกสมุนอีก 20 กว่าคน ต่อสู้กับอลัน ลิเลีย และมือดีของเงาปีศาจอีก 1คน
เรื่องมันเริ่มเมื่อไม่กี่วันก่อน
เมื่อหน้ากากหนังเทียมทำเสร็จ จอมโจรพันหน้าวิเคราะห์ลักษณะการปลอมตัวให้พวกอลัน ทว่าเขามีข้อมูลลักษณะนิสัยของพวกมันไม่มากพอ จากปากคำของจันทรานั้น ทำให้พวกเขาพอจะเลียนแบบฝุ่นทราย และ พฤกษา ได้ รวมทั้งเลียนแบบตัวจันทราเองก็ได้เช่นกัน รหัสจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ต้องได้รับการติดต่อเป็นระยะ นางโดนจับมาได้ร่วม3 วัน รหัสใหม่จึงยังไม่มา ดังนั้นสามารถนัดพบและใช้รหัสเดิมได้
แล้วทำไมโดนจับได้?
“พวกเจ้า...ข้าพบอะไรแปลกไป”...วายุทัก
“หืม หมายถึงหัวของจอมโจรพันหน้าเหรอ?...จันทรา(ลิเลีย)ถาม
“ก็เป็นไปได้นะ มันอาจจะเอาหัวคนอื่นมาแต่งหน้าหรอกเรา ลองเอาไปตรวจสอบกันก่อนดีกว่า”...ฝุ่นทราย(อลัน)เสริม
“.......อื้อ.......”...พฤกษา(มือดีของเงาปีศาจ)
พวกเขาศึกษานิสัยการพูดจากการเค้นข้อมูลจากจันทรามาเป็นอย่างดี
“วายุ..เจ้าว่าอะไรผิดปกติ?...ถ้าหมายถึงหัว 3 คนนี้ไม่น่าลงมือพลาดผิดตัว”....อัสนีเตรียมจับที่ด้ามขวานพิทักษ์ฟ้าอันเป็นอาวุธวิเศษของมัน
วารีผู้ใช้ดาบคู่รอวายุบอก
“ตำแหน่งตาพวกมัน.....ผิดจากเดิม มันคือตัวปลอม คนเราจะปลอมหน้าได้ แต่ตำแหน่งดวงตามันเคลื่อนย้ายกันไม่ได้!!”....วายุชี้มาทางพวกอลันที่ปลอมตัวมาพร้อมกับยิงพลังเพลิง
ฟู่ว.วว.ว.ว.ว.ว.ว.!!
ทั้ง 3หลบได้ วายุใช้พลังลมหวนยิงพลังอีกสายธาตุออกมา ลมที่พัดสะบัดหมุนตามใจ เมื่อยิงพลังเพลิงออกมาพัดตามแรงพลังลม กลับเข้าขากันได้ดีในตัวมันเอง หน้ากากหนังทั้ง 3 เริ่มละลายแม้จะหลบได้ฉิวเฉียด ทั้ง 3 คนรีบชักหน้ากากเงาปีศาจมาสวมทับ แล้วล้วงกระชากหน้ากากหนังที่พังแล้วทิ้ง
“ถอนตัว!!”...เงาปีศาหัวหน้า(อลัน)สั่ง
“หัวหน้า..ท่านเอาชนะพวกมันได้รึไม่!? ถ้าได้พวกข้าจัดการสมุนของมันเอง”...เงาปีศาจหญิง(ลิเลีย)ถาม..........เอาจริงๆนางไม่ใช่สมาชิกหน่วยเงาปีศาจ
“ข้าพอจะจัดการได้ แต่พวกเจ้าจะถ่วงข้า”
“ว่าไงนะ..ชิ”...นางแม้ไม่ชอบใจ แต่ก็ต้องยอมรับ
อลันใช้วิชาถนัดไม่ได้ แต่มวยโบราณของเขาก็ไม่ได้ด้อยเลย
หลังจากตะลุมบอนกันได้สักพัก
“ดูท่าฝุ่นทราย จันทราและพฤกษาจะเสร็จไอ้ตัวหัวหน้าของมันแล้วจริงๆ ฝีมือมันร้ายกาจมาก พวกเราถอย!!”....อัสนีออกคำสั่งถอย มันเสียลูกน้องไปหลายคนแล้ว ลูกน้องที่พ่วงมา 20 กว่าคน ตอนนี้เหลือแค่ 8 คน
“คิดหนี!?”...ลิเลียกำลังจะตาม
เคร้ง!!
ดาบคู่อันร้ายกาจมาขวางไว้ วารีสายโจมตีสำแดงผล 1 ดาบฟาดฟันด้วยพลังทำลาย 1 ดาบตัดเฉียบด้วยพลังที่บีบอัดจนคนกริบ
ดาบของลิเลียแตกกระจาย เงาปีศาจที่มาด้วยรีบคว้าลิเลียออกมาจากรัศมีโจมตีของวารี อลันเข้ามาสกัดไว้ทำให้กระบวนท่าใช้ได้ไม่เต็มที่ แต่วารีไม่ได้คิดจะพิฆาต ที่ลงมือมานี่คือการถ่วงเวลาเปิดทางหนีให้พวกของตน จากนั้นมันรีบถอนตัวตอนที่ยังมีโอกาส
“ทีหลังถ้าไม่มีคำสั่งข้า อย่าตาม เกือบเอาชีวิตมาทิ้งแล้วมั้ยล่ะ”...อลันดุลิเลีย
“เชอะ...”...ลิเลียทำสะดีดสะดิ้ง แต่นางรู้ว่าอลันพูดมานั้นไม่ผิดแม้แต่น้อย นางแก้เขินแก้เก้อโดยการหันไปขอบคุณเงาปีศาจที่ช่วยนางไว้
“ขอบใจเจ้ามาก”
“มิเป็นไรครับ”
“พวกเรากลับกันเถอะ อย่างน้อยเราก็เห็นตัวอีก 3นักฆ่าอสูรมือสังหารแล้วไม่ได้เสียเที่ยวซะทีเดียวหรอก”....อลันพาพวกกลับ
........
“ตกลงข้อมูลที่นางนักฆ่าให้มา ใช้ได้หรือไม่ได้?”...สเลนถาม
“ได้ค่ะ ใต้เท้า.....แต่...”..ลิเลียกำลังจะรายงาน
“แต่มันสังเกตตำแหน่งแนวของดวงตาครับใต้เท้า ...มันเป็นตำแหน่งที่ปลอมแปลงไม่ได้”...อลันเสริมทันที
“อืม ขนาดวิชาแปลงโฉมของจอมโจรพันหน้ายังตบตาพวกมันไม่ได้ สมแล้วที่มันคือองค์กรนักฆ่าที่น่ากลัวที่สุด”...เอียนน์ทั้งวิตกและอดทึ่งในศัตรูไม่ได้
“อ่อ จริงสิไม่เห็นท่านเซเลสเลย?”...อลันถาม
ทุกคนเงียบหมด
“เกิดอะไรขึ้น? ข้าพลาดอะไรไป?”...อลันเริ่มรู้สึกไม่ดี
“มีอาภรรยาท่านเซเลส นาง...นางทนการโดนเรียกไปถวายตัวรับใช้เกียเวอร์นทั้งที่นางยังมีสามีอีกต่อไปไม่ได้ นางเลย......”.....เอียนน์เล่าถึงตรงนี้ก็ก้มหน้า
“นางทำไม??!”...อลันถาม
“นางกระโดดหน้าผาตาย”....ลิเลียตอบ
“ห๊ะ!!”....อลันตกใจมาก
“อิเรเน่ไปช่วยงานพิธีศพให้ท่านเซเลส เดี๋ยวช่วงบ่ายข้าเองก็ต้องไปเป็นประธานงานให้เขาด้วย”...เอียนน์บอกอลัน
“ข้าช่วยอะไรได้บ้าง?”...อลันถาม
“เปลี่ยนชุดขาวล้วน ไปร่วมงาน”....ลิเลียบอกอลัน
งานศพที่มีญาติพี่น้องร่ำไห้ และแขกที่สนิท งานศพหน้าริมผาที่ไม่มีศพของผู้เสียชีวิต
อลันสวมชุดที่ใช้ร่วมงานศพของที่โลกนี้ซึ่งไปเช่ามาจากร้านตัดชุดเสื้อผ้า ส่วนขุนนางก็ใส่เครื่องแบบร่วมงาน
คนที่ยืนน้ำตาอาบแก้มคือมาร์ควิสเซเลส โจอาร์ค ภรรยาเขาตายเพราะไม่อาจโดนย่ำยีต่อไปได้อีก นางพบว่าตนตั้งท้องหลังจากหลับมาจากการโดนรั้งตัวไว้ทั้งสัปดาห์เมื่อครั้งยังโดนเรียกตัวไปใหม่ๆ แต่ละสัปดาห์นางโดนเรียกตัวไปเป็นระยะรัชทายาทโดยอ้างว่าให้นางมาแสดงละครให้ชม นางทนรับความอัปยศอดสูต่อไปไม่ได้อีกที่ต้องโดนขยี้กามเสร็จแล้วต้องกลับบ้านมาอยู่ร่วมกับสามี.....เป็นสามีที่ไม่ได้แต่งงานกันด้วยฐานะการเมือง แต่แต่งงานกันด้วยความรัก......นางคิดมานานแล้วจึงตัดสินใจทำสิ่งที่โง่ที่สุดลงไป
รถขบวนใหญ่ปรากฏ เกียเวอร์นลงจากรถมาด้วยสีหน้าตระหนก แล้ววิ่งมาที่ริมหน้าผาพร้อมเหล่าองครักษ์.....จากนั้นร้องห่มร้องไห้
“ฮือ.. ฮือ.. ฮือ.. ฮือ.. มีอา...มีอาของข้า เจ้าไม่น่าทำแบบนี้เลย เจ้าอยากได้อะไรก็บอกข้าสิ ยอดรักของข้า บนระเบียงใต้แสงจันทร์ มีแต่กอดเจ้าแนบกายเท่านั้นที่ทำให้ข้ามีสุขที่สุด ผู้หญิงของข้าคนอื่นๆ ไม่สามารถแทนเจ้าได้ แล้วไหนจะลุกของเราอีกล่ะ ...โธ่ ...ฮือ.. ฮือ.. ฮือ..”
เป็นประโยคคร่ำครวญที่อัปรีย์ที่สุดเท่าที่คนในงานนี้เคยได้ยินมาในชีวิตของพวกเขา โดยเฉพาะเซเลสยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น ใจเขาคิดจะถีบรัชทายาทให้ตกเหวลงไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอมาคิดว่ามันลงไปตายที่เดียวกับมีอาแล้ว นางอาจจะต้องเจอมันอีก จึงสามารถระงับโทสะนี้ได้
เขาไม่เหลือคนที่รักแล้ว ยามนี้เขาคิดแต่จะเดินหน้าเต็มตัวพาไอ้ระยำนี่เข้าลานประหารให้จงได้
อลันสุดจะทนประโยคเมื่อสักครู่ เขาเดินมาที่องค์รัชทายาทที่ก้มหน้าสะอื้นริมผา องครักษ์รีบขวาง
“ที่พูดมานี่จริงหรือพระเจ้าข้าองค์รัชทายาท?”...อลันถาม
“เจ้า...?...ออ..ใช่ๆ เจ้าคืออลัน...ใช่ข้าพูดเองแล้วจะทำไม?”….เกียเวอร์นถามกลับ
“พอดีกระหม่อมมีเข้าเฝ้าเพื่อดื่มชากับองค์หญิงอิเรเน่คู่หมั้น จะได้มีเรื่องคุยกับฝ่าบาท เพราะกระหม่อมไม่รู้เรื่องของชนชั้นสูงที่โลกของพวกท่าน ดีเลยจะได้เอาความเมตตานี้ขององค์ชายไปร่วมคุยกับฝ่าบาท”.....อลันบอก
“นี่เจ้า!!!!!.......ไอ้............”...เกียเวอร์นชี้นิ้วมาที่อลันด้วยความโกรธ สักพักใจเย็นลงแล้วค่อยกล่าว
“แหม่...ท่านอลัน ข้าก็พูดเพราะชื่นชมนางที่เล่นบทละครได้ตราตรึงข้านักใบระเบียงปราสาทของข้าท่านกลางแสงจันทร์เท่านั้นเอง”....เกียเวอร์นกล่าวเสียงน้อบน้อมลงมาก
“ลูกด้วยนี่...เอาไว้ข้าจะถ่ายทอดคำท่านในวงสนทนาเอง ส่วนฝ่าบาทจะแปลมันว่าอย่างไร ไว้องค์รัชทายาททรงแจกแจงอธิบายกับฝ่าบาทเองเถอะพระเจ้าข้า”....อลันพูดเสียงเย็นชา แต่ทุกคนฟังดูแม้แต่หมายังฟังรู้ว่าเขาโกรธมาก
“กระหม่อมทูลลา”...อลันเดินไปฝากแอนไว้กับเอียนน์และสเลน ส่วนเขาเดินคว้าแขนอิเรเน่
“เราไป!”
“ค...ค่ะ..”....อิเรเน่รับคำ นางรับรู้ถึงความโกรธของอลันผ่านแขนมาได้
แม้แต่นกที่บินรอบๆหรือบินผ่านยังต้องลงจอดมายืนตัวสั่น ส่วนนกสายพันธุ์ที่ขี้ตื่นตกใจพากันตกลงมาตาย จากอาการช๊อค
รังสีอำมหิตที่แผ่จิตคุกคามฆ่าฟันนี้ แผ่มาชนิดที่แม้แต่คนที่ไม่มีทักษะการต่อสู้ยังสัมผัสได้จนขนลุก ส่วนบรรดาสัตว์จะมีสัญชาติญาณในการเอาตัวรอดมากว่ามนุษย์ พวกมันจะสัมผัสได้ชัดม้าพากันตื่นจนต้องช่วยกันจับสายรั้ง สุนัขละแวกนี้พากันร้องเอ๋งๆ งี๊ดๆ ระงมตัวสั่นหางขด บ้างก็ฉี่ราด งูที่อยู่พุ่มไม้พากันเลื้อยหนีออกมาไปยังอีกทางจนคนเองยังแตกตื่น
....ในโลกมังงะอนิเมะ การ์ตูน เราจะพบว่าการที่แผ่จิตคุกคามนั้น ตัวละครที่อ่อนแอจะทนทานไม่ได้ แต่ตัวละครที่เก่งๆ จะทนทานได้ ยิ่งแข็งแกร่งมากจะยิ่งเฉยๆ
....แต่ในโลกจริงนั้น คนที่ไม่มีประสบการฝึกฝน ผ่านการต่อสู้ การมีเรื่อง หรือมีประสบการณ์ผ่านฆ่าฟันนั้นยากที่จะสัมผัสรังสีอำมหิตจิตคุกคามออก กลับกันยิ่งคนเจนสนามมากจะยิ่งสัมผัสได้ก่อนใคร ส่วนมากจะพบในตำรวจที่ทำงานสายปราบปราม หรือพวกสายสืบที่เข้าไปพัวพันความเป็นความตายและแก๊งค้ายาบ่อยๆ...... หรือทหารที่อยู่ในพื้นที่มีการฆ่าฟันกันเป็นประจำ...นักเลงที่อยู่ในวงการมาเฟียเองก็สามารถอ่านจิตคุกคามได้ แต่พวกเขาแค่ไม่ได้อ่านมันแบบที่ตัวละครในมังงะทำก็เท่านั้น
และอลันในตอนนี้แผ่มันจนแม้กระทั่งคนธรรมดาและขุนนางยังขนลุก ส่วนพวกที่อึดอัดเหงื่อผุดเป็นเม็ดๆ บ้างก็ขาอ่อนทรุดลงไปก็เป็นเหล่าราชองค์รักษ์ทั้งของเอียนน์และของเกียเวอร์น
อิเรเน่ที่สุภาพกับอลันเดินตามอย่างเชื่อฟัง ไม่ใช่ว่านางปฏิบัติเพราะชอบอลัน แต่เพราะนางสัมผัสจิตคุกคามนี้ชัด ชัดจนนางกลัว นางน้อบน้อมเพราะกลัวอลัน ถ้าอลันตวาดดุนางตอนนี้ รับประกันได้ว่าเราจะได้เห็นองค์หญิงลำดับ 5 ยอดมือดาบฉี่ราดต่อหน้าผู้คนแน่นอน
อลันพาอิเรเน่ขี่ม้าไปที่วังสักพักใหญ่แล้ว ลิเลียรวบรวมขวัญกำลัง ขี่ม้าควบตามอารักขารับใช้องค์หญิงไปทีหลัง แต่คนที่นี่ยังหวาดกลัวกันอยู่ พักใหญ่จึงจะเรียกขวัญกลับคืนมากันได้แล้วแยกย้ายกันไปจากงานศพ
องค์รัชทายาทรอทุกคนจากไปหมด ค่อยลุกขึ้นมา เขาจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเขาฉี่ราดกางเกงและผ้าคลุมของเขา ก่อนที่องค์รักษ์จะพยุงเขาขึ้นรถม้า แม้แต่ม้ายังควบไม่ค่อยจะไป มันกลัวจนไม่ยอมวิ่งตามสายหนังที่ใช้หวดของรถม้า
อลันเดินจูงอิเรเน่เข้าวังเดินอย่างมั่นคงและน่ากลัว จิตคุกคามที่แผ่จนทหารวังและราชองค์รักษ์ชักอาสวะออกมาอย่างไม่รู้ตัวด้วยความตระหนก
“ถอย”
คำเดียว แล้วเดินต่อโดยไม่สนแถวขององครักษ์หลวง องครักษ์หลวงพากันแหวกให้อลันที่จูงอิเรเน่มาโดยไม่รู้ตัว
“ข้างออกมีอะไรกัน?”....พระราชาทรงงานทวนร่างกฎีกาก่อนจะเซ็นลงพระนาม
“ทูลฝ่าบาท.......ท่านวีรบุรุษอลัน คู่หมั้นองค์หญิงอิเรเน่พระเจ้าข้า....เขาขอเข้าเฝ้าด่วน”
“ให้เขาเข้ามา.....”....พระราชารับสั่ง