" มีบางสิ่งซ่อนอยู่ข้างใน... "
เเววตาของไฝทอประกายเย็ยเยียบ มันพลิกฝ่ามืออย่างรวดเร็ว จากนั้นดาบยาวสีดำที่แผ่ไอสังหารออกมาอย่างน่าขนลุก ถูกเงื้อไปด้านหลังอย่างสุดเเรง
เคร้ง!
เคร้ง!
เคร้ง!
ทุกทีที่ฟาดฟันออกไป ดาบในมือไฝจะกระเด้งกลับหลังเเทบทุกครั้ง จากผลสะท้อนความเเข็งเเกร่งของเเท่งหินหยก แต่มันยังคงไม่มีทีท่าเลิกรา เมื่อคำรบที่ห้าได้ผ่านพ้น รอยร้าวเล็กๆ เหมือนไยเเมงมุมได้ปรากฏขึ้นพร้อมรอยรั่วซึมเปียกชื้น ไฝจึงรีบใช้มีดบินนางเเอ่นเหินเจาะเซาะรอบรอยร้าวให้เปิดเป็นช่องอย่างชำนิชำนาญ กันไม่ให้ร่องรอยนั้น เเผ่ขยายลุกลามถึงยอดเสาจนมันถล่มลงมา
เปรี๊ยะ
ฟู่... ฟู่...
" ข้างในเป็นน้ำ " เล็กน้ำรู้สึกฉงนเเละประหลาดใจ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกโพลงราวกับไข่ห่าน อารมณ์เหลือเชื่อยากจะยอมรับทาทับทั่วใบหน้า " เฮ้ย! ไปเเอบอยู่ในนั้นได้ไง? "
กระต่ายรักบี้ตัวน้อย สัตว์วิญญาณจอมเจ้าเล่ห์ที่พลิ้วไหวรวดเร็วราวกับลมกรด มันไหลลงมาพร้อมกับมวลน้ำสีเขียวเข้ม จากรอยร้าวที่ไฝบรรจงเจาะทะลุ พร้อมกับกลิ่นสุคนธ์หอมรัญจวน ฟุ้งตลบอบอวนจนดวงใจยังไหวสั่น
" สุรา! เหล้า! เมรัย! น้ำเมา! น้ำจัณฑ์! ฮ่า ฮ่า ฮ่า " ไฝหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง จมูกบานเข้าบานออก สูดดมกลิ่นละมุนอย่างตั้งใจจนยับย่น จากนั้นมันเร่งหยิบเชือกป่าน รีบผูกมัดกระต่ายรักบี้กับเสาหยกอีกต้นที่เยื้องอยู่ด้านข้างอย่างรวดเร็ว จากนั้นราวกับเกิดสายฟ้าฟาด เหยือกดินเผาที่มีอยู่ทั้งหมด ถูกนำมารองน้ำที่ตัวมันเเสนคิดถึงในพริบตา " ที่รักจ๋า... "
อึก... ฮ่าห์
อึก อึก อึก อึก อึก...
" เดี๋ยว! มันอาจจะมีพิษก็... "
เล็กน้ำตะโกนอย่างร้อนรน เเต่กล่าวยังไม่ทันขาดคำ ชายหนุ่มรุ่นน้องกลับยกเหยือกดินเผาขึ้นกรอกปากอย่างหิวกระหาย เข็มเงินใช้ตรวจสอบพิษร้ายที่เตรียมไว้ ถูกไฝมองเมินราวกับเป็นเเค่เศษไม่จิ้มฟันไร้ค่า
" ชิมดูสิ... " ไฝยิ้มกว้าง จนเห็นฟันขาวสะอาดเรียงกันดั่งพนักงานร้านออกมารอต้อนรับ หลังจากลิ้มลองจนหนำใจ มันรีบใช้จอกดินเผาอีกใบตวงสุรายื่นให้กับเล็กน้ำ " เเล้วจะติดใจ อิอิอิ "
" ของดีว่าซั่น " ชายหนุ่มพินิจน้ำทิพย์สีเขียวในมือ สลับกับใบหน้าขึ้นสีชมพูระเรื่อของไฝอย่างสนอกสนใจ เขากลั้นใจเล็กน้อย ไม่บ่อยนักที่สิ่งเร้าจากภายนอก จะทำให้เล็กน้ำเสียอาการจนไม่เหลือ ' ทรง ' เก็บไว้ ไม่น่าเชื่อว่าน้ำสีเข้มเย็นเฉียบ จะถูกพิภพเเละผืนนภาช่วยกันบ่มเพาะจนสร้างรสชาติมีเอกลักษณ์ได้ถึงเพียงนี้ เเค่กรุ่นกลิ่นเล็กน้อยที่ซัดกระหน่ำภายในปาก เขาก็รู้สึกเคลิบเคลิ้มราวกับอยู่บนปุยเมฆเเล้ว หากได้กลืนลงท้องดวงวิญญาณจะลอยล่องไปถึงภพภูมิใดกัน " อั๊ยยะ! โครตดี!! "
ความรู้สึกบาดคอที่นักดื่มทุกคนหวาดระเเวง ได้ล่องหนหายไปดั่งภูตผีร้ายถูกจับถ่วงน้ำ คงเหลือเพียงเส้นสายบาดลึกที่กำลังทะลวงกรุยทางราวกับเข็มอันเเหลมคม ต้องรอเวลาเล็กน้อย เพื่อให้ภูผาน้ำเเข็งเเตกสลายหลอมละลาย มันจะเเปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นเเผ่ซ่านไปทั่วทั้งขุมขน ราวกับเนื้อตัวโดนอาบไล้ชำระล้างด้วยรัศมีเเสงอ่อนโยนของอาทิตย์ยามเย็น เเม้ว่าเขาจะไกลห่างจากคำว่านักชิมลิ้มรสตัวยง เเต่หากต้องเเยกเเยะสุราเลิศรสออกจากกลุ่มของสุราชั้นดีเเล้ว เรื่องนี้เล็กน้ำมีความมั่นใจอยู่ไม่น้อย
" แปลกเเฮะ ทำไมถึงรู้สึกมึนเมาเเละกระปรี้กระเปร่าได้ในเวลาเดียวกัน ว่าเเต่... ทำไมนายถึงรู้ว่าข้างในเเท่งหินเป็นน้ำ?
" กลิ่น... ยังไงหล่ะ "
" กลิ่นเหล้า? "
" ผิดแล้ว... ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้างในจะเป็นน้ำ เเต่เป็นกลิ่นโสมที่เจ้ากระต่ายถืออยู่ในมือตั้งหาก ถึงทำให้คิดว่ามีความเป็นไปได้ที่มันจะเเอบหลบอยู่ในนั้น "
ราวกับนึกขึ้นได้ มุมปากด้านหนึ่งของไฝยกม้วนขึ้นอย่างเย็นเยียบ มันเอียงหน้ามองผ่านเเผ่นหลังเล็กน้ำ เเววตาทอประกายคมกริบทอดไปยังเจ้าสัตว์วิญญาณที่ถูกมัดไว้อย่างเเน่นหนา ไฝก้าวย่างเดินไป เเต่กลับต้องชะงักเล็กน้อย เมื่อรับรู้ถึงร่องรอยแผ่วเบาที่วางสัมผัสบนไหล่
" ถ้าหากยังต้องการฆ่ามันให้ได้ ผมจะไม่ห้าม " เล็กน้ำทอดถอนใจเล็กน้อย " เเต่ก็เป็นเจ้าตัวน้อยที่นำเรามาเจอสถานที่เเสนวิเศษเเห่งนี้ " กล่าวจบ ชุดโต็ะเก้าอี้ไม้สีน้ำตาลเข้มปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าในทันใด เล็กน้ำนั่งลงช้าๆ เอียงหน้าหนีไปอีกด้าน ยกจอกสุราขึ้นจิบ ลิ้มรสอย่างเงียบงัน เเววตาว่างเปล่าเรียบเฉยพิจารณาทัศนียภาพหดหู่เวิ้งว้างยาวไกลไร้สิ้นสุด
ฉึบ!
" ถึงจะไม่มีกระต่ายย่างอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ เเต่ยังไงวันนี้ไม่เมาไม่เลิกรา... "
ทั้งคู่สบตากัน จากนั้นยิ้มออกมาอย่างรู้ใจ ยามนี้ไม่มีใครฉุกคิดว่าเวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปเนิ่นนานเท่าใดเเล้ว เเต่คงรวดเร็วราวกับติดปีกเหิน เพราะที่ล้อมรอบอยู่คือภูเขาเหยือกดินเผาอันว่างเปล่า กับเสียงหัวเราะที่วนเวียนผ่านมาราวกับฝูงนกโผบิน เมื่อเรื่องราวอันหลากหลายถูกหยิบยกมากล่าวขึ้น
เเม้วันเวลาที่รู้จักกันจะไม่มากนัก เเต่เล็กน้ำได้มองไฝเป็นเสมือนน้องชายของเขา เมื่อสุราเลิศรสตกถึงท้อง ความเมามายจึงบังเกิด พร้อมกับความอัดอั้นที่ถูกกระทืบเหยียบเอาไว้ ได้ผุดพรายออกมาราวกับน้ำหลาก จากความครื้นเครงกลับกลายเป็นเศร้าหมองคร่ำครวญ ทุกนาทีที่เลยผ่าน เจ้าไฝยังคงหมกมุ่นอยู่กับการช่วยเหลือพี่ชายที่พรัดพรากจากกัน บนจังหวะทำนองที่อ้างว้างเปล่าเปลี่ยว เล็กน้ำย่อมรู้สึกเเละสัมผัสได้ ภายในจิตใจของเขาเกิดระลอกความปั่นป่วนอย่างเเรงกล้า
เมื่อตื่นจากภวังค์ที่เตลิดล่องลอยไปใกล บนโต๊ะไม้ที่กองไว้ด้วยขวดสุราอย่างเเน่นขนัด กลับมีเเขกไม่ได้รับเชิญเเอบขดตัวกลมอย่างเเนบเนียน เล็กน้ำมองมันด้วยความงุนงง.... ดวงตาเเดงก่ำก็กลอกมองกลับมาเช่นกัน เเต่ไฝกลับนำชามดินเผาล้นปริ่ม วางไว้ไกล้กับปากกลมมนของเจ้ากระต่ายรักบี้อย่างเเผ่วเบา ทำทีเหมือนว่าเป็นเรื่องปกติ
เเผลบ... แผลบ... เเผลบ...
เอิ๊ก!
เล็กน้ำอมยิ้ม เมื่อเห็นชามสุราที่ขาดพร่องของเจ้ากระต่าย เขาเร่งเติมลงไปเพื่อไม่ให้ขาดตอน ตัวมันที่เดิมทีขดเป็นก้อนกลมดั่งลูกเเมวน้อย พอเหล้าเข้าปากเท่านั้น กลับยืดตัวตรงนั่งขัดตะหมาดอย่างน่าเอ็นดู เผยให้เห็นถุงหน้าท้องที่ปกคลุมด้วยขนขาวอ่อนนุ่ม เจ้ากระต่ายล้วงมือเข้าไปจนหนังหน้าท้องสั่นกระเพื่อม ทำเอาสีหน้าของสองหนุ่มถึงกับเเตกตื่น ต้องหยุดการกระทำทุกอย่างด้วยความระเเวดระวัง เมื่อเห็นมันโปรยเมล็ดพันธุ์ลงบนกึ่งกลางโต๊ะไม้ ทั้งคู่จึงถอนหายใจออกมาได้
" เเกอยากให้เรากินมันเรอะ " ด้วยความสนใจ ไฝมองใบหน้ากลมมนที่พยักขึ้นลงอย่างถี่รัวราวกับลูกไก่จิกข้าวเปลือก " ได้... ขอลองหน่อยซิ "
เมล็ดพันธุ์หลากสีสันจากธัญพืชหลายชนิดที่เจ้ากระต่ายคัดสรรมาให้ บางอันกลมเกลี้ยงเท่ากับปลายก้อย ใหญ่หน่อยเป็นวงรีเหมือนถั่ว ส่วนที่ใหญ่สุดมีสีนำตาลดำคล้ำใกล้เคียงกับไข่นกกระทา เเละเป็นอันที่ไฝต้องการลิ้มลอง กระต่ายรักบี้รีบโบกมือไม้ทันควัน อธิบายว่าต้องใช้พลังเอกะช่วยบีบกะเทาะเปลือก เพื่อเเกะกินเมล็ดรูปน้ำเต้าสีเเดงสดที่ฝังอยู่ด้านใน เล็กน้ำที่มองดูยังคงเงียบเฉยไม่ห้ามปราม เเต่ที่คีบอยู่ระหว่างนิ้วของเขา เป็นเมล็ดเกลี้ยงเกลาสีขาวนวลผลเล็กที่สุด
" อร่อยนิ... " เล็กน้ำร้องลั่นอย่างปิติ เขาตบโต๊ะดังสนั่นด้วยความชอบใจ " นายต้องลอง! "
ไฝกำหมัดเเน่น เยื่อโปร่งเเสงจากพลังเอกะห้อมล้อมรอบกำปั้น คล้ายกับมันถูกห่อหุ้มด้วยผ้าใบพลาสติก เมื่อเเบออก บนฝ่ามือมีผลน้ำเต้าน้อยสีเเดงก่ำ ปะปนอยู่ท่ามกลางผงเล็กละเอียดสีน้ำตาลคล้ำ
" เเหวะ! เผ็ด!! "
ไฝอ้าปากเหวอ ใบหน้าบิดเบี้ยวหันมองเจ้ากระต่ายกับเล็กน้ำที่อยู่ในอารมณ์ขบขัน มันเร่งรีบเคี้ยวต่อไปอย่างกล้ำกลืน ด้วยความรู้สึกเหมือนมีกลุ่มควันไร้รูปร่างพรั่งพรูออกมาบนศีรษะไม่หยุดหย่อน เเต่เมื่อผลน้ำเต้าถูกบดจนละเอียด ได้เกิดเสียงระเบิดเบาบางดังออกมาจากกระพุ้งเเก้มที่ปุดป่องราวปลาทอง จากนั้นความเผ็ดปร่าร้อนเเรงถูกกลืนหายไป แปรเปลี่ยนเป็นความชุ่มฉ่ำหวานมันที่ยากเกินต้านทาน
" จุ๊ จุ๊ จุ๊ มีความสุขกันเหลือเกินนะ " ทันใดนั้น กระเเสเสียงเย็นเยียบที่ไม่ปกปิดความเย้ยหยันพยาบาท ดังมาจากสะพานหยกเบื้องบนเสาสูง " นึกว่าตัวอะไร ที่เเท้เป็นเจ้ากระต่ายมอมเเมมกับพวกหนูสกปรกนี่เอง ช่างบ้าบิ่นดีเเท้ที่กล้าขโมยสุราหยกเย็นของท่านเจ้าตระกูล เมื่อพบข้าเเล้ว... ก็จงเตรียมตัวตายซะ!! "