แม้ต้าหมิงจะปะทะกับโกเลมตรงๆแต่ต้าหมิงก็ไม่เสียเปรียบอะไรเลยเพราะความสามารถของโกเลมถูกออกแบบมาให้มีความสามารถเทียบเท่ากับต้าหมิง เรียกได้ว่าการฝึกฝนการต่อสู้แบบนี้ยอดเยี่ยมอย่างมาก
“หินบ้าอะไรเนี่ยจะแข็งเกินไปแล้ว” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับมองดูหมัดของตัวเองที่แดงขึ้นมา
“เจ้าบ้าเจ้าจะไปต่อสู้กับโกเลมนั่นจริงๆทำไมเจ้าจะต้องใช้สัตว์เวทของเจ้าโจมตีสิ” จ้าวหยูซินกล่าว
“ข้าอยากจะฝึกฝนตัวเองมากกว่า สำหรับสัตว์เวทของข้าพวกมันสามารถฝึกฝนเองได้” ต้าหมิงกล่าว
ต้าหมิงปล่อยให้ลวี่น้อยออกไปหาประสบการณ์เอง สำหรับลวี่น้อยแทนที่จะอยู่ฝึกกับต้าหมิงการออกไปหาประสบการณ์เองน่าจะได้ผลมากกว่า
หลังจากนั้นต้าหมิงได้ต่อสู้กับโกเลมจนกระทั้งต้าหมิงหมดแรง จ้าวหยูซินจึงต้องรับหน้าที่อุ้มต้าหมิงที่หมดสติกลับมาพัก
หลังจากนั้นผ่านไปหลายวันต้าหมิงก็ใช้เวลาในการฝึกฝนร่างกาย การเคลื่อนใหวและการต่อสู้อย่างหนักหน่วง เรียกได้ว่าต้าหมิงในตอนนี้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ทั้งพลังเวทย์และร่างกายของต้าหมิงต่างก็เพิ่มไม่หยุด
“การพัฒนาของเด็กคนนี้เหนือกว่าตอนที่พวกเรามาฝึกใหม่ๆมาก” จ้าวโยวหลันกล่าว
“ใช่ แม้จะไม่ต้องใช้ทรัพยากรที่พวกเรามีแต่พลังของเขาก็เติบโตรวดเร็วมาก คงคิดถูกแล้วที่พวกเราพาเขามาฝึกที่นี่” จ้าวหยูซินกล่าว
“ข้าคิดว่าเมื่อเขาฝึกฝนจนถึงระดับ 5 แล้วควรจะให้เขาออกไปหาประสบการณ์ต่อสู้จริงจะดีกว่า” จ้าวเฟยหรูกล่าว
“ถึงมันจอันตรายไปหน่อยแต่มันก็เป็นทางเดียวที่จะขัดเกลาประสบการณ์ของเขาได้ละนะ” จ้าวโยวหลันกล่าว
ในขณะนี้เมืองหลวงอาณาจักรอัคคีเรียกได้ว่าเงียบสงัด ไม่มีการเคลื่อนใหวของตระกูลหวัง แม้แต่สามตระกูลเองก็ไม่ได้มีการเคลื่อนใหวอะไรนอกจากทุ่มเททรัพยากรให้กับอัจฉริยะของตนเองเพื่อให้คนของตนเองแข็งแกร่งให้ได้มากที่สุด
ครึ่งปีผ่านไป พริบตาเวลาผ่านไปแล้วครึ่งปี ตอนนี้ในพื้นที่รกร้างค่อนข่างคลึกคลื้นอย่างมากเพราะทั้งสามดินแดนต่างก็ส่งอัจฉริยะมาฝึกฝนในป่าสัตว์เวทย์และพื้นที่รกร้างอย่างต่อเนื่อง
“นี่ก็ครึ่งปีมาแล้วต้าหมิงควรจะออกมาได้แล้วนะ” จ้าวโยวหลันกล่าว
“อืม เขาน่าจะออกมาในอีกเร็วๆนี้แล้วละ” จ้าวหยูซินกล่าว
“หลายเดือนมานี้เขาฝึกฝนในห้องฝึกฝนร่างกายที่มีระดับแรงกดดันสูงมากจนพวกเรายังไม่กล้าใช้ซึ่งตอนนี้ร่างกายของเขาคงเหนือกว่าจอมพลสูงสุดไปแล้ว” จ้าวโยวหลันกล่าว
“นั่นสินะ ถ้าเป็นแค่ร่างกายเขาคงจะแข็งแกร่งที่สุดในอาณาจักรแล้วละ มีเพียงแค่พวกครึ่งอสูรเท่านั้นที่พอจะต่อสู้กับเขาได้ในเรื่องร่างกาย” จ้าวหยูซินกล่าว
“ตูม!!!!!!!!!”
ในตอนนั้นเองกลิ่นอายพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งก็ปะทุออกมา ร่างของต้าหมิงเดินออกมาจากห้องหินด้วยสีหน้ายินดี ในที่สุดเขาก็สามารถเป็นจอมเวทย์ระดับ 5 ได้แล้ว และเหนือสิ่งอื่นใดความสามารถในการต่อสู้ของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างมากและการคเลื่อนใหวของเขาก็เฉียบคมมากยิ่งขึ้น
“ในที่สุดเจ้าก็ทำสำเร็จจากนี้ไปจะเป็นการฝึกของจริง” จ้าวหยูซินกล่าว
“มันถึงเวลาแล้วสินะ” ต้าหมิงกล่าว
“ใช่ จากนี้พวกเราจะให้เจ้าออกไปฝึกฝนด้านนอกเป็นเวลาครึ่งปี ซึ่งเจ้าจะพัฒนาได้ถึงขั้นใหนก็อยู่ที่ตัวเจ้าแล้วละ แล้วอย่างลืมว่าถ้าไม่ถึงระดับ 6 สิ่งที่เราพนันกันไว้ก็จะไร้ความหมาย” จ้าวโยวหลันกล่าว
“ก็ดีเหมือนกัน การออกล่าสัตว์เวทเองก็น่าจะสนุกกว่านี้” ต้าหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
พวกจ้าวหยูซินได้แต่ยิ้มออกมาแต่ในใจของนางกลับรู้สึกว่าต้าหมิงเปลี่ยนไปอย่างมาก แต่เดิมต้าหมิงไม่ใช่คนชอบต่อสู้มากเท่าไหร่นักและไม่เคยสนุกกับการต่อสู้เลย แต่ต้าหมิงในตอนนี้ต้าหมิงกลับรู้สึกสนุกทุกครั้งที่มีการต่อสู้ และในเวลาหลายเดือนมานี้นอกจากต่อสู้กับโกเลมแล้วพวกนางยังเป็นคนต่อสู้กับต้าหมิงด้วยตัวเองมาแล้วนี่ทำให้พวกนางยยิ่งมั่นใจว่าต้าหมิงเปลี่ยนไปหลังจากที่พลังสายเลือดของต้าหมิงตื่นขึ้นเล็กน้อย
“ปล่อยไว้แบบนี้มันจะดีจริงๆงั้นเหรอ” จ้าวโยวหลันกล่าว
“เรื่องนี้เราไม่สามารถทำอะไรได้เพราะเราไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับจิตใจของเขากันแน่” จ้าวหยูซินกล่าว
หลังจากนั้นต้าหมิงก็สื่อสารกับลวี่น้อยก่อนจะเริ่มออกเดินทาง ตรงจุดที่ต้าหมิงอยู่นั้นค่อนข้างไม่มีสัตว์เวทอยู่มากนักดังนั้นต้าหมิงจึงต้องย้ายไปยังสถานที่อื่น
ต้าหมิงที่เคลื่อนใหวด้วยความเร็วผ่านการกระโดดไปยังต้นไม้แต่ละต้นอย่างชำนาญ พริบตาต้าหมิงก็ออกจากพื้นที่เดิมและเข้าไปยังพื้นที่ใหม่
“หืม มาแล้วงั้นเหรอ” ต้าหมิงตื่นตระหนกเมื่อลวี่น้อยส่งเสียงเตือน
พริบตานั้นเองวานรตัวหนึ่งก็พุ่งเข้าหาต้าหมิง ตัวของวานรมีเปลวเพลิงห่อหุ้มอยู่ทำให้ทุกการโจมตีมีเปลวเพลิงติดมาด้วย
“วานรหมัดอัคคีงั้นเหรอ สัตว์เวทระดับ 3 ดาวไม่คนามือของข้าอีกต่อไปแล้ว” ต้าหมิงเคลื่อนใหวด้วยความเร็วพร้อมกับมีดสั้นในมือทั้งสองเล่มร่ายรำออกไป
พริบตาร่างของวานรหมัดอัคคีก็ถูกสังหารลง ต้าหมิงเก็บซากของวานรหมัดอัคคีไว้ก่อนจะเดินทางต่อ เรียกได้ว่าการฝึกของต้าหมิงนั้นไม่เสียเปล่าเลยโดยไม่ต้องใช้อสูรมายาต้าหมิงก็สามารถสังหารสัตว์เวทระดับ 3 ดาวได้ด้วยตัวเอง
“ข้าจะต้องเลี่ยงสัตว์เวทระดับ 5 ดาวให้ได้มากที่สุดไม่งั้นเมื่อไหร่ที่เจอมีหวังไม่รอดแน่” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับสั่งการลวี่น้อย
“หืม!!!!!”
ในขณะนั้นเองต้าหมิงสัมผัสได้ถึงการผันผวนของพลังเวทย์ซึ่งห่างจากต้าหมิงไม่ใกล
“กลิ่นอายแบบนี้คนของเผ่าครึ่งอสูรงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับพุ่งออกไป
เมื่อต้าหมิงไปถึงต้าหมิงก็เห็นคนของเผ่าครึ่งอสูรและเผ่าภูติกำลังต่อสู้กัน และไม่ใช่แค่นั้นในกลุ่มยังมีคนของอาณาจักรเหมันต์อยู่ด้วย
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น” ต้าหมิงแสดงสีหน้าแปลกใจ
“นั่นมัน!!!!!!!!! ไข่สัตว์เวทงั้นเหรอแถมกลิ่นอายนั่นมันไข่ของสัตว์เวทที่หาได้ยากแถมระดับของมันยังสูงมากอีกด้วย” ต้าหมิงมองไปยังเป้าหมายที่คนทั้งหมดกำลังต่อสู้กันทันที
“เจ้าพวกมนุษย์และพวกเผ่าภูติกล้ามารอบโจมตีพวกเราพวกเจ้าอยากตายงั้นเหรอ” ครึ่งอสูรคนหนึ่งคำรามออกมาด้วยความโกรธ
“ลอบโจมตีอะไรกัน พวกเราก็แค่อยากจะได้ไข่ใบนั้นเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มผมสีเขียวอ่อนคนหนึ่งกล่าวออกมา
ชายหนุ่มคนนี้มีรูปร่างหล่อเหลามีหูที่ยาวและแหลมออกมาซึ่งเมื่อมองดีๆจะรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นคนของเผ่าภูติ และเผ่าภูตินั้นเป็นเผ่าที่ถนัดพลังเวทย์วิญญาณซึ่งก็คือการสร้างภาพมายา และนอกจากนั้นยังถนัดเวทย์ลมและเวทย์ปฐพีอีกด้วย
ต้าหมิงที่ซุ่มดูอยู่ห่างๆจ้องมองไปยังไข่สัตว์เวทด้วยสีหน้าสนใจ ต่างจากไข่สัตว์เวทที่ถูกประมูลโดยหลางเลี่ย ไข่สัตว์เวทใบนี้มีพลังชีวิตเต็มเปี่ยมและมันยังมีบางอย่างที่ทำให้ต้าหมิงรู้สึกสนใจอีกด้วย