ราชันย์จอมมหาเวท

    ตอนที่ 54 ช่วยเหลือ


                    ร่างสูงโปร่งของเด็กชายผู้หนึ่งกำลังแบกอีกร่างหนึ่งที่มีขนาดตัวไม่ได้ต่างกับเขามากนักขึ้นหลังของเขาเองอย่างทุลักทุเล และก่อนจะเดินออกมาตามเส้นทางปลอดภัยอย่างคุ้นเคยดี...


                    “อึ๊บฮึบๆ ... ฮึบ!” เด็กชายร่างโปร่งค่อยๆ พยุงแบกร่างอีกคนอย่างเบาๆ พยายามที่จะไม่ให้ร่างบอบช้ำนั้นกระทบกระเทือนมากเพราะเกรงว่าจะอาการบาดเจ็บที่อีกฝ่ายได้รับมาจะบาดเจ็บเป็นอันตรายหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิมจากการเคลื่อนไหวนี้


                    “ตัวเบาจัง” เขากล่าวขณะที่แบกร่างอีกคนอยู่... ร่างของคนผู้นี้ที่เขาแบกกลับมานี้แม้ว่าขนาดตัวจะเกือบเท่าตัวเขาเลยแต่แท้จริงแล้วอีกฝ่ายกลับตัวเบากว่าที่เขาคิดเสียอีก และจากการสัมผัสนี้เขาก็พอที่จะทราบได้ว่าอีกคนเป็นเพียงแค่เด็กชายเท่านั้นเอง


                    เดินทางมาได้นานพอสมควรก็มาถึงที่หมายของเขาแล้ว... เป็นเพียงสถานที่ถ้ำแห่งหนึ่งเท่านั้น เมื่อก้าวเข้ามาภายในบริเวณนี้ก็จะพบว่าด้านหน้าเป็นเพียงหน้าผาหินใหญ่สูงตระหง่านตาไร้หนทางไปต่อ เรียงยาวติดกันในระนาบแนวเดียวกันบ้างซิกแซกบ้างปะปนให้ดูเป็นไปตามธรรมชาติเท่านั้น แต่ว่าหนึ่งในสถานที่แห่งนี้ละที่ซึ่งก็คือ ที่พักของเขาเด็กชายร่างโปร่งนั่นเอง!

                    เขาพยุงแบกร่างของเด็กชายอีกคนเดินมาเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ ณ บริเวณหน้าผาหินที่หนึ่ง…


                    ฟรึ่บฟรึ่บบบ... ครืนครืนนนนน ครืน!


                    “เปิด!”


                    เขายื่นมือขวาออกมาข้างหน้าก่อนที่ต่อมาจะโคจรพลังเวทอัดแน่นหมุนวนส่งออกไป พลางเอ่ยคำสั่งการ... ปรากฏเป็นละอองพลังเวทสีเขียวเข้มออกมาหมุนวนรอบแขนขวาของเขา และตามด้วยปรากฏเป็นตราเวทสีเขียวเข้มเช่นกันโผล่เด้งออกมาข้างหน้าจากบริเวณพื้นหน้าผาหินว่างเปล่าไร้หนทางนั้น ต่อมาไม่นานบริเวณหน้าผาหินนั้นก็เกิดการขยับเขยื้อนแยกเปิดออกปรากฏเป็นเส้นทางโล่งยาวให้สามารถเดินเข้าไป!


                    ครืนครืนนนน ครืน!


                    เขาแบกร่างของเด็กชายเดินเข้ามาภายในนี้ และจากนั้นหน้าผาหินต้นทางดังกล่าวก็ขยับเขยื้อนเคลื่อนตัวเข้าหากันปิดเส้นทางเข้าแนบสนิทคืนดังเดิมประหนึ่งว่าไม่มีเส้นทางใดก่อนหน้านี้ทั้งสิ้น!


                    เดินเข้ามาไม่ไกลนักก็จะพบว่าภายในข้างในนี้มีลักษณะการจัดวางสิ่งของหรือการจัดสรรพื้นที่ต่างๆ ดังในลักษณะแบบเดียวกับบ้านปกติทั่วไปเลย และยังดูมีพื้นที่ที่ใหญ่โล่งโปร่งดีกว่ามากทีเดียว หน้าผาหินถ้ำแห่งนี้เป็นบ้านของเขา... แรนดี้ สการ์เล็ต!

                    เมื่อมาถึงข้างในแล้วจากนั้นแรนดี้จึงค่อยๆ วางร่างของเด็กชายอีกคนที่เขาแบกกลับมาด้วยลงบนแท่นหินอย่างเบามือ เด็กชายผู้นี้ที่เขาพบเจอในขณะที่กำลังจะออกไปหาอาหารและสมุนไพรข้างนอก เป็นร่างนอนแน่นิ่งสลบไสลได้รับบาดเจ็บหนักอยู่ตรงโขดหินใหญ่ซึ่งไม่ไกลจากบริเวณขอบเขตป่าดำนักนั่นเอง


                    “ดูท่าว่าอาการจะหนักใช้ได้นะเนี่ย”


                    เขาเพียงมองผ่านสายตาเปล่าๆ เท่านั้นและสัมผัสเล็กน้อยก็เอ่ยพอจะเดาได้แล้ว... แต่ถึงอย่างไรก็คงจะต้องตรวจดูล่ะนะ บาดเจ็บขนาดไหนเชียว? แล้วเข้าไปทำไมในป่าดำป่าพิศวงที่อันตรายถึงเพียงนั้นและยังไปด้วยตัวคนเดียวอีก?!


                    เด็กชายคนนี้... กับป่าดำป่าพิศวงแห่งนั้น จะเข้าไปทำอะไร ไม่สิ จะเข้าไปเอาอะไร?

                    ตัวข้าช่วยคนน่าสงสัยกลับมาจริงๆ แถมยังสามารถกลับออกมาจากป่านั่นได้อย่างมีชีวิตอยู่อีก แม้ว่าจะด้วยสภาพที่ดูร่อแร่ก็ตามเถอะ... ต้องเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาแน่!


                    แรนดี้คิดเช่นนั้นแล้วจึงเปิดผ้าคลุมใบหน้าของอีกฝ่ายออกมา...


                    พรึ่บ! ตุบ!


                    “!”


                    ใบหน้าของเขาฉายแววความตื่นตะลึงอย่างนิ่งๆ มือของเขาค้างเติ่งไปสักพัก ก่อนที่จะปล่อยวางหนักลงบนข้างแท่นหินนั้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ด้วยความแรงนั้นทำให้ความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นมาที่มือของเขาเลยทีเดียว แต่ทว่าเขาก็ไม่สามารถที่รับรู้ถึงความเจ็บปวดนั้นได้ในตอนนี้ เพียงมองเพ่งพินิจใบหน้าของเด็กชายตรงหน้าที่ได้เปิดเผยออกมาแล้ว... เด็กคนนี้ หล่อเหลางดงามมาก!

                    ความหล่อเหลางดงามแตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปปกติ... จะมนุษย์ หรือ?!


                    “นี่ยังจะเป็นมนุษย์อยู่ได้อีกหรือ?!”


                    แรนดี้เอ่ยทั้งสงสัยทั้งคิดตามด้วยพลางจ้องมองตรงพินิจรูปลักษณ์สง่างามของเด็กชายตรงหน้าอีกครั้งอย่างละเอียด... เด็กชายคนนี้ มนุษย์ที่มีรูปงามถึงเพียงนี้ ใบหน้านี้ เส้นผมสีนี้... ไม่ค่อยพบเห็นนัก

                    หรืออาจจะเป็นเผ่าพันธุ์อื่น? หรือจะเป็นลูกครึ่ง?


                    “ไม่น่าใช่” แรนดี้ปัดความคิดนั้นตกไป... เพราะเด็กคนนี้เป็นเพียงมนุษย์เท่านั้น


                    “บิดา? มารดา? การส่งสืบทอดความโดดเด่นทางพันธุกรรมครอบครัว” แรนดี้เอื้อนเอ่ยพึมพำคนเดียวเสียงเบาพลางคิดอย่างเข้าใจ ใบหน้าของเด็กชายคนนี้แม้ว่าจะหล่อเหลางดงามก็จริงเพียงแต่ว่าก็ยังมีสิ่งที่ขาดไป นั่นก็คือ ‘ความมีชีวิต’ อย่างไรล่ะ ขนาดในขณะตอนที่หลับใหลด้วยความเจ็บปวดแท้ๆ แต่ใบหน้านี้กลับแสดงมันออกมาอย่างเฉยชายิ่งนัก... ช่างไร้ความรู้สึกสิ้นดี


                    ก็อาจจะเป็นเพราะว่าคนที่ไม่เหมือนใครมักจะดูโดดเดี่ยวเสมอก็ได้กระมัง... เหมือนอย่างเช่นเขาเองอย่างไรล่ะ


                    “.....”


                    แรนดี้นิ่งเงียบไปสักพักก่อนที่จะหันมาสนใจอาการของเด็กชายตรงหน้าต่อ เขาแกะผ้าคลุมใบหน้านั้นออกแล้วถอดเสื้อคลุมของอีกฝ่ายออกตามด้วย เมื่อเปิดเปลือยช่วงบนแล้ว...


                    “รอยช้ำในกับรอยฟาดฟัน แล้วรอยนี่มัน...!”


                    แล้วเขาก็ต้องเกิดความตื่นตระหนกตกใจขึ้นมาอีกครั้ง! ..... ร่างกายช่วงบนอันเปล่าเปลือยของเด็กชายมีร่องรอยช้ำในมากเป็นจุดใหญ่ๆ หลายจุดและบาดแผลจากการฟาดฟันด้วย แต่ไม่เพียงแค่เท่านั้นยังปรากฏเส้นเลือดสีเข้มช้ำๆ หนักนูนเด่นเป่งขึ้น และตามร่างกายนี้ยังเต็มไปด้วยร่องรอยของผิวเนื้อหนังปริแตกอย่างหนักหน่วงทีเดียว ร่องรอยนี่มัน สาเหตุของมัน... การเลื่อนระดับขั้น? เลื่อนระดับขั้นแล้วเหตุใดถึงต้องได้รับบาดเจ็บถึงเพียงนี้?

                    รอยช้ำในและรอยฟาดฟันอาจมาจากการต่อสู้ได้ ส่วนรอยที่เหลือนั้น... เมื่อเขาเลื่อนสายตาลงมองตรวจตราดูอีกจึงพบว่า...!


                    “รากบุปผาราตรี!”


                    รากบุปผาราตรีได้อย่างไรกัน?! …. ร่างกายขาวซีดเซียวของเด็กชายตรงหน้าเขานี้หากมองดูผ่านจะพบว่ามีเพียงร่องรอยช้ำใน รอยฟาดฟัน รอยของเส้นเลือดที่ช้ำๆ หนักนูนเด่นขึ้นและร่องรอยผิวหนังปริแตกที่มีมากชัดเจน แต่เมื่อเพ่งมองตรงดีๆ แล้วจะพบว่าตามส่วนบริเวณที่มีเส้นเลือดช้ำนั้นจะมีลำเส้นของอะไรบางอย่างที่คล้ายคลึงกับรากซ่อนซ้อนทับอยู่ ซึ่งเพราะลำเส้นรากนี้มันค่อนข้างกลมกลืนเข้าไปกับรอยเส้นเลือดช้ำนี้มากจนแทบจะมองไม่ออกเลยทีเดียว

                    เมื่อพิจารณามาถึงตอนนี้แล้วแรนดี้จึงได้เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น...


                    “ดูดซับบุปผาราตรีมากเกินไปจนร่างกายทนรับไม่ไหวสินะ”


                    ถึงจะคิดอย่างนั้นแต่ว่ามันก็... ไม่สิ ไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่นะ รากของบุปผาราตรียังคงปรากฏร่องรอยอยู่นั่นก็แปลว่ามันได้หยั่งรากลงร่างของเด็กชายคนนี้แล้วนิ ซึ่งการจะลงมือหยั่งรากลงร่างเหยื่อของบุปผาราตรีนั้นมันจะทำก็ต่อเมื่อมันได้ใช้วิธีการของมันเรียบร้อยแล้ว และต่อมามันก็จะรอก่อนอย่างใจเย็นให้แน่ใจดีแล้วว่าเหยื่อของมันจะไม่มีทางหลุดรอดออกมาจากการสร้างการลวงหลอกของมันได้ จากนั้นมันจึงจะค่อยหยั่งรากลงร่างกลืนกินพลังชีวิตของเหยื่อต่อไปจนสิ้น... บุปผาราตรี ถือว่าเป็นพืชสมุนไพรที่อันตรายมากและก็ล้ำค่ามากเช่นกัน

                    ซึ่งหากดูจากรูปการณ์แล้วในขณะที่บุปผาราตรีกำลังทำการกลืนกินพลังชีวิตของเหยื่อแล้ว... แล้วเหยื่อย้อนกลับมากลืนกินบุปผาราตรีได้อย่างไร?!


                    “อาการภายนอกดูแล้วถือว่าไม่หนักเท่าไหร่ แต่ว่า... ภายใน” คงจะไม่เบาเลยทีเดียว... เมื่อดูทราบถึงที่มาสาเหตุของอาการบาดเจ็บแล้วแรนดี้จึงได้วิเคราะห์ด้วยการมองผ่านสายตาอย่างชาญชำนาญการด้านนี้

                    เพราะดูดซับพลังดิบสดของบุปผาราตรีมากเกินไปจึงทำให้แก่นจิตวิญญาณบอบช้ำจากพลังที่เอ่อล้นออกมาอย่างมาก จึงกลายเป็นว่าพลังดิบสดที่ไม่ได้รับการดูดซับที่เอ่อล้นออกมานั้นย้อนกลับเกิดลุกไหม้เผาผลาญแก่นจิตวิญญาณนี้เสียเอง ซึ่งการลุกไหม้เผาผลาญของพลังที่เอ่อล้นนั้นยิ่งมีมากเท่าไหร่มันก็จะยิ่งทำให้บริเวณแก่นจิตวิญญาณร้อนรุ่มปวดแสบปวดร้อนเจียนสิ้นจิตวิญญาณซะเลยล่ะ

                    จิตวิญญาณอาจแตกดับได้ ก็เกือบจะตกตายล่ะนะ แต่ที่รอดมาได้ก็คงจะ... อืม น่าสงสัยนะตรงนี้!


                    เข้าป่าดำป่าพิศวงไปแต่เพียงผู้เดียว... มีการต่อสู้เกิดขึ้น หลังจากนั้นหลงเข้าสู่เขตแดนของบุปผาราตรี โดนบุปผาราตรีหยั่งรากลงร่างแล้วแต่ย้อนกลับมาได้ทำการกลืนกินบุปผาราตรีคืน ได้รับบาดเจ็บจากพลังดิบสดที่มากเกินไป... แต่หนีรอดออกมาได้จนถึงบริเวณภายนอกป่าดำได้ นี่มันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลยนะ?


                    จุดสำคัญอีกอย่างคือ... ร่างกายนี้ก็คลับคล้ายคลับคลาว่าจะได้รับพลังเวทเยียวยารักษาเบื้องต้นมาก่อนหน้านี้แล้วด้วย!


                    “มีคนอื่นอยู่ด้วยหรือ? นี่ไม่น่าใช่ เพราะไม่งั้นคงจะไม่บาดเจ็บขนาดนี้เพียงคนเดียวแน่ หรือว่าจะมีสัตว์อสูรในพันธสัญญาแล้ว... แต่เพียงแค่เด็กแค่นี้เอง น่าสนใจๆ”


                    เอิ่มมม.. แต่แล้วทำไมข้าต้องมาคิดมากคิดมายเรื่องของผู้อื่นด้วยเนี่ย!



                    ฟรึ่บฟรึ่บ ฟริ้ง!


                    แรนดี้วางมือทาบเหนือบนบริเวณช่วงอกของเด็กชายแล้วโคจรพลังเวทส่งเข้าไป พลางหลับตาใช้สมาธิเพ่งมองเข้าไปตรวจตราภายในข้างในร่างของเด็กชายดู... แล้วปรากฏแสงสีเขียวอ่อนบางเบาครอบคลุมร่างทั้งร่างของเด็กชายก่อนรอบหนึ่ง ก่อนต่อมาทันใดนั้นเองแรนดี้จึงได้ปลดปล่อยเผยกลิ่นอายพลังเวท ‘ธาตุพฤกษา (ทองคำ) ’ ออกมาอย่างเข้มข้น!   ละอองพลังเวทสีเขียวทองอ่อนบางเบาถูกส่งเข้าไปวิ่งแทรกซึมผ่านร่างกายและเซลล์ภายในของเด็กชายอย่างรวดเร็ว จากจุดเริ่มต้นบริเวณช่วงอกนั้นก่อนจะกระจายไล่ลามตามไปให้ทั่วทั้งร่าง

                    นี่ยังไม่ใช่วิธีการช่วยเหลือรักษาทั้งหมดเลย เขาเพียงแค่ส่งพลังเวทเข้าไปเยียวยาส่วนบอบช้ำอวัยวะภายในบางส่วนก่อน.... และ ขอสำรวจตรวจดูภายในของเด็กชายสักหน่อยเล็กน้อยก่อน!



                    แรนดี้พยายามเพ่งมองเข้าไปสำรวจภายในของเด็กชาย แต่ว่า... สิ่งที่เขาเห็นก็มีเพียงแค่ความมืดมิดเท่านั้น!

                    สิ่งที่เขารับรู้สัมผัสได้คือ ภายในที่ปกคลุมไปด้วยความมืดมิด ว่างเปล่าและความหนาวเหน็บเย็นสุดยะเยือกใจอย่างไร้หนทางสิ้นสุด  และเมื่อเพ่งมองไม่เห็นอะไรเขาจึงยิ่งพยายามเพ่งมองเล็งหาอีก ภายในของเด็กชายผู้นี้ไม่เห็นอะไรเลยแล้วจุดแก่นจิตวิญญาณอยู่ตรงไหนกัน?!


                    “เหตุใดถึงไม่พบ?”


                    ใช่แล้ว แรนดี้กำลังหาจุดแก่นจิตวิญญาณของเด็กชายผู้นี้อยู่ แต่เพ่งมองอย่างไรก็หาไม่พบเลย... แล้วมันอยู่ตรงไหนเนี่ย?! เขาไม่ละความพยายามก็ยังคงที่จะพยายามเพ่งมองอย่างสำรวจต่อไป  และโดยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยนั้น... สติของแรนดี้ก็ได้ดับวูบไปแล้ว!



                    กรีซ!






                    และในอีกทางด้านหนึ่ง... ภายในห้องทำงานโถงใหญ่ตกแต่งอย่างสวยงามหรูหราแต่กลับมีแต่ความเงียบเชียบเงียบเหงาที่ไร้ความหมายปกคลุมแผ่ซ่านไปทั่วอาณาบริเวณมาอย่างเนิ่นนานแล้ว  ตรงเก้าอี้ใหญ่บริเวณหัวโต๊ะนั้นก็มีคนผู้หนึ่งนั่งอยู่...  ปรากฏเป็นร่างอันสูงใหญ่ของชายผู้หนึ่งกำลังนั่งเหยียดหลังตรงดิกนิ่งอย่างไร้แววความรู้สึก มือทั้งสองข้างประสานกันวางข้างหน้าตั้งชันพิงกับหน้าผากอย่างกำลังใคร่ครวญคิดหนักอะไรบางอย่างอยู่  ใบหน้าคมคร้ามนั้นเต็มไปด้วยหนวดเคราทั้งฉายแววความเคร่งขมึงตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา คิ้วเรียวเข้มพาดกระบี่ขมวดแน่นเป็นปมไม่คลาย ดวงตาดุดันคมกริบนั้นหลับตานิ่ง... อย่างนิ่งสงบไร้ความรู้สึก

                    และก่อนที่ต่อมาไม่นานนั้นเอง... ความเงียบสงบเงียบเหงาของภายในห้องทำงานโถงใหญ่นั้นจะถูกแทนที่ด้วยเสียงเรียกตื่นๆ ตระหนกของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งสมส่วนผู้หนึ่งที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบรวดเร็วพรวดพราดเข้ามาภายในอย่างคนเสียอาการ


                    “นายท่านขอรับ!”




                    --------------------------------

                    ว้าว ว้าว แรนดี้แกเป็นไผอี๊ก?! เปิดมาตอนแรกพี่แกก็เจอแจ็กพอตเลยจ้า... บังอาจมาสำรวจมิคาเอล ต้องเจอแบบนี้แหละ!

                    ส่วนนายท่านข้างล่าง... นายท่านไหน เดามา! [555ก็นายท่านคนนั้นแหละไม่ต้องเดารู้ๆ อยู่]


                    แจ้งข่าว : คือช่วงนี้หอชิมมีปัญหาเรื่องไวไฟนะ อาจจะมาอัพวันติดต่อกันบ้างไม่ติดต่อกันบ้าง [วันเว้นวัน] น่าจะเป็นแบบนี้จนถึงสิ้นเดือนเลยหรือนานกว่านั้น เดี๋ยวรอดูทางหอก่อนนะคะ

                    ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ :)


    คล้ายกับเรื่องราชันย์จอมมหาเวท ที่คุณอ่าน